• บัวใต้น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : werayutsan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-27
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 17111
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
บัวใต้น้ำเที่ยวอินเดีย
ไม่ว่าเราจะเครียดหรือเราจะขำก็หนีไม่พ้นความเป็นธรรมะ ทุกอย่างในโลกไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วคงทนอยู่ได้ต้องดับไปอย่างรวดเร็ว นั่นคือความเป็นธรรมะของสรรพสิ่ง มาอยู่ตรงกลางและพบความจริงที่เป็นไปทั้งเครี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/5445
วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน 2551
Posted by บัวใต้น้ำ , ผู้อ่าน : 914 , 22:38:41 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อินเดีย 6 ......... มุ่งสู่เมืองสาวัตถี
  

 

(1)

                     ถ้าใครเคยอ่านพระไตรปิฏก   หรือบทสวดมนต์บางบทที่มาจาก

          พระสูตร จะต้องเคยได้พบข้อความว่า       "เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา 

          สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถ-ปิณฺฑิกสฺส อาราเมฯปฯ ภควนฺต" ข้าพเจ้า

          ได้สดับมาแล้วอย่างนี้  สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหาร

          เชตวัน(1) อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ข้อ

          ความนี้จะขึ้นต้นพระสูตรจำนวนมาก       คำว่า ข้าพเจ้า นั้นหมายถึงพระ

          อานนท์    ท่านได้ฟังคำตรัสของพระบรมศาสดา  ว่าท่านฟังมาจากที่ใด

          พระสูตรจำนวนมากที่สุดเป็นเหตุการณ์ และคำเทศนา   ที่เกิดขึ้นที่วิหาร

          เชตวัน กรุงสาวัตถี ที่เรากำลังเดินทางไปในวันนี้นั่นเอง

(2)(3)

(4) (5)

            เมื่อเราเดินทางจากเมืองหลวง  เราก็จะได้เห็นชีวิตของคนส่วนใหญ่ของอินเดียที่แตกต่างจากพวกเรา

(2) ชาวบ้านผลิตเชื้อเพลิงไว้ใช้แทนฟืน จ  ากการที่เอามูลโคมาผสมกับฟางข้าวสับ  ผสมกันเป็นเนื้อเดียวขยำ

ให้เปียกแล้วโปะข้างฝาบ้านเอาไว้(4)       นอกจากเป็นที่ตากและที่เก็บอย่างดีทำให้ผนังบ้านมีสีและ Texture

แปลกไม่เหมือนใครแล้ว(3) ยังส่งกลิ่นเฉพาะตัว จะเหม็นก็ไม่ใช่ หอมก็ไม่เชิง     แต่พวกคนอินเดียบอกว่าใน

การทำ Nan เป็นโรตีชนิดหนึ่งเป็นอาหารหลักใช้บริโภคแทนข้าว ที่ทำด้วยการเอาแป้งมาอบในเตาที่ทำด้วยดิน

ถ้าใช้เชื้อเพลิงอื่นๆรสชาดจะไม่ได้เรื่อง ต้องอบด้วยมูลโคตากแห้งถึงจะอร่อย ถ้ามีโอกาสทุกท่านลองชิมดูให้

ได้นะครับ

            วันนี้ เราจะเดินทางออกจากเมืองลัคเนาว์ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งสู่กรุงสาวัตถีอันมีพระ

พุทธประวัติต่อเนื่อง ยาวนาน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสังเวชนียสถานทั้งสี่   แต่ก็มีความสำคัญมากต่อพวก

เราที่ศึกษาพระธรรมตามพระไตรปิฎก  ชมพูทวีปในสมัยพุทธกาลแบ่งการปกครองเป็นมหาชนบท   หรือแคว้น

ถึง 16 แคว้น เช่นแคว้น กาสี มคธ มัลละ โกศล วัชชี อวันตี วังสะ คันธาระ     สมัยก่อนมีเรื่องราวการปกครอง

ศาสนา วัฒนธรรมของเมืองต่างๆ เกิดขึ้นเสื่อมไปอย่างสลับซับซ้อนมากมาย  มีการบันทึกเรื่องราวในพระเวทย์

คัมภีร์ของพราหมณ์ ของภารตะ   ให้ศึกษาค้นคว้ามากมาย   เมืองเปลี่ยนไป  กษัตริย์ราชวงศ์เสื่อมไป    แต่ดู

เหมือนชาวบ้านจะมีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนเดิม

             เมืองสาวัตถีนี้ขึ้นอยู่กับแคว้นโกศล ปกครองโดยพระเจ้าปเสนทิโกศล   สม้ยหลังมีเมืองอโยธยาเป็น

เมืองหลวง    ปัจจุบัน  เมืองนี้ก็ยังอยู่แต่ไปปกครองอยู่รวมกับเมืองที่ชื่อเป็นอินเดียว่า Faizabad  อยู่ริมแม่น้ำ

Saryu กรุงสาวัตถีตั้งอยู่เกือบจะติดชายแดนเขตประเทศเนปาล ปัจจุบันเป็นเมืองร้างไปแล้วเหลือแต่ซาก ปรัก

หักพัง Ruins ฝังดินอยู่รอให้นักโบราณคดีมาขุดค้นต่อไป

              ตอนปลายพุทธกาล กษัตริย์แคว้นโกศล   ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าปเสนทิโกศลชื่อพระเจ้าวิทูฑภะ

ได้ขยายอาณาจักรรุกรานขึ้นไปทางเหนือและได้บุกทำลายบ้านเมืองของวงศ์ศากยะจนหมดสิ้น      แต่ในตอน

หลัง มีเชื้อสายศากยะชื่อ จันทรคุปต์ ได้เคยเป็นพันธมิตรร่วมรบกับพระเจ้าอล็กซานเดอร์แห่งกรีก   หนีรอดมา

ตั้งราชวงศ์ใหม่ชื่อโมริยะซึ่งที่จริงมีเชื้อสายมาจาก วงศ์ศากยะของพระพุทธเจ้า และรุ่นหลานได้สร้างบ้านเมือง

เจริญยิ่งใหญ่แผ่ไพศาล สามารถสืบต่อพระศาสนาได้ ต่อมา กษัตริย์องค์นั้นก็คือพระเจ้าอโศกมหาราชผู้ครอง

เมืองปาตลีบุตร แห่งแคว้นมคธ นั่นเอง

(6)

            นครสาวัตถี เป็นที่ตั้งของวิหารเชตวัน(6)อันมีความสำคัญที่เป็นศูนย์กลางของการเผยแผ่พระศาสนา

ของพระผู้มีพระภาค จึงขอเชิญอ่านพระสูตรที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างพระอารามหลวงเชตวันแห่งนี้.......

 

               พระวินัยปิฎก จุลวรรค เล่ม ๗ ภาค ๒ - หน้าที่ 129

          อนาถบิณฑิกคหบดีสร้างพระเชตวัน

            [๒๕๖] สมัยนั้น อนาถบิณฑิกคหบดีเป็นคนมีมิตรสหายมาก

มีวาจาควรเชื่อถือ ครั้นเสร็จกิจนั้นในเมืองราชคฤห์แล้ว 
กลับไปสู่พระ

นครสาวัตถีได้ชักชวนชาวบ้านระหว่างทางว่า ท่านทั้งหลาย จงช่วยกัน

สร้างอาราม จงช่วยกันสร้างวิหาร
เริ่มบำเพ็ญทาน   เพราะเวลานี้ พระ

พุทธเจ้าอุบัติในโลกแล้ว

            อนึ่ง พระองค์อันข้าพเจ้าได้นิมนต์แล้ว จักเสด็จมาโดยทางนี้

ครั้งนั้น ชาวบ้านเหล่านั้นที่อนาถบิณฑิกคหบดีชักชวนไว้     ต่างพากัน

สร้างอาราม สร้างวิหารเริ่มบำเพ็ญทานแล้ว    ครั้นอนาถบิณฑิกคหบดี

ไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว เที่ยวตรวจดู
พระนครสาวัตถีโดยรอบว่า พระ

ผู้มีพระภาคเจ้าควรจะประทับอยู่ที่ไหนดีหนอ ซึ่งเป็นสถานที่ไม่ไกลนัก

ไม่ใกล้นักจากหมู่
บ้าน      มีคมนาคมสะดวก  ชาวบ้านบรรดาที่มีความ

ประสงค์ไปมาได้ง่าย   กลางวันมีคนน้อย   กลางคืนเงียบมีเสียงอึกทึก

น้อย   
ปราศจากกลิ่นไอของคน   เป็นสถานควรแก่การประกอบกรรม

ในที่ลับของมนุษย์ชน  สมควรเป็นที่หลีกเร้น    อนาถบิณฑิกคหบดี
ได้

เห็นพระอุทยานของเจ้าเชตราชกุมารซึ่งเป็นสถานไม่ไกลนัก ไม่ใกล้นัก

จากหมู่บ้าน  มีการคมนาคมสะดวก ชาวบ้าน
บรรดาที่มีความประสงค์ไป

มาได้ง่าย  กลางวันมีคนน้อย  กลางคืนเงียบ  มีเสียงอึกทึกน้อย ปราศ-

จากกลิ่นไอคน  เป็นสถานควร
แก่การประกอบกรรมในที่ลับของมนุษย์

ชน สมควรเป็นที่หลีกเร้น ครั้นแล้ว จึงเข้าเฝ้าเชตราชกุมาร กราบทูลว่า

ขอใต้
ฝ่าพระบาทจงทรงประทานพระอุทยานแก่เกล้ากระหม่อม เพื่อจัด

สร้างพระอาราม พระเจ้าข้าเจ้าเชตราชกุมารรับสั่งว่า
ท่านคหบดี อาราม

เราให้ไม่ได้ แต่ต้องซื้อด้วยลาดทรัพย์เป็นโกฏิ

            อ. อาราม พระองค์ทรงตกลงขายหรือ พระเจ้า

            ช. อาราม ฉันยังไม่ตกลงขาย ท่านคหบดี

            เจ้าชายกับคหบดี       ได้ถามมหาอำมาตย์ผู้พิพากษาความว่า

เป็นอันตกลงขายหรือไม่ตกลงขาย       มหาอำมาตย์ผู้พิพากษาตอบว่า

เมื่อพระองค์ตีราคาแล้ว อารามเป็นอันตกลงขาย จึงอนาถบิณฑิกคหบดี

สั่งให้คนเอาเกวียนบรรทุกเงินออกมาเรียง
ลาดริมจดกัน ณ อารามเชตวัน

เงินที่ขนออกมาคราวเดียว  ยังไม่พอแก่โอกาสหน่อยหนึ่งใกล้ซุ้มประตู

จึงอนาถบิณฑิกคหบดี
สั่งคนทั้งหลายว่า   พนายพวกเธอจงไปขนเงินมา

เรียงในโอกาสนี้ ขณะนั้น เจ้าเชตราชกุมารทรงรำพึงว่า   ที่อันน้อยนี้จัก

ไม่มี
เหลือ โดยที่คหบดีนี้บริจาคเงินมากเพียงนั้น     จึงเจ้าเชตราชกุมาร

ตรัสกะอนาถบิณฑิกคหบดีว่า  พอแล้ว  ท่านคหบดี ท่านอย่า
ได้ลาดโอ

กาสนี้เลย  ท่านจงให้โอกาสนี้แก่ฉัน ที่ว่างนี้ฉันจักยกให้ ดังนั้น  อนาถ-

บิณฑิกคหบดี คร่ำครวญว่า เจ้าเชต
ราชกุมารนี้ ทรงเรืองพระนาม มีคนรู้

จักมากอันความเลื่อมใสในพระธรรมวินัยนี้   ของคนที่มีคนรู้จักมากเห็น

ปานนี้ ยิ่งใหญ่
นักแล จึงได้ถวายที่ว่างนั้นแก่เจ้าเชตราชกุมาร   เจ้าเชต-

ราชกุมารรับสั่งให้สร้างซุ้มประตูลงในที่ว่างนั้น ส่วนอนาถบิณฑิก
คหบดี

ได้ให้สร้างวิหารหลายหลัง ไว้ในพระเชตวัน สร้างบริเวณ สร้างซุ้มประตู

สร้างศาลาหอฉัน   สร้างโรงไฟ  สร้าง
กัปปิยกุฎี สร้างวัจจกุฎี สร้างที่จง

กรม สร้างโรงจงกรม สร้างบ่อน้าสร้างศาลาบ่อนำ สร้างเรือนไฟ   สร้าง

ศาลาเรือนไฟ สร้าง
สระโบกขรณี   สร้างมณฑป.

 

 

อนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนาราม

             [๒๖๙] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจาริกโดยลำดับ ได้เสด็จ

ถึงพระนครสาวัตถี ทราบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระเชตวัน อารามของ

อนาถบิณฑิกคหบดีเขตพระนครสาวัตถีนั้น จึงอนาถบิณฑิกคหบดีเข้าไป

เฝ้าพระผู้มีพระภาคถวายบังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล

พระผู้มีพระภาคว่า     พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาค พร้อมกับภิกษุ

สงฆ์จงทรงรับภัตตาหารของข้าพระพุทธเจ้าเพื่อเสวยใน*วันพรุ่งนี้ พระผู้

มีพระภาคทรงรับอาราธนาโดยดุษณีภาพ ครั้นอนาถบิณฑิกคหบดีทราบ

ว่า พระผู้มีพระภาคทรงรับอาราธนา แล้วลุกจากที่นั่งถวายบังคม ทำประ-

ทักษิณกลับไป ฯ
            
             [๒๗๐]
หลังจากนั้น อนาถบิณฑิกคหบดีสั่งให้ตกแต่งขาทนีย-

โภชนี*ยาหารอันประณีต โดยล่วงราตรีนั้น แล้วสั่งให้คนไปกราบทูลภัต-

กาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า   ภัตตาหารเสร็จ

แล้ว ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก    ทรงถือบาตร

จีวรเสด็จเข้าสู่นิเวศน์ของอนาถบิณฑิกคหบดี      ครั้นแล้วประทับนั่งบน

อาสนะที่เขาจัดไว้ถวาย พร้อมกับภิกษุสงฆ์ จึงอนาถบิณฑิกคหบดี อัง-

คาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขด้วยอาหารของเคี้ยวของฉันอัน-

*ประณีตด้วยมือของตน จนพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จ ลดพระหัตถ์จาก

บาตรห้ามภัตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูลว่า พระ

พุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าจะปฏิบัติอย่างไรในพระเชตวันวิหาร พระผู้มี

พระภาคตรัสว่า คหบดี ถ้าเช่นนั้น
เธอจงถวายพระเชตวันวิหาร  แก่สงฆ์

จตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา อนาถบิณฑิก    คหบดีรับสนองพระ-

พุทธบัญชาแล้วได้ถวายพระเชตวันวิหารแก่สงฆ์จตุรทิศ    ทั้งที่มาแล้ว

และยังไม่มา
             
             ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาอนาถบิณฑิกคหบดี

ด้วยคาถาเหล่านี้ ว่าดังนี้:-

คาถาอนุโมทนาวิหารทาน

                    [๒๗๑]วิหารย่อมป้องกันหนาวร้อนและเนื้อร้าย นอกจากนั้นป้องกันงู
                    
                             และยุง ฝนในสิสิรฤดู นอกจากนั้น    วิหารยังป้อง*กันลมและ

                             แดดอันกล้าที่เกิดขึ้นได้ การถวายวิหารแก่สงฆ์เพื่อหลีกเร้นอยู่ 

                             เพื่อความสุข เพื่อเพ่งพิจารณา และเพื่อเห็นแจ้ง  พระพุทธเจ้า

                             ทรงสรรเสริญว่า เป็นทานอันเลิศ เพราะเหตุนั้นแล  คนผู้ฉลาด

                             เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงสร้างวิหารอันรื่นรมย์ให้ภิกษุ   ทั้ง

                             หลายผู้พหูสูตอยู่ในวิหารเถิด
อนึ่ง พึงมีน้ำใจเลื่อมใสถวายข้าว

                             น้ำ ผ้า และเสนาสนะอันเหมาะสมแก่พวกเธอ ในพวกเธอผู้ซื่อ

                             ตรง เพราะพวกเธอย่อมแสดงธรรม       อันเป็นเครื่องบรรเทา

                             สรรพทุกข์แก่เขา อันเขารู้ทั่วถึงแล้วจะเป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพ-

                             พานในโลกนี้
             
                             ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนา อนาถบิณฑิกคหบดี   ด้วย

                             พระคาถาเหล่านี้แล้ว เสด็จลุกจากอาสนะกลับไป ฯ

 


(7)

            วันที่ 4 แห่งการเดินทาง ได้เข้ามาสู่การอบรมเจริญกุศลเพิ่มขึ้นแล้วใช่ไหมครับ

ก่อนอื่น เราจะต้องเช็คอินเข้าพักยังโรงแรมชื่อ Lotus Nikko Hotel สาวัตถี ฟังชื่อเหมือน

เป็นระดับอินเตอร์ยังไงก็ไม่รู้ ดูรูปถ่าย
มีดอกไม้บังไว้ก็สวยดี(7)    แต่ไม่ใช่ Nikko โดย

มาตรฐานญี่ปุ่นหรอกครับ   อีนี่นิคโก้อินตะระเดีย
นะนายจ๋า 2-3ปี   จะมีกรุ๊ปขนาดนี้ซักที

ทุกอย่างต้องมาพิสูจน์เอาเอง บางห้องมีแอร์ครับ แต่อย่า
ตกใจ ติดขัดเพียงเครื่องปั่นไฟ

ฟ้ามีกำลังไม่พอ เลยไม่ได้ต่อสายมาที่แอร์ ใช้พัดลมไปก่อนนะ
นายจ๋า....................... 

อย่าเพิ่งโกรธ.......  เรามาทำบุญ 

 

 

หลับสบายและอนุโมทนาครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วัชระญาณ วันที่ : 29/11/2008 เวลา : 19.24 น.

ขออนุโมทนาด้วยคนครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน