• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 175247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม 2551
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 3801 , 20:34:37 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 จากศรีวิไชย....สู่ซูฮาร์โต.... ถึงยุดโดโยโน...2nd Ed.

วันก่อนผมได้เล่าเรื่องของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โตของอินโดนีเซียไปแล้ว  หากไม่พูดถึงประเทศอินโดนีเซียบ้างก็จะทำให้เรื่ิองดังกล่าวขาดความสมบูรณ์ไป คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ทราบและสนใจเรื่องราวของเพื่อนบ้านมากนัก แม้เราอาจจะเคยรำ่เรียนมาบ้างในสมัยมัธยมต้นก็ตาม(วิชาเพื่อนบ้านของเรา) เพื่อนบ้านเราเขารู้เรื่องราวของเราเยอะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็เลยจะมานำเสนอเรื่องราวความรู้ทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ไปให้ชาวบลอกทุกท่านรวมถึงผู้อ่านท่านอื่นๆอ่านกันเพื่อประดับความรู้ เผื่ออนาคตมีโอกาสไปเที่ยวอินโดก็จะได้มีความรู้เรื่องประเทศของเขาติดตัวกันบ้างไม่มากก็น้อย


ประเทศอินโดนีเซียนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ปกครองโดยระบบสาธารณรัฐ มีการแบ่งเขตปกครองออกเป็น 30 รัฐหรือจังหวัด  2 เขตปกครองพิเศษ และ 1 เขตนครหลวงพิเศษ มีเมืองหลวงชื่อกรุงจาการ์ตา เป็นประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก  และมีประชากรเป็นอันดับสี่ของโลก ถึงแม้จะมีผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก อินโดนีเซียก็ไม่ได้ประกาศเป็นประเทศมุสลิม  เขาถือคติที่ว่าความเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความหลากหลาย

  

อย่างที่เราๆท่านๆทราบกันดีว่าไทยเรามีความภูมิใจในเรื่องที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร  ดังนั้นในทางตรงกันข้ามเพื่อนบ้านเราทั้งหมดก็เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติมหาอำนาจตะวันตกมาแล้วทั้งสิ้น  ไม่เว้นแม้แต่อินโดนีเซียมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศอินโดนีเซียปัจจุบันเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศฮอนแลนด์ประมาณสามร้อยกว่าปี  แม้จะมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย  อินโดนีเซียอ้างว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรนี้  บ้านเราก็อ้างอย่างเดียวกัน(เมืองไชยยา)  แต่หากไปดูโบราณสถานอย่างบูโรบูโดจะเห็นว่าอลังการอย่างมาก  อาณาจักรแห่งนี้มีอาณาเขตรวมตั้งแต่ภาคใต้ของไทย  มาเลเซีย สิงค์โปร มาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย  อาณาจักรดังกล่าวล่มสลายหลังจากการขยายอำนาจของอาณาจักรมัชปาหิทในช่วงปี 1200-1300 จนเรื่องราวการมีอยู่ของอาณาจักรนี้ถูกลบลืมไป  จนกระทั้งนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้กล่าวถึงการมีอยู่ของอาณาจักรดังกล่าวเมื่อปี 1918

 

ภาพประธานาธิบดีซูการ์โน

เรื่องราวของอาณาจักรศรีวิไชยไม่เคยมีกล่าวถึงแม้ในประวัติของอินโดนีเซียเองก็ตาม  จนกระทั่งได้รับการนำเสนอขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยนักวิชาการชาวฝรั่งเศสที่มีนามว่า จอร์จ โคเดส  เขาได้ตีพิมพ์การค้นพบของเขาเกี่ยวกับอาณาจักรศรีวิไชยแห่งนี้ซึ่งเป็นอาณาจักรทีตั้ง่ีอยู่ทางด้านตะวันตกตามบันทึกของชาวจีนและบันทึกโบราณของมาเลย์ เป็นอาณาจักรที่คานอำนาจในเขตนี้กับอาณาจักรมัชปาหิจที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ต่อมมาในศตวรรษที่ยี่สิบทั้งสองอาณาจักรได้ถูกอ้างถึงโดยนักวิชาการด้านรัฐชาติในฐานะของประเทศอินโดนีเซียตามแนวคิดของฮอนแลนด์เป็นยุคที่ศาสนาฮินดูและพุทธรุ่งเรืองมากจนแผ่ขยายออกไปตามที่ต่างๆ

 

ยุคที่ถือว่ารุ่งเรืองที่สุดของอินโดนีเซียคือสมัยของอาณาจักรมัชปาหิต จะอยู่ในช่วงราวๆศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นช่วงที่อินโดนีเซียขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวาง  ในช่วงนั้นได้เริ่มมีพ่อค้ามุสลิมเดินทางเข้ามาค้าขายในอินโดนีเซียและเริ่มเผยแผ่ศาสนาครั้งแรกขึ้นในเกาะสุมาตราตอนเหนือ  หลังจากนั้นส่วนอื่นๆในอินโดนีเซียก็เริ่มนับถือศาสนาอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นศาสนาหลักของเกาะชวาและสุมาตราไปในช่วงปลายศตวรรษที่สิบหก  อิสลามได้รวมเอาวัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมเข้าไปด้วยจนทำให้มีประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนี้นับถือศาสนาอิสลามโดยเฉพาะในชวา   

 

ภาพประธานาธิบดรซูการ์โน

ชาวยุโรปได้เริ่มเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อปี 1512  โดยกลุ่มแรกที่เข้ามาคือพ้อค้าชาวโปรตุเกสที่นำโดย ฟรานซิสโก เซอร์ราวเพื่อที่จะถือสิทธิในการส่งออกสินค้าจำพวกของพื้นเมืองในอินโดนีเซียในหมู่เกาะโมลุกกะ  หลังจากนั้นก็มีชาวอังกฤษและชาวฮอนแลนด์เข้าตามมา  ต่อมาฮอนแลนดได้จัดตั้งบริษัทดัชอินเดียตะวันออกและกลายเป็นชาติยุโรปที่มีอำนาจสูงสุดในบริเวณนี้  ต่อมาบริษัทดังกล่าวมีปัญหาจนล้มละลาย ในปี 1800 รัฐบาลของฮอนแลนด์จึงได้ก่อตั้งจักรวรรดิ์หมู่เกาะอินเดียตะวันออกขึ้นมาแทนที่เพื่อเอาเมืองเหล่านี้เป็นเมืองขึ้นต่อไป และในช่วงศตวรรษที่ยี่สิบที่จักวรรดิ์นี้ได้ขยายอิทธิพลเหนือพื้นที่ต่างๆดังที่เป็นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน

 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองญี่ปุ่นได้เข้าบุกยึดดินแดนแห่งนี้ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่งจนทำให้ฮอนแลนด์ต้องถอยออกไป  แต่หลังจากนั้นไม่นานนักกองกำลังฝ่ายสัมพันธ์มิตรมีชัยชนะเหนือญี่ปุ่น  ซูการ์โนผู้นำชาตินิยมอินโดนีเซียก็ได้ประกาศเอกราชหลังจากการยอมแพ้สงครามของญี่ปุ่นสองวันคือ ในวันที่ 17 สิงหาคม ปี 1945 และเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซีย  ทางฝ่ายฮอนแลนด์ก็มิได้วางมือจากอินโดนีเซียไปโดยง่ายๆ ได้มีการประทะกันหลายต่อหลายครั้ง เมื่อสหประชาชาติโดยชาติมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง ในที่สุดสงครามของทั้งสองฝ่ายก็ยุติลงไปในปี 1949  ฮอนแลนด์ยอมรับความเป็นเอกราชของอินโดนีเซีย

 

ภาพประธานาธิบดีฮาบีบี

ซูการ์โนปกครองประเทศในรูปแบบอำนาจนิยม และวางฐานอำนาจโดยการให้อำนาจกลุ่มต่างๆคานอำนาจซึ่งกันและกัน  กลุ่มเหล่านี้ได้แก่ กองทัพ  กลุ่มอิสลาม และพรรคคอมิวนิสต์แห่งอินโดนีเซีย  ต่อมามีการกระทำการปฏิวัติแต่ไม่สำเร็จทำให้ผู้นำทางทหารที่มีแนวคิดคอมมิวสต์โดนฆ่าตายหลายคน  โดยมีการลงความเห็นว่าพรรคคอมมิวนิสต์อยู่เบื้องหลังเหตการณ์ปฏิวัติในครั้งนี้

 

ในที่สุดพรรคคอมมิวนิสต์แห่งอินโดนีเซียนี้ก็ถูกห้ามในอิโดนีเซีย และมีผู้คนถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากในข้อหาคอมมิวนิสต์  ต่อมาผู้นำทางทหารที่ชื่อซูฮาร์โตก็เข้ามามีอำนาจทางการเมืองเหนือซูการ์โน(อ่านเรื่องราวของซูฮาร์โตได้ในเรื่องก่อนที่ผมเขียนไว้ในบลอกได้ครับ) จนในที่สุดซูการ์โนที่มีอำนาจเหลือน้อยต้องยอมลาออกเพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองที่แท้จริงเข้ามาแทนที่ เขาผู้นั้นก็คือซูฮาร์โต


ภาพประธานาธิบดีวาฮิด

 เมื่อซูฮาร์โตเข้ามาก็เปลี่ยนระบบต่างๆเสียใหม่ทั้งภายในและภายนอก เช่น มีนโยบายที่ดีกับประเทศที่เคยมีปัญหากันมาก่อนเช่นมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา  รวมถึงตัดความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ และเน้นการต่อต้านคอมมิวนิสต์เนื่องจากในช่วงนั้นเป็นยุคของสงครามเย็น  เขาจึงได้รับการสนันสนุนอย่างมากจากชาติประชาธิปไตยตะวันตก  ในเรื่องเศรษฐกิจนั้นเขาเปิดเสรีทางการลงทุน  เขาได้แก้กฏหมายให้มีการนำทุนเข้ามาง่ายขึ้น ได้มีการเข้ามาลงทุนอย่างมากในสมัยของซูฮาร์โต แต่ในทางกลับกันของการเจริญเติบโตทางเศรษกิจการคอร์รับชั่นก็มีมากตามไปด้วย  สุดท้ายความเจริญรุ่งเรืองก็มาถึงทางตันเมื่อฟองสบู่แตกในปี 1997 จนทำให้เขาต้องลงจากอำนาจในปี 1998 โดยให้ฮาบีบีเข้ารับหน้าที่ต่อไป

ในช่วงนั้นติมอร์ตะวันตกที่ได้ถูกผนวกรวมก่อนหน้านี้ก็ได้มีการลงคะแนนเพื่อขอเป็นอิสระ แยกออกจากอินโดนีเซียไปในปี 1999 ฮาบีบีเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานก็มีการเลือกตั้งใหญ่ในปี 1999 ผู้ที่โดดเด่นในเวทีการเมืองยุคใหมของอินโดนีเซีย่ก็คือนางเมกาวาตีซึ่งเป็นบุตรีของอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของนาง แม้พรรคของนางจะได้รับเสียงมากที่สุดในสภาถึง 33 เปอร์เซ็นก็ตาม แต่ผู้นำพรรคการเมืองส่วนใหญ่ยังไม่ยอมรับผู้นำประเทศที่เป็นสตรี นายวาฮิดผู้ซึ่งพรรคของตนได้คะแนนจากการเลือกตั้งเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้าชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีอีกคน จากผู้นำพรรคโกกาของนายฮาบีบี 

 

ภาพประธาราธิบดีเมกาวาตี

หลังจากนั้นไม่นานนายฮาบีบีถอนตัวออกจาการแข่งขัน  ท้ายที่สุดนายวาฮิดก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่สามของอินโดนีเซียโดยได้รับคะแนนในสภาที่สนับสนุนทั้งหมด 373 คะแนน ส่วนนางเมกาวาตีได้ไปเพียง 313 คะแนนเท่านั้น  ทำให้นางได้เป็นแค่รองประธานาธิบดี นายวาฮิดจึงเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ตุลาคม  ปี 1999

 

แต่ต่อมามีความไม่สงบภายในเกิดขึ้นทั้งจากประชาชนและจากการเมืองจนทำให้เขาคุมเกมส์ไม่อยู่  จนในวันที่13 กรกฎาคม 2001 รัฐสภาอินโดนีเซียได้มีมติถอดถอนวาฮิดออกจากตำแหน่ง และให้นางเมกาวาตีเข้ารับตำแนห่งดังกล่าวแทน ในทีแรกนายวาฮิดไม่ยอมรับคำตัดสินดังกล่าวและยังอาศัยอยู่ในที่พักของประธานาธิบดี จนกระทั่งในวันที่ 27 กรกฎาคม เขาจึงได้เดินทางไปอเมริกาเพื่อรักษาตัวจากสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง  นางเมกาวาตีจึงได้เป็นประธานาธิบดีของอินโดนีเซียคนที่ห้า

 

ภาพประธานาธิบดียุดโดโยโน

ในยุคของเมกาวาตีการปฏิรูปประชาธิปไตยได้ดำเนินต่อไปดังที่มันได้เริ่มมาตั้งแต่หลังซูฮาร์โตลงจากอำนาจ  เศรษฐกิจของประเทศก็ดีขึ้นจากตอนที่ฟองสบู่แตก  แต่คอรัปชั่นก็ยังคงอยู่ต่อไป  มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบปะปนกันไป  จนในปี 2004 สภาอินโดนีเซียได้ผ่านกฎหมายการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งอินโดนีเซีย  และนางก็ลงแข่งขันเพื่อที่จะเป็นผู้นำสมัยที่สองให้ได้  เธอพ่ายการเลือกตั้งไปในครั้งที่สอง  โดยผู้ที่มาล้มเธอได้ก็คืออดีตนายทหารที่มีนามว่านายพลซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโนนั้นเอง เขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่  20 ตุลาคมปี 2004 และจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2009 โดยคู่แข่งเดิมก็ยังคงอยู่ในสนามการเมืองต่อไป

 

 

สนต้นที่เก้า

ที่มาของภาพประกอบจาก(ตามลำดับ)

1.http://www.vuelaviajes.com/wp-content/2007/10/photo_lg_indonesia.jpg

2.http://www.nndb.com/people/917/000092641/sukarno-1.jpg

3.http://cache.eb.com/eb/image?id=9200&rendTypeId=4

4.http://i5.photobucket.com/albums/y200/tukangsemen/Habibie.jpg

5.http://www.nndb.com/people/910/000111577/gus-dur-1.jpg

6.http://www.detikzone.com/img_news/2007072921101254.jpeg

7.http://www.tokohindonesia.com/ensiklopedi/s/susilo-b-yudhoyono/

susilo_bambang_yudhoyono.jpg




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SOMBOONTIEW วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somboontiew
เราจักทำเวบหลวงปู่ทิม วัดพระขาว ด้วยใจต้องการบูชาพระคุณ หลวงปู่ www.luangputim.com

ภาพที่บูโร พุทโท สวยมากครับ

มาเป็นกำลังใจให้ครับ

ท่านใดว่างๆเชิญสละเวลาไปรับหนังสือธรรมะ
ท่านเจ้าคุณ นรฯได้นะครับ แจกฟรี ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วิกูล วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wikulponang

ประทับใจครับภาพแรก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
paparazzigirl วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ITpaparazzigirl

ชอบรูปแรกที่เป็นรูปปั้นพระพุทธเจ้า
คะ สวยและดุยิ่งใหญ่มากเลย

ปาปารัซซี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]