*/
  • ใบตองซัง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : baitong_love_giff@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-09-16
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 6666
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2555
Posted by ใบตองซัง , ผู้อ่าน : 554 , 17:37:31 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



นับจากฟุตบอลโลกครั้งแรก มาจนถึงทุกวันนี้ ก็ผ่านมาถึง 82 ปีแล้ว หากเราจะย้อนตำนานกลับไปในช่วงเวลานั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก 

เพราะฟุตบอลในเวลานั้น มีการบันทึกความหลัง วิดีโอไฮไลต์ไว้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวโลกต่างจดจำจากฟุตบอลโลกหนแรกเมื่อปี
1930 ก็คือ ลีลาการสู้กันอย่างดุเดือด และสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกเร้าใจของ คู่ชิงชนะเลิษในครานั้นอย่าง ทีมชาติอุรุกวัยและทีมชาติอาร์เจนติน่า

แม้วันนั้น ผลจะออกมาเป็นอุรุกวัยเอาชนะอาร์เจนติน่าไปได้ 4 : 2 แต่คนที่เล่นโชว์ฟอร์มพระเอก กลับเป็นษูนย์หน้ารุ่นคุณทวดนามว่า "กิเยร์โม สตาบิเล่" แทนซะงั้น


กิเยรโม สตาบิเล่ เป็นอดีตศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าที่มีทักษะการยิงประตูที่คมกริบทั้งสองเท้า เป็นเจ้าของเสื้อเบอร์ 9 รุ่นแรกที่ทำให้
เสื้อหมายเลข 9 นั้นมีค่าพอๆกับเสื้อหมายเลข 10 เลยทีเดียว อีกทั้งหลังจากแขวนสตั๊ด เขายังพาทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ได้อีกมากมายอีกด้วย

"เอล ฟริทาดอร์" ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 17 มกราคม ปี 1905 ที่ ปาเกร์ ปาทริซิออส กรุงบูไอโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า  โดยเขาเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของ "สปอร์ติโบ เมตัน"  และ "ฮูราคัน" ในช่วงปี 1920 

ปี 1924 สตาบิเล่ ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของฮูราคัน โดยเขาเริ่มต้นในตำแหน่งปีกขวา ก่อนจะปรับมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า สถิติการยิงประตูและจำนวนนัดที่ลงสนามให้กับฮูราคัน ไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ก็คาดว่าน่าจะยิงประตูได้เยอะอยู่ โดยเขาพาทีมคว้าแชมป์ลีกอาร์เจนไตน์ พรีมาเวร่า ดิวิชั่นได้ 2 สมัย และ โคปา ด็อกเตอร์ คาร์ลอส อิบรากุเร็น อีก 1 สมัย


หลังจากเล่นให้ฮูราคันอยู่ 6 ฤดูกาล สตาบิเล่ก็ได้บินข้ามน้ำข้ามทะเลไปร่วมทีมเจนัว ในกัลโช่ เซเรียอา ของประเทศอิตาลีในช่วงปี 1930 หลังจากเสร็จจากภารกิจฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ที่ประเทศอุรุกวัย

ช่วงเวลาที่เล่นให้เจนัว 4 ปีนี้ สถิติการยิงประตูของสตาบิเล่ อาจจะมีไม่มากนัก แต่เขาก็ยังเป็นที่รักของแฟนบอลเป็นอย่างดี ด้วยนิสัยใจคอที่เป็นมิตร ในจำนวนการเล่นให้เจนัว 41 นัด ยิงได้ 15 ประตูนั้น มีแฮททริกที่เขายิงใส่ โบโลนญ่า คู่แข่งร่วมลีกด้วย อีกทั้ง เขายังทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ให้กับเจนัวไปอีก 1 งาน

หลังจากย้ายจากเจนัวมานั้น เขาก็ย้ายไปยังทีมนาโปลี โดยเล่นอยู่ 1 ปี 20 เกม ยิงได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น โดยเขาได้จับคู่กับ แอตติล่า ซันลัสโต้ ดาวยิงลูกครึ่งปารากวัย - อิตาลีที่ว่ากันว่า เป็นเทพเจ้าลูกหนังคนแรกของนาโปลีก่อนหน้า มาราโดน่าเสียอีก โดยทั้ง 2 คนช่วยให้นาโปลี รอดพ้นจากการตกชั้นอยู่ที่อันดับที่ 8 ในตารางของเซเรียอา


ปี 1935 สตาบิเล่ กลับมาเล่นให้เจนัวอีกครั้ง และก็ยิงได้ทันทีที่ลงสนามนัดแรก  แต่หลังจากนั้น ก็ไม่ทราบสาเหตุว่า ทำไมเขาถึงไม่ได้ลงสนามอีก จนกระทั่ง 1 ปีถัดมา เขาย้ายไปยังฝรั่งเศส และเล่นให้กับทีม เรดสตาร์ ปารีส และที่นี่ ก็ไม่ปรากฏสถิติการลงสนาม และจำนวนประตูที่ยิงได้ แต่เขาทำหน้าที่เป็นผู้เล่นและผู้จัดการทีมไปพร้อมๆกัน และยังสามารถพาทีม เลื่อนชั้นจากลีกเดอซ์ ขึ้นมายังลีกเอิง ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของฝรั่งเศสได้อย่างสง่างามอีกด้วย และที่นี่ก็เป็นสโมสรสุดท้ายที่สตาบิเล่เล่นให้  เมื่อสิ้นสุดปี 1939 ยอดดาวยิงอาร์เจนไตน์รายนี้ก็ประกาศแขวนสตั๊ด

สำหรับกับทีมชาติอาร์เจนติน่าแล้วนั้น สตาบิเล่เป็นยอดดาวยิงหมายเลข 9 อย่างแท้จริง ในฟุตบอลโลก 1930 ที่อุรุกวัย ประเทศเพื่อนบ้านเป็นเจ้าภาพนั้น เขามีอายุ 25 ปี และอยู่ในช่วงที่พีคสุดๆ แม้ในนัดแรกที่อาร์เจนติน่าลงดวลกับฝรั่งเศส เขาจะไม่ได้ลงช่วยทีม แต่ทีมก็ยังเอาชนะ "ตราไก่" ไปได้ 1-0 จากการยิงของ หลุยส์ มอนตี้

และในนัดที่ 2 ที่ต้องดวลกับทีมชาติเม็กซิโก สตาบิเล่ก็ระเบิดแฮททริกใส่ จากชัยชนะถึง 6-3 เลยทีเดียว และในแมตช์สุดท้าย เขาก็เหมาอีก 2 ประตูพาทีมขย้ำชิลีสบายเท้า 3-1 

เรียกว่าแค่ 2 นัด สตาบิเล่ยิงไปแล้ว 5 ลูก อาร์เจนติน่าคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง

ในรอบรองชนะเลิศ อาร์เจนติน่าพบกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งทีมของสตาบิเล่ ก็สอนบอล "แยงกี้" ซะกระจุย 6-1 สตาบิเล่ เหมาอีก 2 กลายเป็นสถิติอันน่าทึ่งของเขา 3 นัด 7 ประตู

นัดชิงชนะเลิศนั้น อาร์เจนติน่าต้องพบกับเจ้าภาพ อุรุกวัย ที่เอาชนะยูโกสลาเวียมาได้ด้วยสกอร์ 6-1 เช่นกัน และในแมตช์นี้ อาร์เจนติน่าอุตส่าห์ขึ้นนำไปก่อน 2-0 จากคาร์ลอส ปูเซเล่ และสตาบิเล่ เจ้าเก่า แต่กระนั้นก็ดี อุรุกวัย ยิง 4 ลูกรวดจนแซงคว้าแชมป์โลกไปอย่างหน้าตาเฉย เป็นแผลใตให้กับอาร์เจนติน่ามาจนถึงทุกวันนี้

แต่ถึงอย่างไร กิเยร์โม สตาบิเล่ก็ก้าวขึ้นรับรางวัลรองเท้าทองคำ ในฐานะดาวยิงสูงสุดของฟุตบอลโลกหนแรก 4 นัด 8 ประตู 


ในช่วงเวลาการเป็นโค้ชนั้น สตาบิเล่พาทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ "เซาท์ อเมริกัน แชมเปี้ยนชิพ" (โคปา อเมริกาในปัจจุบัน) ได้ถึง 6 สมัยด้วยกัน บวกด้วยแชมป์พานาเมกริกัน แชมเปี้ยนชิพอีก 1 สมัย

และท้ายที่สุดนั้น ยังพาทีมราซิ่งคลับ ในลีกสูงสุดแดนฟ้าขาว คว้าแชมป์ลีก อาร์เจนไตน์ พรีมาเวร่า ดิวิชั่นได้อีก 3 สมัยด้วยกัน และเมื่อสิ้นสุดปี 1960 เขาก็ประกาศไม่คุมทีมใดๆอีกต่อไป โดยหันไปรับงานผู้อำนวยการโรงเรียนสอนฟุตบอลของอาร์เจนติน่าแทน โดยเขาทำหน้าที่นี้จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต

แต่แล้วในปี 1966 หลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 1966 ที่ประเทศอังกฤษได้เพียงแค่ครึ่งปี กิเยร์โม สตาบิเล่ก็เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัยเพียง 61 ปี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 1966 ปิดตำนานสุดยอดดาวยิงฟุตบอลโลกหนแรกไว้เพียงเท่านี้ ขอให้ดวงวิญญาณของคุณปู่ สตาบิเล่ หลับอย่างเป็นสุข









อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ใบตองซัง วันที่ : 02/07/2012 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/himeya
รู้แค่ว่า จะต้องเรียนให้จบใน 4 ปีนี้ให้ได้ !! 

คิดว่าน่าจะสงบนะครับ เพราะไม่มีข้อมูลที่ว่าเสียชีวิตเพราะอะไรเลย เหอะๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/07/2012 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เสียชีวิตลงอย่างสงบด้วยวัยเพียง 61 ปี ?????

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน