• คนทันข่าว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : maroodee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 57536
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
อยู่ดีมีสูข
ในเมื่องไทยมีนักการเมืองหลายคนเอาแต่ประโยชน์ของตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/5141020029
วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม 2552
Posted by คนทันข่าว , ผู้อ่าน : 5135 , 15:17:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปืนพญาตานี

 

มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

เมื่อมีการพูดถึงปืนใหญ่แล้ว มักจะพูดถึงปืนพญาตานีเสมอ
ปืนกระบอกนี้จัดอยู่ในประเภทปืนทองซึ่งเป็นปืนที่มีค่ามากกว่าปืนเหล็ก
ซึ่งปืนพญาตานีหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีห่วงใหญ่สำหรับจับยก ๔ ห่วง
ตอนท้ายลำกล้องมีเครื่องประกอบยาวยื่นออกไป ทำเป็นรูปสังข์หรือเขางอน
ที่เพลามีรูปราชสีห์สลักงดงาม เกลี้ยงไม่มีลวดลายประดับ


ใหญ่และยาวที่สุดในบรรดาปืนใหญ่ที่ตั้งไว้หน้ากระทรวงกลาโหม
กระบอกปืนจารึกว่า "พญาตานี" ดินบรรจุหนัก ๑๕ ชั่ง
 ตามหลักฐานเก่าแก่ ลำกล้องกว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๓ วาศอกคืบ ๒ นิ้วกึ่ง
กระสุน ๑๑ นิ้ว ที่สำรวจใหม่วัดเส้นผ่าศูนย์กลางปากลำกล้องได้ ๒๔ เซนติเมตร
 ยาวตลอด ๖.๘๒ เมตร ขอบปากลำกล้องหนา ๑๐ เซนติเมตร


ปืนพญาตานีนี้มีอายุประมาณ ๔๐๐ ปี หล่อขึ้นที่จังหวัดปัตตานี
 นับเป็นมรดกล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของชาวปัตตานีมาแต่สมัยโบราณ
 (โดยปัจจุบันกำหนดเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดปัตตานี)
กล่าวเช่นนี้แล้วหลายคนคงสงสัยว่า แล้วมาอยู่ตรงหน้ากระทรวงกลาโหมได้อย่างไร

เนื่องมาจากปี พ.ศ. ๒๓๒๘
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
 โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้า
 เป็นแม่ทัพเสด็จยกทัพไปปราบศึกพม่าซึ่งยกมาตีหัวเมืองภาคใต้ของไทย
ครั้นทรงชนะศึกแล้ว ได้ทรงปราบปรามหัวเมืองภาคใต้
 ซึ่งมักกระด้างกระเดื่องคอยเอาใจออกห่างจากไทยไปเป็นอื่น
 จึงโปรดให้ยกทัพไปปราบปรามจนมีชัยชนะ
ได้ปืนใหญ่จากเมืองปัตตานีกลับมาถวายสมเด็จพระเชษฐาธิราช
โปรดเกล้าฯ ให้จารึกนามว่า "พญาตานี"


ประวัติความเป็นมาของปืน มีผู้เขียนไว้หลายฉบับ อาทิ
หนังสือสยาเราะห์เมืองตานี ของนายหะยีหวันหะซัน
 กล่าวว่าปืนพญาตานีหล่อในสมัยรายาอินทิราเจ้าเมืองปัตตานี
เหตุที่หล่อขึ้นเนื่องจากมีพ่อค้าชาวจีนได้นำปืนและกระสุนปืนมาถวาย
ทำให้เจ้าเมืองเกิดความละอายที่ไม่มีอาวุธปืนไว้สำหรับป้องกันบ้านเมืองเลย
หลังจากนั้นจึงเรียกมุขมนตรีให้จัดหาช่างและทองเหลืองมาหล่อปืนให้ได้ภายในระยะเวลา ๓ ปี


เมื่อได้ทองเหลืองพอที่จะหล่อปืนแล้ว
รายาอินทิราได้ให้นายช่างชาวโรมันชื่อ อับดุลซามัค มาหล่อปืน
เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนรอมดอน ปีชวดนักษัตร์ ฮิจยาเราะห์ ๗๘
(ตัวเลขในต้นฉบับชำรุด) ได้ปืนใหญ่รวม ๓ กระบอก
 คือ สีรีนัครี โต๊ะโบะ และนางเลียว


 

 

ส่วนหนังสือประชุมพงศาวดารภาคพงศาวดารเมืองตานี
 เรียบเรียงโดยพระยาวิเชียรคิรี (ชม ณ สงขลา)
เป็นผู้เรียบเรียงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 รัชกาลที่ ๕ กล่าวว่า นางพญาปัตตานี
ได้สั่งให้หล่อปืนทองเหลืองขึ้นมา ๓ กระบอก
ช่างผู้หล่อปืนเป็นชาวจีน แซ่หลิม ชื่อเคี่ยม
มีภรรยาเป็นชาวปัตตานีจึงเข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม
ชาวเมืองจึงเรียกว่าหลิมโต๊ะเคี่ยม

ตามพงศาวดารเล่าว่า การหล่อปืน ๒ กระบอกแรกผ่านไปได้ด้วยดี
 แต่ปืนกระบอกที่ ๓ เมื่อเร่งไฟสุมทองเหลือง
แล้วกลับเทไม่ลงเบ้า หลิมโต๊ะเคี่ยมจึงตั้งพิธีบวงสรวงเทพยดา
ขอเอาร่างตนเป็นเครื่องเซ่นสังเวย
 ในที่สุดหลิมโต๊ะเคี่ยมก็เททองเหลืองหล่อปืนใหญ่ได้สำเร็จ
จึงอุทิศชีวิตของตนด้วยการเข้าไปยืนตรงปากกระบอกปืนดังกล่าวแล้ว
สั่งให้คนยิง แรงระเบิดหอบเอาร่างหลิมโต๊ะเคี่ยมสูญหายไป


ส่วนหนังสือสยาเราะห์กรียาอันมลายูปัตตานี ซึ่ง นายอิบรอฮิม ชุกรี
 ชาวกลันตันเป็นผู้เขียน ความว่า รายาบีรู
หรือนางพญาบีรูเจ้าเมืองปัตตานีได้ปรึกษากับเสนาบดีผู้ใหญ่
เพื่อหาอาวุธไว้สำหรับปกป้องบ้านเมือง ในที่สุดรายาบีรูเห็นว่าควรหล่อปืน
เพราะปืนที่เคยซื้อจากชาวยุโรปได้ย้ายสถานีการค้า
ออกไปจากปัตตานีทำให้หาซื้ออาวุธปืนใหญ่ได้ยาก
 จากนั้นมีนายช่างหล่อปืนเป็นชาวจีนชื่อหลิมโต๊ะเคี่ยมรับอาสาหล่อปืนใหญ่

ข้อมูลจากทุกตำราไม่ได้ระบุว่า ปืนพญาตานีหล่อขึ้นในปีใดแน่
 แต่หากดูจากทั้งสามตำราแล้ว
 ช่วงเวลาในการหล่อปืนพญาตานีนั้นน่าจะอยู่ระหว่างปี
 พ.ศ. ๒๐๔๓-๒๑๖๗

นอกจากนี้ยังสันนิษฐานว่า สถานที่ที่หล่อปืนใหญ่พญาตานี
 น่าจะอยู่บริเวณบ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ
อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
 ซึ่งห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนสายปัตตานี-นราธิวาส
 ประมาณ ๘ กิโลเมตร (อยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ไกลจากบริเวณมัสยิดกรือเซะ)
 เพราะบริเวณดังกล่าวยังปรากฏเป็นบริเวณที่เตียนโล่งเป็นเนินสี่เหลี่ยม
กว้างยาวประมาณ ๔ เมตร ไม่มีต้นไม้หรือหญ้าขึ้นบนนั้น
 เพราะดินบริเวณนั้นถูกเผาสุกกลายเป็นอิฐไปหมด
และจะมีกร่อนตะกอนของเหล็กอยู่มาก รวมทั้งมีดินดำ
 ซึ่งมีลักษณะบ่งถึงลานกว้างที่หล่อปืนใหญ่


ด้วยปืนพญาตานีนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของ "ปาตานีดารุสลาม"
(เช่นเดียวกับกริชนับเป็นเอกลักษณ์ของอาณาจักรลังกาสุกะ)
 แต่ปืนใหญ่ถูกนำสู่กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๘
นับมาถึงวันนี้เป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปี


ดังนั้นจึงเกิดการรวมตัวกันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดปัตตานี
เพื่อเรียกร้องขอปืนพญาตานีกลับคืนสู่ถิ่นกำเนิด
 ภายใต้การนำของ ส.ส. พ.ต.เจ๊ะอิสมาแอ เจ๊ะมง
ร่วมกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มดำเนินเรื่องขอปืนคืนกลับมายังปัตตานี
 มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
 ความเป็นจริงในสมัยหนึ่งเคยมีนโยบายจากรัฐบาลนำของมีค่าต่างๆ
คืนถิ่น แต่นโยบายนี้ก็เงียบหายไป


จากการสัมภาษณ์นายอิสมาอีล เบญจสมิทธิ์
 เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๗ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการดำเนินเรื่องขอคืนพญาตานี
 อุสต๊ะอิสมาอีล เล่าให้ฟังว่า คนปัตตานีอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมายังปัตตานี
แต่ด้วยปืนพญาตานีขณะนี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
หากมีการเคลื่อนย้ายปืนพญาตานีกลับไปอาจจะเป็นการผิดพระราชประสงค์ได้


 

 

เดือนตุลาคม ๒๕๔๕ คณะผู้ดำเนินเรื่องจึงประชุมหารือยื่นข้อเสนอ
ขอพระบรมราชานุญาตหล่อจำลองปืนพญาตานีแทน
(แม้ว่าสำนึกของประชาชนชาวปัตตานีก็ยังอยากได้ปืนพญาตานีของจริงคืนมา)
 กระทั่งเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๖
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้จำลองปืนใหญ่ได้

แต่ปัญหาในเรื่องปืนพญาตานีก็ยังไม่จบแค่ตรงนี้


จากการสัมภาษณ์ความรู้สึกของชาวปัตตานี
คนหนึ่งได้ให้ความเห็นตรงกันว่าอยากให้ปืนใหญ่พญาตานีที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม
กลับมายังปัตตานี  แต่เมื่อไม่สามารถนำปืนใหญ่กลับมาได้
ก็อยากให้หล่อปืนที่ปัตตานี
 ด้วยอยากมีส่วนร่วมในการจำลองปืนนี้
ชาวบ้านคนอื่นต้องการที่จะนำทองเหลืองมาช่วยในการหลอมปืนใหญ่จำลอง
เหมือนครั้งในอดีต แต่ไม่สามารถทำได้ ด้วย "ทางการ"
 บอกว่าหากนำปืนใหญ่มาหลอมที่ปัตตานีจะต้องลงทุนสูงมากซึ่ง
 "ทางการ" ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้


ชาวปัตตานีต้องการให้หล่อปืนจำลองที่ปัตตานีด้วยเหตุผล ๒ ประการ
 คือ ถ้าหากหล่อปืนที่กรุงเทพฯ
อาจมีการประกอบพิธีกรรมบางอย่างที่ขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ประการที่ ๒
คือชาวปัตตานีอยากมีส่วนร่วมในการหล่อปืน


และยังคงมีปัญหาว่าเมื่อนำปืนกลับมาแล้วจะไปวางไว้ที่ไหน
จากการประชุมครั้งแรกมีสถานที่ ๓ แห่งที่ได้รับการเสนอเข้าที่ประชุม
 คือ บริเวณใกล้มัสยิดกรือเซะ สถานที่หล่อปืนในอดีต
 และที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี


ในส่วนของเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดประชุม
ความคืบหน้าแต่ละครั้ง ได้เล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าโดยสังเขปว่า
 ขณะนี้ทางจังหวัดกำลังระดมทุนและจัดทำคำสั่งต่างๆ
เพื่อหล่อปืนใหญ่จำลอง การประชุมครั้งหลังสุดเมื่อต้นปี ๒๕๔๗ 
ได้ข้อสรุป ๓ เรื่องใหญ่ด้วยกัน คือ


 

 

หนึ่ง ไม่ตั้งปืนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตปัตตานี เรื่องที่ ๒ คือการหล่อปืนจะทำที่กรุงเทพฯ
และเรื่องที่สาม ปืนที่จะนำมาตั้งที่ปัตตานีคือปืนใหญ่ที่จำลอง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
baboarab วันที่ : 17/08/2009 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baboarab
มะกอเซ็ง  เจ๊ะเม๊าะ 


สุดยอดเลยเพื้อน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ming-031 วันที่ : 17/08/2009 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ming-031

ทำได้ดีมากเพื่อนเรา สุดยอด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 14/08/2009 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

เป็นเรื่องที่ดีมาก




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน