• บัวใต้น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : werayutsan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 14104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
บัวใต้น้ำเที่ยวอินเดีย
ไม่ว่าเราจะเครียดหรือเราจะขำก็หนีไม่พ้นความเป็นธรรมะ ทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วคงทนอยู่ได้ต้องดับไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือความเป็นธรรมะของสรรพสิ่ง มาอยู่ตรงกลางและพบความจริงที่เป็นไปทั้งเครี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/5445
วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2551
Posted by บัวใต้น้ำ , ผู้อ่าน : 2027 , 07:41:07 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


(1)

 

            การที่บุคคลจะมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวชมพูทวีป  อันเป็นดินแดนพุทธภูมิ ที่เต็มไปด้วยรอยเท้าของพระอรหันต์นั้นนับว่ายากเย็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การที่จะได้มีบุญได้กราบนมัสการ สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง ก็นับว่ายิ่งยากขึ้นไปอีก     ในบรรดาผู้ที่เดินทางมากราบสักการะสังเวชนียสถานเหล่านั้น ก็มีส่วนน้อยจริงๆ ที่บุกบั่นมาถึงสังกัสสะ

            ถ้าถามถึงสังกัสสะ       ชาวพุทธที่สนใจศึกษาพระไตรปิฎกจริงๆ เท่านั้น จึงจะรู้ว่าเป็นสถานที่อะไร แต่ชาวพุทธโดยทั่วๆไปส่วนใหญ่ก็จะไม่รู้จัก   แต่ถ้าถามถึงประเพณี พิธีตักบาตรเทโว ทุกๆ คงรู้จักดี เรื่องราวของการที่พระผู้มีพระภาคเสด็จไปโปรดพระมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ด้วยการแสดงพระอภิธรรม เมื่อถึงวันมหาปาวารณา  พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ มาพร้อมกับ พระอินทร์ และพระพรหม    ได้เสด็จลงมาส่งตามบันไดเงิน บันไดทอง บันไดแก้ว ปลายของบันไดที่ลงมาจากสวรรค์นั้น    ได้ทอดลงมาบนเมืองมนุษย์ ที่ประตูเมืองสังกัสสะแห่งนี้ วันนี้แหละ เป็นวันที่พระองค์ได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์  บันดาลให้สัตว์มองเห็นกันและกัน ตลอทั้งเทวโลก  มนุษยโลก และนรก    นอกจากนั้น  แม้แต่สัตว์เดรัจฉานและ
คนตาบอด  ก็สามารถมองเห็นพระพุทธองค์ และบรรดาสัตว์เหล่านั้นต่างก็  ปรารถนาพุทธภูมิด้วยกันทั้งสิ้น

              วันดังกล่าวนี้ท่านเรียกเป็นภาษาบาลีว่า  วันเทโวโรหนะ แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก จึงเป็นชื่อของประเพณีตักบาตรเทโวนั่นเอง พุทธ-ประวัติตอนนี้ เป็นเหตุการณ์ที่นิยมเขียนเป็นภาพฝาผนังตามพระอุโบสถกันมาก(2)

(2)

ขอเชิญอ่านพระสูตรตอนนี้

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๖ - หน้าที่ 335

            พระศาสดาทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์กำราบเหล่าเดียรถีย์   มิใช่เป็นเรื่องทั่วไปกับสาวก     ทรงทราบความที่ชนเป็นอันมากพากันเลื่อมใส    เสด็จลงประทับนั่งเหนือพระพุทธอาสน์  ทรงแสดงธรรม  ฝูงปาณชาติ  ๒๐ โกฏิพากันดื่มน้ำอมฤต.    ต่อจากนั้นทรงพระดำริว่า  ก็พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อน   ทรงกระทำปาฏิหาริย์แล้วเสด็จไป ณ  ที่ไหน  ทรงทราบว่า    เสด็จไปสู่ดาวดึงส์พิภพ   จึงเสด็จลุกจากพระพุทธอาสน์  ย่างพระบาทเบื้องขวาเหยียบเขายุคนธร   พระบาทซ้ายเหยียบยอดเขาสิเนรุ     ................

ท่านผู้มีความสนใจต้องการอ่านาเพิ่มเติมกรุณา 

 คลิกที่นี่

 

              ท่านที่มีความสนใจในการศึกษาพระอภิธรรม     คงได้ทราบแล้วว่าพระผู้มีพระภาคได้แสดงพระอภิธรรม เพื่อเป็นการโปรดพระมารดา  บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตลอดเวลา 3 เดือน อันเป็นพรรษาที่ 7 ของการเผยแผ่พระศาสนา และจากพระสูตรนี้  นอกจากแสดงความสถานะภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าทรงมีฐานะสูงสุด       เหนือกว่าเทวดาและพรหมแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าการอบรมเจริญปัญญามีลำดับขั้น เป็นครั้งแรกที่พระบรมศาสดา    ทรงประกาศว่าพระสารีบุตร เป็นอัครสาวกที่มีปัญญาสูงสุดรองจากพระองค์     และสาวกองค์อื่นๆก็มีปัญญาแตกต่างกันไปตามฐานะ                  

            เมืองสังกัสสะ ในสมัยพุทธกาล อยู่ในแคว้นปัญจาละ  ซึ่งอยู่บริเวณ

ลุ่มแม่น้ำคงคาตอนบน มีแคว้นโกศลอยู่ทางทิศตะวันออกและแคว้นกุรุรัฐ อยู่

ทางทิศตะวันตกเมืองหลวงชื่อหัสดินปุระ เมืองสังกัสสะ     ปัจจุบันชาวอินเดีย

เรียก สังกิสสะ Sankissa หรือ สัมกัสยะ Samkasya  ในอดีตตั้งอยู่คู่กับเมือง

กันยากุพชะ Kanyakubja  ซึ่งปัจจุบันยังเป็นเมืองอยู่แต่ชื่อได้เปลี่ยนเป็นเมือง

คานเน้าจ์ Kannauj      ส่วนเมืองสังกัสสะได้ร้างไปเป็น Ruins ขึ้นอยูกับเมือง

Farrukhabad ห่างออกไปจากเมืองประมาณ 47 กม.

           ด้วยเวลาผ่านมานาน สภาพเมืองสังกัสสะ      ได้มีกษัตริย์ผลัดเปลี่ยน ปกครอง

เปลี่ยนไปหลายสมัย   พุทธ-สถานต่างๆ   ได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นศาสนาเชน และฮินดู

หมด         เหลือหลักฐานที่สำคัญที่สุด คือเสาอโศก Asokan Pillar(1) คำจารึกจากสมัย

คุปตะ หินแกะสลัก(5)  เรื่องราวต่างๆ ประกอบกับคัมภีร์ของหลวงจีน ฟาเหียน

หรือพระสังซัมจั๋ง ซึ่งได้เดินทางมาศึกษาอยู่ที่เมือง กันยาพุชะถึง 7 ปี  จึงเป็น

หลักฐานที่ตกทอดมาให้อนุชนได้ศึกษากัน การเดินทางมายังสถานที่นี้ก็ไม่ใช่

เรื่องง่ายๆ แม้แต่ชาวอินเดียก็ยังแทบจะไม่มีใครรู้ว่าสำคัญอย่างไร         

                                                                                                                                                      

