• จงเจริญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : r.kittisak3@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 1160
  • จำนวนผู้ชม : 991914
  • ส่ง msg :
  • โหวต 221 คน
กลุ่มพลังเงียบมหาชน
เรามาร่วมกันสร้างเครือข่ายคุณธรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up
วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม 2551
Posted by จงเจริญ , ผู้อ่าน : 924 , 20:31:29 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รัฐมนตรีไชยา แม้ปากจะบอกว่าเป็นสิทธิที่แพทย์ชนบทจะล่าชื่อถอดถอนตนได้ แต่ก็ไม่วายส่งสัญญาณขู่ไปยังผู้บังคับบัญชาของแพทย์ชนบททั้งหลายว่า หากไม่ดำเนินการอะไรกับแพทย์ดังกล่าว ตนคงต้องเรียกผู้บังคับบัญชาเหล่านั้นมาเตือนด้วยตัวเอง และล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 มี.ค.) นายไชยาก็ใช้อำนาจรัฐมนตรีบีบปลัดกระทรวงสาธารณสุข (นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์) ให้สั่งย้ายข้าราชการโดยไม่ชอบธรรมอีก โดยสั่งให้ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ปัจจุบันเป็นนายแพทย์ 8 สำนักงานพัฒนาสุขภาพชุมชน ให้มาทำงานหน้าห้องตน โดยการสั่งย้ายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นพ.พงศ์เทพ โทรศัพท์แสดงความคิดเห็นเรื่องการโยกย้ายเลขาฯ อย.ออกรายการทีวี

อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)ออกแถลงการณ์คัดค้านการโยกย้าย ขรก.โดยไม่ชอบธรรม(เมื่อ 4 มี.ค.)

เครือข่ายภาคประชาชนประท้วงนายไชยา สะสมทรัพย์ ที่สั่งย้ายเลขาฯ อย.โดยไม่ชอบ

เครือข่ายประชาชนและผู้ป่วย ตั้งโต๊ะล่าชื่อเพื่อถอดถอนนายไชยา สะสมทรัพย์ พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี สธ.ฐานใช้อำนาจโยกย้ายเลขาฯ อย.โดยไม่ชอบ(6 มี.ค.)

มีผู้ร่วมลงชื่อเพื่อถอดถอนนายไชยาเพียบ.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อึ่งอ่าง วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เจ็นนา วันที่ : 13/03/2008 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jenna
จงใช้"เวลา"เยียวยา"หัวใจ"ใช้"ความจริง"เยียวยา"ความรู้สึก"ใช้"คำขอโทษ"เยียวยา"คำที่เคยบอกรัก"และใช้"การยอมรับผิด"เยียวยา"คำที่เคยโกหก"

สวัสดีค่ะ เจ้าของบ้าน

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
santasom วันที่ : 11/03/2008 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/santasom


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ting วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม


โชคดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
MrTote วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MrTote
MrTote : OK Nature - Save Nature, Save Life! - นายโต๋เต๋

เหมือนคุณเรือรบ ฯ ว่า การยื่นถอดถอนยังไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งเดียว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
popcorn วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popcorn

อีกอย่างที่งง ผลประโยชน์ประชาชนได้รับ แต่รัฐกลับไม่ยอมทำ สรุปแล้วรัฐบาลเข้ามาทำอะไร เพื่อใคร

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
popcorn วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/popcorn

เวลาออกข่าว เป็นข่าว อยากให้หมอๆ ทั้งหลาย สอดแทรกช่วยๆกันพูดเรื่องการเลือกคนดีเข้าสภาด้วยครับ คนที่ดันเลือกมันเข้ามา คราวหน้ามันจะได้สำนึกบ้างครับ ว่าอย่าเห็นแก่เงินไม่กี่บาท ตอนเลือกตั้ง สุดท้ายคนที่เดือนร้อน ก็พวกคนจนนั้นแหละ เพราะคนบางคนมันบัวใต้น้ำ ต้องพูดตอนมีเรื่องกระทบต่อตัวเองเท่านั้นแหละ ถึงจะเริ่มเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ไม่งั้นเลือกตั้งคราวหน้า เงินมาอีก มันก็เลือกเข้ามาอีก ช่วยๆพูด เพื่อบัวใต้น้ำพวกนี้จะโผล่เหนือน้ำกันบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จงเจริญ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up


ข้อกล่าวหาในการถอดถอนรัฐมนตรี

การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน

๑. กระทำการ ที่เข้าข่ายให้รัฐเสียหายด้านงบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะการประกาศทบทวนการใช้สิทธิโดยรัฐต่อยาต้านโรคมะเร็งที่มีสิทธิบัตร ๔ รายการ ทำให้บริษัทยาใช้อ้างเป็นเหตุว่าประเทศไทยใช้สิทธิโดยรัฐยังไม่สมบูรณ์ในกรณียาโคลพิโดเกรลในคนไข้โรคหัวใจ( Not Fully Implemented) และกลัวการถูกฟ้องร้องจากบริษัทยาต้นแบบ ทำให้บริษัทคาดิลาขอปรึกษานักกฎหมายและชะลอการนำเข้ายาจำนวน ๒.๑ ล้านเม็ดเป็นเวลา ๑ เดือน โดยมีมูลค่าความเสียหายต่อรัฐขั้นต่ำประมาณ ๒๔๘,๓๗๘,๕๕๐ ล้านบาท(สองร้อยสี่สิบแปดล้านสามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันห้าร้อยล้านบาท)
โดยคำนวณจากอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ประมาณ ๓๕๐ ต่อประชากรหนึ่งแสนคน ถ้าพิจารณาเฉพาะผู้ป่วยในระบบหลักประกันประมาณ ๔๗ ล้านคน จะมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ ๑๖๔,๕๐๐ คน และในจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจนี้ ร้อยละ ๗๐ คือจำนวน ๑๑๕,๑๕๐ คน จะต้องใช้ยาต่อเนื่องวันละ ๑ เม็ด ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย ๑ เดือน ดังนั้นต้องใช้ยาจำนวน ๓,๔๕๔,๕๐๐ เม็ด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายต่อรัฐต่ำสุดประมาณ ๒๔๘,๓๗๘,๕๕๐ ล้านบาท(หากคิดราคายาต้นแบบเพียงประมาณ ๗๓ บาท และยาสามัญราคา ๑.๑๐ บาท )
๒. กระทำการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยประกาศทบทวนนโยบายการใช้สิทธิโดยรัฐต่อยาต้านโรคมะเร็งที่มีสิทธิบัตร ๔ รายการ ในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ โดยการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนได้รับทราบเป็นการทั่วไป นับเป็นการกระทำการทางการเมืองในการบริหารราชการแผ่นดินก่อนการดำเนินการแถลงนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งเป็นการประกาศนโยบายที่ขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพโดยการใช้บัตรประชาชนในการรับบริการสาธารณสุข
๓. มีคำสั่งและดำเนินการโยกย้ายข้าราชการที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใช้สิทธิโดยรัฐโดยไม่มีมูลความผิดใด ๆ ที่ชัดเจน และสั่งการด้วยวาจาในการโยกย้ายข้าราชการระดับปฏิบัติงานที่ปฏิบัติราชการโดยชอบในการปกป้องความเสียหายของรัฐในครั้งนี้
๔. นับตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการเข้ารับตำแหน่งยังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ป่วยและผู้บริโภค แต่กลับดำเนินการที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูประบบสุขภาพและไม่ส่งเสริมสุขภาพในหลายพฤติการณ์ อทิเช่น การสั่งทบทวนการใช้สิทธิโดยรัฐในยามะเร็ง ๔ รายการ การให้สัมภาษณ์ให้สามารถโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอส์ในสื่อทั่วไป การให้ข่าวว่าจะทบทวนประกาศฉบับที่ ๑๘ เรื่องกำหนดชื่อหรือประเภทของสถานที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ เช่น ในร้านอาหารและสถานประกอบการปรับอากาศ
จากข้อกล่าวหาข้างต้นทั้ง ๔ ประการ นับว่า รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ทั้งในด้านกฎหมายและจริยธรรม สมควรที่วุฒิสภาจะดำเนินการถอดถอนจากตำแหน่ง

วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๑

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เจ็นนา วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jenna
จงใช้"เวลา"เยียวยา"หัวใจ"ใช้"ความจริง"เยียวยา"ความรู้สึก"ใช้"คำขอโทษ"เยียวยา"คำที่เคยบอกรัก"และใช้"การยอมรับผิด"เยียวยา"คำที่เคยโกหก"


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จงเจริญ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up

จาก บก.เนชั่นสุดสัปดาห์ จดหมายถึง บก.เนชั่นฯ

สังคมไทยวันนี้มีแต่ภาพลวงตา เส้นผมบังภูเขา ผงเข้าตา ใส่หน้ากาก ไม่ยอมรับความจริง ชอบอวดรู้ ไม่ค้นหาความจริง ให้ร้ายป้ายสี เลือกทางเดินผิดๆ ตัดสินใจผิดพลาด คนชั่วเท่านั้นอยู่ได้ดี คนดีไม่หน้าด้านก็ไม่ได้ดี เริ่มตั้งแต่ ทักษิณซุกหุ้น ภาคหนึ่ง ผิดชัดๆ โดนปรับด้วย ตุลาการศาลรับธรรมนูญตัดสินออกมา 8 ต่อ 7 จริงๆ แล้ว คือ 4 + 4 ต่อ 7 พกพร่องอย่างสุจริต มีผู้ริเริ่มก่อการฯ รวบรวมรายชื่อไปแสดงตนต่อประธานวุฒิสภา อาสาเข้ามาขอถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 59 ชีวิต และไปรวบรวมรายชื่อมายื่นถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้เกินห้าหมื่นชื่อ แต่กลับโดน 4 ตุลาการศาลฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 290 ล้านบาท กลับไม่มีใคร? ให้ความสำคัญกับบุคคลที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 303 และ 304 ไม่มีสื่อมวลชนกล่าวถึง หรือได้รับการเป็นห่วงเป็นใย กลายเป็นคนที่สังคมลืม ไม่ทราบว่าท่านจำเรื่องนี้ได้หรือไม่-ครับ

วันที่ 18 มิถุนายน 2544 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกแรงกดดันให้ต้องเข้าแถลงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง เกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดย พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวตามหลักของธุรกิจแล้ว ถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายนั้น ก็เป็นเรื่องของ 'แบบฟอร์ม' การแจ้งทรัพย์สินที่ไม่ชัดเจน พร้อมกับการยกคำพูดที่ลือลั่นจนถึงบัดนี้นั่นก็คือ การกระทำของตนและภรรยานั้น น่าจะถือเป็น 'ความบกพร่องที่สุจริต'

ระหว่างที่รอคำศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ก็มีกระแสกดดันต่างๆ มากมายถาโถมมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งธงเหลือง การออกมาสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณของผู้อาวุโสของสังคม การล่าชื่อนับแสนชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญยื้อเรื่องนี้ออกไป เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับสถานการณ์และผลประโยชน์ของประเทศชาติ...

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวทั้งทางแจ้งและทางลับมากมาย ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็ก้มหน้าก้มตาทำงานเรียกคะแนนเห็นใจกับประชาชนไทยต่อไปด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่ ณ ช่วงนั้นคนไทยส่วนใหญ่ต่างไม่มีใครแน่ใจว่า วิบากกรรมคราวนี้นายกรัฐมนตรีของไทยจะรอดไปได้หรือไม่? จนเมื่อวันที่ 3 สิงหา.2544 ก่อนการออกแถลงข่าวคำวินิจฉัยคดีอย่างเป็นทางการ นายกระมล ทองธรรมชาติ หนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 15 คน ได้เดินออกมาจากทางด้านหลังของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลตัดสิน นายกระมลได้โพล่งออกมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ด้วยคะแนนเสียงของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเฉียดฉิว 8 ต่อ 7 ซึ่งก็ตรงกับคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการที่นายประเสริฐ นาสกุล ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประกาศในเวลาต่อมา โดยตุลาการผู้ที่วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน 8 คนนั้น ประกอบด้วย นายกระมล ทองธรรมชาติ นายอนันต์ เกตุวงศ์ พลโท จุล อติเรก นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ นายผัน จันทรปาน นายศักดิ์ เตชาชาญ นายจุมพล ณ สงขลา และนายสุจินดา ยงสุนทร

ส่วนตุลาการเสียงข้างน้อยทั้ง 7 คนที่วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จงใจนั้น ประกอบด้วย นายประเสริฐ นาสกุล นายอมร รักษาสัตย์ นายสุจิต บุญบงการ นายมงคล สระฏัน นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นายอุระ หวังอ้อมกลาง และนายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ

ณ วันนั้นเองที่ พ.ต.ท.ทักษิณหลุดจากบ่วงโซ่การถอดถอนทางกฎหมาย และกลายเป็น 'เสือติดปีก' อย่างเต็มตัว แม้ในเวลาต่อมาจะมีเสียงครหาว่าการตัดสินครั้งนี้ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากมีความไม่โปร่งใสหลายประการ เช่น คำตัดสินออกมาก่อนคำวินิจฉัย จนมีผู้พยายามจะถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องดังกล่าวก็พ้นตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเสียแล้ว
'ซุกหุ้น' เป็นคดีประวัติศาสตร์ แต่สำหรับผู้ริเริ่มถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่เป็นประวัติศาสตร์ เพราะว่าคดียังอยู่ที่ศาล พวกเขาโดนฟ้องกลับทั้งทางคดีแพ่งและอาญา

คนอ่านประจำ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จงเจริญ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up

การเข้าชื่อถอดถอนครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2540ซึ่งมีมาแล้วในอดีต เรื่องยังอยู่ที่ศาล คนเข้าชื่อถอดถอนโดนทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญฟ้องกลับ

""""""""นำมาให้รับทราบเพื่อเป็นบทเรียน""""""""""

กระบวนการถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ 1 ประชาชนจำนวน 60,000 คน ที่เข้าชื่อและลงลายมือชื่อยื่นถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 304 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 60 วรรค 2 หรือไม่

จากการตรวจสอบของสำนักกำกับและตรวจสอบ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในครั้งแรกระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม 2545 พบว่า 1,622 คน คำร้องขอไม่ถูกต้องและครบถ้วนต่อมาก็ได้มีการตรวจสอบอีกครั้งพบว่ามีคำร้องขอที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น 3,107 คน ดังนั้น จึงเหลือรายชื่อประชาชนผู้เข้าชื่อร้องขอจำนวน 56,893 คน ซึ่งยังมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 304 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 60 วรรค 2

ประเด็นที่ 2 ในจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อยื่นถอดถอน 60,000 คน นั้นมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 177 คน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เพราะนับตั้งแต่วันที่พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และคณะ ได้มาแสดงตนต่อประธานวุฒิสภา ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 และสามารถเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอน 4 ตุลาการ และรวบรวมได้จำนวน 60,000 คน และยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาภายใน 180 วัน ซึ่งพลตรี สนั่น มายื่น ในวันที่ 15 มีนาคม 2545 เป็นเวลาประมาณ 4 เดือนเศษ ซึ่งในระหว่างนี้อาจมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอนเสียชีวิตได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้เข้าชื่อต่ำกว่า 50,000 บาท ตามกฎหมาย คำร้องขอถอดถอนก็ยังคงความสมบูรณ์

ประเด็นที่ 3 ปัญหาว่าต้องตรวจสอบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน นั้น เสียสิทธิการเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. (มีผลบังคับเมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542) หรือไม่ ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 23 (7) และประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2543

ในประเด็นนี้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ได้ประกาศใช้ภายหลังกฎหมาย ป.ป.ช. ประมาณ 1 ปี ดังนั้นในกฎหมาย ป.ป.ช.จึงไม่ได้กำหนดไว้ว่าให้ใครเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบโดยตรงโดยเฉพาะหน้าที่ของประธานวุฒิสภาที่กำหนดไว้ในมาตรา 63 กฎหมาย ป.ป.ช. นั้น กำหนดแต่เพียงว่าให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาว่าคำร้องขอถูกต้องตามรัฐธรรมนูญคือ

1. ผู้เข้าชื่อต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 304 ถูกต้องหรือไม่ คือมีอายุเกิน 18 ปี ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้งหรือไม่ซึ่งประธานวุฒิสภาได้ตรวจสอบแล้ว

2. ตรวจสอบและพิจารณาว่าคำร้องถูกต้องและครบถ้วน ตามมาตรา 61 ของกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ผู้ริเริ่มมีคุณสมบัติครบหรือไม่ คำร้องเป็นไปตามมาตรา 61 หรือไม่ ผู้ริเริ่มจัดทำคำร้องถูกต้องหรือไม่ ผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อได้ไม่น้อยกว่า 50,000 คนหรือไม่ และผู้ริเริ่มรับรองลายมือชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบได้มีการดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์และถูกต้อง ประธานวุฒิสภาจึงได้ดำเนินการส่งคำร้องให้กับประธาน ป.ป.ช. โดยเร็ว ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 305 วรรคแรก และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 63 วรรคแรก

3. ประเด็นปัญหาว่า ใครมีหน้าที่ตรวจสอบว่าประชาชนที่เข้าชื่อเสียสิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว. ชึ่งในมาตรา 60 กฎหมาย ป.ป.ช. ได้บัญญัติว่า “ กรณีประชาชนร้องขอให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 58 ออกจากตำแหน่งต้องมีผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อจำนวนไม่เกิน 100 คน เพื่อดำเนินการจัดทำคำร้องและ รับรองลายมือชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน”

จะเห็นได้ว่าผู้ริเริ่มนั้นมีหน้าที่จัดทำคำร้อง และรับรองลายมือชื่อไม่ได้กำหนดให้มีหน้าที่ตรวจสอบว่า ประชาชนผู้ลงลายมือชื่อต้องไม่เป็นผู้เสียสิทธิในการยื่นคำร้องถอดถอนตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. มาตรา 23 (7) เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ริเริ่มซึ่งมีหน้าที่ทำคำร้องเท็จหรือกล่าวหาเท็จ แสดงพยานหลักฐานเท็จ ผู้ริเริ่มมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช. ก็เน้นเฉพาะการกล่าวหาและแสดงพยานหลักฐานเท็จ เท่านั้น ซึ่งมีบัญญัติไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 124

อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าว ถ้าพิจารณาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 304 เรื่องสิทธิของประชาชน 50,000 บาท ยื่นคำร้องถอดถอน ซึ่งบัญญัติแต่เพียงว่า “ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 307 ให้ถอดถอนบุคคลตาม มาตรา 303 ออกจากตำแหน่งได้” ส่วนหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการที่ประชาชนจะเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 304 วรรค 3 บัญญัตว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการทุจริต”

ในกรณีนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยถือว่า การเมืองเป็นเรื่องของพลเมือง เมื่อพิเคราะห์จากมาตรา 304 ของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด นั้น กำหนดหลักการสำคัญไว้ว่าประชาชนผู้เข้าชื่อนั้นมีคุณสมบัติประการเดียวคือต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นถอดถอนให้เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช.

ดังนั้นการดำเนินการในทางปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการถอนถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของประธานวุฒิสภาตั้งแต่สมัยนายมีชัย ฤชุพันธ์ นายสนิท วรปัญญา และในปัจจุบัน พลตรี มนูญกฤติ รูปขจร ทั้ง 3 ท่าน ได้ยึดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ป.ป.ช. มาโดยตลอด

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องคำร้องขอให้ถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากประธานวุฒิสภา พลตรี มนูญกฤติ รูปขจร ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2545 สุดท้ายทำไม่สำเร็จ เพราะว่าขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แต่ออกมากลายเป็นบ้องกันชา แต่ได้รับความกรุณาจากศาลเห็นว่าเป็นความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนมีสิทธิ์ในการเข้าชื่อถอดถอน "กรณีซุกหุ้นภาค 1"(ฝากไว้ที่เลขา คนรับใช้ และ คนขับรถ ฯลฯ)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จงเจริญ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up


นายไพรัช วิหะกะรัตน์ ประธานเครือข่ายเพื่อนนิด้าภาคใต้ กล่าวว่า ตนในฐานะศิษย์เก่านิด้าภาคใต้ไม่เห็นด้วยกับการย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ได้รวมกับแกนนำในพื้นที่ภาคใต้และศิษย์เก่านิด้าทุกรุ่นและทุกคณะรวบรวมรายชื่อศิษย์เก่าและประชาชนทั่วไปออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการกระทำของรัฐบาลในกรณีดังกล่าว ซึ่ง ศิษย์เก่าของสถาบันนิด้าทุกคนได้ตระหนักดีต่อปัญหาบ้านเมืองไม่ควรนิ่งนอนใจและดูดายอย่าลืมว่าทุกคนเมื่อรับปริญญาได้กล่าวปฏิญาณทุกครั้งว่าจะนำความรู้ไปใช้เพื่อประโยชน์ของสังคมจะได้ทราบโดยส่วนรวม
นายไพรัช ยังกล่าวอีกว่า จากที่รัฐบาลและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็บ่งบอกแล้วว่ารัฐบาลคิดทำอะไรอยู่ โดยเฉพาะเรื่อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พร้อมข้อกล่าวหาอีก 3 ข้อ โดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงก่อนและการกระทำอีกหลายกรณีประชาชนกำลังจับตามอง ซึ่งปัญหากำลังใกล้สุกงอมแล้วและเป็นการนับถอยหลังของรัฐบาลนายสมัคร ในชุดปัจจุบัน

"""""อีกหนึ่งมุมมองของศิษย์เก่านิด้า"""""""""

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

สวัสดีครับท่าน

ในรอบ 11 ปีที่รัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับมีข้อนี้มา มีการยื่นถอดถอนแล้วเป็นสิบครั้ง แต่ยังไม่เคยมีการถอดถอนผู้ใดได้เลยครับ กรณีนี้ก็คงเป็นเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จงเจริญ วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up

""""""""""อีกหนึ่งมุมมอง หนึ่งความคิดเห็น"""""""""""

วันนี้ (7 มี.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีภาคประชาชนรวบรวมรายชื่อเพื่อขอปลด นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ แต่ก่อนต้อง 5 หมื่นใช่ไหม เดี๋ยวนี้ 2 หมื่น ถ้าต่อเหลือ 5 พันยุ่งเลย เอาให้เขานับจำนวนดูก่อน เขาก็ทดลองรัฐธรรมนูญ ผู้สื่อถามย้ำว่าคิดว่าเป็นการทดลองรัฐธรรมนูญ ใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า แน่นอน

เมื่อถามว่า ไม่ได้มองว่าเป็นเพราะการทำงานของนายไชยาขัดต่อประโยชน์ของสังคมใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า “พุทโธ่ เอ๊ย ใครไม่ชอบก็ต้องอย่างนั้นทั้งนั้น ลองดูใครไม่ชอบผมมากๆ พูดจาไม่เข้าหู นักข่าวอาจจะร่วมมือถอดถอนผมก็ได้ ก็รัฐธรรมนูญเปิดช่อง ใช่ไหม ถูกไหม”

เมื่อถามว่า รมว.สาธารณสุข จัดการเรื่องซีแอลได้ดีแล้วใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องซีแอลนั้น นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงอธิบายความทั้งหมดได้ดีมาก ตนนั่งฟังก็คิดว่าค่อยยังชั่วหน่อย พอท่านแถลงจบแทบจะยกมือสาธุ ท่านเป็นคนกลาง ไม่ได้เข้าเบี้ยกับใครเลย แต่ตนเชื่อว่านักข่าวไม่ฟังเลย ถ้าตนเป็นรัฐมนตรีจะบอกว่าปลัดกระทรวงคนนี้ดี คนนี้เก่ง เขาไม่ประจบประแจงรัฐมนตรี ส่วนเรื่องซีแอลนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ ยังไม่ได้ทำ ทบทวนให้ฟังนะ เมื่อมีรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทีแรกก็ทำซีแอลเฉพาะเรื่องโรคเอดส์ เพราะผู้ป่วยเยอะเป็นแสนๆ ก็ไม่มีใครทักท้วง ก็ประกาศได้ พอเสร็จแล้วเขาก็บอกมีอีก 4 โรคกำลังจะทำ นายกฯ คนที่แล้วก็ให้รัฐมนตรี 3 กระทรวงไปตกลงกันว่าจะเอาหรือไม่ แต่สุดท้าย รมว.สาธารณสุขคนเก่าจัดการให้ทำซีแอลเลย รมว.พาณิชย์ของรัฐบาลที่แล้วเขียนจดหมายมาให้รัฐบาลนี้ พอรัฐบาลเปลี่ยนใหม่ก็มานักข่าวช่วยแก้ให้ว่าบริษัทยาในประเทศอาจจะรวยกว่า แต่บริษัทยาเมืองนอกไม่รวยกว่าหรอก บัดนี้รัฐมนตรี 3 กระทรวงก็กำลังประชุมกัน นพ.ปราชญ์ ท่านอธิบายความชัดเจนว่าเขากำลังพิจารณากันอยู่ กำลังดูแลกันอยู่ ยังไม่มีอะไร ทั้งที่โดนว่าไปแล้ว

“ใจเย็นสักนิดหนึ่ง ดูก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ขณะนี้รัฐมนตรีไชยาเลวทรามต่ำช้าไปแล้ว โดนหาว่าไปหากินกับบริษัทยาไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้าคุณเป็นรัฐมนตรีไชยา คุณจะรู้สึกอย่างไร ถามจริงๆ” นายสมัครกล่าว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เที่ยวไปตามคะวัน วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 

อ้าวโดนซะแล้ว
ไม่ต้องสองหมื่นก็ย้ายไปได้เลยหน้าห้องขำๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน