*/
  • KPS
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ninegift@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-07-04
  • จำนวนเรื่อง : 149
  • จำนวนผู้ชม : 129495
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม 2563
Posted by KPS , ผู้อ่าน : 298 , 10:40:44 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

กลิ่นกาแฟอันหอมหวานเป็นที่ดึงดูดใจจนอดไม่ได้ที่จะลิ้มรสหวานนุ่ม ติดขมหรือติดเปรี้ยวตามความชอบของแต่ละคน บางคนชอบที่จะตระเวนลิ้มรสกาแฟที่ร้านต่างๆ ที่ได้รับคำกล่าวขาน หรือบางคนชอบที่จะดื่มทุกเช้าจนเป็นกิจวัตรประจำวัน และเลือกลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอย่างเครื่องชงกาแฟมาชงดื่มเองเลยก็มี ทว่าการจะชงให้อร่อย ก็ไม่ใช่ว่านำเข้าเครื่องชงแล้วจะอร่อยได้เหมือนร้านทำ เพราะมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องใส่ใจด้วย วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับชงกาแฟอย่างไรให้อร่อยมาฝากกัน อาจจะทำให้คุณลืมกาแฟเจ้าประจำกันไปเลย

 

การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวอย่างเครื่องชงกาแฟ ชงให้อรอย

 

1. เลือกเมล็ดกาแฟที่ดีและถูกใจ

กาแฟมี 2 สายพันธุ์ได้แก่โรบัสต้าและอราบิก้า ซึ่งพันธุ์อราบิก้าจะมีความหอมนุ่มนวล และมีความเข้มและคาเฟอีนน้อยกว่าโรบัสต้า ส่วนพันธุ์โรบัสต้าจะได้ความเข้มข้น แต่ไม่หอม โดยส่วนมากแล้วร้านกาแฟจะใช้พันธุ์อราบิก้า
เมื่อเลือกสายพันธุ์ได้แล้ว สิ่งต่อมาที่ควรเลือกคือ ดูว่าชอบกาแฟที่มีความคั่วระดับไหน โดยกาแฟจะถูกแบงเป็น คั่วอ่อน ซึ่งจะมีรสชาติเปรี้ยวแบบผลไม้และมีกลิ่นของสมุนไพรหรือดอกไม้ คั่วกลาง มีกลิ่นคล้ายถั่ว คาราเมล หรือช็อกโกแลต มีความบาลานซ์รสชาติทีดี และสุดท้ายคือ คั่วเข้ม ซึ่งจะมีรสชาติหอมเข้มข้น

 

 

2. ใส่ใจเรื่องการบดเมล็ด

การบดเมล็ดกาแฟการบดกาแฟ เรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการชงกาแฟสด เพราะในแต่ละระดับของการบดจะให้รสชาติและความหอมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งจะมีการบด 4 ระดับ ได้แก่

  1. บดหยาบ : มีลักษณะเป็นเม็ดใหญ่ จับแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกรวดทราย
  2. บดปานกลาง : มีความละเอียด จับแล้วคล้ายเม็ดทรายธรรมดาทั่วไป
  3. บดละเอียด : มีลักษณะเริ่มป่น ไม่เป็นก้อน จับแล้วเหมือนเม็ดน้ำตาลทรายขาว
  4. บดละเอียดมาก : มีขนาดเล็กกว่าน้ำตาลทรายขาว แต่ไม่ได้เบาจนเป็นผง ยังสามารถรู้สึกได้ถึงความขรุขระที่เป็นเอกลักณ์ของกาแฟ

เคล็ดลับการบดเมล็ดคือ หากเป็นเมล็ดที่คั่วอ่อนให้บดเมล็ดในระดับความหยาบ แต่หากเป็นเมล็ดคั่วเข้มให้บดเมล็ดให้ละเอียดขึ้น โดยการบดสามารถบดมือ หรือหากใครต้องการความรวดเร็วอาจใช้เครื่องบดช่วยได้
สำหรับใครที่ใช้เครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติที่มีระบบบดเมล็ดกาแฟให้ ก็ช่วยทดเวลาและเบาแรงในการบดได้มากเลยทีเดียว

 

 

 

3. อุณหภูมิของน้ำ

อุณหภูมิของน้ำก็ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ โดยการชงกาแฟควรใช้น้ำอุณหภูมิ 91-96 องศาเซลเซียส เนื่องจากหากใช้น้ำอุณหภูมิตั้งแต่ 100 องศาเซลเซียสขึ้นไปจะทำให้กาแฟขมเกินไป และถ้าต่ำกว่า 91 องศาเซลเซียส จะทำให้ได้รสชาติอ่อนเกินไป โดยอุณหภูมิน้ำในการชงกาแฟที่ทำให้ได้รสชาติและกลิ่นดีที่สุด คือ ที่ 94 องศาเซลเซียสนั่นเอง

ไม่ว่าจะชงเอง หรือใช้เครื่องชงกาแฟ ปัจจัยที่ต้องใส่ใจก็ไม่ต่างกัน นั่นคือ เมล็ดกาแฟ ระยะเวลาในการชง อุณหภูมิของน้ำ และสัดส่วนของน้ำ โดยทั้งหมดนี้สามารถปรับเปลี่ยนกันไปได้ตามความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ

 


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น