• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 175247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2551
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 5027 , 22:04:44 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภูมิบุตรแห่งมาเลเซีย

 

วันนี้ขอเล่าเรื่องการให้สิทธิพิเศษกับผู้ตั้งถิ่นฐานเดิมในมาเลเซียนะครับ  ซึ่งเป็นการรักษาสิทธิเพื่อความเท่าเทียมโดยให้สิทธิพิเศษสำหรับกลุ่มบางกลุ่มเหนือกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง  ฟังแล้วคงงงๆกันนะครับ  เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง

 

เมื่อเราเข้าไปมาเลเซีย  หากได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของมาเลเซีย  เราจะต้องได้ยินคำว่าบูมีปูตรา Bumiputra (ผู้ตั้งถิ่นฐานเดิม) เพราะมันมีส่วนในการกำหนดวิถีแห่งการดำเนินชีวิตในมาเลเซียเลยทีเดียว  คำว่าบูมีปูตราเป็นภาษามาเลย์แปลว่าคนถิ่น หรือจะให้สวยหน่อยก็คือภูมิบุตร  หมายถึงผู้ที่มีถิ่นกำเนิดรวมถึงชาติพันธุ์ดั้งเดิม ณที่ตรงนั้นในที่นี้หมายถึงมาเลเซีย  บูมีปูตราเป็นทางการหมายถึงชาวมาเลย์ และชนพื้นเมืองเดิมอื่นๆ เช่น  Orang Asli  ที่อยู่ในคาบสมุทรมาเลเซีย และชาวเฝ่าต่างๆที่อาศัยอยู่ในรัฐซาบ์และซาราวัค

 

ทำไม่ต้องเป็นเช่นนั้น  เรื่องนี้จะต้องมองในเรื่องของประวัติศาสตร์ของประเทศก่อนที่จะมีประเทศมาเลเดซียบนแผนที่โลก  ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศเกิดใหม่  โดยก่อนหน้านี้อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษโดยมีชื่อว่าบริติสมาลายา หรืออาจจะเรียกว่ามาลายาเฉยๆก็ได้  มาเลเซียแต่ก่อนนั้นมีการปกครองเป็นอิสระโดยเมืองต่างๆจะมีเจ้าผู้ปกครองเดิม เมื่ออังกฤษเข้ามาในแหลมมาลายูก็ได้รับสิทธิดังกล่าวโดยที่ราชาทั้งหลายลงนามมอบสิทธิปกครองให้กับอังกฤษ ในมาเลเซียเรียกสนธิสัญญาปลายปืน(ไม่เต็มใจให้)

 

ในช่วงที่อังกฤษปกครองอยู่นั้นเพื่อไม่ให้มีการลุกฮือหรือต่อต้านมากนัก  อังกฤษก็ได้จ้างกรรมกรจากอาณานิคมอื่นๆเข้ามาทำงานในมาเลเซีย  โดยแรงงานอันดับหนึ่งที่นำมานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าคือชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่  โดยจะเข้ามาทำเหมืองให้กับประเทศอังกฤษ อีกพวกหนึ่งที่อังกฤษนำเข้ามาเป็นจำนวนมากคือชาวอินเดีย  โดยชาวอินเดียจะเข้ามาทำอาชีพด้านเกษตรกรรมให้กับอังกฤษ  ซึ่งแรงงานดังกล่าวจะเป็นแรงงานที่มีฝีมือมากเมื่อเทียบกับชาวมาเลญ์ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น

 

เมื่ออังกฤษได้ดูดเอาทรัพยากรจากที่แห่งนี้จนใกล้จะหมดแล้ตามธรรมเนียมปฎิบัติคือการให้เอกราช  จะเป็นด้วยการต่อสู้เรียกร้องหรือการได้มาโดยสันติวิธีก็ตามเมื่อถึงเวลามันก็จะเป็นไปตามวัฐจักรของมัน  ประเทศมาเลเซียได้มาโดยอย่างหลัง(ได้มาเมื่อถึงเวลา) ได้มีการประชุมในหมู่ผู้นำชาวมาเลย์ว่าจะจัดการกันอย่างไร  โดยการได้รับเอกราชในครั้งนี้ต้องรับเอาคนที่อังกฤษนำเข้ามาเป็นคนมาเลเซียด้วย  มาเลเซียจึงประกอบไปด้วยชาติพันธุ์ที่หลากหายด้วยวิศวกรชาวอังกฤษนั้นเอง

 

การให้สิทธิพิเศษแก่บูมีปูตราเริ่มขึ้นเมื่อชาวมาเลย์ตกลงที่จะใช้อำนาจทางการเมืองร่วมกับชนกลุ่มน้อยอื่นๆ เช่นชาวจีน ที่เรียกว่าสัญญาประชาคม และที่เป็นกฎข้อหนึ่งในการเป็นอิสระจากอังกฤษ  ในตอนนั้นผู้ที่ไม่ใช้ชาวมาเลจะเป็นชนรุ่นที่หนึ่งหรือสองที่ถูกนำเข้ามาในแผ่นดินมาเลเซียโดยอังกฤษเพื่อใช้เป็นแรงงาน  และผู้นำชาวมาเลย์เริ่มตระหนักเห็นถึงความสถานการณ์อันไม่พึงประสงค์เมื่อคนเหล่านั้นมีปริมาณมากจนจะเป็นชนกลุ่มหลักแล้ว  จึงได้มีการสงวนสิทธิให้กับคนที่พวกเขาถือว่าเป็นเจ้าของประเทศเดิม ดังในในมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญได้กล่าวว่า

 

“นับเป็นความรับผิดชอบของสมเด็จพระราชาธิปดีที่จะต้องช่วยปกป้องตำแน่งพิเศษของชาวมาเลย์และชนพื้นเมืองของรัฐซาบะห์และซาราวัค และรวมถึงผลประโยชน์ทางด้านกฎหมายของชุมชนอื่นๆภายใต้อำนาจของมาตรานี้”

และในมาตรา 160 ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า

“ชาวมาเลย์คือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ใช้ภาษามลายู ประพฤปฎิบัติตามประเพนีมาเลย์ และเป็นลูกของบิดาหรือมารดาที่กำเหนิดภายใต้สหพันธ์รัฐมาเลเซียก่อนวมาลายาได้รับเอกราชในวันที่ 31 สิงหาคม 1957”

 

คำว่าบูมีปูตราเริ่มใช้ครั้งแรกในรัฐสภาในปี 1965  ในช่วงการประชุมเรื่องกฎหมายในการก่อตั้งองค์กรมารา(MARA: Masjis Amanah Rakyat) ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรักษาสิทธิของชาวบูมีปูตรา และทำให้นายลี กวนยู สมาชิกรัฐสภามาเลเซียในตอนนั้นไม่พอใจอย่างมาก  จนทำให้ต้องแยกตัวไปในที่สุด  (ทางมาเลเซียประกาศให้สิงค์โปรออกไปก่อน  หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงนายลีประกาศแยกตัว  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1965)

 

ในช่วงแรกคาดว่าจะให้สิทธินี้ไม่นาน  แต่เมื่อมีเหตุการณ์จราจลในปี 1969(โดยชาวจีน)ก็ได้มีการเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวต่อมาในปี 1970 เพื่อที่จะระงับชวนเหตุตรึงเครียดระหว่างชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 เมษายน  ปี 1969แต่มันไม่ได้ประสปความสำเร็จในการลดความยากจนในหมู่ชนพื้นเมืองที่อยู่ชานเมือง  แต่มันยังเป็นตัวสร้างความไม่พอใจให้กับชาวมาเลย์ที่ไม่ใช่บูมีปูตรา

 

แนวความคิดเรื่องบูมีปูตรามีอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ถึงแม้มันจะไม่ได้ระบอธิบายความหมายของคำดังกล่าวไว้อย่างตรงไปตรงมา  มันได้ระบุความหมายของชาวมาเลย์ ชนพื้นเมือง(ในมาตรา160(2))  ชนพื้นเมืองแห่งซาราวัค(ในมาตรา161A(6)(a)) และชนพื้นเมืองแห่งซาบาห์(ในมาตรา161A(6)(b))  ความหมายหรือนิยามของบูมีปูตราอาจมีความหมายหลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่หน่วยงานต่างๆของรัฐจะตีความเอาเอง

 

จากหนังสือชื่อGuidebook for entry into public higher learning institutions for SPM/equivalent graduates for academic year 2007/2008 ได้ให้คำนิยามของคำว่าบูมิปูตราไว้อย่างชัดเจนคือ

  1. ในกรณีย์ของแหลมมาลายู

“หากบิดาหรือมารดาเป็นมุสลิมมาเลย์ หรือ ชาวพื้นเมืองดังปรากฎอยู่ในมาตรา 160(2) ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์มาเลเซีย ดังนั้นลูกก็จะได้รับการพิจารณาเป็นบูมีปุตรา”

  1. ในกรณีย์ของซาบะห์

“หากบิดาหรือมารดาเป็นมุสลิมมาเลย์ หรือ ชาวพื้นเมืองดังปรากฎอยู่ในมาตรา  160A (6)(a)ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์มาเลเซีย ดังนั้นบุตรก็จะได้รับการพิจารณาเป็นบูมีปุตรา”

  1. ในกรณีย์ของซาราวัค

“หากบิดาหรือมารดาเป็นมุสลิมมาเลย์ หรือ ชาวพื้นเมืองดังปรากฎอยู่ในมาตรา 160A (6)(b) ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์มาเลเซีย ดังนั้นบุตรก็จะได้รับการพิจารณาเป็นบูมีปุตรา”

 

กฎหมายนี้เป็นการที่รัฐมองว่าจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของชนเดิมโดยที่มองว่าผู้เข้ามาอยู่ที่หลังเปแ็นผู้อื่นที่ได้ประโยชน์จากทรัพยากรของะวกเขา และหารเปิดเสรีผู้คนโดยเฉพาะส่วนที่ยังไม่มีความเจริญจะเสียเปรียบทันที  เช่นเมื่อก่อนเขาจะกันไม่ให้เข้าคนจากแหลมมาลายูเข้าไปทำธุรกิจในแถบรัฐซาบาห์และซาราวัคได้ง่าย เพราะความเจริญทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกต่างกันลิบลับ  หากเปิดเสรีคนท้องถิ่นก็จะตกที่นั่ลำบาก

 

ปัจจุบันแม้ชาวบูมีปูตราจะได้รับอภิสิทธิต่างๆมากมาย ความเป็นผู้นำในด้านเศรษกิจก็ตกอยู่ในมือของชาวจีน  และอาชีพสำคัญๆเช่นหมอ ผู้พิพากษา วิศวกรเป็นชาวอินเดีย  ส่วนชาวมาเลย์ส่วนใหญ่ชอบงานสบายๆเช่นข้าราชการ  จนบางครั้งผู้นำยังต้องออกมาติงผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษว่าได้สิทธิมากจนไม่พัฒนาตนเองเพื่อให้แข็งขันกับเชื้อชาติอื่นได้

 

เพราะฉะนั้นการให้สิทธิดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การแข่งขันอย่างสมบูรณ์หากผู้ที่ได้รับสิทืธิเข้่าใจในเรื่อง handicap แล้วเขาพยายามพัฒนาตนเองเพื่อให้มีศักรยภาพเท่ากับผู้อื่น  แต่ในทางตรงกันข้ามหากมัวหลงสบายใจกับสิทธิที่ได้มากกว่าคนอื่นโดยไม่พัฒนาตนเองผลเสียก็ต้องตกอยู่กับตนไม่ใช่ผู้อื่น

 

ในแง่ของการสร้างชาติให้เข็มแข็งเรื่องดังกล่าวก็ยังคงเป็นปัญหาของมาเลเซียต่อไป  หากพวกหนึ่งยังคิดว่าเป็นเจ้าของประเทศ และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้เข้ามาอยู่ทีหลังความเป็นชาติย่อมเกิดขึ้นได้ยาก

 

 

สนต้นที่เก้า




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สนต้นที่เก้า วันที่ : 09/01/2008 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
ขอเชิญมาเยี่ยมที่บลอกบ้างนะครับ  ยินดีต้อนรับทุกความคิดเห็น

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและติชมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 08/01/2008 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

อยู่ประเทศเดียวกันมาตั้งหลายสิบปี ยังแบ่งพรรคแบ่งพวก เห็นทีจะมีปัญหาตามมาอีกเยอะ

ตอนปกติสุขนั้นพอทำเนา แต่พอเริ่มไม่ปกติสุข อะไรๆก็กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ทั้งนั้น

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆครับ
เป็นกำลังใจให้เต็มเปี่ยม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Mr_Com วันที่ : 07/01/2008 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrcom

อัสลามูอะลัยกุม - ขอให้สันติจงมีแด่ท่าน
ขอให้มีความสุข ในช่วงปีใหม่และตลอดไปครับ
เด็กผีแดง มาเยี่ยม
มารู้ประวัติของเซียน Guitar กว่าจะมาเป็น โค-ตะ-ระ-เซียน
http://www.oknation.net/blog/bodin2

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]