• บัวใต้น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : werayutsan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 17111
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
บัวใต้น้ำเที่ยวอินเดีย
ไม่ว่าเราจะเครียดหรือเราจะขำก็หนีไม่พ้นความเป็นธรรมะ ทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วคงทนอยู่ได้ต้องดับไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือความเป็นธรรมะของสรรพสิ่ง มาอยู่ตรงกลางและพบความจริงที่เป็นไปทั้งเครี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/5445
วันเสาร์ ที่ 29 มีนาคม 2551
Posted by บัวใต้น้ำ , ผู้อ่าน : 1209 , 22:00:49 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โดย :วีระยุทธ์ สันตยานนท์ 

 

(1)

                 ในสมัยก่อน การเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถานในประเทศ

          อินเดีย เป็นเรื่องยุ่งยากใหญ่โตพอสมควร เพราะยังไม่มีตัวแทน หรือ

          บริษัทท่องเที่ยวจัดกันมากนัก      ส่วนใหญ่อาศัยพระตามวัดไทยไน

          อินเดียช่วยกันประสานงาน หารถและหาที่พัก   หรือไม่ก็พักที่ตามวัด

          เสียเลย การเดินทางมักจะนั่งเครื่องบินมาลงที่ กัลกัตตา   เมืองหลวง

          เก่าของอินเดีย พักค้างคืนหนึ่ง   รุ่งขึ้นเดินทางโดยรถยนต์ไปยังเมือง

          ปัตนะ หรือเมือง ปาตะลีบุตร     เมืองหลวงในอดีตของพระเจ้าอโศก-

          มหาราช อายุประมาณ พศ. 300

(2)

           ภาพยามเช้าชาวบ้านใช้ทางเดินเป็นที่นอนในเมืองปัตนะ(2)

            การเริ่มสักการะสังเวชนียสถาน เริ่มจากเมืองนี้  เพราะการเผย

แผ่คำสอนของพระบรมศาสดา ในสมัยพุทธกาลจะอยู่ในบริเวณรัฐพิหาร

ซึ่งเมืองปัตนะเป็นเมืองหลวง     และรัฐอุตรประเทศที่มีเมืองลัคเนาว์เป็น

เมืองหลวง การเดินทางก็จะแวะเยี่ยม เวสาลี  ก่อนแล้วลงใต้ไปยังพุทธ-

คยา สถานที่ตรัสรู้    จากนั้นไปเขาคิชกูฏแล้วมุ่งตะวันตก ค้างคืนที่ พา-

ราณสี เข้านมัสการสถานที่ปฐมเทศนาที่สารนาถ

            หลังจากนั้นก็จะขึ้นเหนือไปยัง กุสินารา สถานที่ปรินิพาน แล้ว

ผ่านเมืองโครักกะปูร์ ข้ามชายแดนไปเขตประเทศ เนปาล  เพื่อสักการะ

สถานที่ ประสูตร หลังจากนั้นอาจเดินทางไป สาวัตถี   แล้วเดินทางออก

ไป ลัคเนาว์ ไปขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพที่ เดลี  เมืองหลวงปัจจุบัน   ก็

เป็นอันว่าได้สักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ครบถ้วน

       (3)

            สำหรับสมัยนี้ สะดวกสบายกว่าเดิมมากมาย     มีเครื่องบินทั้ง

อินเดียแอร์ไลน์   และ สายการบินไทย บินตรงไปลงที่ สนามบินพุทธ-

คยา โดยตรงเลย  จากสนามบินที่เล็กๆ น่ารักเหมือนบ้าน ใช้เวลาไม่ถึง

ครึ่งชั่วโมงก็สามารถเข้าไปกราบที่โคนต้นศรีมหาโพธิ์ตรัสรู้ได้แล้ว อาจ

นั่งเจริญสติ สงบกายใจได้ถึง สามทุ่ม บริเวณโดยรอบ ก็ สะอาดปลอด

ภัย ให้ความสงบ     ร่มเย็น หาที่ไหนในโลกมาเปรียบไม่ได้อีกแล้ว

            กำหนดการไปอินเดีย ของคณะท่านอาจารย์สุจินต์ ในเดือนตุ-

ลาคม 2550   ที่จะถึงนี้      ผู้จัดรายการจะพาเราไปลงที่ กรุงเดลี เมือง

หลวงก่อน เป็นการเดินทางที่จะไปเที่ยวเสียก่อน   ค่อยย้อนกลับมาสัก-

การะ จนถึงจุดสุดท้ายที่ พุทธคยา แล้วบินกลับกรุงเทพ ผู้เขียนจะพยา-

ยามสรุป และขยายความไปตามสถานที่ๆ ผู้จัดรายการกำหนดไว้   เพื่อ

จะได้เพิ่มความรู้ ความเป็นมาและเห็นความสำคัญของสถานที่แต่ละแห่ง

อันอาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

            รูปถ่ายข้างบน  เป็นรูปสถาปัตยกรรม   กลายเป็นสัญญลักษณ์

ของเมืองนิวเดลี ไปแล้ว โดยทั่วไปเรียกว่าวัดดอกบัว(3)

    (4)

        สนามบิน อินทิราคานธี กรุงนิวเดลี(4)

            เมืองเดลีเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอินเดีย  ประมาณว่าก่อสร้าง

เมื่อ 5000 ปีก่อนคริสตกาล   ส่วนสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบ   ใน

ปัจจุบันมีอายุประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล     มีเมืองโบราณหลายแห่ง

ถูกขุดพบในเขตการปกครองเดลีในปัจจุบัน   พื้นที่เขตเดลีเป็นศูนย์กลาง

การปกครองของอาณาจักรอินเดียโบราณถึง 7 อาณาจักร

            หลังจากอังกฤษ ได้ยึดครองอินเดียเมื่อ ค.ศ. 1857      ได้ย้าย

เมืองหลวงไปยังกัลกัตตา     แต่เดลีก็ได้กลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งใน

ค.ศ. 1911   โดยมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นมา  และใช้ชื่อว่านิวเดลีเป็นที่ตั้ง

ของรัฐบาลอินเดียหลังได้รับอิสรภาพ เมื่อ ค.ศ. 1947 ปัจจุบันมีประชากร

อยู่อาศัยประมาณ 14 ล้านคน

     (5)

          โรงแรมไทรเด๊นท์ เดลีที่เราจะไปพัก(5)

        (6)

        ตลาดจันทปัต กลางกรุงเดลีที่ทุกคนจะต้องมาเสียเงินให้แขก

            เมืองหลวงของชาวภารตะ  วุ่นวายชุลมุนไม่แพ้เมืองหลวงของที่

อื่น เผลอๆ   อาจวุ่นวายมากกว่าด้วยซ้ำ   ทั้งรถราขวักไขว่     พ่นควันฟุ้ง

กระจาย และผู้คนละลานตา หากใครเผลอไปสอบถามเส้นทางหรือสถาน

ที่ที่ไปไม่ถูกเข้า พี่แขกจะชูไม้ชูมือเจรจาพยักหน้าหงึกหงัก ยักคอซ้ายที

ขวาที อธิบายหลายสิบนาทีก็ยังไม่เข้าใจกัน      เพราะที่ว่าแขกพยักหน้า

หงึกๆ นั้นแปลว่า "ไม่รู้"   ส่วนที่ส่ายหน้าไปมานั้นเขาว่า "ใช่แล้ว"  ความ

วุ่นวายอีกส่วนหนึ่งมาจากเสียงแตรรถที่  ดัง ปี๊นๆ   ป๊านๆ  อยู่ตลอดเวลา

นับเป็นเสียงกวนประสาทได้เป็นอย่างมากสำหรับคนไทยอย่างเราๆ 
            
            ใครไปเมืองแขก   อย่าได้แปลกใจที่หลังรถแทบทุกคันจะเขียน

"Horn Please" เตือนให้รู้ว่ารถคันไหนจะแซงซ้ายแซงขวา   ขับเร็วขับช้า

ได้ทั้งนั้น   ขอให้บีบแตรให้รู้เสียก่อน       การใช้แตรจึงถือเป็นเรื่องปกติ

ธรรมดามาก   หากกรุงเทพ มีการบีบแตรมากมายอย่างอินเดีย  รับรองว่า

ต้องมีเรื่องต่อยตี ฆ่ากันตายกันนับไม่ถ้วนเป็นแน่

            สำหรับเรื่องการทะเลาะกันตามถนนทั่วไปของชาวแขก ก็จะมีให้

เห็นเป็นประจำ ท่าทางขึงขังเอาจริงเอาจังมากเลย    แต่ยืนคอยดูไปเถอะ

ครึ่งวันก็ยังเถียงกันอยู่ ไม่ได้ต่อยตีกันหรอก   แต่เสียงทะเลาะกันเหมือน

กำลังจะฆ่ากัน หลวงพ่อวัดไทยท่านเล่าว่าถ้าจ้างแขกทำงาน   ต้องพูดกัน

ให้รู้เรื่องดีๆ นะ ไม่งั้นเสียงาน เช่นท่านจ้างคนงานมาถางหญ้าลานวัด ท่าน

ก็ขีดเส้นให้ถาง แขกก็จะถางตรงไปตามเส้น เวลาเจอต้นไม้อื่นที่ไม่ใช่ต้น

หญ้า แขกก็จะไม่ถาง จะถางต้นอื่น ต้องเพิ่มรูปีให้ ถ้าจะให้เก็บกวาด หรือ

โยกย้ายสิ่งกีดขวาง ต้องตกลงจ่ายรูปีต่างหาก

         (7)

                     พระบรมสารีริกธาตุ ในพิพิธภัณท์แห่งชาติ กรุงเดลี(7)

             ในกรุงเดลี มีพิพิธภัณท์แห่งชาติที่มีชื่อเสียงมาก   มีการเก็บรัก-

ษาสิ่งของที่เป็นศิลปะล้ำค่าจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเป็นพระบรมสารีริกธาตุ

ที่เปิดให้ชมอย่างใกล้ชิด   ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าชมและสักการะพระบรม-

สารีริกธาตุ   ชึ่งการที่จะถ่ายรูปและกราบไหว้    กล่าวคำนอบน้อมต่อพระ-

รัตนตรัยพร้อมๆ กันหลายคนคงจะผิดระเบียบของพิพิธภัณท์  ที่มีแขกยาม

หนวดเฟิ้ม เฝ้าจ้องมองตาเขียวอยู่

             วันนั้นก็ใกล้เวลาปิดเต็มทีแล้ว    ผู้เขียนก็เข้าไปทำตีสนิทพูดคุย

มือก็ลูบๆ คลำๆ ที่กระเป๋าเสื้อที่มีใบละร้อยรูปีอยู่ด้วย หลังจากต่อรองแขก

ยามว่าจะขอถ่ายรูปแค่นิดหน่อยไม่มาก และการสวดมนต์บูชาพระก็ไม่นาน

แขกยามก็ตกลงคว้าสองร้อยรูปีเข้ากระเป๋า ปล่อยให้เราไทยแท้ได้ใช้เวลา

ชมพระบรมสารีริกธาตุ และถ่ายรูปมาฝากพรรคพวกอย่างสบายนานพอสม

ควร

                 คิดไปคิดมาการติดสินบนแขกไม่รู้ว่าเป็นอกุศลหรือเปล่า ใครรู้ช่วยบอกที

(8)

  เส้นทางต่อไปเราจะเดินทางไป ทัชมาฮาล(8) เมืองอัครา
                     
                          ติดตามอ่านตอน 3  คลิกที่นี่
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ผักบุ้ง วันที่ : 28/03/2008 เวลา : 04.33 น.
http://www.oknation.net/blog/bung
ip : 124.157.220.110
กะลังอ่านเพลินเลยค่ะ
จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะ
ความคิดเห็นที่ 1
hey_you วันที่ : 27/03/2008 เวลา : 23.41 น.
http://www.oknation.net/blog/lov2allyou
ช่างแม่ง!! Let It Be
ip : 124.120.169.184
ทัชมาฮาล...สวยจริงๆค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

อยากไปอีกค่ะ ทำไมภาพไม่เห็นขึ้นเลยล่ะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 30/03/2008 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

ตามต่อติดๆ ไปอ่านตอนสามเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 29/03/2008 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

กำเนิดแห่งพุทธและอีกหลายศาสนา หลากลัทธิ
ขอบคุณบทความดีดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน