*/
  • Cat@
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : catmartens@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-09-26
  • จำนวนเรื่อง : 54
  • จำนวนผู้ชม : 86712
  • จำนวนผู้โหวต : 60
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม 2553
Posted by Cat@ , ผู้อ่าน : 926 , 15:27:48 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ภาษาไทย , ว่างเปล่า และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เป้าหมายของผมเกี่ยวกับเรื่องจิต


เมื่อแพทย์เราคนหนึ่งจะเป็นศัลยแพทย์ได้ เราจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฏี
ทางศัลยศาสตร์ก่อนเป็นอันดับแรก แล้วก็ค่อยเริ่มฝึกผ่าตัดจากคนไข้จริงๆ
จากการผ่าตัดที่ง่าย ไปสู่การผ่าตัดที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ จากศัลยแพทย์ฝึกหัด
จนไปเป็นศัลยแพทย์ใหญ่ผู้ชำนาญการ กระบวนการนี้ คงเอามาใช้ได้
ในการที่จะศึกษาเรื่องจิต

นั่นคือ ผมจะเริ่มด้วยการนำเอาทฤษฎีคำอธิบายต่างๆเกี่ยวกับจิต มาลงไว้
เพื่อใช้ในการศึกษาร่วมกัน แล้วเราจะค่อยๆเริ่ม ศึกษาวิธีการที่จะลงมือ
ศึกษาจิตของตนเอง ด้วยวิธีการลงมือจริงตามหลักที่ มีเขียนไว้ในตำหรับตำราต่างๆ

เรามาเริ่มเรียนรู้ไปพร้อมๆกันเถอะครับ

จิต คืออะไร?

ทางพุทธศาสตร์ ได้นิยาม จิตไว้ว่าเป็น ธาตุรู้ และธรรมชาติของจิตนั้นคือการรู้
และสิ่งที่ถูกจิตรู้นั้น ทางพุทธศาสตร์ เรียกว่า อารมณ์

ถึงตรงนี้ผมอยากให้ผู้ที่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือทางพุทธมาบ้างได้ พยายาม
ทำความเข้าใจให้ดีเพราะศัพท์ต่างๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้คำแปลจะไม่เหมือนที่
พวกเราคนไทยเคยรู้และจำกันมาก่อน ดังเช่นคำว่าอารมณ์ เราคุ้นเคยกับการแปลว่า่ 
Emotion แต่ในทางพุทธศาสตร์ อารมณ์ แปลว่าสิ่งทั้งหลายที่ถูกจิตรู้

ผมทำความเข้าใจเอาเองว่า ทางวิทยาศาสตร์ เราเรียนรู้เรื่องธาตุต่างๆ
เช่น คาร์บอน ออกซิเจน ไนโตรเจน ฯลฯ และเมื่อวิทยาศาสตร์ศึกษาลึกลงไป
เรื่อยๆก็พบว่าหน่วยย่อยที่เล็กลงไปเรื่อยๆในธาตุนั้น มีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนก้อนวัตถุ
อีกต่อไปแล้ว แต่จะมีคุณสมบัติเข้าได้กับพลังงานรูปหนึ่ง 
เมื่อทางพุทธศาสตร์เรียกจิต ว่าธาตุรู้ ผมจึงนึกถึงว่าจิตคงเป็น 
พลังงานชนิดหนึ่งที่ คล้ายกับพลังงานที่เป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของธาตุสสารต่างๆ
แต่ธาตุนี้มีคุณสมบัติที่พิเศษที่สุดคือ เป็น ธาตุรู้

และด้วยการที่เป็นธาตุรู้ ธรรมชาติของจิตของเรา จึงรวบรวมไปด้วยสิ่งที่เรารับรู้
และเป็นข้อมูลสะสมในจิตไว้อย่างมากมายมหาศาล และข้อมูลมหาศาลเหล่านี้
ในภาษาบาลีเรียกว่า วิญญาณ
 (คนละความหมายกับที่เราคนไทย เข้าใจว่า
วิญญาณ คือ สิ่งที่หลุดออกจากร่างเราเวลาเราตาย) และกริยาที่จิตรู้ิสิ่งที่เข้ามาให้จิตรู้ทางบาลีก็เรียกว่า วิญญาณ เช่นกันครับ

 

เรามาดู วิญญาณ ที่แปลว่า กริยาการรับรู้ของจิตกันครับ

เมื่อตา มองเห็น(ผัสสะหรือ contactกับ) รูป เกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์) 
เรียกว่า จักขุวิญญาณ

เมื่อหู ได้ยิน(ผัสสะหรือ contactกับ) เสียงเกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์) 
เรียกว่า โสตวิญญาณ

เมื่อจมูก ได้ดม(ผัสสะหรือ contactกับ) กลิ่นเกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์) 
เรียกว่า ฆานวิญญาณ

เมื่อลิ้น ได้รับ(ผัสสะหรือ contactกับ) รสเกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์) 
เรียกว่า ชิวหาวิญญาณ

เมื่อกาย ได้รับ(ผัสสะหรือ contactกับ) สิ่งสัมผัสทางกายเกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์)
เรียกว่า กายวิญญาณ

เมื่อใจ ได้รับรู้(ผัสสะหรือ contactกับ) สิ่งกระทบทางใจเกิดการรับรู้ของจิต(แจ้งอารมณ์) 
เรียกว่า มโนวิญญาณ

 

เมื่อจิตรับรู้(แจ้งอารมณ์) สิ่งที่มาสัมผัส

จิตก็จะเสวย หรือ กลืนกิน อารมณ์(หรือสิ่งที่จิตรับรู้)นั้น

ภาษาบาลี เรียกว่า เวทนา(แปลไม่เหมือนที่คนไทยเราแปลว่าสงสาร)

คือการเสวย อารมณ์ นั้นๆ

แล้วเกิดความรู้สึก

ทุกข์ =ถ้าสิ่งนั้น เราเคยเรียนรู้ว่า ไม่ดี ไม่ชอบ ไม่น่าปรารถนา

สุข=ถ้าสิ่งนั้น เราเคยเรียนรู้ว่า ดี ชอบ น่าปรารถนา

ไม่สุขไม่ทุกข์ (อทุกขมสุขเวทนา์)=ถ้าสิ่งนั้นเรายังไม่สนใจให้ค่า และภาวะนี้มันพร้อมที่จะเปลี่ยนไปเป็น
สุข หรือ ทุกข์ ได้ตลอดเวลา์ ถ้าเราหันมาสนใจให้ค่ามัน ยกตัวอย่างเช่น
มีดอกไม้วางอยู่ในห้อง เราเดินเข้ามาในห้องนั้น ตามองเห็นดอกไม้นั้นแล้วแต่ไม่ได้ใส่ใจ
เกิดจักขุวิญญาณขึ้นแล้ว แต่เราไม่ใส่ใจให้ค่า จึงเกิดเวทนาหรือการเสวยอารมณ์
ไม่สุขไม่ทุกข์ แต่พอเราหันมาสนใจดอกไม้มากขึ้นในเวลาต่อมา
แล้วเราชอบดอกไม้นั้น จาก อทุกขมสุขเวทนา ก็กลายไปเป็นสุขเวทนา แทนทันที

อุเบกขา =ไม่สุขไม่ทุกข์ วางเฉย เพราะมีปัญญา เห็นสิ่งต่างๆ
อย่างถูกต้องตามความจริงของมัน

สิ่งที่จิตเราเรียนรู้มาแต่ในอดีต แล้วเก็บบันทึกไว้ แล้วถูกนำออกมา
ใช้ประกอบการตีราคาให้ สุข หรือ ทุกข์ นั้น เรียกว่า การจำได้หมายรู้
หรือ สัญญา

 




ขอขอบคุณ ทีมาจาก


Good Morning:Happy Dhamma Delivery456 เป้าหมายของผมเกี่ยวกับเรื่องจิต‏




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
red_ant วันที่ : 03/12/2010 เวลา : 23.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/captant
 Iไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา...ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไปI

ลำลึกจริงๆครับ หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

อ่านแล้วเข้าใจได้ดีครับ
เข้าใจผิดคำว่า เวทนา มาตลอด

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จิตตากร วันที่ : 02/12/2010 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jittagorn

ขอบคุณครับ
มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ถึงอยากรู้ไปหมด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 01/12/2010 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

:

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 01/12/2010 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

โหวต เพราะเกิด มโนวิญญาน ค่ะ พี่แคท

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน