• จงเจริญ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : r.kittisak3@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-11
  • จำนวนเรื่อง : 1160
  • จำนวนผู้ชม : 990539
  • ส่ง msg :
  • โหวต 221 คน
กลุ่มพลังเงียบมหาชน
เรามาร่วมกันสร้างเครือข่ายคุณธรรมเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/50000up
วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2558
Posted by จงเจริญ , ผู้อ่าน : 673 , 13:23:41 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กรณีศึกษา พลเมืองภิวัฒน์......

กระบวนการถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่ 1
ประชาชนจำนวน 60,000 คน ที่เข้าชื่อและลงลายมือชื่อยื่นถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 304 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 60 วรรค 2 หรือไม่

จากการตรวจสอบของสำนักกำกับและตรวจสอบ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในครั้งแรกระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม 2545 พบว่า 1,622 คน คำร้องขอไม่ถูกต้องและครบถ้วนต่อมาก็ได้มีการตรวจสอบอีกครั้งพบว่ามีคำร้อง ขอที่ไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้นเป็น 3,107 คน ดังนั้น จึงเหลือรายชื่อประชาชนผู้เข้าชื่อร้องขอจำนวน 56,893 คน ซึ่งยังมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 304 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 60 วรรค 2

ประเด็นที่ 2 ในจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อยื่นถอดถอน 60,000 คน นั้นมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 177 คน ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เพราะนับตั้งแต่วันที่พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ และคณะ ได้มาแสดงตนต่อประธานวุฒิสภา ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 และสามารถเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอน 4 ตุลาการ และรวบรวมได้จำนวน 60,000 คน และยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาภายใน 180 วัน ซึ่งพลตรี สนั่น มายื่น ในวันที่ 15 มีนาคม 2545 เป็นเวลาประมาณ 4 เดือนเศษ ซึ่งในระหว่างนี้อาจมีผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอนเสียชีวิตได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้จำนวนผู้เข้าชื่อต่ำกว่า 50,000 บาท ตามกฎหมาย คำร้องขอถอดถอนก็ยังคงความสมบูรณ์

ประเด็นที่ 3 ปัญหาว่าต้องตรวจสอบว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน นั้น เสียสิทธิการเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. (มีผลบังคับเมื่อ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542) หรือไม่ ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว.ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 23 (7) และประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2543

ในประเด็นนี้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ได้ประกาศใช้ภายหลังกฎหมาย ป.ป.ช. ประมาณ 1 ปี ดังนั้นในกฎหมาย ป.ป.ช.จึงไม่ได้กำหนดไว้ว่าให้ใครเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบโดยตรงโดย เฉพาะหน้าที่ของประธานวุฒิสภาที่กำหนดไว้ในมาตรา 63 กฎหมาย ป.ป.ช. นั้น กำหนดแต่เพียงว่าให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาว่าคำร้องขอถูก ต้องตามรัฐธรรมนูญคือ

1. ผู้เข้าชื่อต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 304 ถูกต้องหรือไม่ คือมีอายุเกิน 18 ปี ณ วันที่ 1 มกราคม ของปีที่มีการเลือกตั้งหรือไม่ซึ่งประธานวุฒิสภาได้ตรวจสอบแล้ว

2. ตรวจสอบและพิจารณาว่าคำร้องถูกต้องและครบถ้วน ตามมาตรา 61 ของกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ผู้ริเริ่มมีคุณสมบัติครบหรือไม่ คำร้องเป็นไปตามมาตรา 61 หรือไม่ ผู้ริเริ่มจัดทำคำร้องถูกต้องหรือไม่ ผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อได้ไม่น้อยกว่า 50,000 คนหรือไม่ และผู้ริเริ่มรับรองลายมือชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบได้มีการดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์และถูกต้อง ประธานวุฒิสภาจึงได้ดำเนินการส่งคำร้องให้กับประธาน ป.ป.ช. โดยเร็ว ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 305 วรรคแรก และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 63 วรรคแรก

3. ประเด็นปัญหาว่า ใครมีหน้าที่ตรวจสอบว่าประชาชนที่เข้าชื่อเสียสิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนตาม กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว. ชึ่งในมาตรา 60 กฎหมาย ป.ป.ช. ได้บัญญัติว่า “ กรณีประชาชนร้องขอให้ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 58 ออกจากตำแหน่งต้องมีผู้ริเริ่มรวบรวมรายชื่อจำนวนไม่เกิน 100 คน เพื่อดำเนินการจัดทำคำร้องและ รับรองลายมือชื่อของประชาชนที่เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน”

จะเห็นได้ว่าผู้ริเริ่มนั้นมีหน้าที่จัดทำคำร้อง และรับรองลายมือชื่อไม่ได้กำหนดให้มีหน้าที่ตรวจสอบว่า ประชาชนผู้ลงลายมือชื่อต้องไม่เป็นผู้เสียสิทธิในการยื่นคำร้องถอดถอนตาม กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. มาตรา 23 (7) เช่นเดียวกัน ถ้าผู้ริเริ่มซึ่งมีหน้าที่ทำคำร้องเท็จหรือกล่าวหาเท็จ แสดงพยานหลักฐานเท็จ ผู้ริเริ่มมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช. ก็เน้นเฉพาะการกล่าวหาและแสดงพยานหลักฐานเท็จ เท่านั้น ซึ่งมีบัญญัติไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 124

อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าว ถ้าพิจารณาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 304 เรื่องสิทธิของประชาชน 50,000 บาท ยื่นคำร้องถอดถอน ซึ่งบัญญัติแต่เพียงว่า “ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 307 ให้ถอดถอนบุคคลตาม มาตรา 303 ออกจากตำแหน่งได้” ส่วนหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการที่ประชาชนจะเข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 304 วรรค 3 บัญญัตว่า “ให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบการ ทุจริต”

ในกรณีนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยถือว่า การเมืองเป็นเรื่องของพลเมือง เมื่อพิเคราะห์จากมาตรา 304 ของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด นั้น กำหนดหลักการสำคัญไว้ว่าประชาชนผู้เข้าชื่อนั้นมีคุณสมบัติประการเดียวคือ ต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นถอดถอนให้เป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช.

ดังนั้นการดำเนินการในทางปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการถอนถอนบุคคลออกจาก ตำแหน่งของประธานวุฒิสภาตั้งแต่สมัยนายมีชัย ฤชุพันธ์ นายสนิท วรปัญญา และในปัจจุบัน พลตรี มนูญกฤติ รูปขจร ทั้ง 3 ท่าน ได้ยึดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ป.ป.ช. มาโดยตลอด

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องคำร้องขอให้ถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จากประธานวุฒิสภา พลตรี มนูญกฤติ รูปขจร ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2545 บัดนี้เวลาล่วงเลยมา 1 ปีเศษแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังพิจารณาไม่เสร็จ ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้ ก็จะหมดวาระลง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความล่าช้าตามมาอีก

ปัญหาว่าทำไมการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกี่ยวกับการถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จึงยังไม่เสร็จในสายตาของคนภายนอกย่อมมองได้หลายมุม ไม่ว่าอาจเป็นเพราะมีปัญหาภายใน ป.ป.ช. เอง มีปัญหาทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ มีการดึงเรื่องไว้รอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่หรือไม่ มีปัญหาเกี่ยวกับองค์กรที่มีหน้าที่ถอดถอนคือวุฒิสภาหรือไม่

ถ้าดูเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่า ณ วันนี้มีความพยายามของฝ่ายการเมืองที่จะเข้ามาแทรกแซงองค์กรอิสระต่างๆอย่าง เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ก.ก.ต. ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินไม่เว้นแม้กระทั่งวุฒิสภา ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาเป็นระยะๆ ว่าปัจจุบันฝ่ายการเมืองได้ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จแล้วไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ ทั้งหลายเหลือเพียงก็แต่วุฒิสภาที่จะมีการเลือกประธานวุฒิสภา ในต้นปี 2547

ปัญหาการถอดถอน 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะคลี่คลายขยายตัวไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบันว่าท่านจะสามารถสรุปและมีมติว่าอย่างไร แต่ถ้าปล่อยให้ยาวนานออกไปมากเท่าไร เมื่อฝ่ายการเมืองแต่งตัวเสร็จแล้ว แม้ ป.ป.ช. จะมีมติว่ามีมูล ก็อย่าหวังว่าจะถอดถอนทั้ง 4 ท่านได้ ก็ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามดูบทบาทของ ป.ป.ช. ก่อนหมดวาระในปีนี้อย่างตาไม่กระพริบก็แล้วกันเพราะถ้าสายตาทุกคู่ของ ประชาชนจ้องมองอยู่ ป.ป.ช. คงจะมีอะไรดีๆ แถลงให้ทราบในไม่ช้า




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน