• จงเจริญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : r.kittisak3@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 1160
  • จำนวนผู้ชม : 991931
  • ส่ง msg :
  • โหวต 221 คน
กลุ่มพลังเงียบมหาชน
เรามาร่วมกันสร้างเครือข่ายคุณธรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up
วันอาทิตย์ ที่ 13 เมษายน 2551
Posted by จงเจริญ , ผู้อ่าน : 957 , 15:48:38 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเหมืองทองคำที่ภูทับฟ้า อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน

http://www.loeifund.org/index.php?option=com_content&task=view&id=46&Itemid=1

ความจริงที่คนเมืองเลยต้องรู้ กรณีขอประทานบัตรเหมืองทองคำกว่า 30,000ไร่

Imageเหมืองทองคำเมืองเลย กว่า30,000 ไร่ กำลังยื่นขอประทานบัตร คำถามคือพอคนเมืองเลยรู้แล้วจะยังไงต่อไป เหมืองทองคำจะค่อยๆ รุกไล่ ตีวงล้อมโอบเราเขามา เราจะกอดอกนั่งทำตาปริบๆ รับผลกระทบและชะตากรรม ที่เราไม่ได้ก่อกระนั้นหรือ

ขอเรียนว่าไม่เป็นความจริงและใคร่ขอเรียนเชิญทางมูลนิธิฯเข้ามาดูเอกสาร ( 6 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 1,290 ไร่ )เพื่อจะได้มาร่วมกันป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรวมกัน

 “คนเมืองเลยทำส้วมไว้บนทองคำ ถ้าไม่ห่วงเรื่องผลกระทบเราเจาะและขุดได้ทุกตารางนิ้วของพื้นแผ่นดินเมืองเลย”

 

คือคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่งของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย จากเหตุการณ์การตั้งคำถามของกลุ่มสื่อรักษ์เมืองเลย กรณีตรวจสอบเหมืองทองทุ่งคำ หลังจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 9 อุดรธานี แจ้งผลการตรวจคุณภาพลำน้ำฮวย ว่าพบไซยาไนด์เกินค่ามาตรฐาน 

เรื่องนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการมีส่วนร่วมเข้ามาตรวจสอบซึ่งมีการประร่วมกันถึง 4 ครั้ง ใน 13 ประเด็น ทางบริษัทฯได้ปรับปรุงแก้ไขตามที่ประชุมเป็นที่พอใจและถูกต้องตามมาตรฐาน ทางมูลนิธิฯโดยคุณยุทธนา วงศ์โสภา ก็มาร่วมประชุมด้วย

 Image

แต่จนแล้วจนรอดเหมืองทองคำเมืองเลยยังเดินหน้าทำงานต่อไป ระเบิด ขุด เจาะ บด แยกแร่ ปริมาณไซยาไนด์มหาศาลบนภูทัพฟ้า วิกฤตและระเบิดเวลาที่รอวันถึงจุดระเบิด ส่อเค้าสร้างปัญหา ข้าวในไร่นาชาวบ้านล้มตายเก็บเกี่ยวผลผลิตลดน้อยลง เนื่องจากเมล็ดข้าวลีบ ยางพาราน้ำยางลดลง ชาวบ้านรอบเหมืองขวัญผวา ไม่กล้ากินน้ำฝน และปูปลาอาหารในลำน้ำฮวย

ข้อเท็จจริงทางบริษัทฯได้รับสัมปทานการสำรวจแร่ตั้งแต่ปี 2534 โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ในเดือนตุลาคม 2544 ได้รับประทานบัตรจำนวน 6 แปลง พื้นที่ 1,290 ไร่ เท่านั้น ในปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่เพียง 2 แปลง ไม่ได้คิดเข้าไปทำในพื้นที่ถึง 30,000ไร่ เพราะทางราชการให้ทำได้แปลงละไม่เกิน 300 ไร่ ส่วนไซยาไนด์ที่ใช้ในเหมืองทองคำเป็นระบบปิด คือไซยาไนด์ที่ใช้จะไม่มีการไหลซีมออกมาข้างนอก

กรณีผลผลิตทางการเกษตรไม่ได้เกี่ยวกับทางเหมืองทองคำ หรือไซยาไนด์ที่มีค่าเกินค่ามาตราฐานก็มาจากสาเหตุอื่น ซึ่งทางคณะกรรมการ การมีส่วนร่วมได้ไปทำการตรวจสอบแล้ว

 “ใครอนุญาติให้ทำเหมืองทองคำบนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล กว่า 300 เมตรขนาดนั้น เขาต้องสติเสียแน่ๆ” เป็นคำบอกเล่าของวิศวกรบริษัททำเหมืองแร่ ผู้ดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำที่จังหวัดพิจิตร กล่าวไว้เมื่อครั้งชาวเมืองเลยเข้าไปเยี่ยมชมเหมืองชาตรีที่จังหวัดพิจิตร “บ่อไซยาไนด์บนภูเขา คนเมืองเลยเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ คนเมืองเลยทำอะไรอยู่”

ภาพที่ทางมูลนิธิฯมานำเสนอก็ไม่ใช่ภาพที่เหมืองทองคำ บริษัททุ่งคำจำกัด ส่วนที่บอกว่าท่านอนุญาติต้องเสียสติแน่ๆ  คงไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะว่าต้องผ่านเรื่องการขออนุมัตินั้นต้องผ่านหลายหน่วยงาน จากวันที่ได้เข้าสำรวจถึงปัจจุบันใช้เวลาไปกว่า 10 ปี ที่สำคัญต้องผ่าน EIA ก่อน โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สผ. ให้ความเห็นชอบ

Image

 เกิดอะไรขึ้นที่นี่ บนแผ่นดินเมืองเลย แผ่นดินเกิด แผ่นดินแม่ของเรา เราคงต้องออกเดินทางค้นหาคำตอบร่วมกันในฐานะ ผู้ร่วมชะตากรรม ผู้ที่จะได้รับมรดก หลุมขนาดยักษ์ บ่อไซยาไนด์ปริมาณมหาศาล ซากภูเขาที่ถูกระเบิด ขุดเจาะทำลายเอาทองคำไป เอาขยะสารพิษปริมาณมหาศาลทิ้งไว้ให้

ทางเหมืองคงทำอย่างที่ทางมูลนิธิฯว่ามานั้นไม่ได้ เพราะว่าทางราชการมีกฎหมายและระเบียบบังคับให้ทางเหมืองต้องฟื้นฟูและปรับสภาพคืนให้

 วันที่เราลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้  เขาระเบิดภูเขา ไปแล้วเป็นพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ เราเคยคิดว่า 1,300  ไร่ ขุด3-5 ปี ก็หมด หมดแล้วเขาก็จะกลับไป เราคิดผิดถนัด ขอบคุณเทวดาที่ดลใจ ให้ลุกขึ้นมาซอกซอนหาข้อมูลทิศทางของการดำเนินกิจการกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย เพราะทำให้เราพบข้อมูลที่น่าตระหนกที่สุด  เราพบว่าพวกเขามีแผนดำเนินการกิจกรรมเหมืองแร่ทองคำในบ้านของเราเป็นพื้นที่กว่า 30,000 ไร่ ใหญ่โตมโหฬารกว่าที่เราเคยคิดไว้มากมายเหลือคณา

จริงๆแล้วเป็นการเข้าใจผิด ในข้อเท็จจริงทางราชการให้ทางบริษัทฯสำรวจในพื้นที่ 300,000 ไร่ เมื่อสำรวจแล้ว พิจารณาว่าที่พื้นที่อยู่ประมาณ 30,000ไร่เท่านั้น ที่พอจะทำได้ แต่ที่บริษัทฯขอประทานบัตรไว้เพียง 6 แปลง(เนื้อที่ประมาณ 1,290 ไร่) และทำได้แล้ว 2 แปลง กำลังขออนุญาติทำอีก 4 แปลงเท่านั้น

  ภาพเหตุการณ์บทเรียนของการจัดการเหมืองที่ดีที่บริษัทกล่าวอ้างเพื่อให้ได้ทำการ แต่กลับสร้างปัญหาคุณภาพชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม หลอกหลอนเราทันที ภาพประสบการณ์ความเจ็บปวดของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองคำในประเทศต่างๆ เป็นตัวอย่างที่น่าจะทำให้เราทุกคนที่ได้รับข้อมูลขนหัวลุกได้พอๆ กัน

สำหรับเหมืองทองคำที่จังหวัดเลย เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ทุกๆคนมีสิทธิเป็นเจ้าของได้โดยการซื้อหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์  บริษัทฯยึดหลักบรรษัทภิบาล(Good Corporate Governance)และหลักจรรยาบรรณทางธุระกิจ(Code of Best Practice)

Image

คนเมืองเลยรู้อะไรมากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับเหมืองทองคำจังหวัดเลย
 เราเคยร้องเพลงหนูไม่รู้ในเวทีสัมมนาสุขภาวะคนไทยเชิงประเด็นกับนโยบายอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่กรุงเทพมหานคร อีกคราวหนึ่ง ดอกเตอร์ท่านหนึ่งจากมหิดลถามเราว่า “เมืองเลยมีเจ้าของไหม” พร้อมตั้งขอสังเกตว่าสงสัยคงไม่มีเจ้าของ เพราะถ้ามีเจ้าของ เหมืองแร่ทองคำที่มีการแยกแร่ด้วยสารเคมีอันตรายปริมาณมหาศาลคงเปิดเดินเครื่องดำเนินการไม่ได้แน่

เพื่อให้ทุกท่านที่ต้องการจะทราบข้อเท็จจริง ทางบริษัทฯพร้อมและยินดีต้อนรับทุกท่านที่มีจิตใจและเจตนาที่ดี ที่จะมาร่วมกันทำความจริงให้ปรากฎต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ติดต่อมาได้ตลอดเวลาที่ พลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัททุ่งคาฮาเบอร์จำกัด (มหาชน) โทร 081 481 9701 หรือ r.kittisak@yahoo.com

ดิฉันตั้งคำถามในหัวทันทีว่า “แล้วเจ้าของเมืองเลยคนไหนที่เขาอนุญาตให้ตั้งเหมืองแร่และโรงแยกแร่ทองคำบนภูทับฟ้า อำเภอวังสะพุง” ปัจุบันบริษัทเขาระเบิดภูเขา ขนส่ง บด แยกแร่ สร้างบ่อไซยาไนด์ บนยอดเขา ทำไมคนเมืองเลยไม่รู้ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ?

เรื่องนี้เขาเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2503-2532 โดยรัฐบาล และต่อมาปี 2534 กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทำเหมืองทองคำ บริษัททุ่งคาฮาเบอร์จำกัด(มหาชน)จึงได้เข้าประมูล และได้รับสัปทานในพื้นที่แปลงที่ 4 และตั้งบริษัททุ่งคำจำกัด เข้ามาดำเนินการเมื่อปี 2544 เปิดเหมืองได้เมื่อปี 2549 นี้เอง

ประเด็นปัญหาหลักคือดูเหมือนเหมืองทองคำเป็นเรื่องใหญ่ในแง่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและสุขภาพผู้คนเหลือเกิน แต่ภาพปัญหากับความเป็นจริงสวนทางกัน ปรากฏการณ์คือในขณะที่ปัญหาใหญ่ การมีส่วนได้รับรู้และตัดสินควรเป็นเรื่องสาธารณะ ควรเป็นเรื่องของคนเมืองเลย แต่พวกเราไม่เคยมีส่วนร่วมรับรู้ในกระบวนการตัดสินใจเลยแม้แต่น้อยนิด

เรื่องนี้บริษัทฯมีหลักการในการป้องกันผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดังนี้

1.ต้องปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

2.ยึดหลักกติกาสากลและนานาชาติ

3.ยึดหลักการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เกิดความเป็นธรรม

4.ต้องสามารถให้ตรวจสอบได้

5.หลักของความโปร่งใส

6.หลักสิทธิมนุนยชน

7.หลักของความหลากหลาย

คนเมืองเลยไม่รู้ อะไรเกี่ยวกับเหมืองทองคำซักเท่าไหร่ เหมืองแร่ทองคำที่เมืองเลย อย่างไร ที่ไหน เมื่อไหร่ กระทบกับอะไรบ้าง ใหญ่โตมโหฬารแค่ไหน การไม่ได้รับรู้เรื่องเหมืองทองคำที่ตำบลเขาหลวงอำเภอวังสะพุง ยังไม่แปลกเท่าไหร่เพราะ ดูเหมือนปัญหาถูกบดบังไว้ด้วยระยะทางและพื้นที่ว่าห่างไกลเหลือเกิน เราส่วนมากคิดว่าอย่างมากผลกระทบทั้งปวงก็ตกอยู่กับ หมู่บ้านโดยรอบเพียง 6 หมู่บ้าน เท่านั้น คนที่จะได้รับผลกระทบ ก็ประมาณ 3,226 คน เท่านั้น เล็กน้อย

เรื่องนี้ทางบริษัทฯขอเรียนเชิญเข้าไปรับรู้รับทราบร่วมกัน ไม่มีปัญหา

ยิ่งคนที่บอกว่าฉันอยู่ในอำเภอเมือง ยิ่งรู้สึกว่าปัญหาห่างไกลตัวเหลือเกิน ดังนั้นเหมืองทองไม่ใช่ปัญหาของฉัน เป็นเรื่องผิดพลาดที่ประเด็นพื้นที่การทำเหมืองทองทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น ผิดถนัด ผิดทันที ผิดมหันต์ ผิดใหญ่หลวง เพราะวันนี้เราพบว่า แผนการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลยคือพื้นที่ 30,000 กว่าไร่ ทองแดงอีก 15,000 กว่าไร่ภาพรวมเหมืองทั้งหมดในเมืองเลยคือรวมประมาณ60,000 ไร่


สถานการณ์ คือบริษัทบริษัทรุกเปิดพื้นที่ไปเรื่อยๆ ขอเปิดเป็นจุดๆ จุดที่ขอประทานบัตรไว้อย่างมากไม่เกินจุดละ 300ไร่ ซื้อที่และขอเปิดไปเรื่อยๆ เป็นจุดๆ ตีวงล้อมเข้าสู่อำเภอเมืองเลย พื้นที่อยู่ในเขต อบต. ไหน ก็ขออนุญาตว่ากันไปเป็นจุดๆ เป็นแปลงๆ ทีละแปลงสองแปลง เอาเงินฟาดลงไปจัดสรรผลประโยชน์ ว่ากันเป็นโซนๆ


ถ้ากางแผนที่ชี้จุด เชื่อมต่อจุดต่างๆ ที่เขาขอประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำไว้ ปรากฏเป็นพื้นที่ใหญ่โตมโหฬาร 30,000 ไร่ หรือ 93 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญ พื้นที่ตามแผนขยายประทานบัตรนั้นอยู่ในอำเภอเมืองเสียส่วนมาก ประเด็นปัญหาคือผลกระทบด้านๆ ต่างๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แบบเงียบเชียบสะสม รุกราน ไล่บี้ อย่างแยบคาย และถ้าวันนี้เราไม่ลุกขึ้นมาพูดเรื่องนี้ เราจินตนาการได้เลยว่า เมืองเลย เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู จะกลายเป็น “เหมืองแห่งซากภูเขา สุดหนาวไซยาไนด์ ฝุ่นละอองและสารพิษ โรคภัยไข้เจ็บและคุณภาพชีวิตที่เสื่อมโทรม” พังทลายหมดสิ้นกัน วิถีชีวิตแสนงามของผู้คนและธรรมชาติเมืองเลย


วันนี้เราคงต้องใช้จินตนาการอย่างมากร่วมกันถึงพื้นที่ 93 ตารางกิโลเมตร หรือ 30,000 ไร่ให้ออก เราคงต้องอาศัยจิตนาการในการเห็นปัญหาในมิติต่างๆ ร่วมกัน เพื่อที่จะได้พบจุดยืนของเราเองในการพูดถึงเรื่องนี้ อย่างน้อยวันนี้ก้าวแรกของเรา คนเมืองเลยขอมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรของแผ่นดินแม่แผนดินเหมืองเลย เราขอลุกขึ้นมาเลือกการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาในมิติที่เป็นไปเพื่อความอย่างยั่งยืนเท่านั้น


คำถามวนกลับมาที่พอคนเมืองเลยรู้แล้วจะยังไงต่อไป เหมืองทองคำจะค่อยๆ รุกไล่ ตีวงล้อมโอบเราเขามา เราจะกอดอกนั่งทำตาปริบๆ รับผลกระทบและชะตากรรม ที่เราไม่ได้ก่อกระนั้นหรือ


 วันนี้เราช่วยกันภาวนาให้พวกเรามีพลังปัญญาและพลังกายมากพอที่จะทำให้คนเมืองเลยตื่นรู้ขึ้นมาทัน รับสถานการณ์ และมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรบนแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเองอย่างมีส่วนร่วม คนเมืองเลยจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนแผ่นดินแม่ของตัวเอง เราต้องลุกขึ้นมาเปล่งเสียงและแสดงพลังร่วมกัน เพื่อที่จะบอกกล่าวว่าเราต้องการทิศทางการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเท่านั้นบนแผ่นดินเมืองเลย

Image

สรุป ขอเรียนเชิญทุกท่านที่ต้องการจะทราบเข้ามาว่ากันในข้อเท็จจริง

โปรดใช้เวทีสาธารณะที่ให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสพิสูจน์ข้อเท็จจริง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

ดูท่าว่าคนที่อนุมัติจะไม่เสียสติน่ะสิคะ
เพราะคงคำณวนแล้วว่ากว่าคนเมืองเลยจะรู้สึกตัว
เขาก็กวาดผลประโยชน์ไปเยอะแล้ว
ทิ้งไว้แต่ภูมิทัศน์ที่ทรุดโทรม กับสารพิษ มลพิษ
ลูกหลานคนเมืองเลยก็รับไปเต็ม ๆ
เพราะรู้สึกตัวช้าไป


ช้าไปอีกจุดแระ สำหรับเมืองไทย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 13/04/2008 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

empowerment !!




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน