• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 173219
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 1695 , 18:33:40 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


อยู่ดีๆประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของเราอย่างมาเลเซียก็ยุบสภาเสียแล้วทั้งที่ตามกำหนดไว้นั้นจะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า  ซึ่งประเทศอย่างมาเลย์เซียแม้จะมีหลายพรคคการเมืองแต่พรรคที่เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลนับตั้งแต่จัดตั้งประเทศมาก็เป็นพรรคอัมโนเท่านั้น  และมันก็ยังเป็นเช่นนั้นเรื่อยไป  แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  แต่ที่แน่ๆคงไม่เซอร์ไฟรซ์อย่างพม่าเพื่อนบ้านที่ก่อนหน้านี่ก็ออกประกาศถึงเดือนในการกำหนดวันลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญและกำหนดปีที่จะทำการเลือกตั้งออกมาจนทำให้ใครต่อใครงงกันไปหมด


คำตอบของการเลือกตั้งที่เร็วกว่ากำหนดในครั้งนี้ของนายกรัฐมนตรีคนที่ห้าของประเทศมาเลย์เซีย(ไม่นับสมัยการเลือกตั้งเพราะตามธรรมเนียมของมาเลเซียผู้นำหากลงจากอำนาจแล้วจะลงไปเลยไม่หวนกลับมาใหม่  ส่วนคนเดิมก็จะเป็นไปจนกว่าจะลงจากอำนาจไปเอง) ที่มีนามว่าบัดดาวีไม่มีอะไรที่บ่งบอกนัยสำคัญทางการเมืองเลยแม้กระแสความนิยมของเขาจะลดลงไปมากก็ตาม  แต่อยู่ดีๆบุคคลที่หลายท่านอาจลืมไปแล้วแต่คนมาเลย์ยังมีเขาอยู่ในใจแน่นอนก็ได้มาให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว  เขาผู้นั้นก็คือนายอัลวาร์  อิบรอฮีม


นายอันวาร์  อิบรอฮีมออกมาให้ความเห็นในเรื่องที่ประเทศมาเลย์เซียออกมาประกาศยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหญ่เร็วขึ้น  ว่าจริงๆแล้วเหตุผลเบื้องหลังในการเร่งวันในการจัดการเลือกตั้งใหญ่ให้เร็วขึ้น  ก็เพราะต้องการกีดกันเขาออกจากการเข้ามามีส่วนในทางการเมืองนั้นเอง  ซึ่งเขาจะมีสิทธิทางการเมืองอีกครั้งในอีกสามเดือนเท่านั้น  หากประกาศเลือกตั้งออกมาในตอนนี้เขาย่อมไม่มีสิทธิลงเลือกตั้งแน่นอน  การประกาศเลืกตั้งก่อนที่เขาจะได้สิทธิทางการเมืองคืนมานั้นเหตุผลจึงเป็นอย่างอื่นไม่ได้นนอกจากจะกีดกันเขาออกจากการเมืองนั้นเอง


เรื่องราวคล้ายๆกันนี้ที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลทหารพม่าที่พยายามเข็ญรัฐธรรมนูญใหม่ออกมาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับกับนานาชาติ  แต่ในส่วนของเนื้อหาคาดว่าจะมีการกีดกันผู้นำฝ่ายค้านอย่างออง  ซาน  ซู จีในการลงสมัครอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามนายอัลวา  อิบรอฮีมเป็นใครและสำคัญอย่างไร  แล้วทำไมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องทำให้ประเทศที่มีความเสถียรภาพทางการเมืองอย่างมากประเทศมาเลเซียต้องหวั่นไหวเชียวหรือ  ในวันี้ขอขอเล่าเรื่องราวความเป็นมาของบุรุษผู้มีนามว่าอันวาร์  อิบรอฮีมผู้ที่เคยเป็นความหวังของคนมาเลย์เซียว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร


นายอันวาร์  อิบรอฮีม  มียศเต็มคือดาโต๊ะเสรี เขาเกิดเมื่อ 10 สิงหาคม 1947 ที่หมู่บ้าน เชอโระโต๊ะคุน ซึ่งอยู่ในรัฐปีนังในส่วนที่เป็นแผ่นดิน (อีกส่วนเป็นเกาะดังที่เรารู้กัน)  เขาเข้ารับการศึกษาในวิทยาลัยกัวลากังซา และต่อมาก็ได้เข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัยมาลายา(เทียบได้กับจุฬาฯ) ซึ่งอัลวาก็เริ่มบทบาทที่โดดเด่นของเขาที่นั่น


สมัยเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอัลวาได้รับตำแหน่งประธานของสหพันธ์นักศึกษามุสลิมมาเลเซียตั้งแต่ปี   1968-1971   ในช่วงวัยนักศึกษาของเขาอัลวามีความโดดเด่นอย่างมากในฐานะผู้นำการเรียกร้องต่างๆ  จนทำให้เป็นที่น่าจับตามองของทุกฝ่าย  และนอกจากนั้นเขาก็ยังเป็นคณะกรรมการของอาบิมหรือกลุ่มยุวมุสลิมแห่งมาเลเซีย  และเขายังเป็นประธานในสภายุวชนมาเลเซียอีกด้วยด้วย  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวจะก้าวสู่การเมืองในเวลาต่อมาด้วย


และการเข้าไปอยู่ในตารางครั้งแรกของเขาก็เกิดขึ้นในปี 1974  เนื่องจากเขาเป็นแกนนำนักศึกษาประท้วงรัฐบาลในเรื่องความอดยากและยากจนในชนบท  ซึ่งเขาโดนกักตัวไว้ในแคมป์เกอมุนติงที่ไว้กักขังนักโทษทางการเมืองถึงยี่สิบเดือนกัน  ซึ่งมาเลเซียมีกฎหมายที่จับกุมโดยไม่ต้องมีหมายและไม่ต้องไต่สวนหากเป็นเรื่องของความมั่นคง  กฎหมายดังกล่าวคือกฎหมายความมั่นคงภายในของมาเลเซียซึ่งกฎหมายนี้เป็นที่ถูกจับตามากในเรื่องการละเมิดสิทธินยุยชน  ซึ่งมันมักถูกใช้ในการจัดการกับผู้ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่าเรื่องของความมั่นคงของชาติ


และในปี 1982 อยู่ดีคนหนุ่มผู้มีอุดมการณ์อย่างแรงกล้าที่ท้าทายแนวคิดการดำเนินการของรัฐมาโดยตลอดก็ได้เข้าร่วมกับพรรครัฐบาลอัมโนโดยการเชื่อเชิญของนายกรัฐมนตรีหมาดๆอย่างมหาเดร์ผู้ซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศเมื่อปี 1981นั้นเอง การกระทำครั้งนี้เป็นความชาญฉลาดของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่างมหาเดร์ในการนำเอาผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้ที่จะมาท้าทายอำนาจการบริหารประเทศของเขาในอนาคตมาอยู่ใกล้ตัวเขาที่สุดแทนที่จะปล่อยให้อัลวาร์เจริญเติบโตทางการเมืองขึ้นมาเรื่อยๆโดยไร้การควบคุม  และหากไปเข้ากับฝ่ายค้านตลอดการอย่างพรรคอิสลามด้วยแล้วอัลวาคงจะต้องเป็นผู้นำทางการเมืองที่ทำให้เขาต้องยุ่งยากเป็นแน่  การที่มหาเดร์นำตัวอัลวามาอยู่ในพรรคอัมโนนับเป็นการแสดงถึงความลำ้ลึกทางความคิดของมหาเดร์ในทางการเมืองได้ดี  การเข้ามาสู่พรรคอัมโนของอัลวาในครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับฝ่ายที่สนับสนุนเขาอย่างมาก  ไม่เพียงแค่นั้นพรรคอัมโนเองก็ประหลาดใจเช่นกัน


การเดินทางเข้าสู่อำนาจของอันวาร์  อิบรอฮีมในพรรคอัมโนแทบจะพูดได้ว่ามันโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ  เขาได้รับตำแหน่งบริหารประเทศหลังจากเขาเข้ามาร่วมกับพรรคได้เพียงปีเดียวเท่านั้น  ตำแหน่งแรกที่เขาได้รับมอบหมายคือ  รัฐมนตรีวัฒนธรรม ยุวชนและการกีฬา  และเขาก็ได้รับตำแหน่งบริหารในรัฐบาลทุกครั้ง  กล่าวคือ  กระทรวงเกษตรในปี  1984  กระทรวงศึกษาธิการปี  1986 


การได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสำหรับธรรมเนียมทางการเมืองของประเทศมาเลเซียนั้นหมายถึงผู้นั้นเตรียมตัวที่จะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าคือ ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี  นั้นหมายถึงเบอร์สองของประเทศนั่นเอง  สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวถึงมากในช่วงการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของนายอัลวาร์ก็คือการเปลี่ยนชื่อเรียกภาษาหลักของประเทศที่เคยเรียกว่าภาษามาเลเซียเป็นภาษามาลายู  ซึ่งทำให้ผู้ซึ่งไม่มีเชื้อสายมาลายูรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก  เพราะคำเรียกมาลายูจะเป็นชื่อของชาติพันธ์ุซึ่งจะต่างกับคำว่ามาเลเซียที่จะหมายถึงประเทศ


ต่อมาเขาก็ได้รับหน้าที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจ โดยเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในปี 1991  หลังจากนั้นอีกสองปีคือในปี 1993 เขาเอาชนะบุคคลเบอร์สองของพรรคอัมโนอย่างนายยาฟาร์  บาบาในการลงคะแนนของสมาชิกพรรค  ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานพรรคอัมโน  และเขาก็ได้รับตำแหน่งในการบริหารประเทศเป็นลำดับที่สองเช่นกันคือเขาได้รับำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในปีเดียวกัน


หากใครศึกษาประวัติการเมืองของมหาเดร์หรือมาเลเซีย  เราจะพบว่าตำแหน่งเบอร์สองของประเทศในสมัยของมหาเดร์นั้นต้องจบวิถีทางการเมืองเร็วทั้งสิ้น  เมื่อผู้นั้นมีแนวโน้มที่จะมาท้าทายการปกครองของเขา  เขาก็จะตอบโต้ผู้นั้นทันทีจนเป็นเรื่องปกติในสมัยของมหาเดร์  กับอันวาร์  อิบรอฮีมนั้นเป็นเรื่องตรงกันข้ามทุกคนในมาเลเซียรวมทั้งมหาเดร์เองก็ชื่นชอบและชื่นชมตัวของอัลวาเป็นอย่างมาก  และมหาเดร์เองรวมทั้งประชาชนชาวมาเลเซียก็วางตัวเขาเป็นผู้สืบทอดตำนานการปกครองที่ทำให้มาเลเซียรุ่งโรจน์ของมหาเดร์  แต่เอรื่องก็จบลงดังที่เราๆท่านทราบกันดี  ซึ่งเขาต้องสะดุดเส้นทางการเมืองของเขาเหมือนกับเบอร์สองของมหาเดร์คนอื่นๆซึ่งเป็นเรื่องช๊อคคนมาเลย์ทั้งประเทศ


สัญญาณการแตกร้าวของสองผู้นำในฝันของประเทศมาเลเซียเริ่มปรากฎขึ้นในช่วงเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง(1997) ซึ่งทั้งคู่มีแนวคิดการบริหารที่แตกต่างกัน  และการจัดการกับระบบเอื้อประโยชน์กันที่มีอยู่มากภายในพรรคอัมโนในสมัยมหาเดร์ในช่วงที่เขารักษาการผู้นำประเทศนั้นเป็นการเติมเชื้อไฟอย่างดีให้กับเขาและผู้นำประเทศอย่างมาก ซึ่งอัลวามองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหนทางสู่การคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในมาเลเซีย


ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 1997 อันวาร์ในฐานะของรัฐมนตรีคลังสนับสนุนแนวคิดการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจตามแนวทางของไอเอ็มเอฟ  ซึ่งจะเป็นการแก้ไขโครงสร้างด้านเศรษฐกิจโดยการเปิดให้มีการเข้ามาลงทุนและมีการแข่งขันอย่างเสรีซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มาเลเซียในสมัยมหาเดร์เคยปฏิบัติ  นอกจากนั้นเขายังเตรียมการลดรายจ่ายของรัฐบาลลงไปประมาณ 18% ซึ่งในที่นี้จะกระทบโครงการมหึมาของมหาเดร์อีกด้วย  มันจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ผู้นำประเทศอย่างมหาเดร์


ในช่วงนั้นเองสถาบันทางการเงินทำท่าจะล้มเป็นจำนวนมาก(เหมือนบ้านเรา) อันวาร์ถือนโยบายไม่แทรกแซง  พยายามเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน และสนับสนุนแนวคิดการค้าเสรี  ในทางตรงกันข้ามมหาเดร์มีแนวคิดอย่างอื่นซึ่งขัดแย้งกับอันวาร์  แม้แนวคิดของอัลวาร์จะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางทั้งภายในและภายนอก  แนวคิดของเอัลวาร์ก็ต้องจบลงไปพร้อมกับเขา


และแล้วปี 1998 ปีสุดท้ายที่อัลวาร์ได้อยู่ในพรรคอัมโนก็มาถึง  ปีนี้เขาได้รับรางวัล  บุคคลแห่งปีของเอเชียจากนิตยสารนิวส์วีค  อัลวา  อิบรอฮีมเริ่มโจมตีมหาเดร์ในการประชุมใหญ่ของพรรคที่มีขึ้นเพียงสีปีครั้ง  โดยให้นายฮหมัด  ซาฮิด  ฮามิดีกลุ่มยุวชนอัมโนเสนอยัติเรื่อง "การเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้อง" แต่ได้รับการตอบโต้อย่างทันควันของมหาเดร์  โดยการนำเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการแจกแจงทรัพยากรและการแปรรูปกิจการของรัฐต่างๆ และที่สำคัญในรายชื่อดังกล่าวมีชื่อของอัลวาร์และซาฮิดรวมอยู่ด้วย  และในการประชุมครั้งนั้นมีการแจกจ่ายหนังสือที่มีชื่อว่า "50 Dalil Kenapa Anwar Tidak Boleh Jadi PM"(50 เหตุผลที่อัลวาร์ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรี)นับเป็นการสวนกลับที่รุนแรงจนอัลวาร์แทบจะตั้งตัวไม่ทัน


หลังจากนั้นอันวาร์ก็ยังต่อสู้ต่อไปโดยการใช้มาตรการตรวจสอบกิจการต่างๆของรัฐตามที่อำนาจเขามีอยู่ซึ่งแน่นอนว่ามันจะไปกระทบต่อลูกชายของมหาเดร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  อนึ่งลูกชายของมหาเดร์เป็นตัวหลักในกิจการที่เกียวข้องกับรัฐกว่าร้อยกิจการ  ซึ่งนั้นก็เป็นการเร่งให้อัลวาต้องจบวิถีทางการเมืองของเขาเร็วขึ้น


ในปีนี้มหาเดร์ได้จัดวันชาติขึ้นที่รัฐปีนังซึ่งเป็นการกระทำซึ่งไม่เคยมีมาก่อน  เพราะทุกครั้งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการเฉลิมฉลองวันชาติจะกระทำขึ้นเฉพาะในเมืองหลวงกรุงกัวลาลัมเปอร์เท่านั้น  การทำเช่นนี้ของมหาเดร์จึงมีนัยบางอย่าง  และที่สำคัญรัฐปีนังคือถิ่นของอันวาร์  อิบรอฮีม  หาใครได้ดูการถ่ายทอดสอในครั้งนั้นจะเห็นว่าสองผู้นำแห่งมาเลเซียมิได้ทักทายและพูดคุยกันเลย


มหาเดร์ออกมาพูดผ่านสื่อว่าเขาจะทำสองสิ่งเพื่อประเทศมาเลเซียโดยไม่ได้ระบุว่าเขาจะทำสิ่งใด  ต่อมาเขาก็ปลดฟ้าผ่าอัลวาร์ออกจากคณะรัฐบาลในวันที่ 2  กันยายน  และถูกขับออกจากพรรคในวันต่อมา  และอีกอย่างที่เขากระทำคือเขาใช้มาตรการควบคุมค่าเงินที่ท้ายที่สุดก็ช่วยให้มาเลเซียรอดจากวิกฤติเศรษฐกิจมาได้  เขานำระบบตระกร้ามาใช้โดยผูกค่าเงินริงกิตกับดอลลาร์  โดยให้ 1 ดอลลาร์เท่า 3.8 ริงกิต(ไม่แน่ใจแต่น่าจะประมาณนี้) และอีกอย่างที่ชัดเจนคือเขายกเลิกธนบัตร   1000  ริงกิตโดยประกาศยกเลิกเงินดังกล่าวทันทีในปีหน้า  ด้วยความเชื่อที่ว่ามีการโจมตีค่าเงิน  และมีคนจำนวนหนึ่งได้ประโยชน์โดยขนเงินจำนวนมากออกจากประเทศทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อประเทศ  ธนบัตร 1000 ริงกิตช่วยให้ทำเรื่องดังกล่าวง่ายขึ้น  นอกจากนี้ยังกำหนดห้ามนำเงินริงกิตออกนนอกประเทศ  และชาวต่างชาติของแจ้งว่าตนมีเงินเท่าไหร่ทั้งตอนขาเข้าและขาออก  มาตรการของมหาเดร์โดนโจมตีอย่างมากจากต่างประเทศ  แต่ท้ายที่สุดมันก็แสดงถึงวิสัยทัศน์และความสามารถของผู้นำคนนี้ออกมาอย่างชัดเจน  เขานำประเทศรอดจากวิกฤติได้อีกครั้งหนึ่ง  ทั้งๆที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างบอบชำ้จากสถานการณ์ดังกล่าวก็ตาม


แม้อัลวาร์  อิบรอฮีมจะถูกโดดเดี่ยวจากพรรค  เขาก็ยังมีผู้คนที่สนับสนุนเขาจำนวนมาก  และในวันที่  20 ตุลาคม เขาได้กล่าวสุนทรพจน์เพื่อการประท้วงมีผู้คนจำนวนมากมายเข้าร่วมสนับสนุนการประท้วงดังกล่าว  หลังจากนั้นผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งได้เคลื่อนขบวนประท้วงไปที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองเกิดขึ้น  นอกจากนี้ยังต้องการให้มหาเดร์ลาออกจากตำแหน่งอีกด้วย   ซึ่งปรากฎการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่งในมาเลเซีย  แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่สนับสนุนมหาเดร์ยังตั้งคำถามแก่อัลวาร์ว่าทำไม่เขาจึงพึ่งมาเรียกร้องและประกาศเรื่องดังกล่าวหลังจากถูกขับออกจากพรรค  และคืนนั้นเองอัลวาร์ก็โดนจับกุม  ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเองมาเลเซียซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคอมมอนเวลท์เกมส์ได้มีพิธีปิด(หรือเปิดไม่แน่ใจ)การแข่งขันโดยมีสมเด็จพระราชินีแห่งประเทศอังกฤษมาร่วมงานดังกล่าวด้วย


ในปี  1999  เขาถูกภิพากษาให้จำคุกในข้อหาคอรัปชั่นเป็นเวลาหกปี  และต่อมาในปี 2000 เขาก็ถูกภิพากษาให้จำคุกอีกเก้าปีในข้อหารักร่วมเพศ  อย่างไรก็ตามในปี  2004  เขาก็ได้รับการปล่อยตัวในที่สุดแต่ก็ต้องเว้นว่างจากการเมืองจนถึง 14 เมษายน 2008 และหลังจากนั้นเขาก็ได้ไปรักษาตัวที่ประเทศเยอร์มัน
   

หลังจากที่หายดีจากอาการเจ็บหลังเขาก็ได้รับเชิญไปสอนหนังสือ ณ ที่ต่างๆ อาทิเช่น  St. Anthony's College  ออกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ  John Hopkins School of Advance International Studies วอชิงตัน  และ School of Foreign Service ของมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์  และในเดือนมีนาคม ปี 2006 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานขององค์กร Accountability ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน  และในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกันเขาก็ได้รับการเลือให้เป็นประธานขององค์กร Foundation for Future  ที่ตั้งอยู่ที่วอชิงตัน
      

อย่างไรก็ตามการหวนคืนสู่เส้นทางการเมืองของอัลวาร์  อิบรอฮีมได้ปรากฎชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเขาได้ประกาศเจตจำนงต์ในการหวนคืนสู่สภาในปี  2008  เมื่อเดือนพฤษจิกายน 2006 หลังจากเขาได้รับสิทธิทางการเมืองคืนมาแล้ว  และจาการที่นายอับดุลเลาะฮ์  อะหมัด บัดดาวีได้ประกาศยุบสภาเมื่อวานนี้ย่อมเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลที่เข็มแข็งไม่ได้ประมาทการกลับมาสู่ระบบทางการเมืองของอัลวาร์  อิบรอฮิมผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหวังแห่งมาเลเซียและจะเป็นผู้สืบทอดที่เหมาะสมที่สุดของมหาเดร์


แม้ว่าการปรากฎตัวอีกครั้งทางการเมืองของนายอันวาร์  อิบรอฮีมในครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื้อมทางการเมืองของมาเลเซียได้  แต่มันก็อาจยังไม่มากพอที่จะทำให้ประเทศที่ประชาชนได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีได้ตื่นตัวกระโจนลงมาเพื่อร่วมทำการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเต็มที่และเต็มตัว  ประชาชนมาเลเซียส่วนใหญ่ยังพึงพอใจในสิ่งที่รัฐจัดสรรให้พวกเขา  เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆที่ส่งผลไม่แน่นอนจึงเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งของพวกเขาที่จะเลือกเส้นทางนั้น  แม้อัลวาร์  อิบริฮีมจะได้รับแรงสนับสนุนจากต่างชาติ  และยังมีประชนที่ชื่นชมและชื่นชอบในฝีมือการทำงานที่ผ่านมาจำนวนไม่น้อยก็ตาม  การมีผู้นำที่มาจากพรรคการเมืองอื่นที่ไม่ใช่พรรคอัมโนนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย  เพราะอัมโนนั้นมาเลเซียนั้นแยกกันไม่ออก 



สนต้นที่เก้า   

ภาพประกอบจาก
http://www.powerofculture.nl/files/images/jul07_anwaribrahim.jpg



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
None วันที่ : 14/02/2008 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kasaem


........................................................สวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]