• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 175384
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม 2551
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 3005 , 13:07:56 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


จริงๆแล้วว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว  เพราะครั้งแรกเมื่อเห็นชื่อกลางของว่าที่ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีคำว่า ฮุดเซ็น  อาจต้องมีใครสงสัยว่าเขาเป็นมุสลิมหรือเปล่า หรือเขามีความเกี่ยวพันธ์อย่างไรกับอิสลามเพราะชื่อของเขามันฟ้อง  และล่าสุดผมก็ได้ติดตามข่าวต่างประเทศในเรื่องของการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้  อยู่ดีดีก็มีการเอาชื่อกลางของโอบามามาเพื่อลดกระแสความแรงของเขาผู้ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวแทนของความเปลี่ยนแปลงของประเทศผู้นำโลกอย่างสหรัฐฯด้วย


 จากข่าวเรื่อง RNC criticizes use of Obama’s middle name in Tenessee release  เมื่อ 28 กุมภาพันธ์

ประธานคณะกรรมการริพับริกันแห่งชาติออกมาตำนิอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีต่อการที่พรรคริพับริกันแห่งเทนเนสซี่ได้ใช้ชื่อเต็มของโอบามาในข่าวล่าสุดที่ตั้วข้อสงสัยข้อผูกพันธ์ของวุฒิสมาชิกจากรัฐอิลินอยต่ออิสราเอล

 “คณะกรรมพรรคการปฏิเสธการใช้วิธีนี้ในการหาเสียง” ประธานพรรคฯไมค์ ดันคันกล่าวในแถลงการณ์ที่เขียนขึ้น “เราเชื่อว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ต้องการเพียงประเด็นที่สำคัญที่ชาติเราเผชิญอยู่เท่านั้น”

แถลงการณ์ที่ตั้งข้อสงสัยดังกล่าวซึ่งได้ออกเผยแพร่ในวันจันทร์กล่าวว่าพรรคแห่งรัฐได้เข้าร่วมใน “ข้อกังวลของคนอเมริกาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับอนาคตประเทศอิสราเอล  … หากวุฒิสมาชิก บาแรค ฮุดเซ็น โอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา”

เกิดอะไรขึ้นทำไม่พรรคริพับริกันสาขาเทนเนสซีได้ออกมาทำเช่นนั้น แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอิสราเอลละ  แต่นี่ไม่ใช่การโดนโจมตีครั้งแรกของเขา  ก่อนหน้านี่ในช่วงเริ่มต้นการชิงชัยเข้าเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครททีมงานของนางคลินตันก็ใช้กลยุทธนี้เช่นกันโดยตั้งคำถามที่น่าสนใจให้กับประชาชนว่า

 “ชาวอเมริกันพร้อมหรือยังที่จะเลือกประธานาธิบดีที่เคยศึกษาในมัดราซะในตอนเป็นเด็ก และไม่เคยเปิดเผยเกี่ยวกับมรดกมุสลิมของเขา” 


และจากการสืบค้นของทีมงานนี้่พบว่าโอบามาถูกเลี้ยงดูอย่างมุสลิมโดยพ่อเลี้ยงของเขาในอินโดนีเซีย  ซึ่งอย่างน้อย 4 ปีที่เขาก็ได้เข้าเรียนในที่เรียกว่ามัดราซะหรือโรงเรียนของมุสลิมในอินโดนีเซีย ซึ่งเรื่องนี้จะใช้ในการรณรงค์หาเสียงในการแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนของพรรคเดโมเครท มากไปกว่านั้นมีถึงขนาดที่ว่าเขาเคยเรียนในโรงเรียนอิสลาม เขามีโอกาศที่จะเปลี่ยนไปเป็นมุสลิมหัวรุนแรงได้  การเมืองสหรัฐนั้นร้อนจริงๆในช่วงนี้

 และล่าสุดจาก Aljazeera  Why the war on Obama?

The Israeli lobby in the United States is adamantly opposed to Obama, preferring Clinton because “they own her.”

จริงหรือไม่จริงอย่างไรไม่รู้แต่ทำไมอิสราเอลต้องออกมาบลอกโอบามาด้วย  เพราะอะไร  ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวปล่อยออกมาว่าเขาเป็นมุสลิม  หรือเขามีความสัมพันธ์อันดีกับมุสลิม  เขาจึงคัดค้านในเรื่องของสงคราม และเมื่อเขามีความสัมพันธ์อันดีกับโลกมุสลิมแล้ว  อิสราเอลจึงต้องตกที่นั่งลำบากแน่หากเขาขึ้นเป็นผู้นำประเทศนี้  ดังนั้นเขาจึงไม่เหมาสมที่จะเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง หากอิสราเอลออกมาดำเนินการดังกล่าวเต็มที่แล้วการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำอย่างสหรัฐฯคงเป็นได้เพียงฝัน  เพราะสหรัฐฯนั้นคงแยกกันไม่ออกระหว่างอิสราเอล ซึ่งชาวยิวมีบทบาทอย่างมากกับสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน


แล้วเขาเป็นมุสลิมจริงหรือไม่  แน่นอนที่สุดเขาบอกว่าไม่ใชมุสลิม่แน่นอน ซึ่งเขาเป็นคริสเตียนอย่างไม่ต้องสงสัย  แต่ก็ยังมีคนที่สงสัยว่าเขาเคยเป็นมุสลิมหรือเปล่าละ ในเรื่องนี้เขาได้ออกมาปฏิเสธในเว็ปไซด์ของเขาในวันที่ 12 พฤศจิกายน 07 ว่า “เขาไมใช่และไม่เคย่เป็นมุสลิม” หลังจากนั้นก็ประกาศว่า “เขาไม่เคยละหมาดในมัสยิด เขาไม่เคยเป็นมุสลิม ไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาเป็นมุสลิม และเขาเป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด”  และในวันที่ 22 ธันวาคม  ที่ผ่านมาในการตอบคำถามที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน ออสกาลูซา รัฐไอโอว่าโดยมีการให้เขาอธิบายเรื่องมรดกมุสลิมในตัวเขา เขาตอบว่า

 “พ่อของผมมาจากเคนยา และมีหลายคนในหมู่บ้านของพ่อเป็นมุสลิม ความจริงก็คือพ่อไม่ได้เป็นคนเคร่งครัดในศาสนา  เขาได้พบกับแม แม่ของผมเป็นคริสเตียนจากแคนซัส และพวกเขาก็แต่งงานกันหลังจากนั้นก็หย่ากัน  ผมถูกเลี้ยงดูโดยแม่่ ดังนั้นผมเป็นคริสเตียนมาโดยตลอด  สิ่งเดียวที่ผมมีต่ออิสลามก็คือปู่ของผมทางพ่อมาจากประเทศนั้น  แต่ผมไม่เคยปฏิบัติตนอย่างอิสลาม….เพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้นที่ผมได้อาศัยอยู่ในอินโดนีเซีย ก็เพราะว่าแม่ของผมสอนหนังสือที่นั้น  และนั้นคือประเทศมุสลิม  และฉันได้เข้าโรงเรียน แต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม(อิสลาม) แต่สิ่งที่ผมคิดว่าผมได้ประโยชน์ก็คือผมได้เข้าใจว่าคนเหล่ารั้นคิดอะไรกัน  และส่วนหนึ่งในสิ่งที่ผมคิดว่าเราควรจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับโลกตะวันออกกลางอย่างไร และมันจะช่วยให้เราปลอดภัยขึ้นหากเราสามารถเข้าใจว่าพวกเขาคิดอย่างไรในประเด็นต่างๆ”

แม้เขาจะออกมาปฏิเสธอย่างไรก็ยังมีคนสงสัยอยู่เช่นเดิม สิ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนที่เกี่ยวข้องกับอิสลามของเขาก็คือชื่อของเขานั้นเอง ซึ่งผู้ที่เป็นมุสลิมนั้นก็ต้องตั้งชื่อแบบมุสลิม  และฮูสเซ็นก็ยังเป็นชื่อของหลานของศาสดาของศาสนาอิสลามด้วย ซึ่งหากได้ยินชื่อนี้ก็สามารถสรุปได้ว่าเขาผู้นั้นเป็นมุสลิม  หรืออย่างน้อยก็เกิดมาเป็นมุสลิม(โดยทางบิดามารดา)  เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ่งเราจำเป็นต้องย้อนมองไปในประวัติความเป็นมาของบาแรค  ฮูดเซ็น โอบามาก่อนอย่างที่เรารู้กันว่าบิดาของเขาเป็นชาวเคนยา และมารดาของเขาเป็นคนสหรัฐฯ  

 ในงานเขียนของ Nedra Pickler เรื่อง “Obama Debunks Claim About Islamic School”

“แม่ของโอบามาหลังจากหย่าขาดกับบิดาของเขาต่อมาได้แต่งงานกับชาวอินโดนีเซียที่ชื่อว่า โลโบ โซโตโร และได้ย้ายครอบครัวมาอยู่ในประเทศนี้จากปี 1967-71   ตอนแรกเขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนคาทอลิคที่ชื่อ ฟรานซิสกุส อัสซีซิสที่ซึ่งจากเอกสารเขาได้ลงทะเบียนในฐานะของมุสลิม ศาสนาซึ่งเป็นของพ่อเลี้ยงของเขา  ซึ่งการลงทะเบียนนั้นต้องกรอกข้อมูลหนึ่งในศาสนาที่กำหนดไว้ในการลงทะเบียน คือ มุสลิม ฮินดู พุทธ แคทอลิค หรือโปรแทสแตนท์”

แต่โรเบิร์ด กิบผู้อำนวยการด้านสื่อสารออกมาแถลงในเรื่องดังกล่าวว่า “เขาไม่ทราบว่าทำไมเอกสารถึงได้ระบุว่าโอบามาเป็นมุสลิม  เพราะเขาไม่เคยเป็นมุสลิม”

 และจาก time มีข้อมูลว่า

“ครูในทั้งโรงเรียนคริสต์และมุสลิมรวมทั้งเพื่อนในชั้นสามและสี่กล่าวว่า  โอบามาได้ลงทะเบียนในฐานะมุสลิมโดยครอบครัวเขา พร้อมกันนี้ได้กล่าวว่าเขาได้เรียนอิสลามสองชั่วโมงต่ออาทิตย์ในชั้นเรียนวิชาศาสนา”

เพื่อนในวัยเด็กกล่าวว่าบางครั้งโอบามาได้ไปละหมาดในวันศุกร์ที่มัสยิดในท้องถิ่น “เราละหมาดแต่ไม่ได้จริงจังนัก แค่ทำตามที่ผู้ใหญ่เขาทำกันเท่านั้น  แต่สำหรับเด็กๆแล้ว พวกเราชอบที่จะไปพบปะเพื่อนฝูงและเราไปมัสยิดและเล่นด้วยกัน” ซุลฟิน อาดีกล่าว 

นองสาวของโอบามา มายา โซโตโร กล่าวว่าครอบครัวจะไปมัสยิดก็ในเทศกาลสำคัญๆ ไม่ใช่ทุกวันศุกร์

และไทม์ได้สรุปช่วงที่โอบามาอยู่ในอินโดนีเซียว่า โอบามาได้ไปมัสยิด และเขาเป็นมุสลิมซึ่งการที่เขากล่าวว่า “โอบามาไม่เคยละหมาดในมัสยิด”นั้นไม่จริง 

ซึ่งจากข้อมูลข้างต้นสรุปได้ว่าหลังพ่อกับแม่ของโอบามาหย่าขาดจากกันในตอนที่เขามีอายุได้สองขวบเท่านั้น พ่อของเขาก็ได้กลับไปอยู่ที่เคนยา ต่อมาแม่ของโอบามาได้แต่งงานกับนักศึกษาอินโดนีเซีย และครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่จาการ์ตา  ที่นั้นเขาได้เข้าเรียนในมัดราซะและได้ถูกเลี้ยงดูและเรียนรู้ในฐานะของมุสลิมคนหนึ่ง  ซึ่งกล่าวกันว่าโรงเรียนที่เขาเรียนนั้นเป็นหลักสูตรวาฮาบี และยังโยงไปถึงกลุ่มเจไอซึ่งเป็นกลุ่มที่สหรัฐฯกำลังต่อสู้อยู่ เมื่อเขาอายุได้สิบขวบพ่อและแม่ได้แยกทางกัน  แม่และเขาก็ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่ฮาวาย และเขาก็ได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างคริสเตียนนับตั้งแต่นั้นมา

การมีชาติกำเหนิดที่เป็นมุสลิมโดยมีพ่อจริงๆเป็นมุสลิม และมีพ่อเลี้ยงเป็นมุสลิม ได้เติบโตมาในประเทศมุสลิม รวมทั้งยังได้ศึกษาและปฏิบัติศาสนาในแบบของมุสลิมนั้นเป็นจุดที่ถูกนำมาเป็นจุดอ่อนที่คู่ต่อสู้ใช้ในการหยุดยั้งเขามิให้ก้าวเข้ามาสู้ตำแหน่งผู้นำโลกอย่างสหรัฐอเมริกา  ในทางกลับกันแม้เขาจะไม่ใช้มุสลิมแล้วแต่การที่มีความคุ้นเคยและเขาใจวัฒนธรรมอิสลามทั้งทางตรงและทางอ้อมทำให้เขามีจุดแข็งในเรื่องดังกล่าว และนั้นอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของประเทศผู้นำโลกอย่างสหรัฐฯ หากเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ

 

สนต้นที่เก้า


ภาพประกอบ(ตามลำดับ)

http://www.usvetdsp.com/gifs/obama_char2.jpg

http://www.whudat.com/news/images/barack-obama-somali-elder-clothing.jpg

http://img130.imageshack.us/img130/5681/obamagrouphy6.jpg

http://www.kansasprairie.net/kansasprairieblog/wp-content/uploads/2007/

12/copy-of-28585926.jpg

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

Hillary Clinton Agrees With Schlussel: Obama Suspicious, Deceptive on Muslim

 Background

http://www.debbieschlussel.com/archives/2007/01/hillary_camp_ag.html

Barack Hussein Obama: Once a Muslim, Always A Muslim

http://www.debbieschlussel.com/archives/2006/12/barack_hussein.html

Obama Smeared As Former ‘Madrassa’ Student, Possible Covert Muslim Extremist

http://thinkprogress.org/2007/01/19/fox-obama-madrassa/




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ถ้าเขายืนกรานว่า
เขาไม่ใช่มุสลิม เขาก็ไม่ใช่มุสลิม
ไม่เห็นจะต้องคิดมาก มันชัดอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ริบหรี่ วันที่ : 01/03/2008 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twitty
..............เพียงแค่แสงริบหรี่..ริมทางมืด คดเคี้ยว และสูงชัน

ขอบคุณครับที่นำมาบอกเล่า โหวตให้ (อ่านสักร้อยเรื่องผมถึงจะโหวตสักที)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]