• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 1098
  • จำนวนผู้ชม : 923583
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1678 คน
อักษราภรณ์
การเดินทางของชีวิตที่มีธรรมะเข้ามาประกอบ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
วันพุธ ที่ 5 พฤษภาคม 2553
Posted by อักษราภรณ์ , ผู้อ่าน : 2302 , 00:03:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิธีสอนและคำสอน

หลวงพ่อเป็นครู มิใช่เฉพาะแต่เวลาที่ศิษย์มากราบขอคำสอนคำเตือนเท่านั้น หากศิษย์ช่างสังเกตช่างดูในรายละเอียด จะเห็น คำสอน ของหลวงพ่อ ที่ออกมาจากวัตรปฏิปทาของท่าน เรียกว่าทุกอากัปกริยาและทุกความเคลื่อนไหว แล้วแต่ปัญญาของศิษย์แต่ละคน ในจุดเดียวกันที่มอง บางคนได้ปัญญาเรื่องหนึ่ง บางคนได้ปัญญาอีกเรื่องหนึ่ง แตกต่างกันไป

เทศน์สอนกรรมฐานยาว ๆ ของหลวงพ่อไม่มีปรากฏให้เห็นเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีเทศน์ยาวทางปริยัติธรรมในสมัยที่หลวงพ่อยังไม่ได้ทำหน้าที่ครูกรรมฐานซึ่งหลวงพ่อร่างบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตกทอดอยู่ที่เจ้าอาวาสวัดสวนหงส์องค์ปัจจุบัน และได้นำลงพิมพ์ในหนังสือประวัติหลวงพ่อของทางวัดเรื่องหนึ่งคือ อานิสงส์ทานบริจาคตามประสงค์ และมีหนังสือเล่มเล็กที่หลวงพ่อเรียบเรียงไว้ ๑ เล่ม คือพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร นอกนั้นจะเป็นคำสอนสั้น ๆ เฉพาะหน้าเฉพาะตัวของแต่ละคน

ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ฟังคำสอนของหลวงพ่อ ซึ่งมีทั้งคำสอนในเรื่องทั่ว ๆ ไปและคำสอนทางกรรมฐาน ที่สอนข้าพเจ้าเองบ้าง เพื่อนที่มากับข้าพเจ้าบ้าง คนอื่นที่มากราบหลวงพ่อบ้าง ตลอดถึงที่ท่านอื่น ๆ ได้ฟังมาจากหลวงพ่อและมาเล่าให้ข้าพเจ้าฟังบ้าง ทำให้ข้าพเจ้าได้มองเห็นแนวทางการให้คำสอนของหลวงพ่อ (ตามกำลังปัญญาของข้าพเจ้า) ว่ามีหลากหลายอุบายวิธีที่จะนำทางให้แก่ผู้ที่มากราบขอคำสอนจากหลวงพ่อ...

หลากหลายวิธีสอน

๑. วิธีดุ ก่อนที่หลวงพ่อจะดุ จะขึ้นเสียงว่า ฮึ๊ยยย !” ขึ้นมาก่อน ถ้าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องเล็กน้อย ฮึ๊ยยย!” นั้นก็จะดังค่อย ๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องมาก ๆ น้ำหนักของเสียงก็จะหนักแน่นและดังขึ้นตามระดับความไม่ถูกต้องที่มากขึ้นไป ศิษย์ทุกคนพอได้ยินเสียงนี้ จะนิ่งเงียบและตั้งใจฟังคำสอนคำดุของหลวงพ่อ

การดุ เป็นการดึงจิตของศิษย์ให้เข้ามาอยู่ที่คำสอนไม่แส่ส่ายไปเรื่องอื่น ข้าพเจ้าโดนดุตั้งแต่วันแรกที่ยกกระทงขึ้นกรรมฐานเป็นศิษย์หลวงพ่อ จำได้แม่นยำว่านมัสการถามหลวงพ่อว่า... หลวงพ่อสูงอายุแล้ว (ขณะนั้นหลวงพ่ออายุ ๘๔ ปี) จะเหนื่อยเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะที่จะสอนกรรมฐานให้ลูก ? หลวงพ่อตอบว่า... พูดธรรมะ พูดได้ทั้งวัน ไม่เหนื่อย ด้วยความที่ข้าพเจ้าขาดมารยาท ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร จึงนมัสการถามต่อไปว่า... หลวงพ่อปฏิบัติธรรมมาก่อนบวชหรือหลังบวชเจ้าคะ ? หลวงพ่อดุเสียงดังว่า... ฮึ๊ยยย! เรื่องของครูบาอาจารย์ ถ้าครูบาอาจารย์จะให้รู้ก็บอกเอง ไม่ต้องมาถาม ข้าพเจ้ากลับมาไตร่ตรองแล้ว หลังจากนั้น ไม่ว่าข้าพเจ้าจะไปกราบครูบาอาจารย์ที่ใดก็ตาม ข้าพเจ้าจะระมัดระวังไม่ใช้คำถามในทำนองนี้อีกเลย

และเพราะความที่ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคยกับวัด ไม่เคยเข้าวัด เป็นเหตุให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นจนต้องโดนดุเป็นประจำ โดนดุทั้งในยามที่ไม่มีคนอื่น ต่อหน้ากลุ่มคนเล็ก ๆ ต่อหน้าคนมาก ๆ จนที่สุดก็คุ้นเคยกับการดุของหลวงพ่อ เพราะทุกครั้งที่ถูกดุ จะจดจำคำสอนได้แม่นยำ ชัดเจน ขึ้นใจ จนพอใจที่จะได้คำสอนโดยวิธีการดุ วันหนึ่ง หลังจากที่โดนหลวงพ่อดุแล้ว หลวงพ่อกล่าวกับข้าพเจ้าว่า... ครู รู้ไหมว่า เวลาที่หลวงพ่อดุนี่ มันเหนื่อยนะ เหนื่อยกว่าสอนธรรมดา

การดุ เป็นการทดสอบด้วยว่า ศิษย์คนนั้นจะอดทนต่อคำสอนของครูบาอาจารย์ได้หรือไม่ ถ้าเปราะบางเกินไปกับคำดุคำสอนของครูบาอาจารย์ ก็จะหลุดออกไปโดยปริยาย เพราะยิ่งปฏิบัติละเอียดมากขึ้นเท่าใด ก็ต้องมีความอดทนมากขึ้นเป็นทวีคูณ หากเพียงคำดุเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ยังทนไม่ได้ ต่อไปเบื้องหน้า ถ้าเป็นเรื่องที่ละเอียดและหนักหนาสาหัสกว่านี้ ครูบาอาจารย์จะควบคุมอบรมสั่งสอนได้อย่างไร ?

แต่หลวงพ่อจะดุ เฉพาะกรณีที่ศิษย์ปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องหรือกระทำผิดพลาดมาก ๆ จะดุหนักและสอนหนักตรง ๆ เพื่อมิให้ศิษย์ล่าช้าในการแก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง แต่วิธีที่หลวงพ่อไม่เคยใช้จนเป็นเหตุให้ศิษย์ต้องเสียใจเลยก็คือ การตำหนิติเตียน การพูดเสียดสี เปรียบเปรย กระทบกระเทียบ ยอกย้อน หรือแม้กระทั่งคำดุที่หยาบคาย

ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ หลวงพ่ออาพาธ และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งหรือสองปี หลวงพ่อก็วางวิธีการสอนแบบนี้ ดังนั้น นับแต่ปีนั้นมาจนถึงวันที่หลวงพ่อละสังขาร ไม่มีใครต้องถูกหลวงพ่อดุอีกเลย

หลวงพ่อกล่าวถึงเรื่องดุไว้ดังนี้...

ที่ต้องดุ ต้องสอน เพราะคนมันดื้อรั้น ไม่ฟังครูบาอาจารย์ แล้วยังจะมาสั่งให้ครูบาอาจารย์ทำตามเสียอีก เวลาหลวงพ่อดุแล้ว ก็ไม่มีความโกรธตกค้างอยู่

ลูกศิษย์ได้ดีเพราะครูดุ ที่ครูดุก็อยากให้ศิษย์ได้ดี ก็ดุไปตามกริยา

ที่ดุ ๆ ไปน่ะ ดุแล้วก็แล้วไป ไม่จำ

๒. วิธีอธิบาย การอธิบายของหลวงพ่อ จะเป็นการอธิบายสั้น ๆ กระชับได้ใจความครบถ้วน เทศน์สอนของหลวงพ่อ ยาวที่สุดน่าจะไม่เกิน ๑๐ ประโยค เช่น

เมื่อเช้าหลวงพ่อสอนพระเณรเรื่องการนั่งสมาธิ ว่าก่อนนั่งต้องให้ที่นั่งสะอาด ต้องกวาดก่อน กวาดตรงที่จะนั่งให้สะอาด พระพุทธเจ้าทรงบอกไว้ ไม่งั้นระคายผิวหนัง ก็คันนั่นแหละ มันสกปรกก็คิดอะไรไม่ออก ไม่เกิดปัญญา

ทำได้ทำไป ถ้าศรัทธาดับให้หยุด ศรัทธาดับหมายถึงทำไม่ไหว ไม่ครบตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ ก็เปลี่ยนได้ อย่ายึด อย่างเช่น นั่งสมาธิเมื่อยทนไม่ไหว ก็นอนสมาธิได้

ให้เอาชนิดที่เข้าหลักเลย นัตถิ สันติ ปรัง สุขัง สุขอื่นเสมอด้วยความสงบไม่มี... ที่รู้ ที่อ่าน ที่เข้าใจ ให้เอาเข้าหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา อย่าให้ผิดจากนี้ ถ้าผิดจากนี้ไม่ถูก อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ ความไม่ประมาททั้งปวง ข้อความนี้  ครอบคลุมพระไตรปิฎกทั้งหมด

อย่าประมาททุกอย่าง แม้ความสามารถของผู้อื่น ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

พิจารณา เกิด แก่ เจ็บ ตาย รับความแก่ ความเจ็บ ความตาย พิจารณาให้ชัด แล้วจะไม่กลัว

ใครทำเองเห็นเองเพ่งพิยุกติ์ ครั้นถึงธรรมนำผุดประจักษ์เอง หมายถึงต้องมีครูบาอาจารย์มาก่อน ยึดครูบาอาจารย์ ต่อจากนั้น เมื่อรู้ธรรมเห็นธรรมก็ยึดธรรมนั้น

ให้ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่บอกที่สอนมานั้น ต้องยึดก่อนเพื่อปล่อยวาง

"อุปาทานทำให้ได้ดี พอได้ดีแล้ว ต้องละอุปาทานนั้น

ความโกรธ ทำให้มันค่อย ๆ กร่อนไป ทำให้หมดนั่นมันเป็นความอยาก กร่อนไป จะค่อย ๆ เป็นไป

อย่างอื่นไม่เป็นแก่นสาร มีแต่ธรรมะนี่แหละ... ร้องไห้ แล้ว หัวเราะ เป็นเรื่องของชีวิต ชะตาชีวิต

การให้ทานอาหารการกินอยู่ นำให้ผู้ให้ ได้มีอายุยืน วรรณะผุดผ่อง มีความสุข มีพลกำลัง สุขภาพดี มียศ และมีปฏิภาณ เพราะอาหารนั้น ไปเป็นการยืดชีวิตของผู้รับทานนั้น

รวยก็ทุกข์ ทุกข์เพราะการเก็บรักษา จนก็ทุกข์ ทุกข์เพราะความอยาก ทุกข์ทั้งนั้น

มีญาติโยมจากสุโขทัยเดินทางมากราบหลวงพ่อ แล้วนมัสการว่า ที่วัดนี้เงียบดี หลวงพ่อตอบว่า เงียบสงัด เงียบสงบ แล้วก็มีเงียบเหงา ซึ่งถ้าเงียบเหงา ก็อยู่ไม่ได้ ต้องออกไปเสาะแสวงหาความสนุกสนานภายนอก

๓. วิธียกตัวอย่างเปรียบเทียบ เช่น

ข้าพเจ้านมัสการหลวงพ่อว่า ชวนแม่ให้ปฏิบัติธรรมเท่าไร ๆ แม่ก็ไม่ยอม หลวงพ่อบอกว่า อย่าไปเร่ง ให้สุกเองเหมือนมะขามป้อม ถ้ายังไม่แก่จัด ขย่มให้ลูกหล่น อาจทำให้กิ่งฉีกหักได้ แต่ถ้าแก่จัดเต็มที่ แค่ลมโชยมาถูกเบา ๆ ก็หล่น

ความประณีตในโบสถ์ ประกอบด้วยอิฐหินหลายประเภท

หลวงพ่อไม่อยากเห็นลูกศิษย์นั่งคุกเข่าขอทาน เพราะว่ามันเจ็บ เคยเห็นไหม ? ที่เขานั่งคุกเข่าขอทานน่ะ

คนที่เคยช่วยเหลือข้าพเจ้า ทราบว่าข้าพเจ้ามากราบหลวงพ่อเป็นประจำ จึงขอร้องให้ช่วยพาเขามาด้วยทุกครั้ง ข้าพเจ้าดูเหตุการณ์แล้วน่าจะเป็นภาระที่หนักเอาการ ขาดอิสระในเรื่องของเวลา และข้าพเจ้าเองก็ยังอยู่ในสภาพตั้งไข่ล้ม จึงมากราบเรียนหลวงพ่อ ท่านให้คำสอนว่า... เวลาช่วยคนตกน้ำ มือหนึ่งต้องจับหลักให้มั่น อีกมือถึงจะยื่นไปช่วยเขาได้ แต่ก็มีอีกวิธีนะ ช่วยคนตกน้ำโดยช่วยประคองแผ่ว ๆ อย่าให้เขาจับตัวได้ เดี๋ยวจะจมทั้งคู่

ในเรื่องความโลภ หลวงพ่อจะเตือนให้ระมัดระวังอยู่ในความพอดี โดยเล่าเรื่องให้ฟังว่า... รู้จักกินมีเนื้อ ไม่รู้จักกินเสือหาย เสือจับสัตว์กิน เหลือเนื้อที่กินไม่หมดทิ้งไว้ ไปนอนพัก พอหิวก็กลับมากินใหม่ คนมาเห็นเนื้อก็เอาไปหมด บ่อยเข้า เสือก็หนีไป คนก็ไม่มีเนื้อกิน เพราะตัวโลภ

๔. วิธีสอนทันทีที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เช่น

ข้าพเจ้ากับเพื่อนหลายคนไปวัด หลวงพ่อไม่อยู่ที่กุฏิ เพื่อน ๆ ต่างแยกย้ายกันไปเดินดูว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหน ข้าพเจ้าคนเดียวที่ไม่ไป เพราะต้องขึ้นไปจัดเปลี่ยนดอกไม้ เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเดินลงมาจากกุฏิ ก็เห็นหลวงพ่อเดินมาถึงหอระฆัง ด้วยความดีใจที่คนอื่นไปเดินตามหาแต่ไม่พบ ส่วนข้าพเจ้าไม่ได้เดินตามหากลับพบหลวงพ่อก่อนคนอื่น ข้าพเจ้าจึงเข้าไปกราบและนมัสการเล่าเรื่องราวถวายพร้อมสรุปว่า... ลูก ดีใจที่พบหลวงพ่อ ก่อนเพื่อนคนอื่น ๆ หลวงพ่อสอนทันทีว่า... ดีใจ เป็นอุปาทาน ทำให้หลงตัว ว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ต่อไปก็จะเป็นยกตนข่มท่าน

มีโยมผู้ชายคนหนึ่งตรงเข้ามากราบบนหลังเท้าของหลวงพ่อ ท่านขยับตัวถอยห่างออกมานิดหนึ่ง แล้วพูดว่า... กราบถึงเนื้อถึงตัวเลยหรือ อันนี้มันไม่แน่นอน เดี๋ยวมันก็เน่าเปื่อย เอาพระธรรมซิ เคยรู้บ้างไหม ตัวโกรธ ตัวโลภ ตัวหลงน่ะ เป็นยังไง ?

เด็กเล็ก ๆ ร้องไห้วิ่งหนีแมว ที่ไล่ตามแย่งปาท่องโก๋ในมือ หลวงพ่อโยนแหนบธูปให้ บอกเอาไว้ไล่แมว ย้ำสอนว่า... หลวงพ่อให้เครื่องป้องกันตัว จะได้ป้องกันตัวเองได้ ไม่ต้องร้องไห้ให้คนอื่นช่วย

ข้าพเจ้าทำบุญถวายสังฆทาน แล้วนมัสการว่า... ทำบุญให้พ่อที่ตายไปแล้ว หลวงพ่อสอนว่า... ทำไป จนกว่าจะหมดรัก มันก็หลุดพ้น

มีการซ่อมหอระฆัง ข้าพเจ้าดูช่างลงเสา จึงเข้าใจว่างานช่างนั้น ไม่ใช่งานง่าย ๆ จึงเล่าถวายหลวงพ่อ... ลูกดูช่างเขาวางเสาหอระฆัง พิจารณาดูว่ามันยาก กว่าจะตั้งเสาต้นหนึ่งให้ใช้งานได้ ไม่ใช่ง่าย ๆ เหมือนคิดเลย ดูเสร็จเหนื่อยเลยเจ้าค่ะ หลวงพ่อตอบว่า... ดูไป แล้วเกิดความชอบใจ ชาติหน้า อาจได้เกิดเป็นช่างอย่างเขา การดูให้ถูกก็ ดูแล้ว เข้าใจ รู้เรื่อง แล้วก็กอบทิ้งไป ละวางทิ้งไป

มีผู้มาถวายสังฆทานและมีพระพุทธรูปด้วย หลวงพ่อให้ข้าพเจ้านำไปจัดเก็บในห้องกระจก ในห้องแน่นไปหมด หาที่วางพระพุทธรูปไม่ได้ ต้องขยับของเดิมให้ชิด ๆ กัน จึงจะมีที่วางพอที่จะวางได้ ในระหว่างที่จัดพระพุทธรูปอยู่นั้น ข้าพเจ้าพุ่งความสนใจไปที่รูปหล่อของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลก่อน ๆ ที่วางอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าพระพุทธรูป แล้วนึกอยู่ในใจตลอดเวลาว่า ไม่สมควร หลวงพ่อเดินตามมายืนอยู่ที่ประตู แล้วบอกข้าพเจ้าว่า... พระเจ้าอยู่หัว อยู่สูงกว่าพระเพราะความจำเป็น ก็ไม่เป็นไร... จากนั้นหลวงพ่อเดินไปที่ตู้เย็นที่ตั้งอยู่ใกล้เสากลางหอสวดมนต์ หยิบแก้วน้ำปานะที่วางบนหลังตู้เย็นมาฉัน แล้วสอนข้าพเจ้าต่อไปว่า... ...ปรับอิริยาบถ ไม่มีวินัยของพระพุทธเจ้าห้ามยืนดื่มกิน ไม่ผิด ถ้าถือตามสมมติมาก ๆ ไป ก็เป็นอุปาทานนะ

๕. วิธีให้สติ เช่น

เมื่อหลวงพ่อทราบว่า รอยพระพุทธบาทจำลองที่ประดิษฐานอยู่ในมณฑปวัดสวนหงส์ถูกโจรกรรมไป คณะศิษย์และชาวบ้านทราบข่าวก็เริ่มกล่าวร้ายผู้กระทำบาปนั้น หลวงพ่อให้สติว่า...

อย่าไปแช่งเขา บาป

เขาเอาไปบูชาเพราะความจน แต่เราไม่จนใจ มีใหม่ได้ ใครจะมาเอาไป เราก็มีใหม่ได้

เสร็จแล้วเขียน พ.ศ. ไว้เลย จะได้ไม่มีคนมาลักไป เพราะเป็นของใหม่ พวกเราก็จะได้บุญ ได้ร่วมกันสร้าง

มีผู้ชายคนหนึ่งมากราบและนั่งคุยกับหลวงพ่ออยู่ ข้าพเจ้าไม่ทันสังเกตเห็น เดินขึ้นไปกราบหลวงพ่อ และทันได้ยินหลวงพ่อสอนชายคนนั้นว่า... ...จะถอนอย่างไร ? เมียนั้นยังถอนได้ ลูกนี่ถอนไม่ได้ ดี-ชั่ว ก็ต้องดูแลไปจนกว่าเขาตาย หรือเราตายนั่นแหละ

เพื่อนของข้าพเจ้าหย่าร้างกับสามี มีทุกข์เกี่ยวกับการดูแลลูก หลวงพ่อเมตตาให้คำเตือนว่า... สิ่งที่เสียไปแล้วก็แล้วไป รักษาสิ่งที่เหลืออยู่คือลูก ให้ดูแล แม้จะต้องทุ่มเทเสียทรัพย์ก็ต้องยอม ผลมันกระทบถึงตัวเรา

ลูก ไม่ต้องตี พูดบ่อย ๆ ตี...เด็กจะบอกว่า ทำไม่ได้เดี๋ยวแม่ตี

ขณะที่คณะศิษย์ปรึกษากันเรื่องจะทำมุ้งลวดติดประตูหน้าต่างกุฏิถวายหลวงพ่อ อาจารย์ภณิดาพูดถึงแซ่ปัดยุงขึ้นมา หลวงพ่อเตือนว่า... จะมียุงติดอยู่ระหว่างมุ้งลวดกับหน้าต่าง ต้องมีสวิงตักออก แล้วเอาไปปล่อยข้างนอก ใช้แซ่จะทำให้เจ็บ

ลูกศิษย์หลายคนมาปรารภว่า... ทำไมหนอถึงยากจน ? หลวงพ่อสอนว่า... ลูกศิษย์หลวงพ่อ ทำใจได้ทุกคน เอาแค่พอกิน

๖. วิธีแก้ไขภาษา-คำพูด เช่น

ข้าพเจ้านมัสการหลวงพ่อเรื่องก่อนหน้านี้หลายปี น้องชายชวนให้มากราบหลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์ แต่ข้าพเจ้าไม่สนใจปล่อยเวลาล่วงเลยจนพ่อถึงแก่กรรม จึงได้มากราบหลวงพ่อ... ถึงวันนี้ลูกรู้สึกว่าเสียเวลา หลวงพ่อเมตตาแก้ไขให้ว่า... ไม่ใช่เสียเวลา ยังไม่ถึงเวลา รอเวลา พูดอะไรอย่าให้เสียแก่ตัวเอง ให้ร้ายตัวเอง

ข้าพเจ้านมัสการหลวงพ่อว่า... เสียดายที่มาพบพระพุทธศาสนา มาพบเส้นทางนี้ เอาเมื่อบั้นปลายของอายุ หลวงพ่อดุว่า... พูดไม่ถูก ไปเอาคำพูดของชาวบ้านที่ว่าไปมาพูด ไม่ควรพูด ไม่ควรคิด ต้องคิดว่า ดีแล้วหนอ ที่ได้มาพบธรรมะ ให้คิดปัจจุบัน ไม่ให้คิดอดีต ไม่ให้คิดอนาคต ปัจจุบันดีแล้วหนอ ที่ได้มาปฏิบัติธรรม

เพื่อนปรารภกับข้าพเจ้าว่า... การปฏิบัติธรรม เมื่อทำไป ๆ นาน ๆ เข้า ถ้าวันไหนไม่ได้ทำ รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป เหมือนติดยาเสพติด ข้าพเจ้าได้นำความนี้ กราบนมัสการหลวงพ่อ ท่านดุว่า... ยาเสพติดไม่ดี ไม่ให้เอามาเปรียบเทียบกับการปฏิบัติธรรม

ข้าพเจ้านมัสการเรื่องขั้นตอนการหล่อพระพุทธรูปที่เห็นมา เมื่อกะเทาะดินที่พอกออกแล้ว เห็นเหล็กแหลมทิ่มแทงโผล่ออกมาทั่วองค์รูปหล่อ... ดูแล้วรู้สึกสังเวชสลดใจ แต่ไม่ทราบว่าสังเวชสลดใจด้วยเหตุใด แล้วก็ทิ้งไป หลวงพ่อติงว่า... ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ทิ้งไปหรือ ? ข้าพเจ้านมัสการตอบไปว่า... ลืมไป ไม่ได้จดจำไว้ เจ้าค่ะ หลวงพ่ออธิบายต่อว่า... ทิ้งไปก็คือไม่เอา มันลืมต่างหาก ข้าพเจ้านมัสการต่อว่า... ต่อมา ลูกพิจารณาได้ว่า พระพุทธรูป กว่าจะเหลืองอร่ามงามตา มีคนเคารพบูชากราบไหว้นั้น ผ่านความเจ็บปวด... หลวงพ่อท้วงว่า... คำว่าเจ็บปวดเป็นภาษาโลก ข้าพเจ้าจึงนมัสการแก้ไขว่า... ผ่านทุกข์มามากมายไม่รู้จักเท่าไหร่ กว่าจะงดงามเช่นนี้ แล้วนึกเปรียบเทียบถึงพระอริยสงฆ์ ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็เช่นเดียวกัน ท่านผ่านทุกข์มานับไม่ถ้วน มากมายมหาศาล กว่าจะมาเป็นพระอริยสงฆ์ที่งดงามมีคนเคารพสักการบูชา

ข้าพเจ้านำข้าวคลุกปลาทูมาให้ลูกแมวเล็กที่วัด บังเอิญว่าข้าวแฉะ เมื่อลูกแมวกินเข้าไปก็ติดเพดานปาก มันดิ้นรนและพยายามใช้สองตีนหน้าตะกุยที่ปากของมันอย่างน่าสงสาร ข้าพเจ้าเสียใจ เอ่ยขึ้นมาว่า... ทำบุญได้บาป หลวงพ่อเตือนว่า... พูดอย่างนี้ไม่ได้ เอาของไม่ดีเข้าตัว อย่าพูด อย่าพูดอย่างนี้อีกนะ คนอื่นได้ยินเดี๋ยวเขาจะพูดตามอย่าง ทำบุญก็ต้องได้บุญ ไอ้ที่มันเกิดขึ้นนั้น มันไม่มีเจตนา

ข้าพเจ้านมัสการหลวงพ่อเกี่ยวกับเรื่องที่พิจารณาได้ว่า...

ข้าพเจ้า การได้ทางโลกและทางธรรมมันสวนทางกัน ทางโลกต้องขวนขวายขยับเขยื่อนจึงจะได้ผล ส่วนทางธรรมนั้นนั่งเฉย ๆ จึงจะได้ผลเจ้าค่ะ

หลวงพ่อ คือการนั่งให้สงบ แต่ก็จะมีอิริยาบถอื่นเปลี่ยนแปลงบ้าง

ดิฉันขอฝากประวัติหลวงพ่อปลื้มไว้
เพื่อผู้ที่สนใจและสะสมวัตถุมงคลของหลวงพ่อ
จะได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในส่วนประวัติของท่าน
นอกเหนือจากความเป็นเกจิอาจารย์ที่ผู้คนภายนอกมองเห็น
ในส่วนภายในที่แท้จริงของหลวงพ่อนั้น
ท่านเป็นครูกรรมฐานที่เสียสละและทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิต
ให้กับการอบรมสั่งสอนกรรมฐาน

ประวัติของหลวงพ่อที่นำมาเผยแพร่นี้
รับฟังมาจากคำบอกเล่าของหลวงพ่อ  ญาติ  ศิษย์  และผู้ที่เคยรู้จักหลวงพ่อ
เมื่อเรียบเรียงแล้วได้นำไปอ่านถวายท่าน
เพื่อป้องกันความผิดพลาดและไขว้เขวของเนื้อความ

เรียนท่านผู้อ่านมาด้วยความเคารพ
ผู้เรียบเรียง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ขอบพระคุณค่ะพี่

ท้องฟ้าสวยนะคะ

นั่นพระอาทิตย์ทรงกลดหรือคะ อิอิ ดูไม่เป็นค่ะ

ความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับการเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดของคนไทย

คนไทยนับถือดวงอาทิตย์เป็นเทวดาเบื้อง บนองค์หนึ่ง สังเกตจากการเรียกนำหน้าว่า “พระ” ส่วนกลดก็ถือเป็นของสูงสำหรับพระ เช่น กลดของพระธุดงค์ ปรากฏการณ์นี้จึงเปรียบได้กับกลดของพระที่กำลังถูกล้อมรอบไว้ด้วยแสงของดวง อาทิตย์ไว้นั่นเอง จึงถือเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ เป็น “มหิธานุภาพ” ของดวงอาทิตย์ มีความหมายในทางที่ดี มีมงคลแก่ทุกคนบนโลก

จาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

งั้นก็เป็นนิมิตหมายที่ดีสินะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....


พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา
พิจารณา มหาพิจารณา พิจารณา มหาพิจารณา

อธิบายว่า

การของโลกก็ดี การของชาติก็ดี การของศาสนาก็ดี
กิจที่จะพึงกระทำต่าง ๆ ในโลกก็ดี
กิจควรกระทำสำหรับข้างหน้าก็ดี
กิจควรทำให้สิ้นธุระทั้งปัจจุบันและข้างหน้าก็ดี

สำเร็จกิจเรียบร้อยดีงามได้
ด้วยกิจพิจารณาเป็นชั้นๆ
พิจารณาเป็นเปลาะ ๆ เข้าไป
ตั้งแต่หยาบ ๆ และปูนกลาง ๆ และชั้นสูงชั้นละเอียด

พิจารณาให้ประณีตละเมียดเข้า
จนถึงที่สุดแห่งเรื่อง
ถึงที่สุดแห่งอาการ
ให้ถึงที่สุดแห่งกรณี
ให้ถึงที่สุดแห่งวิธี
ให้ถึงที่สุดแห่งประโยชน์ยืดยาว

เมื่อพิจารณาให้รอบคอบทั่วถึงแล้ว
ทุก ๆ คนจะรู้จักประโยชน์คุณเกื้อกูลตน
ตลอดทั้งเมื่อนี้และเมื่อหน้า

จะรู้ประโยชน์อย่างยิ่งได้
ก็ต้องอาศัยกิจ
พิจารณาเลือกเฟ้นค้นหา
ของดีของจริงเด่นเห็นชัดปรากฏแก่คน
ก็ด้วยการพิจารณาของตนนั่นเอง

ถ้าคนใดสติน้อยถ่อยปัญญา
พิจารณาเหตุผลเรื่องราวกิจการงานของโลกของธรรมแต่พื้น ๆ
ก็รู้ได้แค่พื้น ๆ

ถ้าพิจารณาด้วยสติปัญญาเป็นอย่างกลาง ๆ
ก็รู้เพียงชั้นกลาง

ถ้าพิจารณาด้วยสติปัญญาอันละเอียดลึกซึ้งในข้อนั้น ๆ
อย่างสูงสุด ไม่หลับหูหลับตา ไม่งมงายแล้ว
อาจจะเห็นผลแก่ตนประจักษ์แท้แก่ตนเอง

ดังปริยายมาทุกประการ...จบที"

สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)


หลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร
ภาพ~times

ได้รับภาพแล้วค่ะ
ขอบพระคุณมาก
สังเกตเห็นเหมือนพระอาทิตย์ทรงกลดด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ฑีฆายุโก โหตุ มหาราชา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

กาย วาจา ใจ สำรวมไว้ให้งดงาม
ศีลคอยล่ามกายใจตัวห่างมัวหมอง
กายใจ สงบระงับ แล้วจึงตรอง
ตามครรลองแห่งปัญญาหาความจริง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 4 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 09.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ศีล

คนที่มีจิตว่างไม่ยึดมั่นถือมั่น ตัวตน-ของตนนั้น
เรียกว่าเป็นคนที่มีศีลที่แท้จริง และเต็มเปี่ยมถึงที่สุดด้วยศีล

นอกนั้นเป็นศีลล้มลุกคลุกคลาน
คือศีลที่ตั้งเจตนาว่าเราจะเว้นอย่างนั้น เราจะเว้นอย่างนี้
แล้วก็เว้นไม่ได้ ลุ่มๆ ดอนๆ อยู่นั่นเอง
เพราะว่าไม่รู้จักปล่อยวางตัวตนเสียก่อน
ไม่รู้จักปล่อยวางของของตนเสียก่อน
คือไม่มีความว่างจากตัวตนเสียก่อน
ศีลก็มีขึ้นไม่ได้

แม้จะมีก็ลุ่มๆ ดอนๆ ไม่เป็นอริยกันตศีล คือไม่เป็นศีลชนิดเป็นที่พอใจของพระอริยะเจ้าได้ เป็นโลกียะศีล ที่ลุ่มๆดอนๆ อยู่เรื่อยไม่เป็นโลกุตตรศีลขึ้นมาได้ ถ้าเมื่อใดมีจิตว่างแม้ชั่วขณะหนึ่งวันหนึ่ง หรือคืนหนึ่งก็ตาม มันก็มีศีลที่แท้จริงตลอดเวลาเหล่านั้น

ท่านพุทธทาส

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
times วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เบ้งนะจ๊ะ วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bengnaja
 อันอริพระราชา  ข้าจักฟันให้บรรลัย

ตามอ่านครับ

มาดึกเลยนะครับ

เชิญไปร่วมถวายพระพรในหลวงกันครับ
http://www.oknation.net/blog/bengnaja/2010/05/04/entry-3

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]