• บัวใต้น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : werayutsan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 17111
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
บัวใต้น้ำเที่ยวอินเดีย
ไม่ว่าเราจะเครียดหรือเราจะขำก็หนีไม่พ้นความเป็นธรรมะ ทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วคงทนอยู่ได้ต้องดับไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือความเป็นธรรมะของสรรพสิ่ง มาอยู่ตรงกลางและพบความจริงที่เป็นไปทั้งเครี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/5445
วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2551
Posted by บัวใต้น้ำ , ผู้อ่าน : 814 , 23:22:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย วีระยุทธ์ สันตยานนท์

 

(1)

             เพื่อนๆ หรือญาติพี่น้องที่รู้ข่าวว่าจะไปอินเดียอีก  มักจะถามว่า 

"ไปอินเดียอีกแล้วเหรอ ไปทำไมบ่อยๆ มีอะไรดีเหรอ"  เราเองก็ไม่ค่อย

อยากตอบหรอกว่าทำไมไปบ่อย ก็ไม่ได้บ่อยอะไร   ได้ไปทุกปีเสียเมื่อ

ไหร่    ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 เท่านั้น คนที่ไม่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนา  หาก

ว่ามีโอกาสเลือกการไปเที่ยวต่างประเทศ  ส่วนมาก  คงเลือกไปประเทศ

อินเดียเป็นประเทศสุดท้าย      แต่สำหรับเราและเพื่อนๆ ที่สนใจฟังธรรม

สนทนาธรรมกับท่านอาจารย์สุจินต์มาหลายๆปี เมื่อมีโอกาส   โดยเฉพาะ

ได้ร่วมเดินทางไปพร้อมกับท่านอาจารย์    ก็จะถือว่าเป็นโอกาสพิเศษใน

ชีวิตจริงๆ  เรื่องกลัวลำบาก หรือเบื่อขอทาน  หรือกลัวการสกปรกในประ-

เทศอินเดียไม่เคยมีอยู่ในหัว        ในบางปีที่เราไป  เห็นบางคนกลัวความ

สกปรกมากเสียจนดูน่าขำ ออกไปเดินในเมืองพาราณสี     แต่งตัวห่อหุ้ม

มิดชิด   ทั้งหมวก   ทั้งผ้าปิดปาก  แว่นตา  ชุดปิดหมดทั้งถุงเท้า รองเท้า

เหมือนชุดออกศึกทะเลทราย    เรานึกในใจว่า   อย่าไปกลัวเชื่อโรคภาย

นอกมากนักเลยเชื้อโรคในร่างกายเราเองนั่นแหละ ร้ายนัก

                         ท่านอาจารย์เองท่านไปอินเดียมานับหลายสิบครั้ง      ตั้งแต่

          สมัยเดินทางด้วยรถไฟ รอนแรมกันเป็นเดือนๆ สมัยบางคนยังไม่เกิด ไม่

          เห็นท่านต้องป้องกันอะไรให้ดูเอิกเกริก   บนฟุตบาทหน้าพระวิหารเชตวัน

          ก่อนที่ท่านจะก้าวเท้าเข้าประตูเขตพระวิหาร       หลายๆ คนคงได้เห็นว่า

          ท่านกราบลงไปกับพื้นทางเดิน   อย่างนอบน้อมไม่มีอาการรังเกียจแม้แต่

          น้อย(2)   เราเองก็เหมือนกัน   เห็นเด็กๆ อินเดีย   เราชอบขอถ่ายรูปด้วย

          และก็อดไม่ได้ที่จะทำตัวใกล้ชิดจับตัวเข้ามากอดคอใกล้ๆ เพื่อนๆ บางคน

          ก็หาว่าเราชอบไปกอดขอทาน กลัวเราจะติดเชื้อโรคขอทาน   เราก็บอกว่า

          เขาไม่ใช่ขอทาน เป็นเด็กที่ยากจนธรรมดา น่าสงสารเท่านั้น 

(2)

              หลายๆ คนที่ชอบมาอินเดีย ไม่นึกรังเกียจอินเดีย  ก็อาจเพราะ

   มีความเชื่อว่า    ชาติก่อนๆ เคยอยู่ที่อินเดีย    เคยได้เป็น จิ้งจก ตุ๊กแก  

  ได้ยินพระธรรมแว่วๆ ชาตินี้ก็เลยสนใจฟังธรรม   หาความเข้าใจ   เจริญ

   ปัญญาทีละนิดละหน่อย จนได้มีโอกาสได้เดินทางมาอินเดีย   จุดประ-

   สงค์ที่สำคัญที่สุดที่เดินทางมาก็คือการมาสักการะบูชา  สังเวชนียสถาน

   ทั้ง 4 แห่งนั่นเอง เราลองมาศึกษาดูสักหน่อยว่า   สังเวชนียสถานทั้ง 4

   แห่ง นั้นสำคัญไฉน...........

                         ในวันเพ็ญ เดือน ๖ ณ กาลนั้น    พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนมายุ

              ๘๐ พรรษา พระบรมศาสดาทรงตรัสแก่พระอานนท์ว่า "อานนท์ในยามที่

              สุดแห่งราตรีวันนี้แหละ ตถาคตจะปรินิพพาน ณ ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ ณ

              สาลวันแห่งมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา"

               ครั้นพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์      ได้เสด็จพระพุทธ

    ดำเนินข้ามแม่น้ำหิรัญญวดี ไปเมืองกุสินารา  โปรดให้พระอานนท์ปูลาด

    เตียงที่บรรทม ณ ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ และเสร็จขึ้นบรรทมสีหไสยา 

    (เป็นการนอนอย่างราชสีห์ คือนอนตะแคงขวา  ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า  มือ

    ซ้ายพาดไปตามลำตัว   มือขวาช้อนศีรษะไม่พลิกกลับไปมา  มีสติสัมป-

    ชัญญะกำหนดใจถึงการลุกขึ้นไว้)  แต่พระบรมศาสดามิได้มีอุฏฐานสัญ-

    ญามนสิการ คือไม่คิดจะลุกขึ้นอีกแล้ว   เพราะเหตุเป็นไสยาอวสาน คือ

    การนอนครั้งสุดท้าย

                         ลำดับต่อมา พระอานนท์เถระเจ้าได้กราบทูลว่า "   ในกาลก่อน

              เมื่อออกพรรษาแล้ว   บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายในทิศต่าง ๆ  เจริญใน

              ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เข้าใกล้สนทนาปราศัยได้ความเจริญใจ ครั้น

              พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว    ข้าพระองค์ทั้งหลายจักไม่ได้

              โอกาสอันดีเช่นนั้น เหมือนกับเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่อีกต่อไป"

                         เมื่อพระอานนท์กราบทูลดังนี้แล้ว พระตถาคตเจ้าได้ทรงแสดง

              สถานที่ ๔ ตำบลว่าเป็นสิ่งที่ควรจะดู ควรจะได้เห็น ควรจะเกิดสังเวช

              พระพุทธเจ้าตรัสว่า   "อานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล นี้ คือ"

                         ๑. สถานที่พระตถาคตเจ้าบังเกิดแล้ว คือที่ประสูติจากพระครรภ์

              (คือ อุทยานลุมพินีกึ่งกลางระว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ กรุงกบิล-

              พัสดุ์เป็นเมืองหลวงของแคว้นสักกะ       กรุงเทวทหะเป็นเมืองหลวงของ

              แคว้นโกลิยะ      ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเนปาลห่างชายแดนภาคเหนือ

              ของประเทศอินเดีย ๖ กิโลเมตรครึ่ง บัดนี้เรียกว่า รุมมิเนเด)(3)   

 (3)

                         ๒. สถานที่พระตถาคตเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (คือ

            ใต้ร่มไม่ศรีมหาโพธิ์ ภายในป่าสาละ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา    ตำบลอุรุเวลา

            เสนานิคม แคว้นมคธ ปัจจุบันคือ ควงโพธิ์ ที่ตำบลพุทธคยา   รัฐพิหารประ

            เทศอินเดีย)(4)

(4)

                        ๓. สถานที่พระตถาคตเจ้าแสดงธรรมจักร     (คือสถานที่ซึ่งพระ

           พุทธเจ้าแสดงธรรมปฐมเทศนาโปรดปัจจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

           ทางทิศเหนือของเมืองพาราณสี แคว้นกาสี   ปัจจุบันนี้เรียกว่า สารนาถพา-

           ราณสีบัดนี้เรียกว่า วาราณสี)(5)

      (5)


                         ๔. สถานที่พระตถาคตเจ้าปรินิพพาน (คือที่สาลวโนยาน เมือง

             กุสินารา แคว้นมัลละ ปัจจุบันนี้เรียกเมืองกาเซีย จังหวัดโครักขปุระ)(6)

   (6)

                          สถานที่ทั้ง ๔ ตำบลนี้แล ควรที่พุทธบริษัท คือภิกษุ ภิกษุณี

             อุบาสก อุบาสิกา มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระตถาคตเจ้า จะดูจะเห็น

             และควรจะให้เกิดความสังเวชทั่วกัน"

                          "อานนท์ ชนทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่งได้เที่ยวไปยังเจดีย์สัง-

             เวชนียสถานเหล่านี้ด้วยความเลื่อมใส   ชนเหล่านั้น ครั้นทำกาลกิริยาลง

             จักเข้าถึงสุดคติโลกสวรรค์"

                          สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความ ๔ ตำบลว่าเป็นที่ควร

             เห็น ควรดู ควรให้เกิดสังเวชของกุลบุตร กุลธิดา    ผู้มีศรัทธาด้วยประการ

             ฉะนี้แล   นี้เองเป็นที่มาของสังเวชนียสถาน ๔ แห่งในดินแดนพุทธภูมิ  ที่

             ชาวพุทธทั้งหลายสมควรอย่างยิ่งที่จะไปนมัสการ กราบไหว้    สักการะสัก

             ครั้งหนึ่งในชีวิต

อ่านต่อตอน     2      คลิกที่นี่




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

ชอบประเทศอินเดียค่ะ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน
ยังไม่มีโอกาสได้ไปอินเดียสักที เหตุผลเพราะเรื่องเวลาและเรื่องทุนทรัพย์ (อันหลังสำคัญที่สุด)

" อย่าไปกลัวเชื่อโรคภายนอกมากนักเลย
เชื้อโรคในร่างกายเราเองนั่นแหละ ร้ายนัก "

ชอบประโยคนี้จังค่ะ

จะตามไปอ่านตอนต่อไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

เพื่อน Ch.Minivet ไป เพิ่งกลับมามะวันอังคารนี่เองค่ะ

เค้าก็ว่า ไปนั่งสมาธิใต้ต้นโพธิ์ด้วย

พออ่านเนื่องจากที่นี่ พอเดาๆ ออกแล้วว่าที่เพื่อนพูด หมายถึงอะไร


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hey_you วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lov2allyou
ช่างแม่ง!! Let It Be

หนูเลือกไปเป็นที่แรกเลยค่ะ
ไปมาแล้ว...หลงรักอินเดียจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนกุลา วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkula


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน