• เมิร์ซจร้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : t_mattida@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-29
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 14070
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
merce's blog
วันพฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน 2551
Posted by เมิร์ซจร้า , ผู้อ่าน : 864 , 16:19:45 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมิร์ซว่าบทความนี้คงจะทำให้เพื่อนๆๆที่รู้สึกท้อ หรือรู้สึกหมดหวังกับการตามหาฝันการเป็นผู้ประกาศ...เข้มแข็งและเราทุกคนยังมีโอกาสอีกมากบนเส้นทางนี้ถ้าเราตั้งใจ...พยามยาม...ฝึกฝน..ไม่มีเส้นทางลัด...ต้องฝึกๆๆๆๆและก้อฝึกๆๆๆๆตามคำพูดของโค๊ชจอยคนเก่งของพวกเรา.....สู้ๆๆๆ

ขอบคุณบทความจาก.....

ไพเราะ เลิศวิราม สุกรี แมนชัยนิมิต

 Positioning Magazine   เมษายน 2551

 

เม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% เป็นมูลค่ามากพอที่สามารถนำมาก่อสร้างรถไฟฟ้าได้เกือบ 2 สาย นี่คือเงินก้อนใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจทีวีตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น สื่อทีวีคืออาวุธสำคัญในการสู้รบในยุคที่การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมต้องการสร้างขุมกำลัง เพื่อชิงอำนาจ

 

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฟรีทีวี ก่อนหน้านี้คือการแจ้งเกิดของ “สถานีไอทีวี” เมื่อ 1 กรกฎาคม 2539 ด้วยหลักการเป็นทีวีเสรี อิสระจากการเมืองหลังยุคพฤษภาทมิฬ ทำให้ฟรีทีวีไทยมีทั้งหมด 6 ช่องมาชิงเม็ดเงินโฆษณา

 

ช่วงนั้นไอทีวีมีจุดขายจาการนำเสนอข่าวได้อย่างน่าสนใจ เอเยนซี่และโฆษณาให้ความสนใจ แต่อยู่ได้ไม่นานเพราะความขัดแย้ง และธุรกิจการเมืองเข้าครอบงำ มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น “ชิน คอร์ปอเรชั่น” ที่มีคนของครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือหุ้นใหญ่ จนหน้าจอ “ไอทีวี” ต้องดับลงเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 7 มีนาคม 2550 เพราะผิดสัญญาเรื่องผังรายการ และการจ่ายผลตอบแทนให้ รัฐบาลหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จึงมีมติยึดสัมปทานคืน และเป็นที่มาของการเกิด “ทีวีสาธารณะ” ภายใต้ชื่อ “ไทยพีบีเอส”

 

ในปี 2551 ฟรีทีวีไทยเหลือเพียง 5 ช่องที่พร้อมแย่งเม็ดเงิน 5 หมื่นกว่าล้าน

 

เม็ดเงินโฆษณาที่เคยอยู่ช่องไอทีวีประมาณ 9,000 ล้านบาทในปี 2007 กำลังกลายเป็นเค้กก้อนใหญ่

 

ขณะที่ช่อง 7 สื่อที่มีมาร์เก็ตแชร์เม็ดเงินโฆษณาไป สูงสุดปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท กำลังอ่อนแรง เพราะความเปลี่ยนแปลงภายใน เป็นโอกาสให้กับช่อง 3 จึงปรับตัวมาตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อดึงโฆษณาให้มากที่สุด ด้วยการเพิ่มรายการตอบสนองผู้ชมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งข่าว และบันเทิง เพื่อเปลี่ยน Positioning ตัวเอง จากทีวีเพื่อคนเมือง กลายเป็นทีวีเพื่อ Mass

 

สำหรับช่อง 7 กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ “สุรางค์ เปรมปรีดิ์” เจ้าแม่วิก 7 สี

 

สำหรับช่อง 11 ที่รีแบรนดิ้งเป็นสถานีโทรทัศน์ NBT ตามแผนของรัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” ที่ “จักรภพ เพ็ญแข” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงมือเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง ยังคงต้องการงบประมาณจากรัฐมาดำเนินการ และยังคงขอมีรายได้จากโฆษณาภาพลักษณ์เท่านั้น ซึ่งเม็ดเงินแต่ละปีที่ได้อยู่ในหลัก 1,000 ล้านบาทเท่านั้น เป้าหมายจึงชัดเจน คือการจัดหาเวทีให้ทีมข่าว “ไอทีวี” ยุคกลุ่มทุนชินคอร์ป มีช่องได้ออนแอร์เท่านั้น

 

ฟรีทีวี กำลังต้องเผชิญกับคู่แข่งใหม่ อย่าง เคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม และทีวีอินเทอร์เน็ต หลังจาก พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 4 มีนาคม 2551 ที่ทำให้มีความชัดเจนมากขึ้นในการจัดตั้งคณะกรรมการที่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ซึ่งจะทำให้มีผู้ประกอบการอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น และที่สำคัญคือผู้ประกอบการระบบโทรทัศน์บอกรับสมาชิกหรือเคเบิลทีวี ปัจจุบันได้ปลดล็อกให้เคเบิลทีวีหาโฆษณาได้ทั้งวันไม่เกินชั่วโมงละ 5-6 นาที

 

กฎหมายนี้ทำให้ทั้งเอเยนซี่ ทรูวิชั่นส์ ในฐานะผู้ประกอบการายใหญ่ และเคเบิลท้องถิ่นขยับตัวเพื่อหาโฆษณา ด้วยจุดขายที่ยืดหยุ่นมากกว่า สปอนเซอร์ ที่สามารถซื้อโฆษณาแบบเหมาทั้งช่อง และการเข้าถึงคนดูได้เฉพาะเจาะจงแต่มีราคาที่ถูกกว่า ชนิดที่ซื้อฟรีทีวีได้นาทีเดียว แต่ซื้อเคเบิลทีวีได้ทั้งช่อง

 

เคเบิลทีวีท้องถิ่นโดยสมาคมเคเบิลทีวี รวมตัวกันเพื่อจัดเรตติ้งและกำหนดช่องทั่วประเทศให้เหมือนกัน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำของผู้ชม และง่ายต่อการตัดสินใจลงโฆษณาของสปอนเซอร์

 

โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม กลายเป็น “สื่อ” อันโอชะของคนที่อยากเป็นเจ้าของสื่อ ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตรายการที่มีเนื้อหาในมือ อย่าง มีเดีย ออฟ มีเดียส์ แกรมมี่ หรือแม้แต่สหพัฒน์ ที่กระโดดเข้าสู่สมรภูมินี้อย่างเต็มตัว

 

หรือจะเลือกเส้นทางใหม่ กับอินเทอร์เน็ตทีวี ที่ เจ้าแม่เจเอสแอล “จำนรรค์ ศิริตัน” เลือกเส้นทางให้กับตัวเอง กับการเป็นเจ้าของแบรนด์ Many TV

 

 

นี่คือระยะเวลาของการเร่งเครื่องของคนในวงการโทรทัศน์ เพราะโอกาสทองของทีวีแต่ละช่องกำลังชัดขึ้น ซึ่งหากใครไม่ปรับตัว เพียงวินาทีรีโมตคอนโทรลในมือผู้ชม ก็พร้อมทำงานทันที

 

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NestZaa_Mak วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anchors10NestZaa

ในโอกาศทอง
อาจมีทองชุบ แฝงอยู่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
anchor01 วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/3anchors01

Keep walking

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/06/2008 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ของจริง...จึงจะอยู่ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน