*/
  • 9Charlie
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-27
  • จำนวนเรื่อง : 65
  • จำนวนผู้ชม : 180539
  • จำนวนผู้โหวต : 65
  • ส่ง msg :
  • โหวต 65 คน
ทุกข์รวมไทย ๒

เนื้อร้อง จีรนันท์ พิตรปรีชา ทำนอง ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ขับร้อง หนูมิเตอร์

View All
วันอาทิตย์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by 9Charlie , ผู้อ่าน : 6229 , 06:05:09 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน รวงข้าวล้อลม , TuaYai และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

วาเลนเซีย...เริ่มต้นที่ปายย์ล่า… แล้วไปจบที่ข้าวหมกไก่

      เดิมทีนั้นหน้าร้อนปีที่แล้วเราป้าหลานวางแผนกันว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปหลังจากคุณป้าเสร็จภารกิจรอบแรกที่เยอรมัน คุณป้าอยากไปอัมสเตอร์ดัมอีก เพื่อไปดูดอกไม้ที่สวนคิวเค็นฮอฟเหมือนเช่นเคย แต่คุณหลานบอกว่าเบื่อ อีกอย่างถ้าปีนี้ไปอีก ศุลกากรดัชต์อาจสงสัยว่ายัยเจ๊นี้มาทำไมเกือบทุกปี จะว่าเป็นพวกนิยมเฮ็มพ์

     

     

(hemp หมายถึงญาติของกัญชา ซึ่งมีปลูกและขายอย่างถูกกฎหมายในอัมสเตอร์ดัม และความจริงแล้ว ก็ไม่ต้องไปถึงโน้น เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ผลิตเฮ็มพ์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆมากเป็นที่สองรองจากจีน) แต่ดูจากหุ่นของเธอแล้ว เธอก็ไม่น่าเป็นพวกชอบเสพย์ รึว่าจะเป็นผู้ค้า หน้าตาของเธอก็ไม่น่าใช่ จะว่ามาขายอย่างอื่น อายุอานามก็ไม่น่าจะขายออกอีกต่อไป (นี่คือคำวิพากษ์ของคุณหลาน –ประมาณนี้) คุณหลานจึงบอกว่า “ปีนี้ไปวาเลนเซียกันดีไหมครับ” มีอะไรน่าดูเหรอ “ก็วาเลนเซียเป็นต้นตำรับของปายย์ล่า” เท่านั้นเอง คุณป้าก็ตกลง เนื่องจากเราทั้งสองนิยมปายย์ล่ามาก (ถ้าอร่อย) ปกติแถวบ้านคุณหลานที่ฝรั่งเศสก็จะมีร้านที่ทำขาย และที่ตลาดชาวนาก็มีร้านปายย์ล่ามาขายทุกวันอาทิตย์เช่นกัน ราคาประมาณกิโลละเกือบสิบยูโร (ชั่งรวมทั้งเปลือกหอย เปลือกกุ้ง และกระดูกไก่ที่ติดมากับเนื้อด้วยนะ) ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่พอทนได้ กิโลหนึ่งก็พอกินทั้งบ้านที่มีกันสามสี่คน และบางครั้งเราจะทำซุปต้มยำและสลัดผักเขียวหรือผัดถั่วสีเขียวๆกินด้วยกัน เพื่อให้มีธาตุอาหารครบห้าหมู่

          

         

         ข้าวบอมบาสำหรับทำปายล์ล่า ข้าวไทยนิ่มไป

         

          ทำกันทีละกระทะอย่างนี้เลย

     สำหรับคนที่ไม่รู้จักปายย์ล่า Paella ขอแนะนำง่ายๆว่า เป็นข้าวหมกเครื่องเทศซึ่งผัดในกระทะใบใหญ่ที่เรียกว่า ปายย์เลอร่า Paellera แต่ต่อมาชื่อกระทะกลายเป็นชื่ออาหารที่ทำในกระทะชนิดนี้ ลักษณะหน้าตาสีสันคล้ายๆข้าวหมกไก่ (อาจจะเพราะได้อิทธิพลแต่เก่าก่อนมาจากพวกมัวร์เปอร์เซีย) แต่มีเนื้อสัตว์อย่างอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะสัตว์ทะเล คนที่ไม่ใช่เชื้อสายสเปนมักเข้าใจผิดคิดว่าปายย์ล่าเป็นอาหารประจำชาติของสเปน แต่ที่จริงแล้ว ปายย์ล่าเป็นอาหารประจำชาติวาเลนเซีย และมีอยู่สามชนิดคือปายย์ล่าวาเลนเซียน่าPaella Valenciana ซึ่งใส่เนื้อสัตว์บกคือไก่และกระต่าย และปายย์ล่ามาริสโกPaella de Marisco ซึ่งใส่อาหารทะเล ต่อมาชาวสเปนที่อยู่ต่างถิ่นเริ่มทำปายย์ล่าที่ใส่เนื้อสัตว์ทั้งสองชนิดในกระทะเดียวกันจึงเกิดปายย์ล่าผสม Paella Mixta ขึ้น ซึ่งเป็นปายย์ล่าชนิดที่คนชาติอื่นๆ (รวมทั้งคนฝรั่งเศส) นิยมและคิดว่าเป็นปายย์ล่าแบบสเปนของแท้

      นอกจากจะไปชื่นชมปายย์ล่าของแท้ ณ ถิ่นกำเนิด คุณหลานยังมีจุดมุ่งหมายอื่นที่ทำให้อยากไปวาเลนเซีย คืออยากไปดูพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลและการแสดงของโลมาเพื่อนรัก ซึ่งเธอเคยไปดูที่อื่นๆมาแล้ว แต่เขาว่าที่วาเลนเซียนี่ดีกว่าที่อื่นๆในยุโรป

     

     เราจึงตกลงใจจองที่นั่งในรถไฟ (ใช้ตั๋วยูเรลพาสซึ่งซื้อไปจากเมืองไทย ซื้อไปฝากคุณหลานด้วยใบหนึ่ง) จองโรงแรมและซื้อตั๋วเข้าชมการแสดงของโลมาเพื่อนรัก แล้วนั่งรถไฟเลียบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปเกือบแปดชั่วโมง

    

    

      

     ออกจากบ้านคุณหลานที่เมืองม้งต์เวลาเช้าตรู่ นั่งหลับๆตื่นๆไปจนถึงสถานีรถไฟชื่อเอสตาชิโยเดลนอร์ด Estacio del Nord ของวาเลนเซียตอนบ่ายสองโมงกว่า แล้วนั่งรถเมล์ต่ออีกไม่ถึงสิบนาทีก็ไปถึงโรงแรมที่จองไว้ชื่อเอ็กซ์โปโฮเต็ล Expo Hotel ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีและอยู่ในทำเลที่สะดวกมาก ใกล้สถานีรถใต้ดิน สถานีรถประจำทางต่างจังหวัด และที่หน้าโรงแรมก็ยังมีป้ายรถเมล์ประจำทางของเมืองวาเลนเซียอยู่หลายสาย ด้านซ้ายขวาขนาบด้วยห้างสรรพสินค้าดังของเมืองชื่อเอลกอร์เตสอิงเกลส ElCortes Ingles นับว่าเป็นทำเลที่ดีจริงๆ

    

     ที่สำคัญที่โรงแรมนี้มีพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้หลายคน บางคนก็พูดฝรั่งเศสได้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการมาท่องเที่ยวเมืองต่างๆในสเปนเพราะว่าคนสเปนส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษ

    ภาษาเป็นสิ่งสำคัญในการเดินทางและในการท่องเที่ยว เมื่อก่อนเราเคยเข้าใจกันว่าคนฝรั่งเศสเป็นชาติที่ชาตินิยมและหยิ่งในศักดิ์ศรีความยิ่งใหญ่ของชาติตัวเอง ไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้เคยประสบกับตัวเองเมื่อเดินทางมาฝรั่งเศสครั้งแรกในชีวิต เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน โดนคนฝรั่งเศสพูดใส่หน้าเลยว่า “คนที่นี่ไม่พูดภาษาอังกฤษ” ทำให้กะเหรี่ยงจากแดนสยามต้องใช้ภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีอยู่น้อยนิดในการสื่อสาร แต่เดี๋ยวนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ภาษาอังกฤษเป็นภาษาของเทคโนโลยีและภาษาของอินเตอร์เน็ต คนฝรั่งเศสจึงหัดพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น มองไปทางไหนก็จะเห็นป้ายโฆษณาโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และคนที่พูดภาษาอังกฤษได้กลายเป็นคนทันสมัย ไม่มีใครมาพูดใส่หน้าเราเหมือนที่เคยโดนมาแล้ว

    

    

    แต่ในประเทศสเปนสถานการณ์ต่างกัน สเปนมีภาษาถิ่นหลายภาษา ที่เป็นภาษาสำคัญคือภาษาสเปน (ซึ่งพูดกันแถวๆมาดริดและภาคกลางของประเทศ) และภาษากาตาลอง Catalan ซึ่งพูดกันแถวเมืองทางเหนือเช่นบาร์เซโลนา และวาเลนเซีย เมื่อสองปีก่อนไปบาร์เซโลนาครั้งแรกกับคุณหลาน จำได้ว่ามีผู้ชายสเปนไปถามทางคนขับรถเมล์ คนขับรถเมล์ไม่ยอมตอบ กลับบอกว่า “คนที่นี่ไม่พูดภาษาสเปน” แต่พอคุณหลานชาย (ซึ่งหน้าตาเป็นกะเหรี่ยงต่างแดนอย่างชัดเจน) เดินไปถามด้วยภาษาสเปนว่า “รถเมล์สายนี้ผ่านถนน...ไหม” คนขับรถก็มองหน้าแล้วตอบมาเป็นภาษาสเปนว่า “ผ่าน” หมายความว่า ในใจผู้คนที่นี่ยังมีการแบ่งแยกถิ่นและภาษากันระหว่างคนเชื้อสายกาตาโลเนีย และ คนเชื้อสายสเปนภาคกลาง

    ก่อนจะมาวาเลนเซียครั้งนี้ เพื่อนของคุณหลานคนหนึ่งได้เตือนไว้ว่า “แล้วจะรู้สึก...ว่าการเดินทางในเมืองที่คนไม่พูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นเลยนี่มันเป็นอย่างไร” นี่นับว่ายังโชคดีที่คุณหลานพอพูดภาษาสเปนได้บ้างเพราะเธอเคยเรียนสมัยอยู่ชั้นมัธยม จึงยังพอถามทาง สั่งอาหาร หรือ ฯลฯ ได้บ้าง มิฉะนั้นชีวิตการเดินทางคงยากกว่านี้ บังเอิญคุณหลานคนนี้พอพูดได้หลายภาษา นอกจากฝรั่งเศส และอังกฤษแล้ว เธอยังพูดจีนกลาง สเปน และญี่ปุ่น กำลังคิดว่าเพื่อความสุขสดชื่นของคุณป้า จะยุให้เธอเรียนภาษาเยอรมันอีกสักภาษา

    

      (แรงจูงใจในการเรียนภาษาของคุณหลานเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับครูสอนภาษา เพราะว่าการเรียนภาษาของเธอมีจุดเริ่มต้นต่างกัน คุณหลานเป็นคนที่ชอบพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลมาก ถึงมากที่สุด โดยเฉพาะการแสดงของโลมา ชอบขนาดว่าเธออุตส่าห์ลงทุนไปเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกภาษาหนึ่ง อย่างจริงจัง เพียงเพื่อที่เธอจะได้ไปดูพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลที่โอกินาวาได้โดยไม่เดือดร้อนลำบากเรื่องภาษา เราตกลงกันว่าเมื่อวันนั้นมาถึงเราก็จะไปโอกินาวาด้วยกัน คุณป้าฉลาดไหมล่ะ)

     ในเรื่องภาษาต้องนับว่าคนที่วาเลนเซียดีกว่าคนที่บาร์เซฯ เพราะท่าทางไม่ได้รังเกียจที่มีคนพูดภาษาสเปนด้วย

   

    ไปรษณีย์กลางเมืองวาเลนเซีย

    

  

   ข้างในเหมือนวังแต่ทหารยาม (ตำรวจ) ดุมาก ไม่ยอมให้ถ่ายรูป

  
 

          ศาลากลางเมืองวาเลนเซีย

    

     

     

      รถติดที่กลางเมือง

       

     

      ทางเท้าสำหรับข้ามถนน กว้างที่สุดดในโลก บ้านเมืองสะอาดมากทุกมุมเมือง

     

    

     โบสถ์ใหญ่กลางเมือง เข้าไปดูหน่อยนะ

    

    

    

 

    

    

     เดินมาอีกหน่อยเจอย่านเมืองเก่าซึ่งจัดเป็นศูนย์โบราณคดีประจำเมือง สวยงามมาก

    

     

     

    

    

   

  

  

  

   เห็นอิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบมัวร์จากลักษณะการตกแต่งอาคาร

  

 

 

 

 

  เดินทะลุออกมาเป๋็นย่านนักท่องเที่ยวกลางเมือง

  

   มีคนมานอนอาบแดดอย่างไม่สนใจโลก

  

  

  

   ดอกไม้หน้าร้านกาแฟกลางเมือง สวยมากจริงๆ

          วาเลนเซียนับเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของสเปนรองจากมาดริดและบาร์เซโลนา แต่เมืองวาเลนเซียน่าดูกว่าบาร์เซโลนาหลายอย่าง ความประทับใจสำหรับบาร์เซโลนาคือบาร์เซโลนาเหมือนเมืองไทยแถวๆห้วยขวางปนสยามสแควร์ คือมีโบสถ์ที่สวยงาม มีสวนสาธารณะและอาคารสวยงามที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่างกอร์ดี Antonio Gordi เช่นโบสถ์ Sagrada Familia ซึ่งบรรจงสร้างมานานเป็นร้อยปี มีศูนย์การค้าใหญ่มากมาย มีย่านการค้าและถนนยั้วเยี้ยสำหรับคนเดินที่เรียกว่า เลส์รัมบลาส์ Les Ramblas มีตลาดสดที่มีสีสันงดงาม มีชายฝั่งทะเลและภูเขาที่นั่งรถเคเบิลขึ้นไปชมได้ แต่ผู้คนหนาแน่นวุ่นวาย และบ้านเมืองบางย่านไม่ค่อยสะอาด มีรอยขีดเขียนตามอาคารเลอะเทอะรกตา (เหมือนกทม. บางแหล่ง) ถนนสกปรกรกรุงรัง

    

    ตัวอักษรเอ็มสีแดงคือ ป้ายรถใต้ดินด้านข้างโรงแรม

     แต่วาเลนเซียเป็นเมืองที่สะอาดมาก บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ Turia Park พาดผ่านใจกลางเมืองเลยทีเดียว สวนนี้เดิมเป็นแม่น้ำชื่อตูเรีย แต่น้ำมักท่วมทำความเสียหายให้เมือง เขาจึงเปลี่ยนเส้นทางเดินน้ำเสียใหม่ ส่วนท้องแม่น้ำเดิมก็ปลูกเป็นสวนสาธารณะขึ้นมาแทนที่แม่น้ำ วาเลนเซียจึงเป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะอันงดงามพาดผ่านกลางตลอดทั้งเมือง เป็นเอกลักษณ์ที่คนวาเลนเซียภาคภูมิใจมาก

   

  

  

 

  

   ลูกมะกอกเขียวที่เอามาดอง ต้นนี้อยู่ริมทางเท้าในสวน

  

  

  

  

    สวนตูเรีย อยู่ข้างๆโรงแรมและพาดกลางเมือง

   วันแรกที่ไปถึงวาเลนเซียปรากฎว่าฝนตกอ้อยอิ่งอย่างมากมาย ก็เลยไปหาอะไรกินในศูนย์การค้าแถวๆโรงแรมนั่นเองแล้วมานอนเอาแรงสักครู่ ก่อนที่คุณหลานจะออกไปสำรวจเมืองยามเย็นเพียงลำพัง (คือคุณป้าหมดแรง เนื่องจากอดนอนมาหลายวัน โหมทำงานก่อนมาเที่ยวเล่น) คนสเปนชอบใช้ชีวิตกลางคืน ตามถนนมีผู้คนเดินขวักไขว่แม้จะสี่ห้าทุ่มแล้วก็ตาม อาจเป็นเพราะกลางวันอากาศอุ่นเกินไป

  

    วันรุ่งขึ้นเราจึงออกเดินทางไปเยี่ยมชมสิ่งที่ตั้งใจมาชมซึ่งเรียกชื่อเต็มๆว่าเมืองแห่งศิลปะและวิทยาศาสตร์ Ciudad des Arts des Sciences ตั้งอยู่กลางแม่น้ำตูเรียเก่าอีกปลายฟากหนึ่งของเมืองซึ่งอยู่ไกลจากโรงแรมพอสมควร ต้องนั่งรถเมล์ไปกัน (ค่ารถเที่ยวละ 1.5 ยูโร แต่คุณหลานซื้อตั๋วนักท่องเที่ยวแบบนั่งอะไรก็ได้ไม่จำกัดภายในเวลาสามวันราคาประมาณสิบยูโรซึ่งนับว่าคุ้มมากกว่าจะจ่ายทีละเที่ยว)

   

     

  

  

  

  

  

  

 

 

 

 

 

   นายแบบยืนยิ้มข้างๆธงชาติประเทศต่างๆ ตามทางเดินในเมืองวิทยาศาสตร์

    แทนที่จะลงรถเมล์ที่ป้ายด้านหน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเล Oceanografic เลย เราก็ลงก่อนสองป้าย ความจริงคือลงผิดป้าย แต่นับว่าโชคดีที่ลงผิด เพราะทำให้ได้เห็นอะไรๆในระหว่างที่เดินเล่นไปตามทาง ถ่ายรูปไปเรื่อย ทางเท้าในเมืองนี้ กว้างขวาง เรียบ เดินสบาย และสะอาดตาน่าเดินมากจริงๆ (คิดถึงทางเท้าใน กทม. แล้วสะท้อนใจ)

  

   สิ่งของที่ตกแต่งทางเดินในเมืองวิทยาศาสตร์และศิลปะ

  

   อาคารพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเล

      

  

   แตรวงของโรงเรียนที่มาแสดงตามจุดต่างๆในวันนั้น

 

      เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลก็ต้องไปเข้าแถวรับตั๋ว (ซึ่งซื้อมาทางออนไลน์แล้ว) การจัดการไม่ค่อยดีนัก ทำให้มีผู้ที่ไม่เข้าใจมาเข้าแถวผิด ไม่รู้ว่าจะเข้าแถวไหนดี ความจริงเขามีเจ้าหน้าที่มาคอยดูอยู่เหมือนกัน แต่เธอพูดแต่ภาษาสเปนอย่างเดียว บรรดากะเหรี่ยงต่างแดนจึงไม่รู้เรื่องอยู่ดี

       ขอบอกก่อนว่าอาณาบริเวณของเมืองศิลปะและวิทยาศาสตร์นี้กว้างขวางมาก ถ้าจะดูกันจริงๆคงต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน แต่ก่อนออกจากโรงแรมเราไปคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรม เขาบอกว่าให้มาดูพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลนี่แหละ “ดีที่สุด” เราก็เชื่อเขาไว้ก่อน มาถึงแล้วก็ยังเห็นว่าลำพังพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลก็ยังมีอะไรๆให้ดูเยอะมาก เราจึงตกลงกันว่าจะไปดูสิ่งที่ตั้งใจมาดูก่อนแล้วกัน นั่นคือการแสดงของโลมาเพื่อนรัก

  

  

  

        การแสดงของโลมาเพื่อนรักมีสี่รอบคือสิบโมงครึ่ง เที่ยงครึ่ง บ่ายสองโมงครึ่ง และบ่ายสี่โมงครึ่ง เราเลือกเข้าไปดูรอบแรกเพื่อจะได้มีเวลาเหลือเอาไว้เดินดูอย่างอื่น

   

   

   

    นี่ขนาดดูรอบที่สองยังตั้งใจขนาดนี้ รอบแรกถ่ายรูปไม่ค่อยทัน เพราะว่าแต่ละท่าเร็วมาก

    ผู้คนมานั่งรอชมการแสดงก่อนเวลาอย่างน้อยสี่สิบนาที เขาก็จัดให้มีการอุ่นเครื่องก่อนเริ่มการแสดง โดยให้มีพิธีกรออกมาคุยกับผู้ชม ชวนผู้ชมเล่น โบกคลื่น (ที่อเมริกาเรียกว่า โบกข้าวสาลี Waving the wheat) แล้วเลือกเฟ้นหาอาสาสมัครเด็กๆเอาไว้กลุ่มหนึ่งประมาณหกเจ็ดคนจากบรรดาเด็กๆที่มาชมนั่นเอง มีเด็กๆยกมืออยากอาสากันมากมายทีเดียว

   

  

 

    การแสดงเหล่านี้ต้องตั้งใจดูอย่างห้ามกระพริบตา เพราะว่าเร็วมาก เนื่องจากโลมาว่ายน้ำเร็วจริงๆ

     รายการนี้เป็นรายการที่คุณหลานอยากดูมากทั้งๆที่เคยดูที่อื่นๆมาก่อนแล้ว ส่วนคุณป้าก็อยากเหมือนกัน แต่ไม่มาก เนื่องจากเมื่อปีก่อนโน้นเคยไปดูฝูงโลมากระโดดน้ำเล่นกลางทะเลเป็นเพื่อนวาฬที่นอกชายฝั่งบอสตันมาแล้ว รู้สึกว่าโลมาเพื่อนรักในบรรยากาศธรรมชาติน่าดูกว่าเยอะเลย

    

    

   

   

  

  

  

        แต่โลมาที่นี่ก็น่าดูไปอีกแบบ เพราะว่าเขาฝึกเอาไว้ดีมาก สามารถเดินหน้า เดินถอยหลัง เต้นรำตามเสียงเพลง เล่นห่วง ว่ายน้ำหงายท้อง แบกผู้ฝึกเหินข้ามน้ำได้ด้วย ฯลฯ สารพัดจะทำ (แต่ละท่าเร็วมาก ถ่ายรูปไม่ทันจริงๆ) ไม่ว่าผู้ฝึกทำท่าอะไร พวกโลมาก็ทำตามและทำได้ดีกว่าเสียด้วย พอทำเสร็จแต่ละท่าก็จะได้ปลาเป็นรางวัลตัวหนึ่ง นอกจากนั้นยังเชื่องมาก ยอมให้เด็กๆที่เป็นอาสาสมัครมาลูบไล้เล่นด้วย (เด็กๆพวกนี้ต้องล้างมือด้วยเจลก่อนนะ)

    หลังจากดูการแสดงของโลมาเพื่อนรักเสร็จก็ออกมากินปายย์ล่าที่ห้องอาหารข้างหน้าอาคารที่แสดงโลมานั่นเอง (บอกแล้วว่าเป็นอาหารจานโปรด)

     หลังจากนั้นก็ว่าจะเดินไปดูอื่นๆที่ยังไม่ได้ดู ปรากฎว่าการแสดงรอบต่อไปกำลังจะเริ่มพอดี คุณหลานก็ชวนว่า “ดูอีกสักรอบดีไหม” (จริงๆ) เพราะว่ารอบแรกยังถ่ายรูปบางท่าไม่ทันเลย เนื่องจากโลมาว่ายน้ำเร็วมาก (ห้ามกระพริบตาจริงๆ) ก็เลยตกลงเข้าไปดูกันอีกรอบ นับว่าคุ้มมาก (ตามใจคุณหลานอย่างนี้เอง เลยได้ตำแหน่งคุณป้าที่น่ารักที่สุดในโลกหลายปีติดๆกันมาแล้ว...เจง...เจง)

    หลังจากดูการแสดงสองรอบคุณป้าก็ยื่นคำขาดว่า พอเท่านี้นะ จะไปดูอย่างอื่นบ้างแล้ว เราก็ค่อยๆเดินดูไปเรื่อยๆจนทั่วทุกพื้นที่ที่เขาเปิดให้ดูในวันนั้น น่าเสียดายที่บางโซนกำลังปิดปรับปรุงอยู่

  

  

   กรงนกที่เห็นอยู่ไกลๆ เดินเข้าไปหาเลย

     

  

 

 

  รูปนกเหล่านี้เก็บมาฝากนักดูนกแถวนี้โดยเฉพาะ เสียดายที่ไม่อาจถ่ายใกล้กว่านี้ได้

  

  

  

  

  นี่ก็นกเหมือนกัน แต่เป็นวิหคสวรรค์

  

  

   ดอกไม้สวยจริงๆ

   

  

   ดอกนี้คล้ายๆกับที่ภูฐานเลยนะ

  

  นี่ก็ใบคล้ายกับดอกชงโค น่าจะเป็นญาติกัน

  

  

  

  

   แปรงล้างขวดที่นี่มีมากมาย และช่อสวยมาก

  

   เหมือนธูปฤาษี แต่ไม่ใช่

  

  

 

 

  เป็นเครื่องเทศเอาไว้ใส่ปายล์ล่าได้

  

  

  

  สถาปัตยกรรมด้านนอก แสดงให้เห็นแรงบันดาลใจจากงานออกแบบของกอร์ดี ที่มีอยู่มากมายในบาร์เซฯ

    กว่าจะกลับถึงโรงแรมก็อ่อนระโหยโรยละเหี่ย ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว ทั้งเมื่อย อากาศร้อนจริงๆ ไม่น่าเชื่อ

   วันรุ่งขึ้นเราตั้งใจจะไปให้ถึงถิ่นกำเนิดของปายย์ล่าคือชายหาดนอกเมืองวาเลนเซียที่ชื่อมาลวาโรซ่า คนที่โรงแรมบอกทางให้ เราก็นั่งรถเมล์ออกไปกันนานมากเกือบชั่วโมง บังเอิญยังไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว เป็นเวลาที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากัน แม้จะพอมีบ้างตามร้านต่างๆ ชายทะเลก็หน้าตาแปลกจากแถวทางใต้ของฝรั่งเศสใกล้ๆบ้านคุณหลาน ในเมืองมีรถรางวิ่งด้วย

   

   

   

  

  

       เราก็เดินเล่นแล้วหาปายย์ล่ากินกัน ปรากฎว่าโชคไม่ดีไปเจอร้านที่ไม่ค่อยอร่อย ทำให้เสียความรู้สึกว่าอุตส่าห์มาถึงที่ ทำให้หมายมั่นปั้นมือว่าเดี๋ยวกลับไปจะต้องทำกินเอง ให้รู้กันไปว่าใครเป็นใคร ซื้อเครื่องเทศแบบซองๆ และไส้กรอกชนิดพิเศษที่เรียกว่า โชริโซ chorizo สำหรับใส่ปายย์ล่ากลับมาฝรั่งเศสด้วยเลย ที่แถวบ้านก็มีขายแต่แพงกว่ากันมาก

  

  อาหารไม่อร่อยแต่ดอกไม้สวย

    หลังจากนั้นก็เข้ามาเดินที่กลางเมืองวาเสนเซียซึ่งคุณหลานมาสำรวจแล้วรอบหนึ่งตั้งแต่วันที่มาถึง ส่วนคุณป้าเพิ่งเคยมา ก็มีอะไรน่าดูหลายอย่าง

    ที่น่าทึ่งคือการเป็นคนเดินเท้าที่นี่ไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเหมือนอยู่เมืองไทย เพราะว่าทางม้าลายกว้างมาก...กกก มีหลายจุดและกว้างจริงๆ ทางเท้าก็กว้างมาก ก็มีบ้างบางแห่งในย่านเก่าที่ทางเท้ายังแคบอยู่ แต่ย่านที่ปรับปรุงใหม่และส่วนมากที่เราไปเดินกันนั้นทางเท้ากว้างมาก เดินแล้วสบายใจ

    

     ดูทางเท้าเสียก่อน กว้างทุกมุมถนน

      วันสุดท้ายก่อนขึ้นรถไฟกลับเมืองม้งต์ มีเวลาครึ่งวัน เรารีบออกไปเดินดูถนนดอกไม้ที่สะพานแห่งศิลปะ ซึ่งนั่งรถเมล์ผ่านเมื่อวันก่อนเห็นทิวดอกเยอเรเนียมหลากสีสวยมาก เป็นพันๆกระถาง

     

     

    

 

    

     สะพานดอกไม้อยู่ตรงข้ามย่านธุรกิจกลางเมืองเลย

    

    

    

    

   

   

   

    ภาพนี้ชอบเป็นพิเศษ ขืนใจกล้องได้

   

   

    แถวนี้มีแต่ สว. ออกมานั่งอาบแดด

      วันที่จะเดินทางกลับ ออกจากโรงแรมเพื่อจะมาสถานีรถไฟปรากฏว่าเป็นวันแรงงาน บรรดาผู้คนมาตั้งแถวคอยญาติมิตรที่จะมานั่งรถไฟมาร่วมเดินขบวนแรงงานกันแถวๆสถานีรถไฟ ตำรวจมาปิดถนนอำนวยความสะดวกให้ขบวน ทำให้รถเมล์ต้องอ้อมและหยุดก่อนถึงสถานีรถไฟ คุณหลานจึงต้องใช้ความสามารถด้านภาษา ไปเจรจากับคนขับรถเมล์เพื่อถามทางไปสถานีรถไฟ ก็โชคดีที่อยู่อีกไม่ไกล พอจะเดินกันไหว แล้วเราก็แอบถ่ายรูปบรรดาพวกเสื้อแดงของวาเลนเซียมาด้วย

    

    

    

    

    

     เป็นการชุมนุมอย่างสงบ แถมสนุกมาก มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

      ระหว่างที่รอรถ ก็ไปเดินหาของกิน และหาเรื่องถ่ายรูปกัน ที่สถานีรถไฟวาเลนเซียมีห้องจัดแสดงเซรามิคของพื้นเมือง สวยมาก เพราะว่าวาเลนเซียเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการเผาเซรามิคและทำโมเสคมาแต่เนิ่นนานแล้ว บางชิ้นใหญ่มากและมีลวดลายละเอียดสวยงามมากจริงๆ

    

    

     

     

    

   

   

   

   

  

  

  

  

 

  

   อาคารกลมๆด้านขวาของสถานีคือสนามชนวัว กีฬาประจำชาติ

  

   ด้านหน้าสถานี และฝั่งตรงข้าม

  

     

         ความจริงแล้ววาเลนเซียยังมีอะไรให้ดูอีกมากมาย และน่าจะมาตอนมีงานเทศกาลเผาหุ่นประจำปี ซึ่งว่ากันว่าสนุกมากแต่นักท่องเที่ยวก็มากด้วย  แต่เท่าที่มาคราวนี้ มีเวลาเท่านี้เอง

         มาเดินเล่นในเมืองวาเลนเซียตามรูปกันดีกว่านะ

    

    ส้มวาเลนเซีย

   

   

   

   หน้าตาคุ้นๆไหมเอ่ย

  

  

   

   คนเขียนมีอารมณ์ขันดี

  

   

    คิวรถแท็กซี่ข้างๆโรงแรม รถสีขาว และยี่ห้อดีๆทั้งนั้น สภาพรถก็ดีมากเลย

     สรุปว่าการเดินทางไปวาเลนเซียครั้งแรกของเราป้าหลานประสบความสำเร็จเพียงเรื่องเดียว คือได้ไปดูโลมาทำมาหากินหาเลี้ยงคน แต่ยังค้างคาใจเรื่องปายย์ล่า กลับมาจึงทำปายย์ล่ากินวันหนึ่งได้ใช้เครื่องเทศแบบซองๆ และไส้กรอกชนิดพิเศษที่เรียกว่า โชริโซ chorizo สำหรับใส่ปายย์ล่าซึ่งซื้อกลับมาด้วย แต่ยังมิหนำใจ วันรุ่งขึ้นจึงคั่วลูกผักชียี่หร่าลูกกระวานฯลฯ ทำข้าวหมกไก่อีกวันหนึ่ง

     จึงค้นพบความจริงว่าชาติไทยของเรานี่ดีจริงๆ เอาของๆคนอื่นมาทำให้ดีกว่าของเดิมได้ด้วย ข้าวหมกไก่ของเราอร่อยกว่าปายย์ล่า (คนแถวนี้แซวว่าเข้าข้างตัวเองล่ะซี้.......มันแน่อยู่แล้ว) โดยเฉพาะเมื่อเราทำอาจาดชามโตเอาไว้กินแกล้มข้าวหมกไก่ แก้เลี่ยนได้ดีมาก (ขออภัยถ่ายรูปไม่ทันสักที พอนึกขึ้นได้ว่าจะถ่ายรูปมาฝากญาติมิตรก็เหลือแต่ซากทุกทีไป)

     วันนี้ขอพักผ่อนเอาแรงเพียงเท่านี้ก่อน วันหลังจะพาเดินเที่ยวอีกนะคะ  

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ขอขอบคุณแผนที่จากวิกิ และรูปบางรูปเป็นฝีมือคุณหลาน

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
9Charlie วันที่ : 14/02/2013 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

คุณภูสีฟ้า....เผอิญไม่ได้เป็นแฟนซอคเกอร์เลยไม่รู้มาก่อนที่จะไปสเปนค่ะ แต่ตอนนี้รู้แล้ว ...."ถิ่นนิยม" รุนแรงจริงๆ
แต่ก้ยังดีกว่า "เถื่่อนนิยม" แถวบ้านเรานะ...ว่าไหมคะ
(จนได้)

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
9Charlie วันที่ : 14/02/2013 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
9Charlie วันที่ : 14/02/2013 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

คุณครูแดงและคุณเหล่าซือ....ใช้เวลาจริงๆค่ะ
อยากจะรู้วิธีที่ไม่ต้องใช้เวลามากขนาดนี้
แถมเพิ่งได้คอมพ์เครื่องใหม่มา...โห....ปล้ำกันนานกว่าจะทำอะไรถูกวิธี
แต่ว่ามีภาพสวยๆมากมายที่อยากแบ่งปัน
และอยากเล่าสิ่งที่ไปเห็นมา เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครได้บ้างนะคะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
9Charlie วันที่ : 14/02/2013 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

คุณสิงห์ฯคะ.....ที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ยังไม่เคยทำค่ะ
แต่น่่าจะลองทำดูสักที เพราะว่าที่บ้านมีคนนิยมมังส์อยู่สองสามคน ว่าจะลองใส่เต้าหู้ทอดกรอบกับเห็ดดู
คราวนี้จะถ่ายรูปลงกินเนสเลย ในฐานะเป็นปายย์ล่าเต้าหู้ หรือข้าวหมกเต้าหู้กระทะแรก
ดีไหมคะ
ขอเวลาไปออกแบบก่อนนะคะ
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 13/02/2013 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เอ็นทรีนี้เต็มอิ่มจริงๆครับทั้งข้อมูลและภาพ
การแบ่งแยกถิ่นและภาษากันระหว่างคนเชื้อสายกาตาโลเนีย และ คนเชื้อสายสเปนภาคกลาง ลามไปถึงวงการฟุตบอลทีเดียวครับ
หากว่าบาร์เซโลน่า เตะกับรีอัล มาดริด เมื่อไหร่รับรองสนามระเบิด

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 12/02/2013 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

ภาพสวยเยอะมากค่ะ อย่างนี้ต้องใช้เวลาอัพแต่ละบล็อกนานมากแน่เลย
ไปรษณีย์กลางเขาสวยมาก เมืองเขาสวยงาม คนนอนอาบแดดข้างถนนนี่เพิ่งเคยเห็นค่ะ ปกติบ้านเราเห็นแต่แถวชายหาด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ครูแดง วันที่ : 12/02/2013 เวลา : 06.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ละลานตามากเลยค่ะ ทั้งภาพ ทั้งเรื่อง ทั้งดอกไม้...

-โลมาน่ารักจริงๆ...คนนี่ช่างฉลาดล้ำลึกจริงๆนะ..เอาสัตว์มาฝึกรับใช้หาเลี้ยงตัวเองได้เป็นกอบเป็นกำ...
-หวังว่าเขาคงเลี้ยงดูอย่างดี..แม้ยามหมดแรงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 12/02/2013 เวลา : 05.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ไม่ใส่เนื้อสัตว์ก็คงอร่อยเหมือนกันนะครับ พี่9Charlie

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
9Charlie วันที่ : 12/02/2013 เวลา : 02.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

คึุณหวาน คุณหม่อง คุณพูนทรัพย์....ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
เอ็นทรีนี้ทำรูปอยู่นานมากค่ะ แถมรูปถ่ายในเมืองหายไปหมดเลย เนื่องจากย้ายบ้าน ยังไม่สามารถหาสิ่งของบางอย่างได้ มีอีกหลายรูปที่ถ่ายมา สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ
เดี๋ยวค่อยหาเรื่องเล่าอีกทีนะคะ
สุขสันต์วันตรุษย้อนหลังและวันวาเลนไทน์ล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 11/02/2013 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

สถาปัตยกรรมต่างๆ รอบเมือง รวมทั้งดอกไม้ อีกทั้งสวนสัตว์และการแสดงปลาโลมาน่าดูไปหมดเลยครับพี่น้อย entry นี้ภายเยอะมากจุใจจริงๆ สุขสันต์วันตรุษจีนครับพี่น้อย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พูนทรัพย์ วันที่ : 11/02/2013 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gowithauntie
รักโลกใบนี้จัง

สวยจัง เมืองเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ

เคยไปเยือนตั้งแต่ยังไม่มีกล้้องแบบดิจิตอลใช้ แต่ยังรูปถ่ายอัดไว้ชมเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หวานหวาน วันที่ : 10/02/2013 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะคุณ 9Charlie

ขอบคุณที่ไปส่งข่าวนะคะ
แหม...ถ้าพลาดเอ็นทรีนี้ไปละก็เสียดายแย่เลยค่ะ
เพราะเต็มอิ่มจริงๆ
คิดว่าคุณหลานชายเก่งแล้ว .....แต่คุณป้าเก่งกว่า!!!
เพราะอะไรคะ ...ก็เพราะสามารถทำให้คุณหลานชายคนเก่งทำตามคำเรียกร้องได้น่ะซีคะ

คืนนี้ขอให้นอนหลับฝันดี และตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่นค่ะ
(อาจจะสายนิดหน่อยก็ได้นะคะ เพราะนอนดึก)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
9Charlie วันที่ : 10/02/2013 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9stella

สุขสันต์วันตรุษจีนแด่ญาติมิตรรักนักอ่านนักเที่ยวทุกท่าน
ขออวยพรให้ได้ผู้ว่าที่ดีกว่าเสาไฟฟ้า ไม่มว่าจะเสาจริงหรือเสาเทียม เสาอีแอบ ฯลฯ
เชิญอ่านเรื่องวาเลนเซียนคะ ใส่รูปอิยู่นานมากจริงๆ แถมทำรูปหายไปชึดหนึ่งยังหาไม่เจอ แต่เท่านี้ก็จะแย่แล้ว
ขอส่งความสุขรวบยอดถึงวันแห่งความรักด้วยเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน