*/
  • DrJoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-12
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 75603
  • จำนวนผู้โหวต : 470
  • ส่ง msg :
  • โหวต 470 คน
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2552
Posted by DrJoy , ผู้อ่าน : 2423 , 21:19:30 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

On Wednesday, May 27, 2009 I was invited to give a speech to the 4th grade (Nong Mook's) classroom about being an immigrant in the United States.  Here are some significant info to share....

เมื่อวันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ฉันได้รับเชิญให้ไปบรรยายเรื่อง "ชาวต่างชาติผู้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา" ณ ห้องเรียนของน้องมุก เลยถือโอกาสนำมาแบ่งปัน

Immigrants in the United States of America

From 1850 to 1930, the foreign born population of the United States increased from 2.2 million to 14.2 million.  The highest percentage of foreign born people in the United States reached its peak in 1890 at 14.7%.  Following this time period immigration fell because in 1924 Congress implemented a quota system in which each country was only allowed to have 2% more immigrants per year based on their respective numbers in 1890.  The Immigration Act of 1924 favored immigrants from Northern European countries that already had many immigrants in the U.S. by 1890.  Immigration continued to fall throughout the 1940s and 1950's, but it increased again afterwards, but was still low by historical standards.  After 2000, immigration to the United States numbered approximately 1,000,000 per year. In 2006, 1.27 million immigrants were granted legal residence.  Mexico has been the leading source of new U.S. residents for over two decades; and since 1998, China, India, and the Philippines have been in the top four sending countries every year.

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 - 2473 จำนวนผู้อพยพชาวต่างชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นจาก 2.2 ล้านคน เป็น 14.2 ล้านคน โดยมีอัตราการเพิ่มสูงสุด 14.7% ในปี พ.ศ. 2433 และต่อมาได้มีการประกาศใช้นโยบายผู้อพยพ ในปี พ.ศ. 2467 โดยกำหนดโควต้าของแต่ละประเทศเพียงปีละ 2% โดยถือเอาจำนวนประชากรของประเทศนั้นๆ ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาในปี 2433 เป็นผลให้จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาเป็นพลเมืองสหรัฐลดจำนวนลง ตั้งแต่ปี 2483 อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ปี 2543 ทางการสหรัฐได้อนุญาตให้มีชาวต่างชาติสามารถเข้าเป็นพลเมืองสหรัฐได้ปีละ 1 ล้านคน และ 1.27 ล้านคนในปี 2549 ซึ่งกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศเม็กซิโกเป็นประเทศที่มีชาวเม็กซิกันอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามากที่สุด รองลงไปคือ จีน อินเดีย และฟิลิปปินส์

·        The United States of America was founded by thirteen colonies of Great Britain on July 4, 1776.

ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดขึ้นจากการประกาศอิสรภาพของอาณานิคมที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษจำนวน 13 อาณานิคม ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2319

·        In 1782 Bangkok was designated as the capital of the Kingdom of Thailand.

ราชอาณาจักรไทย ได้มีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง

·        Thailand and the U.S. have had good diplomatic relations since 1833, and have recently celebrated their 175 years of mutual friendship in 2008.

สหรัฐอเมริกาและประเทศไทย เริ่มต้นมีความสัมพันธ์ทางการทูตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2376 และฉลองมิตรภาพครบรอบ 175 ปี เมื่อ พ.ศ. 2551

History of Thai Immigrants in U.S.

The first people from Thailand who immigrated to the United States were Chang and Eng Bunker, the famous Siamese twins, who came to the United States in 1830.  They settled in White Plains, North Carolina, were naturalized as citizens in 1839, adopting "Bunker" as their last name.

ชาวไทยคนแรกที่ได้เข้าไปอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา คือ อินและจัน แฝดสยามผู้ลือนาม ซึ่งเดินทางไปอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2373 ตั้งรกรากปักฐานอยู่ที่เมืองไวท์เพลน มลรัฐนอร์ทคาโรไรน่า ซึ่งได้รับสัญชาติอเมริกันเมื่อปี พ.ศ. 2382 และได้เริ่มใช้นามสกุล "บังเกอร์" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

The first student to emigrate from Thailand was Mr. He Thien (original name "Thien Hee"), who came with an American missionary, and graduated from a New York medical college in 1871. He was the father of the 9th Prime Minister of Thailand Pote Sarasin.

นักศึกษาไทยคนแรกที่ได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาคือนายเทียนฮี้ ซึ่งเรียนจบวิทยาลัยแพทย์ที่นิวยอร์ก เมื่อปี พ.ศ. 2414 นายเทียนฮี้ ภายหลังได้เป็นพระยาสารสินสวามิภักดิ์ เป็นบิดาของนายพจน์ สารสิน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศไทย

  • From 1961-1970, about 5,000 Thai immigrated to the United States.
  • ปี 2504-2513 มีประชากรไทยจำนวน 5,000 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
  • From 1971-1980, about 44,000 Thai immigrated to United States.
  • ปี 2514-2523 มีประชากรไทยจำนวน 44,000 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
  • From 1981-1990, about 64,400 Thai immigrated to United States.
  • ปี 2524-2533 มีประชากรไทยจำนวน 64,400 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

  • In 1993, there were an estimated 120,000 persons of Thai descent living in the United States.
  • ปี 2536 มีประชากรเชื้อสายไทยจำนวน 120,000 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

  • In 2000, there were 150,093 Thai residents in the United States.
  • ปี 2543 มีประชากรเชื้อสายไทยจำนวน 150,093 คนอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

This is largely due to the U.S. presence in Thailand during the Vietnam War (1959-1975), which exposed American soldiers to Thai culture, and to the subsequent influx of Thai Americans.

การเพิ่มขึ้นจำนวนของประชากรไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกานั้น มีสาเหตุประการสำคัญมาจากการที่ได้มีทหารอเมริกัน จี.ไอ. ไปร่วมรบในสงครามเวียดนาม (ในระหว่างปี พ.ศ. 2502-2518) เป็นผลให้ทหารอเมริกันได้เริ่มสัมผัสกับวัฒนธรรมไทย

  • Total population: 210,850 or 0.05% of the U.S. population at present.
  • ปัจจุบัน มีประชากรไทยที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 210,850 คน หรือเท่ากับ 0.05% ของประชากรสหรัฐอเมริกา

Los Angeles, California has the largest Thai population outside of Thailand. Roughly 66% percent of all Thai Americans live in Los Angeles. It is also home to the world's first and only Thai Town.  In 2002, there was an estimated 80,000+ Thai immigrants living in Los Angeles.  Because of this, Los Angeles is sometimes referred to as Thailand's 77th province.

ลอสแองเจอลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย นับว่าเป็นเมืองที่มีจำนวนประชากรไทยที่อาศัยอยู่นอกประเทศมากที่สุด และประมาณ 66% ของคนไทยในสหรัฐอเมริกานั้นอาศัยอยู่ในเมืองลอสแองเจอลิส อีกทั้งเมืองลอสแอนเจอลิสยังเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่มี "ไทยทาวน์" และในปี พ.ศ. 2545 นั้น มีคนไทยอาศัยอยู่ในลอสแอนเจอลิสถึงกว่า 80,000 คน บางครั้งจึงเรียกเมืองลอสแอนเจอลิสว่าจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย

*** Bangkok and Los Angeles are both known as the City of Angels.

*** ที่น่าประหลาดใจนั้นก็คือ ทั้ง กรุงเทพมหานคร และ ลอสแอนเจอลิส ล้วนมีความหมายเดียวกันว่า "เมืองของเทพ และ/หรือ เทพธิดา"

Thai Americans are well known for bringing the cuisine of their native Thailand to America – the famous “Thai cuisine” or “Thai Food”.

คนไทยในสหรัฐอเมริกานั้น ได้มีส่วนสำคัญในการร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมไทย ในด้านของ "อาหารไทย" อันเลื่องชื่อ

Famous Thai American

คนอเมริกันเชื้อสายไทยที่มีชื่อเสียง

ENG-CHANG BUNKER, the famous Siamese Twins.

แฝดสยาม อิน-จัน

PORNTIP NAKHIRUNKANOK, Miss Thailand & Miss Universe 1988.

ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก นางสาวไทย และนางงามจักรวาล ปี พ.ศ. 2531

TIGER WOODS, a professional golfer.

ไทเกอร์ วู้ด ลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย นักกอล์ฟมือโปร

JOHNNY DAMON, a former Red Sox, now Yankee, baseball player.

จอห์นนี่ เดมอน ลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย นักเบสบอลมืออาชีพ

TAMMY DUCKWORTH, Assistant Secretary of Public and Intergovernmental Affairs, U.S. Dept. of Veterans Affairs

แทมมี่ ดักเวิร์ท ลูกครึ่งอเมริกัน-ไทย อดีตทหารผ่านศึก ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึก ประเทศสหรัฐอเมริกา

The children seemed to enjoy listening to my stories and interacted well with many questions and answers.  Some of the children's interesting questions were:

เด็กๆ นั้น นับว่าตื่นเต้นและได้รับความสนุกสนานกับการบรรยายของฉันมาก เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการตอบและซักถาม และส่วนหนึ่งของคำถามที่น่าสนใจของเด็กๆ ก็คือ

Do you think if there is any 'discrimination' in this country?

When did you most recently experience discrimination?

คุณคิดว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีการแบ่งแยกชนชั้นหรือไม่

คุณเคยมีประสบการณ์ถูกแบ่งแยกชนชั้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
DrJoy วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 03.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AmericanThaiDotNet

สวัสดีค่ะแม่แคท ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาทักทาย
แวะไปอ่านเรื่องของแม่แคทเมื่อวันวาน แต่ไม่ได้คอมเมนท์ เพราะเกิด OK Nation จู่ๆ ก็คอมเมนท์ไม่ไปค่ะ เดี๋ยวจะลองแวะไปใหม่นะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Cat@ วันที่ : 05/09/2009 เวลา : 03.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

โหลๆ ด้อกเดอร์

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Cat@ วันที่ : 03/09/2009 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แวะมาหาด็อกเดอร์ ค่ะ

..

เชิญจ๊ะ
ดีกว่าอยู่เฉยๆ
มาดูภาพ เรืองราวของยูเรียดีก่า

ตอน

ละครเวที ปีละหนของยูเรีย ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Toitoi วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

ขอบคุณ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

ได้สาระเพียบเลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Jui วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

อืม...แต่ไกลไป
ไม่ไปอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คน(ผี)ทะเล วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaman-57

ข้อมูลน่าสนใจมากเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
DrJoy วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 00.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AmericanThaiDotNet

ขอบคุณมากค่ะ และก็ดีใจมากๆ ที่ได้เจอคนบ้านใกล้เรือนเคียง สำหรับเรื่องอินเดียนแดงที่ขอมา แล้วจะเขียนให้นะคะ ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ตอนนี้อ่านเรื่องสนุกๆ ตรงนี้ก่อนดีไหมคะ :
http://www.oknation.net/blog/american-america/2009/06/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
weera วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerausa

DrJoy ได้รับอีเมล์แล้วขอบคุณครับและได้ส่งการ์ตูนของผมไปให้เป็นที่ระลึกจะเอาลงในเว๊ปก็ได้ครับ...งวดนี้ไม่ได้ลงสีเขียนด่วนครับ...ทางAPACNEWSเร่งต้นฉบับมาก็รีบเขียนให้เป็นขาวดำอย่างนั้น...และผมใคร่อยากจะให้DR JOYเขียนเรื่อง"อินเดียนแดง"ลงในบล๊อคOKNATION นี้คิดว่ามีแฟนๆสนใจมากๆและผมก็จะเอาเป็นข้อมูลทำวิดีโอด้วย ครับ....ขอบคุณมากๆ
ขออีกนิด....ผมเกิดที่อุตรดิตถ์ลูกพระยาพิชัยดาบห้กใกล้กับพิษณุโลกเมืองสองแควที่DrJoyกำเหนิดคาดว่าคงจะได้ร่วมงานกันในโลกของบรรณภิภพขีดๆเขียนๆ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
DrJoy วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 23.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/AmericanThaiDotNet

ขอบคุณมากค่ะ และยินดีที่ได้รู้จักมากๆ... ในที่สุดโลกไซเบอร์ก็ได้ทำให้พันธมิตรในโลกกว้าง ได้เข้ามาเป็นกัลยาณมิตรกัน PAD-USA (www.padusa.org) กับ PAD New England (http://PADNewEngland.org) ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
weera วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/weerausa

ผมอยู่อเมริกาจะ10ปีอยู่แล้วยังไม่รู้ประวัติของคนไทยในอเมริกาเลย ได้อ่านเรื่องนี้แล้วต้องขอขอบใจเป็นอย่างมากๆเอาไป10โหวตเลยครับ....เออว่าแต่ว่าDR JOY อยู่รัฐไหนครับหากอยู่แคลิฟอร์เนียจะมาคารวะ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน