• kingkoon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-29
  • จำนวนเรื่อง : 311
  • จำนวนผู้ชม : 335984
  • ส่ง msg :
  • โหวต 556 คน
BARRACUDA : เรื่องเล่าของนายปลาสาก
สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม สอนอะไรแก่ตัวเราบ้าง @ ความพอเพียงเป็น ทางรอดของมนุษย์ทุกชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/BARACUDA
วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน 2559
Posted by kingkoon , ผู้อ่าน : 1067 , 08:23:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน february26 , สาครงค์ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

 

"ทำนา..ทำไมหวังแค่ข้าวขาย ?"

--------------------------------------------

 คนปลายซอย เปลวสีเงิน I หนังสื่อพิมพ์ไทยโพสต์ 

๓ พฤศจิกายน พ.ศ ๒๕๕๙

 -------------------------------------------- 

ผมว่า...เราวางสถานะ "การทำนา" แค่ว่าเป็น "อาชีพ" นั่น...ไม่พอแล้ว !

และ ไม่ใช่ด้วย ถึงเวลาที่เราต้องล้าง "ความคิดฝังราก" นั้นทิ้ง ใส่การ "เข้าถึง" เข้าไปแทน การ "ทำนา" เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ทุกขั้นตอน เป็นผลึก "วัฒนธรรม-ประเพณี" วิถีชาติไทย นับตั้งแต่ขั้นตอน ไถ หว่าน ปักดำ ตกรวง เก็บเกี่ยว ขึ้นลานนวด เข้ายุ้งฉาง

ลองพินิจ จะพบว่า...ทำนากันก็หลายชาติ แต่นาวิถีไทย ที่ไหนในโลกเหมือน ?

และสิ่งนั้น "สร้างมูลค่าเพิ่ม" ทางการท่องเที่ยวได้ แต่เรา...ทิ้ง ! ?

ตั้งแต่ขี่ควายไถนา ปักดำกล้า น้ำมา..นาเป็นทุ่งรวงทอง ลอยเรือเล่นเพลง ขายได้ไปจนถึง ลงแขกเกี่ยวข้าว นวดข้าว ทำขวัญแม่โพสพ

จะเห็นว่าการทำนา "คงเอกลักษณ์" ไม่ใช่แค่ข้าวที่ขายได้ ทุกขั้นตอน ขายได้หมด !

แต่ทุกวันนี้ การทำนาเปลี่ยนเป็น "เกษตรเคมี" มีควายเหล็กกับรถเกี่ยวข้าวติดแอร์ เป็นวิถี "ผู้จัดการนา" วัว-ควาย วิถีนาไทยกินหญ้า ซึ่งไม่ต้องซื้อ แต่ให้ขี้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ใส่นา ตรงข้ามกับควายเหล็ก-รถเกี่ยว ในวิถีผู้จัดการนา "กินน้ำมัน" ซึ่งต้องซื้อ แถมไม่มีขี้ให้เป็นปุ๋ย ?

แบบนี้ อนาคตอันใกล้ นาวิถีผู้จัดการนา จะขายได้ ๒ อย่าง อย่างแรก ตอนแรก ๆ ขายข้าว อย่างที่สอง ตอนต่อไป..."ขายนา" !

ถ้าภาครัฐไม่หาทาง "จูงใจ" ให้ชาวนาคืนรากตัวเอง ปัญหาต้นทุนแพง-ข้าวเปลือกถูก จะเป็นเหมือนหาง ให้ทั้งรัฐและชาวนา "ไล่งับ" จนหงายท้องไปด้วยกัน !

ถ้าสามารถนำวิถีนาเกษตรอินทรีย์ "แบบดั้งเดิม" กลับคืนมาบ้าง

นั่นไม่ใช่ถอยหลัง...หากแต่เป็นการเดินหน้า "ถูกที่-ถูกทาง" สู่ยุคสังคมโลกใหม่ ซึ่งมันจะต้องมากันในแนวนี้ และนั่น...อาชีพชาวนาไทย จะน่าอิจฉาขนาดไหน ?

ญี่ปุ่น "การชงชา" แค่พิธีกรรมผสมวิธีการ จากไม่เห็นมีราคาอะไร กลายเป็น "คุณค่า" สร้างราคา-สร้างอาชีพ จากประเพณีดำรงประเพณี "ไถนา-เกี่ยวข้าว" ของเรา ไม่ต้องเก่าทั้งหมดหรอก แค่คงรูปแบบเก่าไว้บ้าง แค่นั้นก็ขลัง ขายได้เหมือนเขาแล้ว !

เราอย่าเหมือนนก ที่อยู่ในอากาศ แต่มองไม่เห็นอากาศ เหมือนปลา อยู่ในน้ำ แต่มองไม่เห็นน้ำเลย จงเห็นคุณค่าวัฒนธรรม-ประเพณี ในวิถีแม่โพสพเถิด !

ร้อยความคิด ไม่เท่าหนึ่งตัวอย่าง...กระทรวงเกษตรฯ ลองใช้ระบบ "สหกรณ์รวมนา" สร้างเป็นเมืองนิมิตขึ้นมาซักแห่ง ให้ชาวบ้านดูเป็นตัวอย่างซะ ทำนาด้วยวัว-ควายแบบดั้งเดิม เป็น "เกษตรอินทรีย์สาธิต"ชวนคนมีนาในพื้นที่เดียวกัน มารวมกันทำซัก ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ไร่ !

"สหกรณ์รวมนา" เจ้าของนาก็ต้องมารวมกันอยู่-รวมกันทำด้วย ในความหมายว่า "สหกรณ์รวมนา" คือเมืองหนึ่ง ที่มีสมาชิกเป็นพลเมือง ! ถ้านึกไม่ออก ว่าเมืองนิมิตนี้ควรมีหน้าตาแบบไหน ?

ผมว่า "กรมส่งเสริมสหกรณ์" น่าจะมี "สหกรณ์โครงการหุบกะพง" สมัยแรก ๆ เป็นต้นแบบให้ดูได้ เมื่อรวมนาหมื่นไร่ ลงมือ-ลงแรงร่วมกันทำเอง ต้นทุนที่ลดหมด จะกลายเป็นกำไรคืนให้แต่วินาทีแรก รวมนาสหกรณ์ จะไม่มีขาดทุน มีแต่กำไรเพิ่ม กำไรเสริม จากท่องเที่ยว และสินค้าธรรมชาติ

ในอนาคต...ทำอะไรที่ "คืนอดีต-คู่ปัจจุบัน" บนฐานเศรษฐกิจพอเพียง ของเก่า นำมา "วิจัย-คิดค้น-ทดลอง" ต่อยอดอดีตด้วย "นวัตกรรม" ในฐานเกษตร จะรวยหมด !

และนี่จะเป็นการ "ปูทาง-นำร่อง" ให้คนรุ่นใหม่เกิด "แรงถวิล" ลงไปสู่ดินวิถีเกษตรอินทรีย์ เต็มทั้งตัว เต็มทั้งใจ เริ่ม "พอเพียง" จากฐานนี้ คนไทยในอนาคต หายจาก "โรคจนจ่อ" แน่นอน !

วันนี้ มีจดหมายให้อ่าน ๑ ฉบับครับ...กระทรวงพาณิชย์ ถนนนนทบุรี

 

เรียน คุณเปลว สีเงิน

ตามที่หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับลงวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ คอลัมน์ “ในทุกข์ยังมีทุกข์ของแผ่นดิน”

กระทรวงพาณิชย์ ทราบถึงความห่วงใยของท่านที่มีต่ออนาคตพี่น้องชาวนา ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ขอเรียนข้อมูลมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติของชาวนา มุ่งสู่การผลิตที่มั่นคง ยั่งยืน โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต มาตรการที่ได้ดำเนินการไปแล้วสรุปได้ดังนี้

๑.การรณรงค์ให้ชาวนาปลูกข้าวคุณภาพและปลูกเมล็ดพันธุ์ให้มากขึ้น เพื่อให้ได้มูลค่าโดยเฉพาะข้าวอินทรีย์ ข้าวสี ที่เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ แต่ยังมีการผลิตน้อยอยู่ ตัวอย่างโครงการที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปต่อยอดได้ คือ โครงการข้าวอินทรีย์ จังหวัดลพบุรี เชียงใหม่ เชียงราย และในภาคอีสานเกือบทั้งหมด สามารถเพิ่มมูลค่าการขายได้กว่า ๒ เท่า และจะขยายโครงการนี้เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นในปี ๒๕๖๐

๒.ผลักดันการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยนำเรื่องราวความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า ทั้งนี้สามารถขึ้นทะเบียนข้าวทุ่งกุลาร้องไห้และข้าวสังข์หยดในสหภาพยุโรปได้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ข้าวดังกล่าวขายได้ราคาสูงกว่าปกติถึง ๒ เท่า

๓.วางแนวทางพัฒนาเกษตรกรไทยสู่เกษตรกร ๔.๐ เน้นใช้หลักการตลาดนำการผลิต ด้วยการช่วยให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านการตลาด สามารถพัฒนาเป็นผู้ประกอบการได้ โดยนอกจากการเน้นเรื่องประสิทธิภาพการผลิตแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการนำข้อมูลการตลาดมาเป็นฐานในการตัดสินใจทำการผลิตและการค้าผลผลิตของตนเองอย่างชาญฉลาดด้วย หรือที่เรียกว่าเป็น Smart Farmers

ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์เอง ก็จะช่วยหาช่องทางการตลาดให้มีมากขึ้น ช่วยพัฒนาตลาดซื้อ-ขายตรงผ่านอี-คอมเมิร์ซ และตลาดกลางสินค้าเกษตร

๔.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม เป็นกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถสร้างตลาดสินค้าเกษตรนวัตกรรม และนำงานวิจัยมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรไทย ให้เป็นสินค้านวัตกรรมขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มและสร้างความต้องการของตลาด โดยมีข้าวเป็นสินค้านำร่อง อาทิ ส่งเสริมให้มีการแปรรูปและการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของการสีข้าว เช่น รำข้าว แกลบ นำมาแปรรูปเป็นน้ำมันรำข้าว เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และเชื้อเพลิงสะอาด เป็นต้น

ขณะนี้สถาบันฯ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการจัดตั้ง

๕.โครงการภายใต้นโยบายประชารัฐ ได้แก่

(๑) โครงการพัฒนาผู้ผลิตข้าวขนาดกลาง ขนาดย่อม เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยคัดเลือกผู้ประกอบการมาร่วมงานแสดงสินค้า THAIFEX ที่จัดโดยกระทรวงพาณิชย์เป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด

(๒) จัดทำสารคดี “มิติใหม่ข้าวไทย” และ “ข้าวยั่งยืนบนวิถีไทย” เพื่อเผยแพร่และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เกษตรกร

(๓) โครงการประชารัฐร่วมใจบ้านดอนชี โดยร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวจัดหาระบบท่อส่งน้ำเข้าพื้นที่ปลูกข้าวและอบรมเรื่องการปลูกพืชชนิดอื่นหลังการเก็บเกี่ยว

(๔) โครงการข้อมูลข้าวครบวงจร โดยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเว็บไซต์ www.Thairiceinfo.go.th เพื่อเผยแพร่พัฒนาเกษตรกรให้มีความรอบรู้ด้านการผลิตและการตลาด

๖.ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้มีอำนาจต่อรองทางการตลาด ทั้งยังสามารถรวบรวมปัจจัยการผลิตในราคาที่ถูกลง รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้มากขึ้น

๗.จัดกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยยกระดับราคาข้าวและสร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ เช่น จัดตลาดนัดข้าวเปลือก จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายข้าวทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร Thai Select ในต่างประเทศ รวมทั้งการขายผ่านอี-คอมเมิร์ซ

กระทรวงพาณิชย์หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเป็นประโยชน์ และท่านอาจพิจารณาเผยแพร่ตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้ ขอขอบคุณที่ท่านได้ติดตามผลงานและภารกิจของกระทรวงมาโดยตลอด

 

                                                                           ขอแสดงความนับถือ
                                                                     (นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์)


                                                     อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและโฆษกกระทรวงพาณิชย์


ขอบคุณและดีใจครับ กับ "มิติใหม่" ของพาณิชย์ เพื่ออนาคตชาวไร่-ชาวนา.

 

-------------------------------------------- 

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 kingkoon ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อาโป วันที่ : 03/11/2016 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile


ชาวนาชาวพุทธ..คำสอน วิถิธรรม ประเพณี

เป็นหนึ่งเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อาโป วันที่ : 03/11/2016 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile



.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2016 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]