           สำหรับการเดินทางวันนี้ก็เพิ่งเป็นวันที่ 3 เท่านั้นใช่ไหมครับ      ยังไม่

เหนื่อยและเบื่ออาหารกันมากเท่าไหร่      เราออกจาก อัครา มุ่งตรงมาทางทิศ

ตะวันออกของรัฐอุตรประเทศ เยี่ยมชม สังกัสสะนคร หวังว่าคงได้มีพุทธานุสติ

ระลึกถึงพระบรมโลกนาถผู้มีเมตตาต่อสัตว์โลกตามสมควรแก่เหตุปัจจัยนะ

ครับ เราต้องข้ามแม่น้ำคงคา บริเวณเมือง Kanpur     มุ่งหน้าสู่เมือง Lucknow  

อันเป็นเมืองหลวงของอุตรประเทศ    แม่น้ำคงคาสายนี้เองแหละครับ ที่ไหลลง

ใต้ ผ่านเมืองพาราณสี ซึ่งพวกเราจะได้ย้อนกลับลงมาล่องแม่น้ำ  ชมประเพณี

ล้างบาปกันอาทิตย์หน้า

 

(6)

             เมือง Lucknow คงตั้งชื่อตามชื่อของพระลักษณ์  น้องชายของพระราม 

Lakshamana  ต่อๆ มาได้ถูกเรียกเพี้ยนไปตามธรรมดาของประเทศ     ที่ถูกปก-

ครองโดยฝรั่ง   อย่าง มุมไบ ก็ถูกเรียกเป็น บอมเบย์ พาราณสี กลายเป็น บันนา-

เรส Kolkata ก็กลายเป็น Gulgutta อะไรประมาณนั้น   ลัคเนาว์ เป็นเมืองที่มีประ-

ชากรหนาแน่นมากเมืองหนึ่งของอินเดีย ปัจจุบันมีผู้คนแออัดอยู่    ประมาณ 2.6

ล้านคน และก็เป็นชุมทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อไปยังเมือง Delhi,  Nagpur , Jaipur,

Vanaresหรือพาราณสี  Patna และเมืองอื่นๆ   ภาพที่เห็นจึงเป็นความชุลมุน วุ่น-

วายของสถานีรถไฟ ลัคเนาว์(6)

            สมัยก่อนคนไทย หากใครเดินทางมานมัสการสังเวชนียสถาน  แล้วต้อง

การจะเดินทางต่อไปเที่ยว ทัชมาฮาล ละก็    ต้องมาสูดฝุ่น ที่เมืองลัคเนาว์นี่ก่อน

เพื่อขึ้นรถไฟ ต่อไปยัง อัครา ด้วยความหวังว่า   เดี๋ยวจะได้ขึ้นตู้นอนในโบกี้ รฟข

รถไฟแขก หลับให้สบาย   สมกับที่เขาร่ำลือว่าเรื่องรถไฟในอินเดียนี่ อังกฤษ มา

วางระบบไว้ให้อย่างดี น่าสบาย  แต่......ชีวิตเป็นของไม่แน่นอน     ระบบอังกฤษ

ไม่เคยประกันว่าจะใช้ได้ในอินเดีย อะไรก็เกิดขึ้นได้   ขบวนรถไฟที่ตั๋วบอกไว้ว่า

จะมาตอน 2 ทุ่ม ก็อาจเลื่อนเวลาเป็นตีสอง เสียเฉยๆ ผู้โดยสารทั้งหลายก็อาจจะ

มีสภาพที่ต้องนอนหนาว ปะปนกับวัว เป็นโคจรรูป เหมือนในรูปข้างล่างนี้ก็ได้(7)

 (7)

            สำหรับพวกเรา ทริปนี้ ยังโชคดีทีไม่ต้องมีการต่อรถไฟ   เปลี่ยนรถยนต์

เหมือนสมัยก่อน   คืนนี้ จะได้เข้าพักที่โรงแรม Piccadily Hotel  ชื่อเหมือนอยู่ใน

ลอนดอน ประเทศอังกฤษ  จะมาตรฐานอังกฤษ หรือมาตรฐานอินเดีย   คืนนี้ก็คง

ได้รู้หรอกครับ

            หลับให้สบาย อนุโมทนาครับ

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 08/04/2008 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

ยังตามมาอ่านต่อค่ะ
แล้วก็จะรออ่านตอนต่อไป



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ตามมาเที่ยวค่ะ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน