• บก.จิ๊บ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-03
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 88574
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
บ้าน บก.จิ๊บ
การเดินทางของตัวอักษร
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน 2551
Posted by บก.จิ๊บ , ผู้อ่าน : 3308 , 13:26:36 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องเล่าอาชีพเก่าพ่อ

 

พ่อของฉันเป็นคนเมืองน่านแต่กำเนิด มีอาชีพหลักคือทำนา พ่อเป็นเกษตรกรที่อดทนมาก ในฤดูทำนา ที่นาสิบกว่าไร่พ่อทำเองทั้งหมด มีเพียงแรงงานควายสองตัวช่วยในการไถคราด พอหมดฤดูทำนา พ่อจะต่อเรือแล้วล่องไปตามลำน้ำน่านหายไป 8-9 วัน แล้วกลับมาพร้อมปลาที่แปรรูปจากปลาสด เป็นปลาแห้ง ปลาร้า ปลาส้ม ขี้ปลา

 

มาถึงวันนี้ พ่ออายุมากขึ้น และอยู่ในวัยพักผ่อนกับลูกหลาน ไม่ได้ทำอย่างในวัยหนุ่มอีกแล้ว แต่วันดีคืนดีพ่อก็มักจะแอบไปพายเรือตกปลาเล่นบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป อาชีพของชาวเมืองน่านก็พัฒนาไปด้วย สิ่งที่พ่อเคยทำก็ไม่มีใครทำอีกแล้ว อาชีพเก่าที่ทำมาหากินเพื่อยังชีพมาเนิ่นนานมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดในสังคม วันนี้คงจะเหลือเพียงเรื่องเล่าของวันวานที่อาจจะหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

อาชีพเกษตรกรในปัจจุบันกับอดีตไม่ต่างกันมากนัก จะมีก็แต่เครื่องทุ่นแรงเท่านั้นที่เปลี่ยนไป ส่วนวิธีการหว่านกล้า ดำนา และเก็บเกี่ยว ยังคงเหมือนเดิม การไถคราดจากใช้แรงควายเป็นๆ ก็เปลี่ยนมาใช้ควายเหล็กแทน การตีข้าวด้วยแรงคนเพื่อให้ได้เมล็ดข้าวเปลือก ก็ใช้เครื่องนวดข้าวมาแบ่งเบาแรงงาน เพียงเท่านี้เองที่อาชีพเกษตรกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม

 

แต่มีอยู่อาชีพหนึ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนคือ อาชีพประมงน้ำจืดแบบดั้งเดิม ที่พ่อเคยทำมาเมื่อยี่สิบปีก่อน ซึ่งในปัจจุบันไม่มีให้เห็นอีกแล้ว นั่นหมายถึงวิถีชีวิตเก่าของคนเมืองน่านกลุ่มหนึ่งได้สูญหายไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง

 

ในช่วงเข้าพรรษาซึ่งเป็นฤดูทำนา พอเสร็จจากการทำนาตามฤดูกาล พ่อจะเตรียมออกหาปลาซึ่งจัดได้ว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งของครอบครัว ไม่ได้มีแต่พ่อเท่านั้นที่ทำอาชีพนี้ หลายครอบครัวในหมู่บ้านก็นิยมออกไปหาปลาตามลำน้ำน่านเพื่อนำมาขายเป็นรายได้หลักเช่นเดียวกัน

 

ก่อนที่พ่อจะออกเดินทาง แม่จะเป็นผู้เตรียมเสบียงเอาไว้ สิ่งจำเป็นในการออกหาปลาแต่ละครั้งนอกจากเสื้อผ้า เครื่องนอนแล้ว ก็มีเพียง ข้าวสาร เกลือ พริกแห้ง และกระเทียม เท่านั้น โดยเฉพาะเกลือและกระเทียมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ในการถนอมอาหาร จึงต้องนำไปในปริมาณที่มากพอควร ส่วนอาหารอย่างอื่นนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะสถานที่ที่พ่อจะไปคือแหล่งอาหารชั้นดีอยู่แล้ว

 

พ่อจะออกเดินทางไปกับคู่หูอีกหนึ่งคน ที่เป็นทั้งหุ้นส่วน และนายหัวเรือ ส่วนกัปตันเรือคือพ่อเพราะเป็นผู้คัดท้าย พ่อจะล่องเรือจากตัวอำเภอเมืองเรื่อยไป ผ่านอำเภอเวียงสา เข้าอำเภอนาน้อย อำเภอนาหมื่น ระหว่างล่องเรือก็จะจับปลาไปตลอดเส้นทาง ถ้าบริเวณไหนจับปลาได้จำนวนที่มากก็จะพักค้างแรมหลายคืนเพื่อจับปลาและแปรรูปตรงนั้นเลย ถ้าระหว่างทางจับปลาได้น้อยก็ต้องล่องเรือหาไปเรื่อยๆ จนถึงอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์เลยทีเดียว

 

พอตกเย็น พ่อจะเตรียมค้างแรมที่ริมน้ำ โดยจะสร้างเพิงหมาแหงนชั่วคราวปูพื้นด้วยผ้าพลาสติกที่เตรียมไปจากบ้าน เพื่อจัดการกับปลาที่ได้มา เริ่มต้นด้วยการคัดขนาดของปลาก่อน จากนั้นจะเลือกวิธีการถนอมอาหารตามชนิดและขนาดของมัน ปลาตัวโตๆ จะถูกแล่และนำมาตากแห้งโดยใช้ไฟที่ก่อขึ้น พ่อต้องย่างจนกว่าปลาจะแห้งสนิท แล้วจึงนำไปเก็บในตะกร้าไม้ไผ่ที่สานขึ้นเองในระหว่างการเดินทาง ตะกร้านี้คนเมืองน่านเรียกว่า “ก๋วย”

 

ปลาที่มีขนาดรองลงมาหน่อยจะนำมาทำความสะอาด ควักไส้พุงออก แล้วนำมาทุบจนเนื้อปลานุ่ม จากนั้นก็เอาข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วมาล้างให้ยางเหนียวหมดไปก่อน จึงนำมาคลุกกับปลาที่ทุบเอาไว้ ใส่เกลือป่นลงไป ตามด้วยกระเทียม หมักไว้ในกระบอกไม้ไผ่ ปิดปากกระบอกด้วยใบตอง ทิ้งไว้สัก 2-3 วันก็จะได้ “ปลาส้มเป็นตัว” หรือแหนมปลาทั้งตัวนั่นเอง

 

สำหรับปลาขนาดเล็กก็ควักเอาพุงปลาออก นำมาสับให้ละเอียด แล้วนำมาคลุกเช่นเดียวกับการทำปลาส้มเป็นตัว หมักในกระบอกไม้ไผ่เช่นเดิมก็จะได้ “ปลาส้มลาบ” อีกชนิดหนึ่ง

 

ส่วนปลาที่เหลือจะนำมาหมักเป็น “ปลาร้าเมือง” โดยจะหมักในไห หรือในกระบอกไม้ไผ่ก็ได้ ที่เรียกปลาร้าเมืองก็เพราะส่วนผสมของปลาร้าเมืองแตกต่างจากปลาร้าที่มีขายตามท้องตลาดที่ส่งมาจากที่อื่น ปลาร้าเมืองจะหมักด้วยเกลือเพียงอย่างเดียวและจะใช้ปลาตัวโต เช่นปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาบึก และปลาร้าเมืองนี้จะนิยมเอามาทำห่อหมก โดยใช้ใบตองห่อปลาร้าไว้ แล้วนำไปหมกในเตาถ่าน พอใบตองไหม้ปลาก็จะสุกพอดีนำมารับประทานจิ้มกับข้าวเหนียว ยิ่งถ้าเป็นข้าวเหนียวร้อนๆ แล้วล่ะก็ จัดเป็นเมนูเด็ดได้เลยทีเดียว

 

ส่วนปลาตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้นำไปทำปลาแห้งหรือส้มปลา ก็จะเอามาสับรวมกันโดยไม่ต้องเอาขี้ปลาออก รวมทั้งขี้ปลาที่ได้จากการทำปลายแห้งและปลาที่เอาไปทำปลาส้มทั้งหมดก็จะเอามาสับรวมกันในส่วนนี้ แล้วผสมด้วยน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ปรุงรสด้วยเกลือป่น หมักไว้ในไห ก็จะได้อาหารอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า “ขี้ปลา” วิธีรับประทานคือ ตักมาจิ้มข้าวเหนียวได้เลย แต่ถ้าชอบรสจัดก็ปรุงด้วยตะไคร้ หอมแดง พริกป่น รสชาติจะออกเปรี้ยว ขม เผ็ด เรียกว่า “ยำขี้ปลา” ก็อร่อยได้อีกเมนูหนึ่ง

 

 ขี้ปลาฝีมือพ่อจะเป็นเมนูเด็ดที่ใครๆ ก็ถามถึง จำได้ว่าวันที่พ่อเอาเรือมาเทียบท่าน้ำ จะมีแม่ค้าคนกลางมารอซื้อปลาพวกนี้ไปขาย โดยที่แม่ไม่ต้องเอาไปขายเอง ซึ่งต่างจากชาวประมงกลุ่มอื่นที่แม่บ้านจะต้องนำไปหาบเร่ขาย แสดงว่าฝีมือปรุงปลาของพ่อไม่ธรรมดาเลย

 

เครื่องมือในการจับปลาของพ่อก็เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่คิดและประดิษฐ์ขึ้นเอง ไม่ว่าจะเป็น สวิง ยอ ซึ่งแม่บ้านหรือผู้หญิงจะเป็นผู้ถักสานให้ ส่วน แห แน่ง(ตาข่าย) มักจะเป็นฝีมือของผู้ชาย

 

การล่องเรือหาปลาแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 8-9 วัน เป็นอย่างน้อย เมื่อได้ปลาและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากปลาจนเต็มลำเรือ จึงจะเริ่มพายเรือทวนน้ำกลับมาบ้าน เมื่อเล่าถึงตรงนี้เหมือนได้ย้อนอดีตไปยังวัยเด็กเลยทีเดียว เด็กหญิงตัวเล็กๆ สามคนเมื่อทราบข่าวว่าพ่อจะกลับมาถึงบ้านทุกคนจะตื่นเต้นกันมาก พากันตื่นแต่เช้าแต่งตัวสวยที่สุดเท่าที่จะมีให้แต่งในขณะนั้น แล้วเดินจูงมือกันเดินข้ามทางหลวงหน้าบ้านไปยังท่าน้ำ แล้วนั่งมองแม่น้ำน่านรอคอยว่าเรือของพ่อจะมาถึงเมื่อไหร่ เมื่อเห็นเรือพายมาแต่ไกลเด็กหญิงทั้งสามคนก็กระโดดโลดเต้นกันใหญ่ ปากก็ตะโกนเรียก พ่อมาแล้วๆ พอเรือเทียบฝั่งเท่านั้นลูกๆ ที่รออยู่บนฝั่งก็กรูกันลงไปกอดพ่อ ถามหาของฝากจากแม่น้ำกันจ้าละหวั่น ของฝากที่พวกเรารอคอยไม่ใช่ปลาแต่เป็นก้อนหินสวยๆ ที่จะเอามาเป็นของเล่นได้ และกระบอกไม้ไผ่ที่นำมาทำข้าวหลามก็เป็นของฝากที่ต้องได้ทุกครั้งในการกลับมาของพ่อ ถ้าพ่อกลับมาถึงวันนี้เราก็จะได้รับประทานข้าวหลามที่พ่อปรุงและเผาเองในวันรุ่งขึ้น  ข้าวหลามของพ่อเป็นขนมที่นับว่าอร่อยที่สุดเท่าที่จะหาได้ในชนบทยุคนั้น

 

ส่วนแม่ก็จะกลายเป็นผู้จัดการทันทีที่พ่อมาถึง แม่จะแบ่งขายของทุกอย่างที่พ่อหามา และจะมีแม่ค้าคนกลางมารับของไปขายในทันทีที่เรือเทียบท่า สินค้าของพ่อเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดีมาก เพราะเท่าที่จำความได้สินค้าที่พ่อหามาได้ไม่เคยเหลือเลยสักครั้ง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่อาชีพนี้ในปัจจุบันไม่มีให้เห็นอีกแล้วในหมู่บ้าน พ่อบอกว่าถึงแม้สินค้าทุกชนิดจะขายดีและไม่มีเหลือเลย แต่รายได้นั้นไม่เพียงพอที่จะส่งให้ลูกๆ เรียนหนังสือได้ จึงต้องหยุดและหันมาทำอาชีพอื่นเมื่อลูกเริ่มเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา ครอบครัวอื่นๆ ก็คงคิดเช่นเดียวกับพ่อ หรืออาจเป็นเพราะสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป มีงานอื่นมากมายที่ทำให้มีรายได้ดีกว่าการประมงน้ำจืดตามมีตามเกิดอย่างที่พ่อเคยทำ ผู้คนจึงทิ้งอาชีพนี้หันไปทำงานรับจ้างกันเสียหมด

 

แม้พ่อจะเปลี่ยนอาชีพจากการล่องเรือหาปลามาค้าขาย แต่หัวใจของพ่อก็ไม่เคยห่างแม่น้ำน่าน เมื่อว่างจากการออกรถเร่ขายของเมื่อใด พ่อจะต้องคว้าแห คว้าเบ็ด มุ่งสู่แม่น้ำน่าน และไม่นานพ่อจะกลับมาพร้อมปลาพวงโต เป็นอาหารที่มีคุณค่าโดยไม่ต้องเสียเงินไปซื้อหาแม้แต่บาทเดียว

 

ในปัจจุบันการจับปลาตามลำน้ำน่านยังมีให้ได้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการทำเพื่อนำมาเป็นอาหารในครอบครัว ไม่ได้ทำเป็นอาชีพเหมือนแต่ก่อน นี่คงเป็นชีวิตที่เปลี่ยนไปตามวิถีของสังคมนั่นเอง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 25/11/2010 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

แวะมาอ่านเรื่องเล่าที่คล้ายๆกัน แต่พ่อผมหาอยู่ที่เชียงกลางทุ่งช้าง น่านเหนือครับ
ผมห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ด้วยปลาปิ้งเกือบทุกวันครับ
เสาร์ อาทิตย์ผมก็ไปกับพ่อ ดำน้ำจนตาแดงหลังดำ
นึกถึงอดีตจังเลย ขอบคุรที่บันทึกเรื่องราวไว้ครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 14.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

หวัดดีครับ บก. ดีคร้าบ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มะอึก วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

หัวใจพ่อไม่เคยห่างแม่น้ำน่าน......
ฟังแล้วเพราะจังครับ....

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 06.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

ผมเป็นเด็กชนบท(บ้านนอก) ชอบวิถีชนบทมากครับ ผมแวะเข้ามาอ่านงานของ บก.จิ๊บบ่อยๆครับ ยินดีมากที่คุณมีชีวิต การงาน และครอบครัวที่ลงตัว
ยินดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
thesaint วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


------อ่านความทรงจำของคุณที่มีต่ออาชีพของคุณพ่อ อ่านแล้วรู้สึกดีนะครับ ------

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ทิพย์ธัญญา วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jonat
พ.ศ.2555 ครบรอบ 750 ปี เจียงฮายบ้านเฮา

มาสะหลีสวัสดี บก.จิ๊บ
ขี้ปล๋า บ้านผมตางพะเยา ฮ้องว่า "ขี้ปล๋าขม" กรรมวิธีในการทำ แตกต่างกันนิดหน่อย
แต่รสชาติคงใกล้เคียงกัน ปัจจุบันหากินยากแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
AMMAN วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 01.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/architectmarketing
Good Design is Good Business.

ภาพชีวิตที่สวยงาม อิจฉาจริงๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 05.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ผมทั้งหลงเสน่ห์เมืองน่าน และสาวน่าน..ครับผม....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
บก.จิ๊บ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
http://www.oknation.net/blog/Rivin

ขอบคุณครูอุ๋ยที่มาเจิม แวะ แปะ นะคะ

ท่านอะหนึ่ง คิดถึงพอสังเขป ปีนี้ไม่ได้เจอกันที่งานOK เลยนะคะ ยังคิดถึง

ปรีเปรม ยังคงความสุนทรี กับการตอบเช่นเดิมนะคะ

คุณธัชชัย ยินดียิ่งที่แวะมาเยือน

ลูกเสือ NO 9 ขอบคุณที่ท่านไม่เคยพลาดการอ่านแม้แต่กระทู้เดียว(หรือเปล่า^__^)

komyos ยินดีจั๊ดนักที่ได้ปะคนเมืองน่าน เสาร์หน้าแวะแอ่วหอศิลป์ ก่อนไปเจียงกล๋าง แวะไปทักทายเสน่ห์เมืองน่านได้ตี้ฮั้นเน้อเจ้า บก.จิ๊บ อยู่ อำเภอเมืองเจ้า

ก้อนหินรำพัน สวัสดียามค่ำ มีความสุขเช่นกันนะคะ

ท่านเสือจุ่น ขอบคุณที่รักเมืองน่านมานาน แล้วรักกันตลอดไปตวยเน้อเจ้า

ขอบคุณคุณครูที่แวะมาทักทายไม่ว่าจะตัวเป็นๆ หรือตัวอักษร คุณครูน่ารักเสมอนะคะ

milsamai กราบงามๆ สำหรับโหวตแห่งกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
nilsamai วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 19.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nilsamai
.

อ่านแล้วประทับใจค่ะ+โหวต

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ค่ะ บก.จิ๊บ ..ปู่และตา ก็เคยมีอาชีพทำนามาเหมือนกันค่ะ ปู่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ส่วนตาเป็นกำนัน แต่ทั้งคู่ ก็มีอาชีพทำนาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

เคยอาบน้ำน้ำใสเย็น จากน้ำน่าน

รักเมืองน่านมานานแล้ว

โหวตให้กับเรื่องราววิถีชีวิตก่อนเก่าครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO


หวัดดียามเย็นครับ...

สายน้ำน่านยังเปี่ยมมนต์เสน่ห์...

นึกภาพตามถึงวิถีของสังคมดั้งเดิมที่นับวันจะเลือนหาย

มองเห็นพ่อผู้เก็บก้อนหินสีสวยมาฝากลูกสาว...

ล่องเรือหาปลาตั้งแต่เมืองน่าน..จนถึงน้ำปาด อุตรดิตถ์...ไกลพอดูนะครับ...

ปลาสด ปลาส้ม ปลาร้า...ถูกแปลงเป็นเงินโดยแม่ค้าประจำบ้าน...

เสียดายวิถีแบบนี้จัง...

ขอบคุณเอนทรีที่คู่ควรแก่การแนะนำ...

มีความสุขเสมอนะครับ....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
komyos วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีเจ้า..

คนเมืองน่านเหมือนกั๋นเน่อเจ้า..

วันเสาร์นี้ก็จะปิ๊กไปแอ่ว..เจ้า

แล้วจะเก็บภาพน้ำน่านมาฝากเน่อเจ้า..

คุณ บก.จิ๊บ ดูจากป้ายน่าจะอยู่ท่าวังผา..

ข้าเจ้าอยู่เจียงกล๋างเจ้า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณเรื่องดีๆครับ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ธัชชัย วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thadchai
http://artyhouse.blogspot.com  ศิลปะ ดนตรี  บทกวี  และความอบอุ่น

เวลาเปลี่ยน อะไร ๆ ก็เปลี่ยนเนอะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรีเปรม วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preprem

คลาสสิค..สไตล์

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

อ่านแล้วคิดถึง พ่อ
เคยช่วย ถักแห ให้พ่อ
ตอนเด็กๆ เหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ครูอุ๋ย วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kru-oui


แวะมาแปะโฆษณาครับ :)

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]