• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 173334
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันอังคาร ที่ 29 เมษายน 2551
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 7092 , 16:51:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ขอสวัสดีเพื่อนพี่น้องชาวบล็อคทุกท่าน  นานแล้วที่สนต้นนี้ได้ห่างหายไปจากบล็อคนี้  อันเนื่องจากมีภาระหน้าที่เพื่อขึ้นจนแทบที่จะต้องปรับตัวกับชีวิตเสียใหม่  และเมื่อไม่นานมานี้มีกลุ่มเพื่อนๆได้มาต่อว่าในเรื่องการไม่อับเดทบลอก  วันนี้ก็เลยขอมาแก้ตัวสักหน่อย(จริงๆเริ่มเขียนตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่มีเวลามาอัพเดทเท่านั้นเอง)  หวังว่าเพื่อนๆชาวบล็อคคงให้อภัยในการครั้งนี้ด้วย  และหวังว่าจะเข้ามาเพื่อเติมบล็อคอย่างสมำ่เสมอ

เมื่อต้นอาทิตย์ได้รับการบอกเล่าประสบการณ์จากนักการเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย  จึงพบว่าทั้งเราและเค้า(หมายถึงทางมาเลย์และทางประเทศไทย)ยังไม่รู้จักกันมากเท่าที่ควร  ซึ่งนักการเมืองที่ได้พูดคุยด้วยนั้นเป็นนักการเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซีย  พวกเขาเล่าให้ฟังว่าส่วนใหญ่เวลาที่ผู้นำในระดับท้องถิ่นของมาเลเซียมาเยี่ยมเมืองไทยพวกเขามักจะเข้าพบนายอำเภอ  หรือไม่ก็ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อื่นๆ  ซึ่งจริงๆแล้วยังมีหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ของตนโดยตรงและที่สำคัญพวกเขาเหล่านั้นมาจากการเลือกตั้ง  เรื่องนี้จริงๆแล้วหากเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องการปกครองของประเทศมาเลเซียก็คงจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้ไม่ยาก  วันนี้ผมก็เลยจะนำเรื่องนี้มาเล่าไว้ในบลอกก็แล้วกัน

ก่อนที่จะไปกล่าวถึงระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย  ขอเกริ่นถึงประวัติการปกครองของประเทศนี้เคร่าๆก่อนครับ  ประเทศมาเลเซียมีการปกครองแบบสหพันธ์รัฐ  โดยมีรัฐทั้งหมด 13 รัฐด้วยกันประเทศมาเลเซียประกอบด้วยดินแดนสองส่วนด้วยกัน  ส่วนแรกคือส่วนที่เป็นแผ่นดินซึ่งตั้งอยู่ปลายแหลมมาลายูมีเนื้อที่ประมาณ  131,582 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วย  รัฐด้วยกันดังนี้  เกอลันตัน  เตอเริงกานู  ปาหัง  โยโฮร์  เมอละกา  เนอเกอรีเซิมบิลัน  เซอลังงอร์  เปรัก  เกอดะห์  ปีนัง และเปร์ลิส และอีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่เป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียวเรียกกันว่ามาเลเซียตะวันออก  มีเนื้อที่ทั้งสิ้น  198,154 ตารางกิโลเมตร  2 สองรัฐด้วยกันคือ รัฐซาบาห์และรัฐซาราวัค  ว่ากันว่าขนาดของประเทศมาเลเซียจะเท่ากับประเทศพม่าเลย  แต่หากเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วประเทศมาเลเซียมีขนาดเพียงสองในสามของประเทศไทยเท่านั้น

ประเทศมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่  31 สิงหาคม  ปี 1957  โดยประกาศเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญแบบสาธารณรัฐ  การรวมตัวกันของซาบะห์  ซาราวัคและสิงค์โปรในปี 1963 ทำให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลานั้น  ต่อมาสิงค์โปรก็ต้องแยกตัวออกไปในปี 1966   การปกครองของประเทศมาเลเซียประกอบไปด้วยสามระดับด้วยกัน  ระดับแรกก็คือระดับสหพันธ์รัฐ  ระดับต่อมาก็คือระดับรัฐ  และระดับที่สามก็คือระดับท้องถิ่น  

ระดับแรกนั้นกล่าวง่ายๆก็คือระดับประเทศนั้นเอง  รัฐสภาของประเทศมาเลเซียประกอบไปด้วยสองสภาเหมือนกับประเทศไทย  กล่าวคือมีทั้งสภาผู้แทนราษฎร  และวุฒิสภา  และที่สำคัญรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญของประเทศมาเลเซียยังประกอบไปด้วยสมเด็จพระราชาธิบดีหรือดาคงด้วย  แต่ท่านจะไม่เป็นผู้นำในรัฐสภายกเว้นเฉพาะในช่วงเวลาที่จำเป็นแลำสำคัญเท่านั้น  ตามมาตรา 32  (2) ตามรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์รัฐ  สมเด็จพระราชาธิบดีมีวาระในตำแหน่ง 5 ปี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้ปกครองจากทั้งเก้ารัฐที่มีผู้ปกครอง(สุลตาน)จากทั้ง 9 รัฐด้วยกัน  ส่วนสี่รัฐที่ไม่มีสุลตาลปกครองก็คือรัฐปีนัง  รัฐมะละกา  รัฐซาบะห์และรัฐซาราวัค  แม้ไม่มีสุลตานปกครองรัฐเหล่านี้ก็ยังมีผู้ว่าการรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีโดยจะมีวาระในตำแหน่ง 4 ปี

หลังจากได้ทราบเรื่องราวเบื่องต้นของการปกครองแบบระดับประเทศแล้วเรามาดูการปกครองในระดับรัฐกัน  ในรัฐผู้นำสูงสุดของรัฐแต่ละรัฐคือสุลตาน  ท่านจะปฏิบัติตามคำแนะนำของสภาผู้บริหารรัฐซึ่งนำโดย Menteri Besar  หรือมุขมนตรี  แต่หากเป็นรัฐที่ไม่มีสุลตานก็จะมีผู้ว่าการรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งโดยอากงเพื่อที่จะทำหน้าที่ในทางพิธีกรรมต่างๆ คล้ายๆกับสุลตานเหมือนกับในรัฐอื่นๆ  แต่ไม่มีอำนาจเท่ากันเป็นเพียงผู้นำตามพิธีการเท่านั้น  ในการปกครองระดับรัฐนั้นจะมีสภาแห่งรัฐเหมือนกันกับสภาของประเทศ  แต่จะต่างกันตรงที่สภาแห่งรัฐนั้นจะมีเพียงสภาเดียวไม่เหมือนกับสภาแห่งสหพันธ์ที่มีสองสภา  สภารัฐเหล่านี้จะมีการเลือกตั้งกันทุก 5 ปี สภาแห่งรัฐจะมีอำนาจในการออกกฎหมายได้เต็มที่ตราบใดที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์  สภาผู้บริหารแห่งรัฐจะเป็นคณะผู้บริหารรัฐเรียกกันสั้นๆว่าเอ็กโค  จะดำเนินกิจกรรมทืุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับรัฐ  ซึ่งผู้นำของเอ็กโคก็คือหัวหน้าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในระดับรัฐเรียกว่าเมินตรีเบอซานั้นเอง

สุดท้ายเราก็มาดูกันถึงระดับการปกครองล่างสุดของประเทศมาเลเซีย  นั้นก็คือในระดับท้องถิ่นนั้นเอง  ตามกฎหมายการปกครองท้องถิ่นมองประเทศมาเลเซียปี 1976 ประเทศมาเลเซียได้มีการแบ่งการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 6 ชนิดด้วยกันคือ
- กรุงกัวลาลัมเปอร์ 
- สภาเทศบาล 
- สภาเมือง 
- คณะเมือง 
- คณะเขตชนบท 
- สภาท้องถิ่น 

จากการมาตรา 171 มีผลทำให้มีเพียงสองหน่วยการปกครองท้องถิ่นคือ  สภาเทศบาล  และสภาเขต และจากกฎหมายการปกครองท้องถิ่นปี 1976 หน่วยงานปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
- หน้าที่วางแผนท้องถิ่น 
- หน้าที่ในการออกใบอนุญาติ
- อำนาจในการเก็บภาษีบางชนิด
- อนุญาติในการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยหรือพวกห้างร้านต่างๆ
- อำนาจในการวางแผนเมืองและหน้าที่ด้านการจัดการ
- การจัดการจราจรและการควบคุมระบบขนส่งมวลชน
- อำนาจในการวางแผนและการสนับสนุนสิ่งสาธารณะต่างๆ

หน้าที่หลักๆของหน่วยงานท้องถิ่นสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่างๆได้ดังนี้  ด้่านสิ่งแวดล้อม  ด้านงานสาธารณะ  ด้านสังคม และด้านการพัฒนา วึ่งหากมองเผินๆก็คล้ายๆกับบ้านเรานั้นเอง  แต่จุดที่สำคัญที่นำมาซึ่งความสับสนของทางมาเลเซียที่กล่าวไว้ข้างต้นก็คือประเทศนี้ไม่มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น  ทำให้เวลาระดับผู้บริหารท้องถิ่นของมาเลเซียมาเยี่ยมเยือนหรือมาติดต่อธุระต่างๆก็จะตรงเข้าไปหาข้าราชการดังที่กล่าวไปแล้ว  เพราะผู้นำเหล่านี้ของประเทศมาเลเซียสวมหมวกสองใบ คือเป็นทั้งนายอำเภอและนายกเทศมนตรีในเวลาเดียวกัน  และก่อนหน้านี้บ้านเราก็ให้หัวหน้าส่วนข้าราชการดูแลหรือเป็นประธานในหน่วยงานท้องถิ่นด้วย  เหตุนี้จึงทำให้ทางมาเลเซียจึงไปเข้าพบกับข้าราชการ เช่นนายอำเภอแทนที่จะเข้าพบกับผู้ที่มีอำนาจโดยตรงกับผู้บริหารท้องถิ่นอย่าง อบต หรือ เทศบาล

จริงๆแล้วการเลือกตั้งท้องถิ่นของประเทศมาเลเซียนั้นเมื่อก่อนก็เคยจัดขึ้นมาแล้ว  แต่ต้องถูกยกเลิกไปเมื่อปี 1970 นั้นเอง  หลังจากนั้นเป็นต้นมาเทศมนตรีหรือผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องะถิ่นก็มาจากการแต่งตั้งของ Menteri  Besar โดยตรง  และชื่อที่ถูกเสนอขึ้นไปจะมาจากการเสนอของพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะในรัฐนั้นๆ  หากมองในแง่นี้เทศมนตรีหรือผู้นำในระดับท้องถิ่นเหล่านี้ก็จะไม่มีอิสระในการบริหารเท่าที่ควร  พวกเขาจะขึ้นตรงต่อผู้ที่แต่งตั้งเขามาเท่านั้น  หากมองในเรื่องของประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว  การเลือกตั้งที่มีในระดับท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ดีซึ่งประเทศมาเลเซียเองนับว่ามีการพัฒนาล่วงหน้าประเทศไทยไปมาก  แต่แล้วทำไมประเทศนี้ต้องยุติการเลือกตั้งตัวแทนในระดับท้องถิ่นเสีย  มีสิ่งดีๆอยู่แล้วทำไมต้องยกเลิก  เรื่องนี้มีคำตอบครับ

อย่าลืมว่าประเทศมาเลเซียเป็นประเทศแบบสหพันธ์รัฐซึ่งในที่นี้หมายถึงรัฐต่างๆของมาเลเซียเองก็ยังมีกฎหมายเป็นของตนเองด้วย  และแต่ละรัฐก็มีผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนดังที่เกิดขึ้นในระดับประเทศทั่วไป  รวมไปถึงในระดับท้องถิ่นประเทศนี้ยังเปิดโอกาศให้มีการเลือกตั้งในระดับล่างสุดด้วย  แล้วทำไมอยู่ดีดีประเทศมาเลเซียต้องระงับไม่ให้มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น  เรื่องนี้มีอยู่ว่าเราคงทราบดีว่าเมื่อครั้งหนึ่งหลังจากที่มาลายาได้รับเอกราชมีการชวนรัฐต่างๆเข้าร่วมกับมาลายาเพื่อก่อดังสหพันธ์รัฐมาเลเซียผู้ที่ได้รับชวนเข้าร่วมได้แก่ ซาบะห์  ซาราวัค บรูไน  และสิงค์โปร   ท้ายที่สุดบรูไนไม่ยอมเข้าร่วม  แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่บรูไน  การที่สิงค์โปรเข้าร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับมาเลเซียนั้นมีประเด็นหนึ่งซึ่งชาวจีนที่อยู่ในสิงค์โปรไม่เห็นด้วยคือเรื่องของการให้สิทธิพิเศษแก่ชนเชื้อชาติมาลายู  ซึ่งทำให้เกิดการจราจลจนทำให้มีผู้เสียชีวิต  เหตนี้ทำให้สิงค์โปรต้องแยกตัวออกไปในที่สุด  ซึ่งความไม่พอใจในเรื่องดังกล่าวยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

การเกิดการจราจลระหว่างชาติพันธุ์หลังจากการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในปี 1969 ซึ่งมีพรรคการเมืองหนุนหลัง ทำให้มาเลเซียตระหนักว่าหากปล่อยให้พรรคการเมืองก้าวลงไปถึงในระดับรากหญ้าแล้ว(การปกครองส่วนท้องถิ่น)อาจจะทำให้เกิดการต่อต้านแนวคิดหรือความต้องการในระดับชาติได้  รัฐบาลกลางมีความกังวลเป็นอย่างมากในการที่จะป้องกันการแตกหักของประชาชนที่อาจมีขึ้นในอนาคตได้หากปล่อยให้มีการแข่งขันกันในระดับท้องถิ่นขึ้นอีก (กลัวประวัติศาสตร์ซำ้รอย) ซึ่งปัจจุบันก็มีความพยายามให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นกลับมาอีกครั้ง

จากเรื่องที่นำมาเสนอนี้ทำให้เห็นถึงจุดอ่อนของเราและเพื่อนบ้านที่ขาดความเข้าใจกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่อาจทำให้การประสานงานหรือการร่วมมือใดๆเป็นไปอย่างไม่ราบรื่นอันเนื่องมาจากการไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้  ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราไม่ค่อยที่จะทำความรู้จักในเชิงลึกกับประเทศเพื่อนบ้านเท่าที่ควร  บางครั้งเราอาจรู้จักกับเพื่อนบ้านเหล่านี้ผ่านทางปรนะเทศที่สามที่อยู่ห่างไกลด้วยซำ้  ซึ่งจริงๆแล้วเราน่าจะรู้จักเพื่อนบ้านเหล่านี้ดีที่สุดเพราะเขาอยู่ใกล้กับเรามากที่สุด  แต่นั้นแหละบางครั้งเรามักจะมองข้ามความสำคัญของคนที่ใกล้เสมอ  ซึ่งจริงๆแล้วผู้ที่ใกล้อาจเป็นผู้ที่มีประโยชน์กับเรามากที่สุดก็เป็นได้

สนต้นที่เก้า

ไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.citymayors.com/politics/malaysia_locdem.html
ภาพประกอบจาก
http://www.solarnavigator.net/geography/geography_images/Malaysia_city_of
_kuala_lumpur.jpg






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สาวโรงงาน วันที่ : 14/09/2008 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mootong


แวะมาเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
นายอีย์ วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaruwut

แวะมาเยี่ยมเยียนครับ
เอารูปมาฝาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]