*/
  • choora
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : choochoo1972@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-11-03
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 33517
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
<< พฤษภาคม 2019 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 พฤษภาคม 2562
Posted by choora , ผู้อ่าน : 279 , 16:21:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

  • รมการพัฒนาชุมชน กำหนดให้มีการดำเนินการจัดการความรู้ ประจำปี พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการองค์ความรู้ของกรมฯ ให้สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนตามภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมให้บุคลากรสามารถดำเนินการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยเลือก จำนวน 1 องค์ความรู้จาก จำนวน 8 หมวดองค์ความรู้ ประกอบด้วย 
  • หมวดที่ 1 เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน
  • หมวดที่ 2เทคนิคการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
  • หมวดที่ 3เทคนิคการแก้ไขปัญหาความยากจน
  • หมวดที่ 4 เทคนิคการเพิ่มศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)
  • หมวดที่ 5 เทคนิคการส่งเสริมช่องทางการตลาดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)
  • หมวดที่ 6 เทคนิคการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี
  • หมวดที่ 7 เทคนิคการส่งเสริมกองทุนชุมชนให้เกิดการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล
  • หมวดที่ 8เทคนิคการเสริมสร้างองค์กรให้มีสมรรถนะสูง (เป็นบุคลากรทันสมัย พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพ)
  • จังหวัดลพบุรี ได้ดำเนินการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอได้ดำเนินการจัดการความรู้ และดำเนินการคัดเลือกคัดเลือกองค์ความรู้รายบุคคลระดับอำเภอ จำนวน 11 องค์ความรู้ จัดทำชุดความรู้ของหน่วยงาน จำนวน 1 องค์ความรู้ โดยรวบรวมเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้ผู้สนใจสามารถไปประยุกต์ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ 

วันนี้ขอนำเสนอผลการจัดการความรู้

 เรื่อง การพัฒนาศักยภาพผู้นำ/ปราชญ์สัมมาชีพชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิตอล 4.0 

เจ้านององค์ความรู้  นายดวงธนภณ ธรรมวงศ์นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

องค์ความรู้ที่บ่งชี้ หมวดที่ 1 เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน

       ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้  ความเป็นมาของการขับเคลื่อนการสร้างสัมมาชีพชุมชน โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สืบเนื่องจากปัจจุบันนี้ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพของประชาชนภาคการเกษตรในชุมชนมีภาวะความเสี่ยงของอาชีพภาคเกษตรกรรมที่เกิดจากการประกอบอาชีพแบบดั้งเดิม เช่น ปลูกพืชเชิงเดี่ยว โรคพืช ราคาผลผลิตตกต่ำ  การไม่มีอาชีพหรือรายได้เสริมหลังฤดูการผลิต และยังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพค่อนข้างน้อย  ส่วนกลุ่มอาชีพที่มีอยู่ยังไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างพอเพียง ส่งผลให้ประชาชนต้องเคลื่อนย้ายไปประกอบอาชีพในเมือง  และมีส่วนราชการที่มีสถานที่หรือศูนย์ฝึกอบรมซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์ฝึกอาชีพ/แหล่งเรียนรู้การประกอบอาชีพได้  แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน เพื่อส่งเสริมด้านอาชีพให้กับหมู่บ้านเป้าหมาย โดยมีครัวเรือนต้นแบบ 20 ครัวเรือน และมีปราชญ์ชุมชน จำนวน 5 คน ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาชีพต่างๆ ซึ่งประสบผลสำเร็จในการประกอบอาชีพอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนนั้น  แต่มีส่วนน้อยที่ผู้นำปราชญ์ชุมชนสามารถถ่ายทอดให้ครัวเรือนหรือผู้ที่สนใจนำไปทำตามให้สำเร็จได้ อีกทั้งยังมีปัญหาที่พบคือ  ในการส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมนั้น พบว่าบางหมู่บ้านได้รับการส่งเสริมอาชีพ แต่ไม่มีตลาดขาย / ไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ / ในพื้นที่มีการผลิตมากเกินความต้องการของพื้นที่นั้น จากดังกล่าวข้างต้น  ผู้นำสัมมาชีพชุมชน/ปราชญ์ชุมชน เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์  และปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ สื่อดิจิตอล สื่อโซเชียลเนตเวิร์คต่างๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน  จึงเห็นสมควรที่จะพัฒนาศักยภาพผู้นำสัมมาชีพชุมชน/ปราชญ์ชุมชน ให้ทันต่อยุคสมัย และเทคโนโลยีในปัจจุบัน

       ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา  5.1 การคัดเลือกผู้นำ/ปราชญ์ชุมชน บางหมู่บ้านพบว่าเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด  แนวทางแก้ไขปัญหา : ค้นหาและคัดเลือกปราชญ์ชุมชนเพื่อสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน โดยคัดเลือกผู้ที่มีความรู้และพร้อมที่จะถ่ายทอด โดยให้มีคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในทีมงานด้วย 5.2 การส่งเสริมให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมนั้น พบว่าบางหมู่บ้านได้รับการส่งเสริมอาชีพ แต่ไม่มีตลาดขาย / ไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ / ในพื้นที่มีการผลิตมากเกินความต้องการของพื้นที่นั้น  แนวทางแก้ไขปัญหา : 1) ค้นหา/คัดเลือกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ที่สามารถต่อยอด/พัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ 2) ประสานภาคีเครือข่าย/ส่วนราชการในการให้ความรู้และฝึกอบรมด้านการจัดทำสื่อดิจิตอลในโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ (Facebook , Line , Instagram  , การสร้างเพจ , การลงโฆษณา , การสร้างรูปแบบคำเชิญชวนให้น่าสนใจ ฯลฯ)  3) เชื่อมโยงกับช่องทาง/โครงการต่าง ๆ อาทิเช่น หมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี - แหล่งท่องเที่ยวแอ่งใหญ่-แอ่งเล็ก , หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม , ตลาดประชารัฐต่างๆ เว็บไซด์สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลพบุรี , เว็บไซด์จังหวัด ฯลฯ

      ประโยชน์ขององค์ความรู้  (1) สื่อดิจิตอล สื่อโซเชียล ออนไลน์ต่างๆ เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มช่องทางการตลาดในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานด้านต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้นำจึงต้องมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้น  (2) ผู้นำ/ปราชญ์ชุมชน เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดต่างๆ โดยใช้สื่อโซเชียลต่างๆ จึงต้องมีการอบรมการใช้สื่อต่างๆ เพื่อให้ทันต่อยุคสมัยปัจจุบัน (3)  เป็นคำตอบของคำถาม “ส่งเสริมสัมมาชีพ ทำแล้วไปขายที่ไหน?” ซึ่งชุมชนจะต้องพึ่งพาตนเอง จะคอยแต่ให้หน่วยงานภาครัฐสนับสนุนอย่างเดียวไม่ได้ (4) เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของผู้นำสู่ยุคดิจิตอล 4.0

     เทคนิคในการปฏิบัติงาน   (1) เงื่อนไขในเรื่องของวัยของผู้นำ ซึ่งถ้าผู้นำมีอายุมาก การเรียนรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีสื่อดิจิตอลต่างๆอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร  จึงต้องมีการคัดเลือกทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ สามารถที่จะเรียนรู้ได้ ให้มีส่วนร่วมในทีมงานนั้นๆด้วย     (2)ผู้นำ/ทีมปราชญ์ต้องเปิดใจในการเรียนรู้การใช้สื่อดิจิตอลต่างๆ (3) การติดตามของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องคอยให้คำแนะนำ/ปรึกษา (4)การประสานภาคีเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีต่างๆ

 

ชื่อองค์ความรู้ที่ ๒  เทคนิคการสร้างเสริมและพัฒนาศักยภาพทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน                                                      ชื่อเจ้าขององค์ความรู้    นางสาวพรสุภา วิจารย์ประสิทธิ์ ตำแหน่งนักวิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ สังกัด สำนักงานพัฒนาชุมชน  อำเภอโคกสำโรง                                                                                                                                           หมวดองค์ความรู้ที่บ่งชี้ เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน 

ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้ ด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) กำหนดให้การสร้างความ  เป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็น 1 ใน 10 ยุทธศาสตร์ ที่มุ่งลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมที่แตกต่างกัน และนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลได้มอบให้กระทรวงมหาดไทย ที่มีกรมการพัฒนาชุมชนตอบสนองนโยบายเพื่อขับเคลื่อนโดยกำหนดให้การพัฒนาอาชีพครัวเรือน เป็น 1 ใน 3 ปัจจัยขับเคลื่อนวาระกรมการพัฒนาชุมชน ปี 2560 (CDD Agenda 2017) มุ่งผลให้ “เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข” และดำเนินการภายใต้ “โครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากคือ  “รายได้”ด้วยการสร้างอาชีพผ่านกระบวนการ “สร้างสัมมาชีพชุมชน” ภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” สอนอาชีพที่เขาอยากทำ กระบวนการ “สร้างสัมมาชีพชุมชน” เริ่มต้นด้วยการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ จากนั้นปราชญ์ชุมชนกลับไปสร้างทีมและจัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บ้าน ติดตาม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพสามารถปฏิบัติอาชีพได้จริง จนพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้อย่างมั่นคง

 ในที่นี้คำว่า ทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน หมายถึง ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร หรือเครือข่ายการพัฒนาชุมชนที่มีศักยภาพ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เป้าหมายในการสร้างสัมมาชีพชุมชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นทีมสนับสนุนการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน โดยในแต่ละทีมจะประกอบไปด้วย  ปราชญ์ชุมชน ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ซึ่งนำมาด้วยเทคนิคการสร้างเสริมและพัฒนาศักยภาพทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน เพื่อการสนับสนุนการสร้างสัมมาชีพชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมสร้างศักยภาพทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนถือได้ว่าเป็นปัจจัยการขับเคลื่อนอีกปัจจัยหนึ่งในการขับเคลื่อนกลุ่มสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน และด้วยทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนมีความสำคัญในการดำเนินงานกลุ่มฯ  ศักยภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนา

ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา

ปัญหาที่พบ (1) ผู้นำปราชญ์ชุมชน มีความรู้ความสามารถ แต่ยังไม่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ครบกระบวนการโดยทั้งหมด     (2) วิธีการ กระบวนการขั้นตอนดำเนินงานกลุ่มสัมมาชีพยังต้องได้รับการส่งเสริมให้เป็นไปตามวิธีการขั้นตอนอย่างสมบูรณ์           (3) ทีมปราชญ์สัมมาชีพชุมชนมีองค์ความรู้ ความสามารถ แต่ยังขาดทักษะการพูดในที่ชุมชน

 แนวทางการแก้ไขปัญหา (1)ในกระบวนการโครงการเตรียมความพร้อมทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนเจ้าหน้าที่ได้มีการสอดแทรกและเน้นย้ำการสร้างสัมมาชีพชุมชนและการรวมกลุ่มสัมมาชีพอย่างมีขั้นตอนกระบวนการ (2) พัฒนากรส่งเสริมสนับสนุนดำเนินการประชุมทีมปราชญ์สัมมาชีพชุมชนนก่อนการดำเนินงานในขั้นตอนต่างๆ ทุกครั้งเพื่อเน้นย้ำความรู้ความเข้าใจและกระบวนการต่างๆ เพื่อที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับสมาชิกครัวเรือนสัมมาชีพได้ (3) พัฒนากรและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนมีการแนะนำหลักวิธีการพูดในที่ชุมชน พูดอย่างไรให้เกิดความประทับใจ พูดอย่างไรถึงจะดึงความสนใจจากสมาชิกในการับฟังองค์ความรู้ต่างๆได้ดี และสามารถถ่ายทอดในสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มสัมมาชีพโดยแท้จริ'

ประโยชน์ขององค์ความรู้  (1) เพื่อให้ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการ การสร้างสัมมาชีพชุมชน  โดยแท้จริง และมาสามารถนำไปขยายความและดำเนินการในหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2)  เพื่อให้ทีมสัมมาชีพชุมชนทีทักษะการพูดในที่ชุมชน สามารถสื่อสารถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ได้ดี และสามารถขับเคลื่อนการสร้างสัมมาชีพชุมชนให้กับสมาชิกครัวเรือนกลุ่มสัมมาชีพในหมู่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ (3) กลุ่มสัมมาชีพชุมชนได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากทีมปราชญ์สัมมาชีพ เกิดความเข้มแข็งสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มฯมีความยั่งยืนสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

เทคนิคในการปฏิบัติงาน (1) ประชุมสร้างการรับรู้ประเด็นเน้นย้ำการดำเนินการโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนและโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน เพื่อการเสริมสร้างและเน้นย้ำความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการโครงการและพัฒนากรตำบลผู้ขับเคลื่อนโครงการสู่พื้นที่ตำบล (2) ประชุมแกนนำชุมชนเพื่อคัดเลือกปราชญ์ชุมชนโดยคัดเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพ และประสบความสำเร็จในอาชีพ ได้รับการยอมรับจากชุมชน มีความรู้ความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ มีทักษะเบื้องต้นในการสื่อสาร มีความลักษณะของความเป็นผู้นำ  กล้าพูดกล้าแสดงออก  และมีจิตอาสาในการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน มีความเป็นกันเองสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ของครัวเรือน (3) ประชุมสร้างความรู้ความเข้าใจแนวทางในการสร้างสัมมาชีพชุมชนแก่ปราชญ์ชุมชนเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด (4) สร้างแรงจูงใจให้ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านทำหน้าที่เป็นแกนนำหลัก ในการส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน ติดตาม และสนับสนุนการประกอบอาชีพของครัวเรือนเป้าหมายให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนพัฒนากรเป็นพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนช่วยเหลือแนะนำสังเกตการณ์จุดดีที่ต้องรักษาไว้ และจุดเสียที่ต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุง (5) เปิดโอกาสให้ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีและที่ได้จากการพัฒนาในรูปแบบละเป็นตัวตนของทีมปราชญ์เอง ความสัมพันธ์ความสนิทสนมที่มีต่อสมาชิกครัวเรือนที่เกิดขึ้นจากการเป็นตัวของตัวเองเสริมด้วยหลักการกระบวนการที่ถูกต้องสมบูรณ์     (6) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ ผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำ อช. ท้องถิ่น กลุ่ม องค์กร และเครือข่ายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการพัฒนาชุมชน เช่น คณะกรรมการพัฒนาสตรี เครือข่าย OTOP  เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการจัดกิจกรรมโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนสร้างสัมมาชีพชุมชนให้มีความเข้มแข็งต่อไป

 

 

ชื่อองค์ความรู้  เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำปราชญ์ชาวบ้านในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชนสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน

ชื่อเจ้าของความรู้     นายวรวุฒิ  สุขสนอง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

องค์ความรู้ที่บ่งชี้      หมวดที่ 1 เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน

ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้    การขับเคลื่อนการสร้างสัมมาชีพชุมชน เป็นการดำเนินโครงการตามแนวคิดที่ว่า คนในชุมชนได้รับการเรียนรู้ การพัฒนาอาชีพ โดยให้ปราชญ์ชุมชนผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญงานด้านอาชีพนั้นๆของตนเอง เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แบบชาวบ้านสอนชาวบ้าน และให้การแนะนำช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องพร้อม โดยระยะเริ่มต้นได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการโครงการตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2561 แผนงานบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง โครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมหลักสร้างและพัฒนาผู้นำสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอพียง โครงการเตรียมความพร้อมทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน

          การขับเคลื่อนภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งในวาระกรมการพัฒนาชุมชน  คือ การสร้างสัมมาชีพชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยการสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนตามประเภทอาชีพของปราชญ์ชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกในหมู่บ้านเป้าหมาย หมู่บ้านละ ๑ คน และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรวิทยากรผู้นำสัมมาชีพชุมชนจากศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งปราชญ์ชุมชนเหล่านี้จะกลับไปสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนเพิ่มอีกหมู่บ้านละ 4 คน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้เข้มแข็ง เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ จากปราชญ์ชุมชนที่มีอยู่ในพื้นที่ และร่วมกันฝึกปฏิบัติในลักษณะ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” มุ่งเน้นการประกอบอาชีพบนฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรือที่เรียกว่า “สัมมาชีพ” ซึ่งหมายถึง อาชีพไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย ไม่ได้นำผลกำไรสูงสุดเป็นที่ตั้ง คำนึงถึงความเป็นธรรมในสังคมให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน ไม่หวังกำไรสูงสุด เป็นที่ตั้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป เพื่อให้ขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้านเป้าหมาย จึงต้องเรียนรู้เทคนิคการสร้างและพัฒนาในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชนสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน ทำหน้าที่วิทยากรสัมมาชีพชุมชนให้ความรู้แก่ครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน หมู่บ้านละ 20 คน เข้าใจและสามารถพัฒนาตนเองได้ตามแนวทางที่มุ่งหวังให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ เพื่อให้ทีมวิทยากรได้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์โครงการฯ จึงได้จัดทำบันทึกองค์ความรู้เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชนสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน ขึ้น

 ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา  (1) ผู้นำปราชญ์ชาวบ้าน ขาดความรู้ด้านเทคนิคการถ่ายทอด การจูงใจ การตลาด และการพัฒนาชาวบ้านในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน โดยการคัดเลือกปราชญ์เข้ารับการฝึกอบรม (2) การขาดงบประมาณในการส่งเสริมสัมมาชีพชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทันความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งควรเริมที่การใช้งบประมาณจากเงินผลกำไรของกองทุนต่างๆที่มีอยู่ในหมู่บ้าน หรือการระดมเงินหุ้น เงินบริจาค จากคนในหมู่บ้าน ชุมชนก่อน (3) การขาดการบันทึกองค์ความรู้ด้านอาชีพ โดยให้ผู้นำในหมู่บ้าน ชุมชน ทำการจดบันทึกข้อมูล  (4) การขาดผู้สนใจรุ่นใหม่ๆในการเรียนรู้งานอาชีพอิสระ โดยการเชิญชวนผู้ที่สนใจศึกษา ดู จากของจริง จากปราชญ์ในหมู่บ้าน ชุมชน ของตนเอง และลองลงมือปฏิบัติจริงจากการเรียนรู้จากปราชญ์ (5) การขาดองค์ความรู้ด้านการใช้สื่อโซเชี่ยนเพื่อการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ รวมถึงการขายสินค้าทางออนไลน์ โดยขอความช่วยเหลือจากทางหน่วยงานรัฐในการเผยแพร่ หรือเรียนรู้

 ประโยชน์ขององค์ความรู้  (1) ผู้นำปราชญ์ชาวบ้าน มีความรู้ด้านเทคนิคการถ่ายทอด การจูงใจ การตลาด และการพัฒนาชาวบ้านในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน (2) มีการบันทึกองค์ความรู้ด้านอาชีพเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษา ถ่ายทอด ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา เรียนรู้ (3) การขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งการให้ชุมชนพึ่งตนเองโดยใช้งบประมาณจากกองทุนต่างๆในหมู่บ้าน ชุมชน และการระดมเงินบริจาคเพื่อจัดตั้งกลุ่มอาชีพสัมมาชีพเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ ทันความต้องการของหมู่บ้าน ชุมชน (4) ส่งเสริมการเรียนรู้งานด้านอาชีพที่มีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอาชีพอยู่แล้วในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้ นำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน พึ่งตนเองได้ (5) ประชาชนในชนบทได้ปรับตัวเข้ากับโลกแห่งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ได้ศึกษา เรียนรู้การใช้สื่อโซเชี่ยนเพื่อการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ รวมถึงการขายสินค้าทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดรายได้ภาคครัวเรือน

 เทคนิคในการปฏิบัติงาน (1) การเตรียมความพร้อมบันทึกข้อมูลปราชญ์ในหมู่บ้าน ชุมชน โดยบันทึก จัดเก็บเอกสารลงในกระดาษ แผ่นพับเพื่อเผยแพร่ บันทึกผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สื่อเฟสบุ๊ก ไลน์ เป็นต้น  (2) การประชุม ครัวเรือนที่มีความสนใจในการพัฒนาตนเอง เพื่อนำไปสู่การมีอาชีพ การมีรายได้อย่างยั่งยืน (3) การจัดการฝึกอบรมผู้นำปราชญ์ชาวบ้าน บุคคลเป้าหมาย เพื่อให้มีความรู้ด้านเทคนิคการถ่ายทอด การจูงใจ การตลาด และการพัฒนาชาวบ้านในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน โดยการเชิญปราชญ์ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ ผ่านเวที ในการถ่ายทอดองค์ความรู้มาแล้ว มาสอน และเชิญผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เช่น คณาอาจารย์จากวิทยาลัยต่างๆในพื้นที่ สอนการตลาด การจัดทำบัญชี เป็นต้น (4) การส่งเสริมผู้นำหมู่บ้าน ชุมชน และปราชญ์ เพื่อเรียนรู้ในการเขียนโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางราชการ หรือหน่วยงานอื่นๆ (5) การส่งเสริม สนับสนุนให้หมู่บ้าน ชุมชน จัดสรรงบประมาณจากผลกำไรจากกองทุนต่างๆในหมู่บ้าน ชุมชน ในการจัดตั้งกลุ่มอาชีพสัมมาชีพ การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาชีพ แบบครบวงจร การฝึกอบรมด้านอาชีพ การจำหน่าย การตลาด การส่งเสริมการกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นต้น (6) การระดมเงินหุ้น เงินบริจาค จากคนในหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อจัดตั้งกลุ่มอาชีพสัมมาชีพ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาชีพตามความต้องการของคนในหมู่บ้าน ชุมชน  (7)  ประชุมครัวเรือนที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มอาชีพสัมมาชีพ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ หรือระดมเงินหุ้น เงินบริจาค จากหมู่บ้าน ชุมชน สมาชิก จากนั้นคัดเลือกคณะกรรมการกลุ่มฯ และเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร (8) จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาชีพ การตลาด การใช้เทคโนโลยีเพื่อการประชาสัมพันธ์ การจำหน่าย โดยใช้เงินกลุ่มฯ เป็นระยะๆตามความสนใจ ของประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชน

 

 กิจกรรมในการส่งเสริมสัมมาชีพชุมชน

 

 

ชื่อองค์ความรู้ เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน

ชื่อเจ้าของความรู้ นายอารักษ์ ทองสกุล ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

องค์ความรู้ที่บ่งชี้ หมวดที่ 1 เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน

ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้ 

          กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560  โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพและมีรายได้ เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุขสอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ และเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12  (พ.ศ. 2560 – 2556) การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562  กรมการพัฒนาชุมชน ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงาน จำนวน๑๔,๐๐๐ หมู่บ้าน ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” ที่เริ่มต้นด้วยการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพจากนั้นปราชญ์ชุมชนกลับไปสร้างทีมและจัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บ้าน ติดตาม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพสามารถปฏิบัติอาชีพได้จริงและพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้อย่างมั่นคง

       กรมการพัฒนาชุมชนกำหนดให้การพัฒนาอาชีพครัวเรือน เป็น 1 ใน 3 ปัจจัยขับเคลื่อนวาระกรมการพัฒนาชุมชน ปี 2560  (CDD Agenda 2017) มุ่งผลให้ “เศรษฐกิจครัวเรือนมีความมั่นคง ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างมีความสุข” และดำเนินการภายใต้ “โครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก คือ “รายได้” ทำให้ประชาชนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความมั่นคงและยั่งยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยการสร้างอาชีพผ่านกระบวนการ “สร้างสัมมาชีพชุมชน” ภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” สอนอาชีพที่เขาต้องการอยากทำ ประกอบกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทาง การสร้างสัมมาชีพชุมชน ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นกระบวนการ ภายใต้แนวคิด “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” สอนอาชีพที่เขาต้องการอยากทำประกอบกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับปราชญ์ชุมชนด้านอาชีพ จากนั้นปราชญ์ชุมชนกลับไปสร้างทีมและจัดการฝึกอบรมอาชีพให้กับครัวเรือนที่ต้องการฝึกอาชีพในหมู่บ้าน ติดตาม และสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครัวเรือนที่เข้ารับการฝึกอาชีพสามารถปฏิบัติอาชีพนั้นได้จริง จนพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้อย่างมั่นคงปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ กรมการพัฒนาชุมชน กำหนดกิจกรรมขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสัมมาชีพชุมชน ตามโครงการสร้างสัมมาชีพชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคมซึ่งมีกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน แบ่งเป็น 4 กิจกรรมหลัก และ 2 กิจกรรมสนับสนุน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1)  พัฒนาผู้นำสัมมาชีพ  (2)  เตรียมความพร้อมทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน (3) สร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน (4) จัดตั้งและพัฒนากลุ่มอาชีพ  และ กิจกรรมสนับสนุน ได้แก่ (1)  บูรณาการแผนชุมชนระดับตำบลสร้างสัมมาชีพชุมชน (2)  การประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาค (กพสภ.) ส่งเสริมครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน

       สัมมาชีพชุมชนเป็นกิจกรรมภายใต้แนวคิดการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กระบวนการสร้างผู้นำ เป็นการค้นหาและนำปราชญ์ชุมชนมาทำหน้าที่ขยายผลความรู้ สู่เป้าหมายของการสร้างชุมชนด้วยการใช้ทรัพยากรได้อย่างเฉลียวฉลาดและคุ้มค่า สามารถบริหารจัดการตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นหมู่บ้าน “อยู่เย็น เป็นสุข” ตามยุทธศาสตร์ของกรมการพัฒนาชุมชน   อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการสัมมาชีพชุมชนตามแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง จากกรมการพัฒนาชุมชน จำนวน 18 หมู่บ้าน และทีมปราชญ์ขับเคลื่อนงานสัมมาชีพชุมชนที่ต้องค้นหาและสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน จำนวน 90 คน และสร้างครัวเรือนสัมมาชีพเป้าหมายจำนวน ๓6๐ ครัวเรือน   การประกอบอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ คืออาชีพทางด้านเกษตรกรรม แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเกษตรกรมีภาวะความเสี่ยงในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ การเกิดโรคระบาด การขาดรายได้หลังฤดูการผลิต และยังมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มอาชีพค่อนข้างน้อย ทำให้ประชาชนต้องไปประกอบอาชีพต่างถิ่น เพื่อให้มีรายได้มาใช้จ่ายให้เพียงพอในครัวเรือน ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน นโยบายรัฐบาล จึงมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้คนในชุมชนมีการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ภายในชุมชน จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพในชุมชน ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างรายได้ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตไปได้อย่างมีคุณภาพต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมสัมมามาชีพชุมชน ด้วยหลักการ“พึ่งตนเอง” ในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนา และแก้ปัญหาของชุมชน ในบทบาทของพัฒนากรในพื้นที่ ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ กำกับดูแลหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการสัมมาชีพชุมชน จำนวน 3 หมู่บ้าน 2 ตำบล มีการดำเนินการ

 ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา

1. แกนนำในชุมชนไม่เข้าใจแนวทางการคัดเลือกสัมมาชีพชุมชน  ขาดการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ ชาวบ้านมองว่าเป็นโครงการรัฐบาลเน้นให้เงินมาใช้จ่ายในครัวเรือน การให้ความร่วมมือและให้ความสำคัญในขับเคลื่อนโครงการน้อย ไม่เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดกับชุมชน

2. ขาดการเตรียมความพร้อมที่เพียงพอ การให้ความร่วมมือและให้ความสำคัญในขับเคลื่อนโครงการน้อย ไม่เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดกับชุมชน

3. ผู้นำปราชญ์ ที่จะต้องได้รับการอบรมจากศูนย์พัฒนาและศึกษาฯ ในวันอบรมไม่สามารถไปได้ จึงส่งตัวแทนไปทำให้ไม่สามารถนำกลับมาถ่ายทอดให้กับทีมวิทยากรปราชญ์ได้ถูกต้องครบถ้วน

ประโยชน์ขององค์ความรู้

เป็นการจัดการองค์ความรู้เรื่อง เทคนิคการสร้างและพัฒนาผู้นำในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชุมชน    เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาผู้นำให้สามารถขับเคลื่อนหมู่บ้านสัมมาชีพของตนเองให้ประสบความสำเร็จตามแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน และเป็นแนวทางให้กับพัฒนากรในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินงานสัมมาชีพชุนต่อไป

เทคนิคในการปฏิบัติงาน

1. คัดเลือกปราชญ์ชุมชน ต้องเป็นปราชญ์ที่มีองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน และคนในชุมชนสนใจ สามารถต่อยอดให้เกิดการพัฒนาเป็นอาชีพได้ และสามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับครัวเรือนสัมมาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. วิทยากรสัมมาชีพชุมชนกลับไปสร้างทีมในหมู่บ้าน โดยการคัดเลือกปราชญ์ชุมชน หมู่บ้านละ 4 คน รวมเป็น 5 คน เพื่อสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน

3. จัดประชุมเตรียมความพร้อมทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้าน โดยปราชญ์ที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้  ถ่ายทอดเทคนิคการเป็นวิทยากรสัมมาชีพชุมชน  และมอบหมายภารกิจหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน กำกับติดตามครัวเรือนเป้าหมาย  จำนวน 20 ครัวเรือน  โดยแบ่งสัดส่วนทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชน 1 คน ต่อครัวเรือนสัมมาชีพชุมชน 4 ครัวเรือน

4. ทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ความต้องการอาชีพ โดยจัดกลุ่มความต้องการอาชีพ พิจารณาศักยภาพของชุมชน ว่าเป็นอาชีพที่จะสำเร็จได้ สามารถสร้างรายได้จริง ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับการตลาด สอดคล้องกับความรู้ที่ปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้านจะถ่ายทอด จัดเตรียมพื้นที่ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และวัสดุอุปกรณ์ในการฝึกอาชีพของครัวเรือน

5. คัดเลือกครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 20 คน ต้องสมัครใจและตั้งใจฝึกอาชีพ เพื่อประกอบอาชีพให้เกิดรายได้อย่างแท้จริง

6. การให้ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชำชน ผู้นำ กลุ่มองค์กรต่างๆในชุมชน

7. ใช้กระบวนการ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” และยึดหลักการทรงงาน “ระเบิดจากข้างใน” และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือให้ชาวบ้านสอนชาวบ้านกันเองในสิ่งที่เขาอยากรู้ ในสิ่งที่เขาต้องการและอยากจะทำลงมือปฏิบัติเอง โดยยึดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

8. แสวงหาความรู้ มีการวางแผนการทำงาน มุ่งมั่นในการพัฒนา

9. ปรึกษาหารือ ติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

10. ดำเนินโครงการส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน ส่งเสริมและสนับสนุนการส่งเสริมการสร้างสัมมาชีพชุมชนในระดับหมู่บ้าน และถอดองค์ความรู้ปราชญ์ชุมชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่าน  ทาง Facebook , เว็บไซต์สัมมาชีพ เว็บไซต์สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพัฒนานิคม เป็นต้น

          การสร้างสัมมาชีพชุมชนบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีเป้าหมาย คือ ประชาชนได้รับการพัฒนาอาชีพ และมีรายได้เพิ่ม  โดยให้ชาวบ้านสอนชาวบ้านในสิ่งที่เขาอยากทำ  ฝึกปฏิบัติจริงให้สามารถนำไปเป็นอาชีพได้ เพราะข้อเท็จจริงในทุกพื้นที่จะมีคนเก่งในแต่ละอาชีพอยู่แล้ว โดยดำเนินการคัดเลือกและจัดเวทีฝึกทักษะการสอนการนำเสนอให้กับคนเก่งเหล่านี้ ยกให้เป็น “วิทยากรสัมมาชีพชุมชน” หลังจากนั้นกลับไปสร้างทีมวิทยากรสัมมาชีพชุมชนระดับหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกหมู่บ้านละ 4 คน แล้วเปิดรับลูกศิษย์ที่สนใจอยากฝึกอาชีพในแต่ละประเภทอาชีพหมู่บ้านละ 30 คน ในครัวเรือนสัมมาชีพ  เมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติแล้ว ขั้นพื้นฐานที่สุดก็จะสามารถสร้างอาชีพบนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

   องค์ความรู้ทั้ง 4 ท่าน จะเป้นประโยชน์สำหรับท่านที่สนใจใฝ่รู้ ครับ 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน