• สราลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Khunaunchit@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 608
  • จำนวนผู้ชม : 166948
  • ส่ง msg :
  • โหวต 146 คน
ยุวประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง
อนุชิต อินทรนุ่ม ประธานยุวประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/AnuchitIntranum
วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน 2552
Posted by สราลี , ผู้อ่าน : 3277 , 07:45:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำต่อคำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 

กล่าวเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ปีที่ 2 ครั้งที่ 2 (สมัยวิสามัญ) ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553

 

ซึ่งรัฐบาลจะใช้แหล่งเงินอื่นนอกเหนือจากงบประมาณมาร่วมดำเนินการประการที่ 5 สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศและประการสุดท้ายส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มขีดความสามารถ และเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจให้ท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้กรอบนโยบายงบประมาณ 6 ข้อดังกล่าว รัฐบาลได้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 จำนวน 1,700,000 ล้านบาท โดยกำหนดนโยบายขาดดุลงบประมาณ 350,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทั้งนี้ฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 88,903 ล้านบาท  สำหรับฐานะเงินของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 อยู่ที่ระดับ 121,498.2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 4 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น   การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 144,591.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.5 ของวงเงินงบประมาณ เพื่อดำเนินการในเรื่องสำคัญ ๆ ดังนี้

-

เสริมสร้างความสมานฉันท์ ความสามัคคีของคนในชาติและปฏิรูปการเมือง โดยสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

-

การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ วิถีชีวิต สังคม และ วัฒนธรรม โดยยึดหลักการสร้างความสมานฉันท์ และน้อมนำแนวทางพระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยมีแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นยุทธศาสตร์หลัก

-

ฟื้นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจโดยดำเนินมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการให้การความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์และยกระดับความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาชาวต่างประเทศ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวกลุ่มประชุม จัดแสดงสินค้า และนิทรรศการเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

-

- เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการวางแผนแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านชุมชนตามแนวปฏิบัติและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

- การขับเคลื่อนการลงทุนด้านการบริหารจัดการองค์ความรู้และทรัพยากรมนุษย์ให้คนไทย ทุกกลุ่มทุกวัยตั้งแต่ระดับประถมวัย จนตลอดชีวิตได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้ในสาขาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาภูมิปัญหาและคุณภาพชีวิตจากต้นแบบการเรียนรู้ 33,000 ราย

- สถานศึกษาได้รับการส่งเสริมและคำแนะนำในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพให้พร้อมรับการประเมินคุณภาพ 7,547 แห่ง

ประชาชนสามารถเข้าถึงความรู้จากงานสร้างสรรค์ นวัตกรรม และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต500,000 ราย

-

ขับเคลื่อนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเริ่มพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการใช้แหล่งเงินนอกงบประมาณในโครงการที่มีความพร้อม เช่นโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่ – บางซื่อ ทางรถไฟสายตะวันออก พญาไท – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน เป็นต้น รวมทั้งสนับสนุนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ โดยก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ตอนฉะเชิงเทรา – ศรีราชา – แหลมฉบัง

-

เสริมสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านสังคม โดยสนับสนุนให้ประชากรวัยเรียนมีโอกาสได้รับการศึกษา 15 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ระดับประถมวัย จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ และสายอาชีพ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานจำนวน 13.2 ล้านคน การจ้างบัณฑิตปริญญาตรีที่ว่างงานทำหน้าที่ธุรการทำหน้าที่แทนครูเป็นเวลา 1 ปี ตามโครงการคืนครูให้นักเรียน การเพิ่มรายได้รายเดือนให้ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปได้มีหลักประกันรายได้อย่างทั่วถึงเป็นธรรม โดยจัดสรรเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น 5.4 ล้านคน ส่งเสริมบทยาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจำนวน 976,400 คน เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุกในการส่งเสริมสุขภาพ ดูแล ป้องกัน และติดตาม รวมทั้งเฝ้าระวังโรคในชุมชน

-

สร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบกระจายสินค้าเกษตร เพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคาสินค้าเกษตร ลดความเสี่ยงด้านการผลิต และราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก รวมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนจากหนี้สินเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการสภาเกษตรกร2 การรักษาความมั่นคงของรัฐ จำนวนเงินทั้งสิ้น 173,192 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.2 ของวงเงินงบประมาณ

-

โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เทิดทูนและพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์

-

แก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและควบคุมแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

-

เสริมสร้างระบบป้องกันประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัยจากภัยคุกคาม ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งด้านการทหาร การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ รวมทั้งพัฒนาความร่วมมือทางทหารกับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ และส่งเสริมบทบาทในการรักษาสันติภาพของโลกภายใต้กรอบสหประชาชาติ ตลอดจนจัดการพื้นที่ชายแดนตามสถานการณ์และสภาพปัญหาในพื้นที่

-

พัฒนาระบบข่าวกรองของรัฐโดยจัดระบบบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานพลเรือน ตำรวจ ทหาร ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายและการรักษาผลประโยชน์ของชาติ

-

มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลกในการจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจากภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคามทุกรูปแบบให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพรวมทั้งการดูแลประชาชนในเขตหมู่บ้านชายแดน และน่านน้ำ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทั้งทางบกและทางทะเล 3 การพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต จำนวนทั้งสิ้น 506,640.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.8 ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งประกอบไปด้วย

-

การขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาเพื่อให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกวัย ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน

-

สนับสนุนให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา

-

จัดสรรเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาจำนวนประมาณ 893,400 คน

-

ในส่วนของครู และบุคลากรทางการศึกษาได้จัดสรรทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพจำนวน 2,829 ทุน รวมทั้งพัฒนาครูจำนวน 260,000 คน การผลิตบัณฑิตในสาขาต่าง ๆ ที่สำคัญ และสาขาขาดแคลน จำนวนรวมประมาณ 2 ล้านคน

-

การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงานให้ประชาชนวัยทำงานได้มีโอกาสในการมีงานทำ และมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ พัฒนาทักษะและยกระดับฝีมือแรงงานจำนวน 900,620 คน ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน

-

สนับสนุนแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบไม่น้อยกว่า 2.2 ล้านคน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองความปลอดภัยตามกฎหมาย

-

ให้การคุ้มครองจากการประกันสังคมแก่ลูกจ้างผู้ประกันตนจำนวน 9.4 ล้านคน

-

ส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการของแรงงานดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันคนหางานจำนวน 1 ล้าน ไม่ให้ถูกหลอกลวง

-

สนับสนุนระบบข้อมูลเตือนภัยและติดตามสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อการจ้างงาน รวมทั้งควบคุมการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมาย 413,000 คน

-

ด้านสาธารณสุข พัฒนาและเพิ่มคุณภาพการให้บริการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนที่ขึ้นทะเบียนจำนวน 47.2 ล้านคน และปรับเพิ่มอัตราค่าใช้จ่ายรายหัวให้สูงขึ้นเป็น 2,401.30 บาท ต่อคนต่อปี เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ และมาตรฐานเพิ่มขึ้น

-

ให้บริการและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ป่วยกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วยโรคเอดส์ จำนวน 138,000 ราย ผู้ป่วยโรคไตวายระยะสุดท้าย จำนวน 9,500 ราย และเพิ่มความคุ้มครองให้ครอบคลุมการรักษาโรคเรื้อรังเช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง แก่กลุ่มประชากร 3 ล้านคน

-

ดำเนินงานสาธารณสุขเชิงรุกโดยสนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยจาก 5 โรคสำคัญได้แก่โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง รวมทั้งเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคและเตรียมความพร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เช่นการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ตลอดจนพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการการแพทย์เฉพาะทางซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อน 614,000 ราย

-

บำบัดรักษาผู้ป่วยทางด้านจิตเวช 650,000 ราย

-

ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน 700,000 คน

-

พัฒนาและส่งเสริมการให้บริการการแพทย์สาธารณสุข ตามแนวพระราชดำริ ได้แก่โครงการฟันเทียมพระราชทาน การบูรณาการโครงการ To be number one และการสนับสนุนการแพทย์แผนไทยเป็นต้น

-

ด้านการส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ใช้มิติทางศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม เป็นกลไกในการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม

-

ส่งเสริมให้ศิลปวัฒธรรม และภูมิปัญญาไทยมีบทบาทในการเรียนรู้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

-

สนับสนุนการดำเนินงานวัฒนธรรมไทย สนับสนุนการใช้หลักธรรมทางศาสนา เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม ให้แก่เด็กและเยาวชนไทย 1.5 ล้านคน

-

จัดให้มีการบวช และอบรมจริยธรรมเด็กภาคฤดูร้อน จากศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ส่งเสริมการศึกษาภาคปริยัติธรรม แก่ภิกษุ และประชาชน รวมทั้งจัดศูนย์อบรมศาสนาอิสลาม และจริยธรรมประจำมัสยิดสำหรับเด็กและเยาวชน

-

ในด้านสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ส่งเสริมการจัดสวัสดิการทางสังคม รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาอาชีพแก่เด็ก สตรี คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองได้ โดยดำเนินโครงการที่สำคัญอาทิ โครงการศูนย์ 3 วัย โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว โครงการปาฎิหาริย์แห่งชีวิต เป็นต้น

-

ส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในชุมชน ช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้การสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเอดส์ และครอบครัว พัฒนาศักยภาพ และพัฒนาอาชีพแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 2.4 ล้านคน รวมทั้งส่งเสริมบทบาทภาคีเครือข่ายและครอบครัวเพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม4 การบริหารจัดการเศรษฐกิจ ให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ งบประมาณ 158,707.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.3 ของวงเงินงบประมาณ โดยจำแนกเป็น

-

สนับสนุนการจัดการด้านเศรษฐกิจ โดยประสานนโยบายการเงินและการคลังให้มีความสมดุล

-

พัฒนาตลาดทุน และระบบสถาบันการเงินให้เข้มแข็ง สามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนของสภาวะการเงินโลก

-

บริหารจัดการหนี้สาธารณะ ให้มีความคล่องตัว และตอบสนองนโยบายการพัฒนาภายใต้วินัยการเงินการคลัง มีระบบกำกับดูแล และฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล รวมทั้งการบริหารที่ราชพัศดุ ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงโครงสร้างภาษีและจัดเก็บเพื่อความเป็นธรรมและโปร่งใส

-

การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจภาคเกษตร ที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจภาคเกษตรมีการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาคุณภาพเพื่อเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนด้านการตลาดสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต เกษตรอินทรีย์ เกษตรประสมประสานที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน

-

-

ส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยในกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล

-

ปรับปรุงฐานข้อมูลเกษตรกร 6.5 ล้านครัวเรือน เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาภาคเกษตร

-

สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มและพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชน 42,200 ราย

-

จัดที่ดินให้เกษตรกรได้เข้าทำประโยชน์ จำนวน 165,000 ราย และแก้ไขปัญหาหนี้สินในระบบ จากการประกอบอาชีพด้านการเกษตรให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และองค์กรเกษตร โดยฟื้นฟูอาชีพและจัดการหนี้จำนวน 953,000 ราย

-

เร่งรัดพัฒนาระบบกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทาน โดยการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ 10 โครงการ ขนาดกลาง 44 โครงการ ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 103,390 ไร่ และบริหารจัดการน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่ชลประทาน 24.1 ล้านไร่ ตลอดจนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรดิน และน้ำ ให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน จำนวน 13 ล้านไร่

-

โดยปรับโครงสร้างการผลิตและยกระดับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพของภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานแรงงานไทยในสถานประกอบกิจการไม่น้อยกว่า 130 แห่ง

-

บริหารจัดการด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค

-

ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 13,400 ราย ตลอดจนกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

-

สนับสนุนการพัฒนามาตรฐานบริการธุรกิจภาคท่องเที่ยวสู่ระดับสากล

-

จัดทำแผนแม่บทและสนับสนุนการท่องเที่ยวในโครงการพระราชดำริ

-

พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมให้ได้มาตรฐานและยั่งยืน

-

ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว และสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาภายในประเทศอีกด้วย37 สายทาง พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 3 สายทาง และสะพานข้ามแม่น้ำโขง 2 แห่ง นอกจากนี้ยังคงบำรุงรักษาโครงข่ายทางหลวง และทางหลวงชนบท ไม่น้อยกว่า 103,000 กิโลเมตร บูรณะทางหลวง และทางหลวงชนบทไม่น้อยกว่า 1,538 กิโลเมตร 4 ช่องจราจร ระยะที่ 2 ประมาณ 592 กิโลเมตร ขุดลอกร่องน้ำภายในประเทศ และร่องน้ำชายฝั่งทะเล ไม่น้อยกว่า 80 ร่องน้ำ ดำเนินการก่อสร้างท่าเรือโลจิสติกส์ 2 แห่ง พัฒนาท่าเรือ 17 แห่ง พัฒนาเขื่อนป้องกันตลิ่ง และเขื่อนทรายกันคลื่น รวม 22 แห่ง

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของสินค้าอุตสาหกรรมให้มีมูลค่าเพิ่ม และสามารถรักษาฐานการผลิตตลอดจนเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อพัฒนามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้มีชื่อเสียงระดับโลก

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ การตลาด การค้าและการลงทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้สามารถรักษาตลาดเดิมและขยายตลาดใหม่ เพิ่มเครือข่ายธุรกิจไทยครอบคลุมภูมิภาคสำคัญอย่างต่อเนื่องได้แก่ จีน อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรปตะวันออก รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ และจัดระบบการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการลงทุนชายแดน โดยระบบพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ ศูนย์บริการครบวงจร ระบบอำนวยความสะดวกช่องทางเดียว ระบบตรวจร่วมจุดเดียว และระบบโลจิสติกส์อิเลกทรอนิกส์ เป็นต้น

การพัฒนาระบบคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้า และบริการ โดยพัฒนาระบบขนส่งต่อเนื่องทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงจำนวน

การพัฒนาระบบการขนส่งโดยเร่งรัดขยายทางสายประธานเป็น

พัฒนาและเพิ่มปนระสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยผลิต และใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกอื่นควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน รวมทั้งสนับสนุนให้ส่วนราชการระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนประหยัดพลังงาน และพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสร้างโอกาสและลดความเลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี จัดทำสัมโนประชากร และเคหะของประเทศในรอบ 10 ปี ตามระบบสากลบริการเชื่อมโยงเครื่อข่ายสื่อสารภาครัฐ 724 หน่วยงาน และพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟแวร์ 100 บริษัท และบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจซอฟแวร์ 150 บริษัท ติดตามประสานงานเพื่อยุติการใช้ระบบเครือข่ายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวนทั้งสิ้น 29,719.4 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.8 ของวงเงินงบประมาณ โดยการอนุรักษ์และบริหารทรัพยากรธรรมรชาติเพื่อการคุ้มครองอนุรักฟื้นฟู และพัฒนาทรัพย์กรป่าไม้ และที่ดิน สัตว์ป่า สัตว์น้ำ ทรัพยากรชายทะเล และชายฝั่ง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างหลากหลายอย่างยั่งยืน อย่างเป็นธรรม ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนป้องการการบุกรุกทำลายป่าไม้อนุกรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ให้มีความสมบูรณ์มีการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมในพื้นที่ป่าไม้ทางทะเล และชายฝั่ง 2 ล้านไร่ พื้นที่ป่าสงวน และป่าอนุรักษ์ 140 ล้านไร่ และฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกจากนกธรรมชาติ จัดทำข้อมูลทางกายภาพเพื่อการวางผังเมือง 63,400 ตารางกิโลเมตร ซ่อมแซมและบำรุงเขื่อนตลิ่ง ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพภายใต้กลไกการกำกับการพัฒนาอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบและยั่งยืน การบริการจัดการทรัพยากรน้ำ พัฒนากลไกการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบูรณาการน้ำให้ประชาชน และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประสิทธิภาพในการกระจายและระบบรองรับน้ำ โดยกำหนดกลไกหารบริหารจัดการ 25 ลุ่มน้ำ พัฒนาเครือข่ายองค์กร และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12,000 คน พัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงแห่งน้ำธรรมราช 225 แห่ง และจัดหาแหล่งน้ำบาดาลสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคในพื้นที่หมู่บ้านภัยแล้ง 1,030 แห่ง การป้องกันเตือนภัยจากความเสียหายภัยธรรมชาติ และสาธารณภัยได้จัดให้มีการจัดระบบการเตือนภัย การป้องกัน และการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติและสาธารณะภัย และพื้นที่ที่มีความเปราะบางและเสี่ยงภัยพิบัติทางธรรมชาติ

โดยนำระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการกำหนดพื้นที่และติดตั้งระบบเตือนภัยที่เหมาะสมและทันสมัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญตามมาตราฐานสากลด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง ศึกษาออกแบบระบบป้องกันน้ำท่วมในชุมชนก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับชุมชขนในการวางแผนและกำหนดเป็นระบบป้องกันและเตือนภัย

การบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมและเอื้อต่อการมีคุณภพาชีวิตที่ดีของประชาชนให้เป็นไปตามมาตราฐานที่กำหนด ดดยการควบคุมกำกับดูและคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งอากาศ น้ำเสีย กลิ่น เสียง และขยะทุกประเภท

ส่งเสิรมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเพื่อรองรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลก

จัดทำโครงการเพื่อลดก๊าซเลือนกระจก และสร้างจิตสำนึก และเสริมศักยภาพพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมการอนุญาติเกี่ยวกับโรงงานวัตถุอัตรา 30,000 ราย บริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสีย 30 แห่ง ส่งเสริมการปลูกสวนป่าเศรษฐกิจเพื่อช่วยให้ท้องถิ่นมีรายได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่สาธิต 6,100 ไร่ ตลอดจนส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสะอาด การผลิตสินค้า และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการวิจัยและนวตกรรมจำนวนทั้งสิ้น 11,960.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.7 ของวงเงินงบประมาณ โดยจำแนกเป็นการสนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวตกรรมให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในเชิงพาณิชย์ สังคม และสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อตอบสนองภาคผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ ดดยนำผลวิจัยด้านต่าง ๆ เพื่อการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาภาคการผลิต บริการ และชุมชน 86 เรื่อง จำนวน 500 โครงการ พัฒนานวตกรรมใหม่ไปสู่เชิงพาณิชย์ 60 เรื่อง ส่งเสริมพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 21,600 คน ให้ความรู้กับบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวตกรรม เช่น คลีนิคเทคโนโลยี หมู่บ้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมย้อนรอยไม่น้อยกว่า 1.1 ล้านคน ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยการจัดการฝึกอบรม และเข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 54,700 คน

จัดตั้งห้องเรียนวิทยาศสาตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยจำนวน 12 ห้อง ให้บริการข้อมูลดาวเทียม และภูมิสารสนเทศ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และสร้างมูลค่าเพิ่ม 4,000 รายการ และให้บริการ การวิเคราะห์ ทดสอบ สอบเทียบ สินค้าและเครื่องมือต่าง ๆ 355,400 รายการ ส่งเสริมนักเรียนทุนรัฐบาล 1,800 ทุน และการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศเพื่อสนับสนุนการผลิตผลงานการวิจัยและพัฒนางานวิจัยเชิงบูรณาการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ การสร้างนักวิจัย และเครือข่ายการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการนำงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ลแะสังคมต่อไป

ยุทธศาสตร์ที่ 7 ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศจำนวนทั้งสิ้น 7,357.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.4 ของงบประมาณ โดยดำเนินนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาและส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านภายใต้กรอบอนุภูมิภาค

ส่งเสริมกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงหรือข้อพิพาท ดำเนินบทบาทในการสร้างความแข็งแกร่ง และสร้างสรรค์เวทีระหว่างประเทศทั้งในกรอบทวิภาคี และพหุภาคีให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศรวมทั้งสนับสนุนบทบาท และศักยภาพในการดำรงค์ตำแหน่งประธานอาเซียนของไทยเพื่อขัดเคลื่อนความร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อบรรลุการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนและแก้ไขผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นของประเทศให้กับต่างประเทศ

ยุทธศาสตร์ที่ 8 ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้จำนวนทั้งสิ้น 241,228.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14.2 ของงบประมาณโดยจำแนกเป็นการส่งเสริม การกระจายอำนาจ การปกครอง สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 7,851 แห่ง มีบทบาทในการจัดบริการสาธารณะในท้องถิ่นให้ได้มาตราฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน ดดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมตามศักยภาพของท้องถิ่นสามารถพึ่งพารายได้ของตัวเองเพิ่มขึ้น รวมทั้งการให้ความสำคัญในการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และคุ้มค่าอย่างแท้จริง และเร่งรัดการถ่ายโอนภาระกิจให้เกิดผลในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้การช่วยเหลือขั้นพื้นฐานในการดำรงค์ชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการถ่ายโอนภาระกิจ ทั้งนี้เมื่อรวมงบประมาณที่ได้จัดสรรให้กับการส่งเสริมการพัฒนาคุณภพาชีวิต และความมั่นคงด้านสังคมจำนวน 31,024.8 ล้านบาท รัฐบาลจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้จำนวน 136,700 ล้านบาท เมื่อรวมกับประมาณการรายได้ที่ท้องถิ่นเก็บได้เอง และรับบาลตจัดเก็บให้และแบ่งให้จำนวน 201,100 ล้านบาท ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้รวม 337,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่รัฐจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลร้อยละ 25.02 ตลอดจนสนับสนุนกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาในการจัดการบริการสาธารณะให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การบริหารจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ธรรมชาติและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงในพื้นที่อย่างบูรณาการตามแผนพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องกับศักยภาพ โอกาส และความต้องการของประชาชน ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางในการบริหารงาน แก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ในเขตจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้อย่างเหมาะสม

การบริหารจัดการภาครัฐมุ่งพัฒนาศักยภาพการบริหารงานภาครัฐให้มีขีดความสามารถและความยืดหยุ่นครองตัว สามารถอำนวยความสะดวกในการบริการแก่ประชาชนอย่างเหมาะสมมีคุณภาพมาตราฐานมีธรรมาภิบาลและความโปร่งใสควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบบริหารบุคลากรภาครัฐให้ทันสมัย สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างมืออาชีพเป็นที่ยอมรับของประชาชนรวมทั้งขยายโอกาสให้ประชาชนและผู้รับข่าวสารทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข่าวสารข้อมูลภาครัฐได้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม ทั่วถึง และรวดเร็ว

การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบอำนวยความยุติธรรมตามมาตราฐานสากลโดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านกฎหมาย และมีจิตสำนึกรักความยุติธรรม พัฒนาองึ์ความรู้และความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างกลไกและระบบที่จะช่วยเหลือผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส และผู้เสียหาย ในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรร รวมทั้งการส่งเสริมกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และการระงับข้อพิพาท การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความยุติธรรม ป้องกันและปัญหาการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งนำหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้และเสริมสร้างหลักธรรมภิบาลในสังคมไทย

ในการด้านจัดการสนับสนุนการจัดการของรัฐสภาศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไทย 2550 ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการเมืองให้มีความเข้มแข็ง พัฒนากระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย หารสร้างระบบอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค เสริมสร้างมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งเสริมองค์กรตามรัฐธรรมนูญและประชาชนในการตรวจสอบทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผล และป้องกันการกระทำที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

สำหรับรายการค่าดำเนินการภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้จำนวนทั้งสิ้น 426,602.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.1 ของวงเงินงบประมาณ ดดยจำแนกเป็นการบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อให้รัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉิน และบริหารจัดการเพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่มีผลกระทบต่อส่วนราชการ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

การบริหารบุคลากรภาครัฐที่เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาล ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเบี้ยหวัดบำเหน็ดบำนาญ เงินช่วยเหลือราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิของข้าราชการ เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ และเงินสำทบของลูกจ้างประจำ ตามสิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ การพัฒนาสรรมถนะเพื่อเพิ่มศักยภาพของข้าราชการในการปฏิบัติงานให้มีคุณธรรมและจริยธรรม ในการให้บริการแก่ประชาชน

และการบริหารหนี้ภาครัฐเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและดำเนินการชำระหนี้ของรัฐบาลติดตามการชำระหนี้ของรัฐวิสาหกิจ และองค์กรอื่นให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ผูกพันไว้ รวมทั้งพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการลงทุน และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

ท่านประธานที่เคารพครับกระผลตระหนักดีว่าในทุกยุทธศาสตร์ในทุกหน่วยงานก็ว่าได้จากสภาพการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงไปถึงประมาณ 200,000 ล้านบาทนั้นทำให้การจัดสรรงบประมาณสำหรับภาระกิจสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ นั้นส่วนใหญ่ลดลง แต่ในภาระกิจสำคัญ ๆ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เช่น นโยบายที่เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยตรงไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา คือการเรียนฟรี ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือโยบายอื่น ๆ ที่สำคัญของรัฐบาลนั้นได้จัดงบประมาณไว้อย่างครบถ้วน เพื่อสามารถดำเนินการนโยบายเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในกระทรวงที่สำคัญ เช่น กระทรวงเกษตร กระทรวงคมนาคม แม้ว่างบประมาณจะลดลง แต่ก้ได้มีการจัดสรรวงเงินในกรอบของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งสามารถชดเชยในเรื่องของเงินลงทุนที่ขาดหายไปจากตัวเงินงบประมาณในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีได ผมจึงขอกราบเรียนว่าในการชี้แจงของรัฐบาลต่อข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิกนั้นก็จะได้นำแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็มาประกอบการพิจารณาของเพื่อนสมาชิกเพื่อจะให้ท่านทั้งหลายได้รับทราบถึงการดำเนินงานของภาครัฐ และการใช้จ่ายเงินของภาครัฐในช่วย 2-3 ปีข้างหน้า ประกอบไปด้วย

ท่านประธานที่เคารพสาระสำคัญของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 ที่รัฐบาลได้แถลงมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนสำคัญของกรอบ และแนวทางหลักของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินของรัฐบาล สำหรับรายละเอียดปรากฎอยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้นำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนของประเทศ รับบาลขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์สุจริต และจะดำเนินการทุกวิถีงทางที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศชาติในทุกด้าน โดยเฉพาะผลกระทบคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนที่เกิดขึ้นจากสภาวิกฤติทางเศรษฐกิจในขณะนี้

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านจะให้การสนับสนุน รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้รวมทั้งดำเนินการตามขั้นตอนจนประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือเป้นหลักในการใช้จ่ายเงินของแผ่นดินให้บังเกิดผลดีแก่ประชาชน และประเทศชาติต่อไป.... ขอบคุณครับ .

พัฒนาพืชทดแทนพลังงาน เมล็ดข้าวพันธุ์ดี 1 แสนตัน พันธุ์สัตว์ 2 ล้านตัว

ยุทธศาสตร์ที่

ยุทธศาสตร์ที่

นอกจากนั้นรัฐบาลยังให้การสนับสนุนการประกอบอาชีพของผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้มีหลักประกันความมั่นคงในการดำเนินชีวิตและเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ การพัฒนาที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อมเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสนับสนุนให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่น่าอยู่ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุจำนวน 383,700 คน ได้รับการบริการและสวัสดิการสังคมตามสิทธิที่พึงได้ ตลอดจนสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน ร่วมสร้างความตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ และให้การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเหมาะสม

สำหรับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้สังคมไทยมีความปลอดภัยจากยาเสพติด รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มีความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันภัยยาเสพติด สนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ที่เข้าถึงจิตวิทยาวัยรุ่น เพื่อป้องกันมิให้เยาวชนและกลุ่มเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด ตลอดจนการให้การบำบัด รักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดอย่างครบวงจร เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ รวมทั้งปราบปรามผู้ค้า ผู้ผลิต และผู้นำเข้ายาเสพติด ทั้งต้นทางและปลายทาง พร้อม ๆ กับการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อย่างเป็นระบบ และการส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ สนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน รณรงค์ให้ประชาชนทุกกลุ่ม เด็ก และเยาวชน มีนิสัยรักการกีฬาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศและอาชีพ ทั้งในระดับภูมิภาคเอเซีย และในระดับนานาชาติ รวมทั้งสนับสนุนการจัดการศึกษาด้านการกีฬาควบคู่ไปกับการวิจัยด้านกีฬาและนันทนาการยุทธศาสตร์ที่

ด้านการเงินการคลัง

ส่งเสริมการให้บริการจัดหางานและแนะแนวอาชีพ สนับสนุนให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างและนักศึกษาจบใหม่ มีโอกาสในการทำงาน รวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1,950,000 คน ดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของแรงงานอย่างเป็นธรรม 2.4 ล้านคน พัฒนาฝีมือและทักษะแรงงานไม่น้อยกว่า 89,600 คน รวมทั้งคุ้มครองแรงงานไม่น้อยกว่า 20,000 คน

ท่านประทานที่เคารพกระผมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.. 2553 โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ หลักการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีพุทธศักราช 2553 เป็นจำนวนไม่เกิน 1 ล้าน 7 แสนล้านบาท เหตุผลเพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ได้มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2553 ใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน ..2553 ฉลบับสมบูรณ์สำหรับสมาชิกทุกท่าน สำหรับการแถลงด้วยวาจานั้นจะขอสรุปสาระสำคัญบางประการดังนี้ การบริหารราชการสำหรับคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของกระผมมีเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง พร้อม ๆ ไปกับการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ ปกป้องและเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ สนับสนุนการบริหารบนหลักการของความพอเพียงมุ่งประสิทธิภาพและโปร่งใส ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ..2553 ที่คณะรัฐมนตรีนำเสนอต่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ได้กำหนดวงเงินให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามแนวทางของนโยบายรัฐบาล 2 ประการ2  การสร้างเสถียรภาพอย่างยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและสังคมไทยตลอดจนสร้างความพร้อมเพื่อการแข่งขันในเวทีโลก ผมและรัฐมนตรีทุกท่านตระหนักดีว่ารัฐบาลต้องทำงานแข่งขันกับเวลา เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่ และต้องให้ความสำคัญกับการบริหารงานและบริหารเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ก่อนที่จะแถลงสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ..2553 ผมขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการเงินการคลังของประเทศ ดังนี้2552 คือปีนี้หดตัวลงถึงร้อยละ 7.1 ต่อเนื่องมาจากไตรมาสที่ 4 ปี 2551 ซึ่งหดตัวร้อยละ 4.2 เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยเป็นวงกว้างและรุนแรงได้ส่งผลกระทบในการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังฟื้นตัวได้ช้า เนื่องจากรายได้ของครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง มีการหดตัวของภาคการผลิตในหลายสาขาดดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการท่องเที่ยวส่วนภาคเกษตรมีการขยายตัวเพียงเล็กน้อย แม้ว่ามีการผลิตพืชหลักเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรลดลงมากตามราคาในตลาดโลก ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล และปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2552 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้น และสามารถกลับมาขยายตัวได้ในไตรมาสสุดท้าย ส่วนในปี 2553 คาดว่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 2.0 ถึง 3.0 อัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ 0 ถึง 1 โดยแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและการส่งออก การระดมทุนจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ของรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะสั้นควบคู่ไปกับการมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในระยะยาว ในปีงบประมาณ พ..2553 รัฐบาลประมาณการว่าจะมีรายได้สุทธิทั้งสิ้นเพื่อนำมาจัดสรรเป็นรายจ่ายของรัฐบาลจำนวน 1 ล้าน 3 แสน 5 หมื่นล้านบาท ภายใต้นโยบาย 6 ประการ ประกอบด้วย ประการแรกดำเนินนโยบายขาดดุลโดยคำนึงถึงกรอบความยั่งยืนทางการคลัง การควบควมสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณรายจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ของประเทศ ประการที่ 2 ทบทวนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพท์ที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ..2552 ถึง 2554 และแผนบริหราราชการอย่างจริงจัง

ท่านประทานที่เคารพครับเพื่อประกอบการนำเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปีจะได้มีการแจกเอกสารที่เป็นคำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ

ประการแรก การสร้างความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

ประการที่

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี

 

ประการที่ 3 เร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการจัดการเพื่อลดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

 

ประการที่ 4 กำหนดรายจ่ายลงทุนในระดับที่เหมาะสมเพื่อสมทบกับรายจ่ายลงทุนที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลจะใช้แหล่งเงินอื่นนอกเหนือจากงบประมาณมาร่วมดำเนินการ

พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพสนับสนุนให้การศึกษาวิจัยผลิต และใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่นควบคู่ไปกับการรณรงค์ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนรวมทั้งสนับสนุนให้ส่วนราชการในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำแผนประหยัดพลังงานและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสและลดความ 

สำหรับในด้านนโยบายการเงินนั้น ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาปรับลดลง ส่วนวิกฤตการณ์การเงินโลกก็เริ่มส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจจริงในประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลาย จึงมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาตั้งแต่ธันวาคม 2551 ต่อเนื่องมาจนถึงเดือนเมษายน 2552 โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 3.75 เป็น ร้อยละ 1.25 ต่อปี

ท่านประธานที่เคารพการชะลอตัวของเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมาได้ส่งผลในการจัดเก็บรายได้ของรัฐต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยประมาณการเอาไว้ ดังนั้นพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 จึงกำหนดวงเงินเอาไว้ทั้งสิ้นจำนวน 1,700,000 ล้านบาท เป็นนโยบายงบประมาณขาดดุล โดยกำหนดรายได้สุทธิจำนวน 1,350,000 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณอีกจำนวน 350,000 ล้านบาท ซึ่งวงเงินงบประมาณดังกล่าวจำแนกเป็นรายจ่ายประจำจำนวน 1,436,389.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 84.5 ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุนจำนวน 212,689.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.5 ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ จำนวน 50,920.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของวงเงินงบประมาณ

ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้จำนวน 8 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐดังนี้ยุทธศาสตร์ที่ 1





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
101ไทยหลังอาน วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 10.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/101thairidgeback


ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 20/06/2009 เวลา : 07.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณค่ะ
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]