• สนต้นที่เก้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-12-26
  • จำนวนเรื่อง : 96
  • จำนวนผู้ชม : 173381
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
สนต้นที่เก้า
ต้นสนต้นที่เก้า มาบอกเล่าประสบการณ์ อันเรื่องราวที่ผันผ่าน มาเปิดม่านให้ท่านชม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/9th-pinetree
วันพฤหัสบดี ที่ 16 มิถุนายน 2554
Posted by สนต้นที่เก้า , ผู้อ่าน : 3607 , 15:52:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คงไม่เป็นที่แปลกใจเลยหากวันนี้ถามใครๆว่าเราจะมีผู้หญิงเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ แล้วทุกคนก็ตอบว่าได้แต่จะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นมันก็อีกเรื่องนึง อย่างไรก็ตามหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็ยังไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่มีการชูสตรีเพื่อมาเป็นผู้นำประเทศเหมือนอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยพรรคการเมืองมีสีอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ว่าจะมีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นตัวจริงหรือเป็นตัวแทนก็แล้วแต่ แต่อย่างไรก็เป็นพรรคแรกที่กล้าชูผู้หญิงขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ

ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจนักเพราะการเมืองไทยอะไรที่เป็นไปไม่ได้มันก็เป็นไปได้ ประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้พรรคเพื่อไทยนำโดยปาร์ตี้ลิสต์อันดับหนึ่งลงมาหาเสียงทางใต้สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยพอๆกับผู้สมัครเบอร์ห้าเจ้าพ่ออ่าง การชูผู้หญิงขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในครั้งนี้ทำให้ผมเองในฐานนะผู้ติดตามการเมืองตามความพอใจเกิดความสนสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเราก็ทราบกันดีว่าสังคมไทยนั้นผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า หรือนี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชายและหญิงเท่าเทียมกันจริงๆแล้วหรือ โดยไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนผมเองก็ลองหาข้อมูลต่างๆที่พอจะหาได้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงกับการเมืองมาดูว่ามันเป็นอย่างไรและเกิดอะไรขึ้น

ระหว่างที่หาข้อมูลอยู่นั่นเองผมได้เจอข่าวหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากเกี่ยวกับการเรียกร้องของกลุ่มสตรีในเรื่องของการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมประเทศไทย เครือข่ายดังกล่าวได้เรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งให้สร้างความเข้าใจต่อพรรคการเมืองให้สร้างความเท่าเทียมกันในการลงรับสมัครของสตรี พร้อมเสนอให้ทำข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งแยกระหว่างชายและหญิง เมื่อได้เห็นข่าวนี้ผมเลยงงว่าแล้วตกลงสตรีได้รับการยอมรับในเรื่องดังกล่าวจริงหรือ

จากเนื้อข่าว เครือข่ายผู้หญิงดังกล่าวได้จัดเวที เรื่องพลังสตรีพลิกโฉมเลือกตั้ง 54 ใครละเมิดมาตรา 41 และทำไมไม่ทำข้อมูลผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิแยกเพศหญิงชายขึ้นมา และต่อมาได้นำข้อเรียกร้องจากเวทีดังกล่าวเสนอต่อกกต.  ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าพรรคการเมืองต่างๆได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อนั้นมีจำนวนผู้สมัครที่เป็นหญิงน้อยกว่าชายมาก ซึ่งในมุมมองของกลุ่มดังกล่าวชี้ว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.  2554 ที่ระบุว่าบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคการเมืองต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่างๆอย่างเป็นธรรม และต้องคำนึงถึงโอกาส สัดส่วนที่เหมาะเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย

จากเรื่องนี้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่สามประเด็น คือ ทำไมสตรีเหล่านี้ต้องออกมาเรียกร้องความเท่าเทียมกันในเรื่องการเป็นตัวแทนทางการเมืองในเมื่อจากกระแสการชูผู้หญิงเป็นนายกและมีผู้หญิงเป็นผู้สมัครมากขึ้น และมาตรา 41 มันเป็นอย่างไร แล้วกกต. ไม่ทำข้อมูลผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิจริงหรือ แล้วหากทำหรือไม่ทำมันจะเกิดอะไรขึ้นหรือ

ก่อนอื่นในเรื่องผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในการลงเลือกตั้งนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยอยู่แล้วซึ่งเป็นเรื่องไม่แปลกแต่ประการใด อย่างไรเสียก็ต้องไปดูสถิติกันว่าเรื่องจริงมันเป็นอย่างไร เรามาดูสถิติโดยภาพรวมในแบบแบ่งเขตกันก่อน ในครั้งนี้มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้รับสมัครทั้งสิ้น 40 พรรคด้วยกัน มีผู้ลงสมัครแบบแบ่งเขตรวมทั้งสิ้น 2421 คน จาก 77 จังหวัด เป็นชาย 1996 คนเป็นหญิง 425 คน คิดเป็นร้อยละ 17.5 เลยทีเดียว ดูตรงนี้แล้วผมว่าสี่ร้อยกว่าคนมันก็ไม่น้อยเสียทีเดียว หากผู้หญิงเหล่านี้ชนะการเลือกตั้งเข้าไปในสภาได้ 

เรามาดูในแบบบัญชีรายชื่อกันดีกว่าอาจจะเห็นอะไรได้ชัดขึ้น แม้จะมีพรรคการเมืองลงแข่งในสนามนี้ถึง 40 พรรคด้วยกัน แต่ก็ไม่ทุกพรรคที่ส่งครบ ทั้ง 125 คน ในระบบนี้มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 1409 คน มีเพียง 7 พรรคเท่านั้นที่ส่งรายชื่อครบทั้ง 125 คน คือ พรรค เพื่อไทย ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ประชาธิปัตย์ กิจสังคม ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา และความหวังใหม่ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ทั้งสิ้น ในที่นี้เป็นชาย  1099 คน  และเป็นหญิง 310 คน คิดเป็นสัดส่วนถึง 22 % ด้วยกัน จะมากกว่าในระบบแบ่งเขตที่มีสัดส่วนเพียง 17.5% แต่ก็มีพรรคการเมืองถึง 7 พรรคจาก  40 พรรคการเมืองด้วยกันที่ไม่มีการส่งผู้สมัครหญิงในรูปแบบบัญชีรายชื่อเลย

หากมาดูในส่วนของพรรคใหญ่ 7 พรรคที่ส่งครบทั้ง 125 คน เรียงลำดับจากพรรคที่มีการส่งชื่อผู้หญิงลงสมัครมากที่สุดคือ (1) ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 39.2 (2) ภูมิใจไทย 35 คิดเป็นร้อยละ 28 (3) ความหวังใหม่ 31 คิดเป็นร้อยละ 24.8 (4) เพื่อไทย 21 คิดเป็นร้อยละ  16.8 (5) ชาติไทยพัฒนา 19 คิดเป็นร้อยละ  15.2 (6) กิจสังคม 16 คิดเป็นร้อยละ  12.8 และท้ายสุด  (7) ประชาธิปัตย์ 14 คิดเป็นร้อยละ 11.2

จากสถิติข้างต้นมันทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพรรคที่ชูสตรีขึ้นเป็นผู้นำไม่ใช่พรรคลำดับที่หนึ่งในการส่งสส หญิงในระบบบัญชีรายชื่อ และพรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบันเองก็เป็นพรรคลำดับสุดท้ายในฐานะพรรคที่ส่งรายชื่อครบทั้ง 125 คน แต่อย่างไรก็ตามยังมีพรรคหนึ่งซึ่งแม้จะส่งสสบัญชีรายชื่อไม่ครบทั้ง 125 คน แต่ก็ส่งรายชื่อที่เป็นสตรีถึง 44 คนด้วยกันคือพรรคพลังคนกีฬา

ทั้งนี้หากจะวิเคราะห์ให้เห็นถึงแก่นแท้ของแต่ละพรรคก็คงจะต้องไปดูลำดับที่วางตัวผู้สมัครสตรีว่าอยู่ในลำดับที่มีโอกาสได้รับตำแหน่งหรือไม่ โดยเฉพาะในลำดับต้นๆ ซึ่งผมก็ขออนุญาตไม่นำมากล่าวในที่นี้

ส่วนในเรื่องของการเสนอให้กกต.มีการทำสถิติข้อมูลผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิแยกเพศหญิงชายนั้นไม่

ทราบว่ามีการทำหรือไม่อย่างไร แต่หากจะทำก็ทำได้แน่นอน เป้าประสงค์หลักในการนำเสนอในเรื่องนี้คือ แม้เราจะไม่มีข้อมูลตรงๆ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่าคำตอบของเรื่องนี้ก็คือผู้หญิงนั้นมากกว่าชายอย่างแน่นอน และดีไม่ดีผู้มาใช้สิทธิอาจเป็นหญิงมากกว่าชายซะด้วยซ้ำ หากแต่จะมากเท่าไหร่ไม่ทราบได้ และหากหน่วยงานของรัฐได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกมาอาจทำให้พรรคต่างๆต้องนำมาทบทวน หรือแม้แต่เกิดกระแสที่พรรคการเมืองต้องส่งผู้หญิงลงรับเลือกตั้งให้มากตามสัดส่วนของผู้ลงคะแนนที่แท้จริงก็เป็นได้ 

ส่วนประเด็นสุดท้ายมาตรา 41 ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงก็แล้วกันเพราะมันกว้างมากดังที่ระบุไว้ว่าบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคการเมืองต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่างๆอย่างเป็นธรรม และต้องคำนึงถึงโอกาส สัดส่วนที่เหมาะเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย ผมก็คงไม่สามารถทราบได้ว่าเท่าไหร่เหมาะสมและเท่าเทียมกัน แต่ที่แน่ๆ ฝ่ายเรียกร้องย่อมเห็นว่ามันไม่เหมาะสมและเท่าเทียมกันอย่างแน่นอน และหากได้เปิดเผยจำนวนหรือสถิติข้อมูลผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิแยกเพศหญิงชายแล้วมันก็เข้าทางเลยทีเดียว เรื่องนี้จะต้องตามกันต่อว่าจะลงเอยเช่นไร

อย่างไรก็ตามผมเองก็ยังคงไม่แน่ใจจริงๆว่าผู้ชายที่กุมอำนาจทางการเมืองจะยอมให้ผู้หญิงมีโอกาศทางการเมืองเท่ากับชายจริงๆหรือไม่ แล้วผู้ชายหรือผู้หญิงเองที่เป็นผู้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งนั้นจะคิดอย่างไรนั้นมันก็เป็นเรื่องของปัจเจก และยังมีอีกหลายปัจจัยแวดล้อมที่จะเป็นตัวกำหนด

ก่อนจะจบในวันนี้นั้นเพื่อให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนผมมีข้อมูลเกร็ดความรู้ที่มานำเสนอที่เกี่ยวข้องกับสตรีกับการเมืองไทยอีกหน่อยนึงก็คือ แม้นประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งส.ส. นับตั้งครั้งแรกนับแต่ปี 2476  แต่เรากลับมีส.ส. หญิงคนแรกห่างจากนั้นเกือบ 16 ปี ส.ส. หญิงคนแรกในสภาคือ นางอรพิน ไชยกาล ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2492 แต่กว่าที่ประเทศเราจะมีผู้บริหารที่เป็นหญิงก็ต้องรอไปจนถึง ปี 2519 แต่ครั้งแรกก็มิได้มีเพียงหนึ่งแต่มีถึงสองท่านด้วยกันคือ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นางวิมลศิริ ชำนาญเวช รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ในสมัยของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็น นายกรัฐมนตรี ประกาศพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เป็คณะรัฐมนตรีคณะที่ 39 ของไท

แม้นการเลือกตั้งในครั้งนี้เราจะยังไม่ทราบว่าผู้หญิงจะเข้าสภาได้กี่คน ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกี่คน หรือแม้แต่จะได้เป็นนายกรัฐมตรีหรือไม่ เรายังมิอาจทราบได้  อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจของนิด้าเมื่อเร็วๆนี้ ชี้ว่า ประชาชน ร้อยละ 75.94  เห็นว่า เพศหญิง มีความสามารถและมีบทบาททางการเมือง เท่า ๆ กับเพศชาย  โดยประชาชน ร้อยละ 22.77  เห็นว่า หากเพศหญิงเข้ามามีบทบาททางการเมืองการทุจริตคอร์รัปชั่นจะลดลง  ร้อยละ 33.50 เห็นว่าความละเอียด รอบคอบเป็น จุดแข็งของเพศหญิงกับบทบาททางการเมือง  แต่ในทางกลับกันประชาชนร้อยละ  37.97  เห็นว่าจุดอ่อนของเพศหญิงในทางการเมือง คือ ขาดอำนาจและพลัง  ไม่เด็ดขาด  ท้ายที่สุดพบว่า  คนไทยร้อยละ 63.47 พร้อม หากประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง แต่ที่แน่ๆในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมมีผู้หญิงลงสมัครแบบแบ่งเขตคนเดียวเท่านั้น คือที่ยะลา   แล้วคุณละพร้อมหรือยังที่จะเลือกผู้หญิงเป็นตัวแทนเข้าสภาหากเธอมีความสามารถที่ดีกว่าผู้ชาย อนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไรผมไม่ทราบได้ แต่ที่แน่ๆในเขตที่ผมมีสิทธินั้นไม่มีผู้หญิงลงสมัครเลยแม้แต่คนเดียว

สนต้นที่เก้า

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]