• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 1092
  • จำนวนผู้ชม : 867385
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1551 คน
อักษราภรณ์
การเดินทางของชีวิตที่มีธรรมะเข้ามาประกอบ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
วันพุธ ที่ 15 มิถุนายน 2559
Posted by อักษราภรณ์ , ผู้อ่าน : 1713 , 10:03:52 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน february26 , chailasalle และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

 พุทธบูชา  ธรรมบูชา  สังฆบูชา

 

ธรรมคือสิ่งทั้งปวง เป็นอนัตตา

 

 

ทรงแสดงอนัตตาในขันธ์ ๕

"ภิกษุทั้งหลาย

รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ  เป็นอนัตตา"

(ขันธ์ทั้ง ๕ ล้วนเป็นสังขาร จึงล้วนเป็นอนัตตา

ไม่มีตัวตนเป็นแก่นแท้ หรือไม่เป็นของตัวของตนแท้จริง

ล้วนเกิดแต่เหตุปัจจัย จึงขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย)

หากรูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ 

เป็นอัตตา(มีตัวตน หรือเป็นของตัวของตนแท้จริง)แล้วไซร้

มันก็จะไม่เป็นไปเพื่ออาพาธ(ความขุ่นข้อง แปรปรวน เจ็บป่วย  อันล้วนเป็นทุกข์)

ทั้งยังจะได้ตามใจปรารถนาในรูป....ในเวทนา....ในสัญญา....ในสังขาร....ในวิญญาณ ว่า

"ขอรูป....ขอเวทนา....ขอสัญญา....ขอสังขาร....ขอวิญญาณ 

ของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด  อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย"

แต่เพราะเหตุที่รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ เป็นอนัตตา

ดังนั้น รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ จึงเป็นไปเพื่ออาพาธ

(กล่าวคือ ย่อมไม่สามารถไปบังคับบัญชาไม่ให้เจ็บไม่ให้ป่วยได้ดังใจปรารถนา

ดังแสดงไว้ในอาทีนวสัญญา)

และใครๆก็ไม่อาจได้ตามความปรารถนาใน

รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ ว่า

"ขอรูป....ขอเวทนา....ขอสัญญา....ขอสังขาร...ขอวิญญาณ 

ของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด อย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย"

"ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายมีความเห็นเป็นไฉน ?"

"รูปเที่ยง หรือไม่เที่ยง?"

(พระพุทธเจ้า ตรัสถามทีละอย่างในรูป  เวทนา  สัญญา  สังขาร  วิญญาณ)

"ไม่เที่ยงพระเจ้าข้า" (ภิกษุทั้งหลายตอบ)

"สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ หรือเป็นสุข?"

"เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า"

"ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา

ควรหรือที่จะเฝ้าเห็นสิ่งนั้นว่า

นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเรา ?"

"ไม่ควรเห็นเป็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า"

"ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล

รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ อย่างใดอย่างหนึ่ง

ทั้งที่เป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต ทั้งภายในและภายนอก

หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ทั้งที่ไกลและที่ใกล้ ทั้งหมดนั้น

เธอทั้งหลายพึงเห็นด้วยปัญญาอันถูกต้อง ตามที่มันเป็นว่า

"นั่นไม่ใช่ของเรา  เราไม่ใช่นั่น  นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา"

(อย่างเป็นแก่นแกนแท้จริง เพราะล้วนอนัตตา)

(สํ.ข. ๑๗/๑๒๗-๑๒๙/๘๒-๘๔ , พุทธธรรม น.๖๙)

พุทธพจน์

"ภิกษุทั้งหลาย 

เราจักแสดงขันธ์ ๕  และอุปาทานขันธ์ ๕    เธอทั้งหลายจงฟัง"

"ขันธ์ ๕  เป็นไฉน ?   

รูป...เวทนา..สัญญา...สังขาร...วิญญาณ    อันใดอันหนึ่ง  

ทั้งที่เป็นอดีต  อนาคต  ปัจจุบัน,    เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม,  

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม,   ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม,  ไกลหรือใกล้ก็ตาม 

เหล่านี้ เรียกว่า  ขันธ์ ๕"

"อุปาทานขันธ์ ๕  เป็นไฉน ?   

รูป...เวทนา..สัญญา...สังขาร...วิญญาณ    อันใดอันหนึ่ง  

ทั้งที่เป็นอดีต  อนาคต  ปัจจุบัน,    เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม,  

หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม,   ทรามก็ตาม ประณีตก็ตาม,   ไกลหรือใกล้ก็ตาม  

ที่ประกอบด้วยอาสวะ เป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน(ถูกอุปาทานครอบงำนั่นเอง)เหล่านี้ 

เรียกว่า  อุปาทานขันธ์ ๕"

(สํ.ข. ๑๗ / ๙๕-๙๖ /๕๘-๖๐)

"ภิกษุทั้งหลาย 

เราจักแสดงธรรมทั้งหลายซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน  

และตัวอุปาทาน   เธอทั้งหลายจงฟัง.”

"รูป...เวทนา..สัญญา...สังขาร...วิญญาณ  

คือ ธรรม(สิ่ง)อันเป็นที่ตั้งแห่งอุปาทาน   

ฉันทราคะ(ตัณหา)ในรูป...เวทนา..สัญญา...สังขาร...วิญญาณ 

นั้นคือ  อุปาทานในสิ่งนั้นๆ"

(ฉันทราคะ ความชอบใจจนติด หรืออยากอย่างแรงจนยึดติด คือตัณหา 

อันเป็นเหตุเป็นปัจจัยจึงมีอุปาทานครอบงำ

อันเป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบาทธรรม)

(สํ.ข. ๑๗ / ๓๐๙ / ๒๐๒)

 

ติลักขณาทิคาถา

(สามัญญลักษณะ ๓  อันนำไปสู่นิพพาน)

สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ       

เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา  

เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง

นั่นแหละ เป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด

สัพเพ สังขารา ทุกขาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ,           

เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา  

เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง

นั่นแหละ เป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด

สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ          

เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา

อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา  

เมื่อนั้นย่อมเหนื่อยหน่ายในสิ่งที่เป็นทุกข์ ที่ตนหลง

นั่นแหละ เป็นทางแห่งพระนิพพาน อันเป็นธรรมหมดจด

อัปปะกา เต มะนุสเสสุ เย ชะนา ปาระคามิโน  

ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย, ผู้ที่ถึงฝั่งแห่งพระนิพพานมีน้อยนัก

อะถายัง อิตะรา ปะชา ตีระเมวานาวะติ           

หมู่มนุษย์นอกนั้น ย่อมวิ่งเลาะอยู่ตามฝั่งในนี่เอง

เย จะโข สัมมะทักขาตา ธัมเม ธัมมานุวัตติโน   

ก็ชนเหล่าใดประพฤติสมควรแก่ธรรม ในธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว

เต ชะนาปา ระเมสสันติ มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง  

ชนเหล่านั้นจักถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน; ข้ามพ้นบ่วงแห่งมัจจุที่ข้ามได้ยากนัก

กัณหัง ธัมมัง วิปปะหายะ สุกกัง ภาเวถะ ปัณฑิโต          

จงเป็นบัณฑิตละธรรมดำเสีย แล้วเจริญธรรมขาว

โอกา อะโนกะมาคัมมะ วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง    

จงมาถึงที่ไม่มีน้ำ จากที่มีน้ำ จงละกามเสีย, เป็นผู้ไม่มีความกังวล

ตัตราภิระติมิจเฉยยะ หิตวา กาเม อะกิญจะโน

จงยินดีเฉพาะต่อพระนิพพานอันเป็นที่สงัดซึ่งสัตว์ยินดีได้โดยยาก

คัดลอกมาจาก

http://www.nkgen.com/735.htm

 

 

ขอบพระคุณ

ท่านผู้เขียน  ท่านเจ้าของลิงค์  ท่านเจ้าของภาพทางอินเตอร์เนต

ท่านเจ้าของคลิปเพลง

ภาพ-คำ  จากอาโป เวลาสวัสดิ์ ก้อนหินยิ้ม

และ

อาโป...ที่กรุณาส่งลิงค์นี้มาให้





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 25/10/2016 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


"ภูมิพโลภิกขุ"
พระสมณนาม เมื่อครั้งทรงผนวช
ความหมาย: พระภิกขุผู้เป็นกำลัง หรือพลังแห่งแผ่นดิน

http://thaprajan.blogspot.com/2010/12/blog-post.html

=========


การอ่านพระปรมาภิไธย
"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร"
.
อ่านว่า
พฺระ-บาด-สม-เด็ด-พฺระ-ปะ-ระ-มิน-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด มะ-หิด-ตะ-ลา-ทิ-เบด รา-มา-ทิ-บอ-ดี จัก-กฺรี-นะ-รึ-บอ-ดิน สะ-หฺยา-มิน-ทฺรา-ทิ-ราด บอ-รม-มะ-นาด-บอ-พิด
.
หรือ
.
พฺระ-บาด-สม-เด็ด-พฺระ-ปอ-ระ-มิน-มะ-หา-พู-มิ-พน-อะ-ดุน-ยะ-เดด มะ-หิด-ตะ-ลา-ทิ-เบด รา-มา-ทิ-บอ-ดี จัก-กฺรี-นะ-รึ-บอ-ดิน สะ-หฺยา-มิน-ทฺรา-ทิ-ราด บอ-รม-มะ-นาด-บอ-พิด
.
ความหมาย
.
มีความหมายดังนี้
ปรมินทร(า) - มาจากการสนธิระหว่าง ปรมา + อินทร์ หมายความว่า ผู้ยิ่งใหญ่
.
ภูมิพล - ภูมิ หมายความว่า แผ่นดิน และ พล หมายความว่า พลัง ซึ่งรวมกันแล้วหมายถึง พลังแห่งแผ่นดิน
.
อดุลยเดช - อดุลย หมายความว่า ไม่อาจเทียบได้ และ เดช หมายความว่า อำนาจ ซึ่งรวมกันแล้วหมายถึง ผู้มีอำนาจที่ไม่อาจเทียบได้
.
(ขอบคุณที่มา:
http://news.voicetv.co.th/thailand/422364.html
http://hilight.kapook.com/view/143576)

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 25/10/2016 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


http://thaprajan.blogspot.com/2010/12/blog-post.html

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 15/09/2016 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/somdej/sd-280.htm

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 22 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


_/\_

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ผู้ที่ทำบุญกุศลอยู่อย่างสม่ำเสมอเพียงพอ
แม้จะเหมือนไม่ได้รับผลของความดี
และบางครั้งก็เหมือนทำดีไม่ได้ดี ทำดีได้ชั่วเสียด้วยซ้ำ
เช่นนี้ก็เหมือนจุดไฟในท่ามกลางแสงสว่างยามกลางวัน
ย่อมไม่ได้ประโยชน์ จากแสงสว่างนั้น
แต่ถ้าตกค่ำมีความมืดมาบดบังแสงสว่างนั้นย่อมปรากฏ
ขจัดความมืดให้สิ้นไป สามารถแลเห็นอะไรๆ ได้
เห็นอันตรายที่อาจมีอยู่ได้ จึงย่อมสามารถหลีกพ้นอันตรายเสียได้
ส่วนผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตน เช่นไม่มีเทียนจุดอยู่
เมื่อถึงยามกลางคืนมีความมืดมิด ย่อมไม่อาจขจัดความมืดได้
ไม่อาจเห็นอันตรายได้ ไม่อาจหลีกพ้นอันตรายได้
ผู้ทำความดีเหมือนผู้มีแสงสว่างอยู่กับตัว
ไปถึงที่มืดคับขัน ย่อมสามารถดำรงตนอยู่ได้ด้วยดีพอสมควร
กับความดีที่ทำอยู่ ตรงกันข้ามกับผู้ไม่ได้ทำความดี
ซึ่งเหมือนกับผู้ไม่มีแสงสว่างอยู่กับตัว
ขณะยังอยู่ในที่สว่าง อยู่ในความสว่างก็ไม่ได้รับความเดือดร้อน
แต่เมื่อใดตกไปอยู่ในที่มืดคือที่คับขัน
ย่อมไม่สามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างสวัสดี
ภัยอันตรายมาถึงก็ไม่รู้ไม่เห็น ไม่อาจหลีกพ้น
คนทำดีไว้เสมอกับคนไม่ทำดีแตกต่างกันเช่นนี้ประการหนึ่ง
การทำดีต้องไม่มีพอ ต้องทำให้ยิ่งขึ้นอยู่เสมอ
เพราะไม่มีใครอาจประมาณได้ว่า เมื่อใดจะตกไปในที่มืดมิดขนาดไหน
ต้องการแสงสว่างจัดเพียงใด
ถ้าไม่ตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมายนัก
มีแสงสว่างมากไว้ก่อน ก็ไม่ขาดทุน ไม่เสียหาย
แต่ถ้าตกเข้าไปในที่มืดมิดมากมาย แสงสว่างน้อย
ก็จะไม่เพียงพอจะเห็นอะไรๆได้ถนัดชัดเจน
การมีแสงสว่างมากจะช่วยให้รอดพ้นจากการสะดุดหกล้มลงเหวลงคู
หรือตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายจนถึงตายถึงเป็น
อานุภาพของความดีหรือบุญกุศลนั้นเป็นอัศจรรย์จริง เชื่อไว้ดีกว่าไม่เชื่อ
และเมื่อเชื่อแล้วก็ให้พากันแสวงหาอานุภาพของความดีหรือบุญกุศล
ให้เห็นความอัศจรรย์ด้วยตนเองเถิด
_______________
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 31/08/2016 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 19 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 30/08/2016 เวลา : 18.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 18 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 30/08/2016 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 17 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 24/08/2016 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

เปลี่ยนความคิดพาชีวิตสำเร็จ by SCG
https://www.youtube.com/watch?v=0ynZr_h1ars

SCG #1 ความล้มเหลว=เวลา×เดี๋ยว
https://www.youtube.com/watch?v=hViVHhPs7fQ

SCG #2 แค่...ก้าวข้าม สู่ความสำเร็จ
https://www.youtube.com/watch?v=SiiW4ElikiI

SCG #3 ความสำเร็จ=ทำ (×เรื่อยๆ)
https://www.youtube.com/watch?v=xjy4v93nSSM

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/08/2016 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


http://www.oknation.net/blog/Aug-saraporn/category/h

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 15/08/2016 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 11/08/2016 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


เพลง: ใส่ใจ
ศิลปิน: อัยย์
ถึงฉันไม่เคยบอกให้รู้
แต่รู้มั้ยฉันรู้สึก
หลายครั้งในใจส่วนลึกลึก
อยากให้รู้ว่าตื้นตัน
เธอเคยว่ามันเล็กน้อย
เพียงความห่วงใยให้กัน
แค่เท่านั้นที่เธอมี
ถึงแม้แค่เพียงสิ่งเล็กน้อย
แต่โปรดรู้ไว้ฉันชื่นใจ
ทุกครั้งที่เธอมีน้ำใจ
อยากให้รู้ว่าตื้นตัน
ความดีที่เธอมีมา
เป็นแรงส่งมาให้กัน
ให้ฉันก้าวเดินไป
สิ่งเล็กน้อยที่เธอให้มาด้วยใจของเธอ
นั่นแหละสำคัญ
สิ่งเล็กน้อยที่เธอให้มาด้วยความเข้าใจ
นั่นคือสิ่งสำคัญ
เพราะฉันรับรู้ว่าเธอใส่ใจ
สิ่งเล็กน้อยที่เธอให้มาด้วยใจของเธอ
นั่นแหละสำคัญ
สิ่งเล็กน้อยที่เธอให้มาด้วยความเข้าใจ
นั่นคือสิ่งสำคัญ
เพราะฉันรับรู้ว่าเธอใส่ใจ
เพราะฉันรับรู้ว่าเธอใส่ใจ…

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 07/08/2016 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chailasalle วันที่ : 30/07/2016 เวลา : 06.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

พิจรณาตอนสวดทำวัตรเช้าเสมอๆ ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 16/07/2016 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


พระพุทธะ..นำใจพ้นไหลหลง
อัญญา..รู้..ธรรม-ตรง-ทั่วสี่ฐาน
วิมุตติ..ชาติภพ-จบ..ไม่ช้านาน
เห็นบัวบานบริสุทธิ์--ผุดกลางใจ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 04/07/2016 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 8 (0)
chailasalle วันที่ : 25/06/2016 เวลา : 03.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

สวด สังเวคะปะริทีปะกะปาฐะ ทุกเช้าพิจรณาไปตามนี้เสมอ อนุโมทนาในบุญแห่งการเผยแผ่ปัญญานะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


-- ส ติ --
--
พวกเรานี้อะไร ๆ ก็ดีแล้ว สมบูรณ์บริบูรณ์ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว พวกศรัทธาทั้งหลายก็นับว่าเป็นผู้สูงอยู่แล้ว ศรัทธาก็มีอยู่แล้ว ได้สดับตรับฟังแล้วก็มีอยู่แต่จะทำเอาเท่านั้น ให้พากันทำเอา มันจะไปไหนเสีย ธรรมทั้งหลายมันก็อยู่นี่แหละ แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์นั้น เหล่านั้นเป็นเปลือกเป็นนอก แก่นมันก็คือสติ ให้ทำเอา สตินั่นแหละ ทำให้มีกำลัง เมื่อสติมีแล้วมันก็รักษาจิตของมัน มันไม่ให้ไปออกซ้ายออกขวา สติคอยขนาบเข้ามา ๆ สติแก่กล้า จิตย่อมทนไม่ได้ เมื่อทนไม่ได้มันก็สงบลง ครั้นสงบลงแล้วมันก็รู้ เดี๋ยวนี้มันไม่มีปัญญา มันก็ส่ายไปมา เพราะมันไปหลายทาง จึงไปหลายทางเพราะเป็นอาการของมัน มันไปตามแง่ของมัน คือเวทนามันเป็นแสงของจิต สัญญาก็เป็นแสงของจิต ความปรุง (= สังขาร) นั้นก็เป็นแสงของจิต วิญญาณ เครื่องรู้ทวารทั้งหกก็เป็นแสงของจิตออกไปทั้งนั้น ผู้รู้แท้ ๆ ถ้าจะสมมุติว่าตนก็แม่น เจ้าจิตนั้นแหละแม่นเจ้าสตินั้นเหละที่สมมุติว่าตนนอกจากนั้นเป็นอาการทั้งนั้น
รูป (กาย) อันนี้ก็เป็นแต่เพียงธาตุประชุมกัน ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟประชุมกันเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อจิตสงบลงไป เวทนาก็ดับแล้ว พอมันสงบลงไปแล้ว คนก็ไม่มี อะไรเล่ามันจะมาเจ็บมาทุกข์ อะไรเล่ามันจะมาจำ คนไม่มี มันก็สว่าง ๆ ขึ้น เมื่อจิตสงบลงมันก็สว่างโร่ขึ้นมา ว่าง ๆว่างๆ จิตสงบลงก็ว่าง ความจำหมายก็ไม่มี ความปรุงแต่งขึ้นอีกก็ไม่มี ที่จะรู้วิญญาณ รู้ไปตามทวารทั้งหกก็ไม่มี มันดับไปสิ้น เท่ากับว่าของไม่มีอยู่นี้ แล้วของที่มีอยู่นี้เป็นของหนัก ครั้นใครยึดใครถือไว้ก็หนัก ไปถือขันธ์ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ใครยึดไว้ผู้นั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ถือหาบอันหนัก พระพุทธเจ้าจึงว่า ขันธ์ห้าเป็นภาระอันหนักเน้อ
--
ที่มา
http://www.dharma-gateway.com/m…/preach/lp_kao/lp-kao-02.htm
========
One Inch Sitting, One Inch Buddha
(By Jakusho Kwong)
When the sun first comes up and shines on you, he said,
your shadow is big behind you. But as you continue to sit,
your shadow gets smaller and smaller, until finally it's just
Buddha sitting there.
Source
No Beginning, No End

_/\__/\__/\_

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 20/06/2016 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times



ความคิดเห็นที่ 5 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 16/06/2016 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


เนื้อเพลง: ตราบลมหายใจสุดท้าย (Till The Tast Breath)
ศิลปิน: ปาน ธนพร แวกประยูร
อัลบั้ม: เพลงใหม่ 2559 / 2016
กายที่เธอมองเห็นว่างาม
สุดท้ายความเสื่อมทรามจะมาพรากไป
ร่วงโรยลงในสายธาร ยามกาลเวลาหมุนไป
ชีวิตต้องแตกสลายไม่มีเที่ยงแท้
ผมเส้นงามถึงคราวร่วงไป
แขนขาที่เคยว่องไวกลับไร้เรี่ยวแรง
โรคภัยเฝ้าคอยคุกคาม ติดตามไปในทุกแห่ง
เกิด แก่ เจ็บ ตาย สำแดงเป็นธรรมดา
หากเธอมองทุกการเกิดมาที่มีอย่างลึกซึ้ง
เราทั้งหลายต่างถูกรัดรึงด้วยกามและตัณหา
ดั่งแมงมุมที่วางสายใย กลับติดใยที่ตนสร้างมา
เกิดวนอยู่ในโลกาไม่หลุดพ้นไป
ห้วงแห่งภพจบลงที่ใจ เห็นภัยที่เกิดมา
ในสังขารที่เคยแบกมากำลังเสื่อมสลาย
เปิดดวงตาเห็นความสัตย์จริง
จากความจริงของเมืองแห่งกาย
ตราบที่ลมหายใจสุดท้ายจะคืนสู่ดิน
หากเธอมองทุกการเกิดมาที่มีอย่างลึกซึ้ง
เราทั้งหลายต่างถูกรัดรึงด้วยกามและตัณหา
ดั่งแมงมุมที่วางสายใย กลับติดใยที่ตนสร้างมา
เกิดวนอยู่ในโลกาไม่หลุดพ้นไป
ห้วงแห่งภพจบลงที่ใจ เห็นภัยที่เกิดมา
ในสังขารที่เคยแบกมากำลังเสื่อมสลาย
เปิดดวงตาเห็นความสัตย์จริง
จากความจริงของเมืองแห่งกาย
ตราบที่ลมหายใจสุดท้ายจะคืนสู่ดิน
เปิดดวงตาเห็นความสัตย์จริง
จากความจริงของเมืองแห่งกาย
ที่เคลื่อนไหวในลมหายใจ ที่มีแต่ปัญญา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 16/06/2016 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


ทำให้มากให้นานในฐานธัม

สัมมาสติน้อมนำทอนเร่าร้อน

เกิดกุศลชื่นเย็นทุกบทตอน

ปัญญาสอน-เห็นจริงทิ้งสมมติ

.

สงบเย็นเงียบงามทุกยามผ่าน

ไฟฟอนร้อนเดือดพล่าน-ถึงขีดสุด

สุดท้ายย่อมจางคลายแม้ยื้อยุด

มิอาจหยุดล้วนประจักษ์ไตรลักษณาฯ

.

กาย-เวทนา-จิต-ธรรม..หมั่นบำเพ็ญ

สายลมเย็นเข้าออก-ละ-ห่วงหา

ดูรู้เห็นนอกนัย-ธรรมดา

ล้วนเกิดดับ-ปลาสนาถ้วนอาการ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 16/06/2016 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times


This rose is not red.
But that is not the case.

To live life is not just copy and paste.
And it's true we all are walking towards death.

Time and tide always turn on their page..
that they are not meant to wait.

To do what we should do each day before going to bed.
To let go all before we peacefully and eternally rest.

There is no more or less ..
for the friendship that never fades.

========

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
nitimada วันที่ : 16/06/2016 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nitimada
jj-ntmd

"ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า บล็อกเกอร์อักษราภรณ์"

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกของjj นะคะ
ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณค่ะ jjเป็นเพื่อนบล็อกกับคุณเวลาสวัสดิ์ด้วยค่ะ

พระพุทธเจ้าของเรานั้น พระองค์ท่านล้ำเลิศประเสริฐยิ่งนัก พวกเราโชคดีนักหนาที่เกิดมาได้รู้จักพระพุทธศาสนา jjพยายามปฏิบัติอยู่ค่ะ อยู่ในช่วงพร้อมที่จะตาย เลยเอะอะมะเทิ่งเม้ยเจิงม่วยจาดพอครึ้มๆ ใจ แต่ยังมีสติอยู่ตลอดค่ะ

ขอจงชื่นเย็นในธรรมอันล้ำเลิศตลอดไปนะคะ
สุทินัง วตเมทานัง อาสาวขยาวหัง นิพพานนัง ปรมังสุขัง สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bepran from mobile วันที่ : 16/06/2016 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bepran

สาธุ สาธุ สาธุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2016 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]