• อักษราภรณ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-16
  • จำนวนเรื่อง : 1080
  • จำนวนผู้ชม : 760088
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1241 คน
อักษราภรณ์
การเดินทางของชีวิตที่มีธรรมะเข้ามาประกอบ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
วันพฤหัสบดี ที่ 20 เมษายน 2560
Posted by อักษราภรณ์ , ผู้อ่าน : 898 , 21:43:42 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ni_gul , อิมกุดั่น และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

ทุกข์ ๒ ชั้น

สมเด็จพระญาณสังวร 

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 

วัดบวรนิเวศวิหาร

 

คัดจากเทปธรรมอบรมจิต ข้อความสมบูรณ์ 

อณิศร โพธิทองคำ บรรณาธิการ

 

บัดนี้ จักแสดงธรรมะเป็นเครื่องอบรมในการปฏิบัติอบรมจิต

ในเบื้องต้นก็ขอให้ทุกๆ ท่านตั้งใจนอบน้อมนมัสการ

พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ตั้งใจถึงพระองค์พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ

ตั้งใจสำรวมกายวาจาใจให้เป็นศีล ทำสมาธิในการฟัง เพื่อให้ได้ปัญญาในธรรม

.

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พระบรมศาสดาได้ทรงแสดงธรรมะ

อันเป็นสัจจะคือความจริงของจริงของแท้ รวมเข้าในอริยสัจจ์ทั้ง ๔

คือทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

ทุกข์และเหตุเกิดทุกข์ เป็นสัจจะคือความจริง

ในด้านทุกข์ ความดับทุกข์ และทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

เป็นสัจจะคือความจริงในด้านดับทุกข์

พุทธศาสนาย่อมรวมลงในสัจจะทั้ง ๔ นี้

และพระบรมศาสดาก็ทรงพยากรณ์ปัญหาทั้งหลายในอริยสัจจ์นี้

ไม่ทรงพยากรณ์ปัญหานอกอริยสัจจ์ ซึ่งไม่อาจจะรู้เห็นได้

ที่ว่าไม่อาจจะรู้เห็นได้นั้น ก็คือบุคคลผู้ฟังไม่สามารถจะรู้เห็นได้

แต่อริยสัจจ์ผู้ฟังอาจรู้เห็นได้ ก็เพราะเป็นสัจจะคือความจริง

ในกายอันยาววาหนึ่งมีสัญญามีใจนี้นั้นเอง

ทรงแสดงอริยสัจจ์

ในภายในขอบเขตแห่งกายที่ยาววาหนึ่งมีสัญญามีใจนี้ของทุกๆ คน

เพราะฉะนั้นจึงอาจที่จะรู้เห็นได้ด้วยตนเอง

ทุกขสัจจะ

 

และ พหุลานุสาสนี คำสั่งสอนเป็นอันมากของพระองค์

ก็ทรงแสดงชี้ให้รู้จักทุกขสัจจะสภาพที่จริงคือทุกข์

อันประกอบอยู่ด้วยทุกขสมุทัย คือเหตุให้เกิดทุกข์

กายอันยาววาหนึ่งมีสัญญามีใจนี้ก็คือขันธ์ อายตนะ ธาตุ ของทุกๆ คน

อันรวมเข้าเป็นนามและรูป หรือกายและใจที่หมายถึงนามและรูปนี้เอง

และสิ่งนี้เองที่เป็นตัว ทุกขสัจจะ

สภาพที่จริงคือทุกข์ คือกายที่ยาววาหนึ่งมีสัญญามีใจ หรือนามรูป

หรือกายและใจนี้ เป็นตัวทุกขสัจจะสภาพที่จริงคือทุกข์

ประกอบอยู่ด้วยสมุทัยคือเหตุให้เกิดทุกข์

และตัวทุกข์นั้นก็จะพึงกล่าวได้ว่าเป็นทุกข์ ๒ ชั้น ที่ประกอบกันอยู่

คือเป็นตัวสภาวะทุกข์ ทุกข์ตามสภาพคือเกิดแก่เจ็บตาย

ซึ่งเป็นตัวสภาวะทุกข์ ทุกข์ตามสภาพ

มีแก่ขันธ์อายตนะธาตุ หรือกายใจหรือนามรูป

หรือที่กล่าวว่ากายที่ยาววาหนึ่งมีสัญญามีใจนี้ของบุคคลทุกๆ คน

ไม่ว่าจะเป็นนามรูปของใครก็ต้องประกอบด้วยสภาวะทุกข์อยู่ดั่งนี้

นี่เป็นทุกข์ชั้นหนึ่ง

และทุกข์อีกชั้นหนึ่งก็คือทุกข์ทางจิตใจ

เพราะมีตัณหาคือความดิ้นรนทะยานอยากประกอบอยู่

ก็ทำให้เกิดโสกะปริเทวะเป็นต้น

อันเป็นทุกข์ทางจิตใจ หรือที่เรียกว่าปกิณกะทุกข์

ทุกข์เบ็ดเตล็ดทางใจต่างๆ อีกชั้นหนึ่งประกอบกันอยู่

ถ้าหากว่าจะเปรียบนามรูปนี้ หรือกายที่ยาววามีสัญญามีใจนี้

ก็เทียบได้กับก้อนถ่านไฟ

และตัวสภาวะทุกข์ก็เทียบได้กับไฟที่ติดอยู่กับก้อนถ่านไฟ

นามรูปหรือกายใจ หรือกายที่ยาววามีสัญญามีใจนี้

จึงเป็นเหมือนอย่างก้อนถ่านไฟ ที่มีไฟติดอยู่แล้ว

ก็คือไฟชาติ ไฟชรา ไฟมรณะ

ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

ชาติปิทุกขา ชราปิทุกขา มรณัมปิทุกขัง

ชาติความเกิดเป็นทุกข์ ชราความแก่เป็นทุกข์ มรณะเป็นทุกข์

ซึ่งติดเผาก้อนถ่านไฟคือกายใจนี้ มาพร้อมกับชาติคือความเกิด

และก็เผาให้บุบสลายเรื่อยไปจนเป็นเถ้าในที่สุด ก็คือมรณะคือความตาย

นี้เป็นตัว ขันธ์ อายตนะ ธาตุ กับสภาวะทุกข์

ที่ประกอบกันอยู่เป็นทุกข์ชั้นหนึ่ง

ความหมายของคำว่า ทุกขสมุทัย

คราวนี้ถ้าถ่านไฟที่ประกอบด้วยไฟซึ่งเป็นตัวสภาวะทุกข์เผาอยู่นี้

วางอยู่โดยบุคคลไม่ยึดถือ บุคคลก็ไม่ร้อน

แต่คราวนี้บุคคลไปยึดถือเอาก้อนถ่านไฟที่มีไฟนี้

เหมือนอย่างหยิบเอาก้อนถ่านไฟนี้มากำเอาไว้ในกำมือ

ไฟก็ไหม้มือให้เกิดทุกขเวทนา เป็นความร้อนขึ้นอีกเพราะความยึดถือ

นี่เป็นความทุกข์อีกชั้นหนึ่ง

ที่บังเกิดทางจิตใจตลอดถึงกาย เพราะตัณหาอุปาทานของบุคคล

ซึ่งเป็นตัวทุกขสมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์

และอันที่จริงนั้นตามคติทางพุทธศาสนา

ตัณหา อุปาทาน ตัวทุกขสมุทัยนี้ย่อมเป็นตัวเหตุก่อชาติภพ

คือเกิดก่อธาตุขันธ์ ซึ่งเป็นตัวทุกข์ เป็นไปตามสภาพดังกล่าวนั้นด้วย

จึงชื่อว่าเป็นทุกขสมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์

เพราะก่อเกิดธาตุขันธ์ซึ่งเป็นตัวสภาวะทุกข์

และทั้งยังยึดถือเอาตัวธาตุขันธ์ ซึ่งประกอบด้วยสภาวะทุกข์นี้

เหมือนอย่างกำก้อนถ่านไฟนั้นไว้ในมือ ให้เกิดความร้อน ไม่ปล่อยเสีย

เป็นความทุกข์ขึ้นอีกขั้นหนึ่ง

เพราะฉะนั้น ทุกขสมุทัยจึงประกอบอยู่ด้วยกันในธาตุขันธ์ และในบุคคลทุกๆ คน

และเพราะความยึดถือไว้ดั่งนี้

จึงเรียกว่ามีธาตุขันธ์เป็นที่ยึดถือไว้เป็นตัวเราเป็นของเรา

ตัณหาอุปาทานพร้อมกับอวิชชาชื่อว่าเป็นมาร

หรือบัญญัติว่าเป็นมารในพุทธศาสนา

และผู้ที่มีอยู่คือมีอวิชชาตัณหาอุปาทานดั่งนี้ก็ชื่อว่าเป็นสัตว์

และบัญญัติว่าเป็นสัตว์ที่แปลว่าผู้ข้อง

และเพราะเหตุนี้จึงชื่อว่าเป็นทุกข์ และบัญญัติว่าเป็นทุกข์

ชื่อว่าเป็นโลก และบัญญัติว่าเป็นโลก

ความหมายของคำว่าโลก

 

คำว่าโลกๆ นี้ตามศัพท์ก็แปลว่าสิ่งที่ต้องชำรุด

สิ่งใดต้องชำรุดสิ่งนั้นชื่อว่าโลก

เพราะฉะนั้น โลกหรือบัญญัติว่าโลกจึงยังต้องประกอบด้วยทุกข์

และผู้ที่ยังยึดถือโลกไม่พ้นโลกจึงชื่อว่าเป็นสัตว์ สมมติบัญญัติว่าเป็นสัตว์

และก็ได้ชื่อว่ามาร สมมติบัญญัติว่าเป็นมาร

คือยังมีมาร และยังมีสมมติบัญญัติว่าเป็นมารผู้ฆ่าผู้ทำลายอยู่ในตน

ฉะนั้น พระบรมศาสดาจึงได้ทรงตรัสวิสัชนาแก่ท่านพระสมิตธิ

ผู้ซึ่งมากราบทูลถามว่าชื่อว่าเป็นมารบัญญัติว่าเป็นมาร

ชื่อว่าเป็นสัตว์บัญญัติว่าเป็นสัตว์ ที่แปลว่าผู้ข้องผู้ติด ได้ชื่อว่าเป็นทุกข์

บัญญัติว่าเป็นทุกข์ ได้ชื่อว่าเป็นโลกบัญญัติว่าเป็นโลก

ด้วยเหตุอย่างไร

ได้ตรัสแสดงมีความว่า

ตากับรูป และจักษุวิญญาณกับธรรม

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยจักษุวิญญาณ

หูกับเสียง และโสตวิญญาณกับธรรม

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยโสตะวิญญาณ

จมูกกับกลิ่น และฆานะวิญญาณกับธรรม

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยฆานะวิญญาณ

ลิ้นกับรส และชิวหาวิญญาณกับธรรม

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยชิวหาวิญญาณ

กายกับโผฏฐัพพะสิ่งที่กายถูกต้อง และกายวิญญาณกับธรรม

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยกายวิญญาณ

มโนคือใจกับธรรมะคือเรื่องราว และมโนวิญญาณกับธรรมะ

คือสิ่งทั้งหลายที่จะพึงรู้ได้ด้วยมโนวิญญาณ

มีอยู่ในที่ใด

มารบัญญัติว่ามาร

สัตว์บัญญัติว่าสัตว์คือผู้ติดผู้ข้อง

ทุกข์บัญญัติว่าทุกข์

โลกบัญญัติว่าโลกก็มีอยู่ในที่นั้น

แต่สิ่งทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีอยู่ในที่ใด

มารบัญญัติว่ามารเป็นต้น ก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น ดั่งนี้

ความยึดถือว่าตัวเราของเรา

 

คำว่า มีอยู่นี้ จึงหมายถึงมีอยู่เป็นที่ยึดถือว่าตัวเราของเรานั้นเอง

และที่ว่าไม่มีอยู่นั้นก็คือไม่มีอยู่เป็นที่ยึดถือว่าตัวเราของเรา

ความที่มีอยู่โดยเป็นที่ยึดถือว่าตัวเราของเรานี้

จึงเหมือนอย่างที่มีก่อนถ่านไฟนี้อยู่ในมือ มือกำเอาไว้ไม่ปล่อย

ไม่มีก็คือว่าไม่กำเอาไว้แต่ปล่อย

 

และเมื่อปล่อยสิ่งทั้งหมดเหล่านี้ก็ไม่มีอยู่แก่บุคคล

เพราะไม่ได้ยึดถือเอาไว้

เมื่อไฟที่เป็นตัวสภาวะทุกข์

คือไฟที่ติดอยู่ที่ก้อนถ่านไฟนี้ยังลุกติดเป็นไฟอยู่

ก็แปลว่าชาติชรามรณะที่เป็นตัวไฟที่เผาอยู่นั้นยังเผาไม่หมด

อันนี้ก็ได้แก่ธาตุขันธ์ของท่านผู้ที่ถอนความยึดถือว่า

ตัวเราของเราในธาตุขันธ์เสียได้

คือพระพุทธเจ้าและพระพุทธสาวกทั้งหลาย

ท่านเป็นพุทธะคือเป็นผู้รู้ เป็นผู้รู้พ้น ไม่ใช่เป็นผู้รู้ยึด เป็นผู้รู้พ้นคือไม่ยึด

ก้อนถ่านไปที่ติดไฟอยู่ท่านไม่ได้กำเอาไว้ ท่านจึงไม่ร้อน

ก้อนถ่านไฟนั้นก็ถูกไฟคือชาติชรามรณะเผาไป จนกว่าจะเป็นเถ้าไปหมดก็ดับ

ก็คือดับขันธปรินิพพาน

แต่ว่าพระพุทธะ ท่านไม่ยึดท่านปล่อยท่านก็ไม่ร้อน

สิ่งที่ต้องถูกไฟชาติชรามรณะเผาไปหมดนั้น

ก็ไม่ใช่เป็นของท่านเพราะไม่ยึด

ท่านจึงเป็นผู้พ้น และเป็นผู้ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย

แก่เจ็บตายนั้นเป็นตัวไฟที่เผาก้อนถ่านไฟนั้นที่ท่านวางแล้ว

ก้อนถ่านไฟนั้นเองต่างหากที่แก่ที่เจ็บ ..ที่เกิดที่แก่ที่เจ็บที่ตาย

เมื่อท่านปล่อยเสียท่านก็ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย

เป็นอมตะคือเป็นผู้ที่ไม่ตาย

เพราะว่าท่านถอนความยึดถือเสียได้

มานานุสัย อหังการ มมังการ

 

อันความยึดถือดังกล่าวนี้เรียกอีกคำหนึ่งว่า

มานานุสัย อนุสัยกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดาน

อันได้แก่มานะคือความสำคัญหมายว่าตัวเราของเรา

อันเรียกว่า อหังการ มมังการ

อหังการนั้นแปลว่าสร้างให้เป็นตัวเรา ทำให้เป็นตัวเรา ปรุงแต่งให้เป็นตัวเรา

มมังการนั้นแปลว่าสร้างกระทำหรือปรุงแต่งให้เป็นของเรา

คือทำหรือปรุงให้เป็นตัวเราให้เป็นของเราขึ้นมา

ให้เป็นตัวเราก็เรียกว่าอหังการ

ให้เป็นของเราก็เรียกว่ามมังการ

เป็นมานานุสัยกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในจิตสันดานคือตัวมานะ

ความสำคัญหมายว่าตัวเราของเรา

หรือเรียกว่า อัสมิมานะ ความสำคัญหมายว่าเรามีเราเป็น

อันเป็นกิเลสละเอียดที่มีอยู่ในบุคคลทุกๆ คน

เมื่อมีมานานุสัยที่เป็นตัวอหังการมมังการนี้อยู่

ย่อมจะมีความยึดถือว่าเป็นตัวเราของเราอยู่ในขันธ์อายตนะธาตุทั้งหลาย

ดังเช่นที่ได้มีแสดงถึงท่านพระอุปเสนะ ซึ่งท่านพักอยู่กับท่านพระสารีบุตร

กับพระเถระภิกษุทั้งหลายใน สีตวัน อันมีงูพิษอยู่เป็นอันมาก

งูพิษร้ายได้ตกต้องท่านพระอุปเสนะเถระ

ท่านจึงได้บอกภิกษุทั้งหลายขอให้ยกท่านขึ้นนอนบนเตียง

และรีบนำออกไปให้พ้นจากบริเวณกุฏิ ออกไปตั้งไว้ข้างนอก

ก่อนที่ร่างกายของท่านจะถูกพิษของงูเผาไหม้เป็นขี้เถ้า กระจัดกระจายไป

ท่านพระสารีบุตรจึงได้กล่าวแก่ท่านว่า

เราทั้งหลายยังไม่เห็นความเป็นไปอย่างอื่นของกายของท่าน

ความแปรปรวนแห่งอินทรีย์ทั้งหลายของท่าน

ไฉนท่านจึงได้กล่าวว่าให้รีบนำท่านออกไปให้พ้นจากบริเวณ

ก่อนที่ร่างกายของท่านจะถูกเผาไหม้เป็นเถ้าธุลีไป

ท่านพระอุปเสนะจึงได้ตอบว่า

ความสำคัญหมายยึดถืออันเรียกว่ามานานุสัยดังกล่าว

ซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดอหังการมมังการดังกล่าวนั้นมีอยู่ในผู้ใดว่า

ตากับรูป หูกับเสียง จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายและสิ่งที่กายถูกต้อง

มโนคือใจกับธรรมะคือเรื่องราว เป็นตัวเราเป็นของเรา ความเป็นไปอย่างอื่นของกาย

ความแปรปรวนปรวนไปของอินทรีย์ย่อมมีแก่ผู้นั้น

แต่มานานุสัยอันเป็นตัวอหังการมมังการดังกล่าวไม่มีแก่ผู้ใด

ความเป็นอย่างอื่นของกาย ความแปรปรวนของอินทรีย์ทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่ผู้นั้น

ก็จริงอย่างนั้น

ท่านพระอุปเสนะได้ถอนมานานุสัย ซึ่งทำให้เป็นอหังการมมังการ

ในขันธ์อายตนะธาตุทั้งหลายขึ้นได้หมดสิ้นแล้ว

ความเป็นอย่างอื่นของกาย ความแปรปรวนของอินทรีย์ทั้งหลายจึงไม่ปรากฏ

ภิกษุทั้งหลายได้หามท่านออกไปตั้งไว้ในภายนอก

ร่างกายของท่านก็ถูกพิษร้ายของงูเผาทำลายเป็นเถ้าธุลีไป ดั่งนี้

เพราะฉะนั้น

ทุกขสมุทัยของสามัญชนทั้งหลายจึงประกอบอยู่ด้วยกัน

และก็ต้องเป็นทุกข์กัน ๒ ชั้น

คือขันธ์อายตนะธาตุก็เป็นตัวสภาวะทุกข์

เหมือนอย่างเป็นก้อนถ่านไฟที่มีไฟติด

คือไฟชาติชรามรณะเผาอยู่

ทุกข์อีกชั้นหนึ่งก็คือว่า

บุคคลยังกำเอาก้อนถ่านไฟนี้ไว้ในกำมือ ให้ไหม้มือ

ให้เป็นทุกข์ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง

ก็เป็นทุกข์กันอยู่ดั่งนี้

พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงแสดงสั่งสอน

ชี้ให้บุคคลมองเห็นตัวทุกข์ กับทุกข์สมุทัยไว้เป็นอันมาก

ต่อไปนี้ก็ขอให้ตั้งใจฟังสวดและตั้งใจทำความสงบสืบต่อไป

 คัดลอกจาก

http://www.dharma-gateway.com/monk/preach/somdej/sd-043.htm

ขอบพระคุณท่านเจ้าของภาพ ท่านเจ้าของเวป

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 26/09/2017 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

กราบคุณป้าอักฯค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 04/07/2017 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

ผีเสื้อ..อิสระ

ระเริงร่าแล่นเลื่อนทั่วเถื่อนทุ่ง
ที่สุดคุ้งขอบฟ้าทายท้าฝัน
บางเบา..สะบัดพลิ้วท่ามริ้วพันธุ์
พร้อมแต้มปัน..จินตนา..ไม่ล้าโรย
.
กระหยับโบยโบกบ่ายสู่ปลายฟ้า
บ้างปวดปร่า อาวรณ์ อ่อนระโหย
จะร้อนแล้ง..หนาวอุ่น..พิรุณโปรย
มิโอดโอย..ยังบ่ายหน้าทายท้าตะวัน
.
ม่านพายุแม้กระหน่ำยังย้ำชัด
กี่รอบการอุบัติ..กร่อนกัดฝัน
ที่ไล่กวด..ทั้งชีวาบูชายันต์
สิ้นสุดอันตรธาน..ไม่เหลือเงา
.
ท่ามกระแสไหวเคลื่อนที่เกลื่อนกล่น
ล้วนอึงอล - อนิจจัง - รุมเร้า
ผันแปร .. ทุกข์ท่วมท้นแนบเนา
หยุด นิ่ง รู้ ไม่มีเราในเงาทุกข์
.
ท่ามกระแสแปรผัน..ตั้งมั่นรู้
ที่สุดปลายฝั่งคู่แห่งโศก-สุข
พเนจร ระเหร่อนล้มลุก
กี่กาลยุคที่หลับฝัน..พันธนา
.
ครั้นรู้..จึงเริงร่า..ระบายฝัน
ระริกเย้าแต้มปัน..ไร้กังขา
ไม่แน่นอน-เช่นนี้เนิ่นนานมา
ธรรมดา..รู้ลง-ทุกขสัจจัง
.
พลิกพลิ้วกระหยับโบกทั่วโลกหล้า
ป้อนจำนรรจ์ธรรมดาไร้โอหัง
สุขทุกข์ท่วม .. เข่นขนาบ.. ไม่จีรัง
ไร้'เรา-เขา' ผูกรั้ง.. กักขังไว้
.
ระเริงร่าแล่นเลื่อนทั่วเถื่อนทุ่ง
เย้าเส้นรุ้งทอดทางสว่างไสว
บ้างเนิบนาบ-ถี่ระรัว ตามหัวใจ
อิสระท่องทุกข์ไป..ไร้ผู้ทุกข์

ระลึกและเคารพเสมอค่ะ
ย่าฯ สบายใจ
4 กรกฎาคม 2560

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
..เวลาสวัสดิ์.. วันที่ : 26/05/2017 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/times

_/\_ _/\_ _/\_

น้อมจิตระฤกในพระเมตตาอันไม่มีประมาณที่ทรงแสดง และผ่านสัจจะธรรมห้เพียร เพื่อพ้นทุกข์ภัยในวัฏฏ์วน

ขอบพระคุณย่าฯ ค่ะ ที่เผยแผ่ในพระธรรมนี้

ความคิดเห็นที่ 4 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วิชญธรรม วันที่ : 04/05/2017 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirivit
มือใหม่ในธรรม เล่าเรืองราวต่างๆ ในการปฏิบัติธรรม ........ ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงขอแค่มีศรัทรา 

Post file แรงอธิษฐาน อ. อมรา ให้แล้วนะครับ ตามlink บรรทัดสุดท้ายนะครับ คุณยายอักษราภรณ์ (แอบเห็นท่านอื่นเรียกแบบนี้ครับ อิอิ)

ความคิดเห็นที่ 3 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
chailasalle วันที่ : 01/05/2017 เวลา : 03.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

หลวงปู่บุญฤทธิ์ มักสอนเสมอๆ ย่อลงเหลือ สติ นดรธ นิพพาน
ย่อที่สุด สติ นิพพาน ... ขอบคุรที่นำธรรมาเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อนุโมทนาบุญนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อาโป วันที่ : 23/04/2017 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile



ความคิดเห็นที่ 1 อักษราภรณ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 21/04/2017 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สาธุธรรมอันประเสริฐ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]