• บก.จิ๊บ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-03
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 91699
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
บ้าน บก.จิ๊บ
การเดินทางของตัวอักษร
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2552
Posted by บก.จิ๊บ , ผู้อ่าน : 2085 , 09:51:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทที่ 3

                ขบวนรถจี๊ปสีดำบรรทุกชายฉกรรจ์ในชุดอาหรับมีอาวุธครบมือวิ่งมาตามถนนใหญ่ด้วยความเร็วสูง ไม่นานก็หักเลี้ยวลงสู่ทะเลทรายตรงไปยังภูเขาหินที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบๆ

เมื่อมาถึงภูเขาในบริเวณหน้าผาสูงชัน รถคันแรกจึงชะลอให้คันที่อยู่ด้านหลังขับเลยไปแล้วจอดเป็นรูปครึ่งวงกลม ชายร่างสูงใหญ่เปิดประตูก้าวลงมาจากรถคันหน้าสุดด้วยท่าทีน่าเกรงขาม ลมทะเลทรายพัดแรงทำให้ผ้าที่โพกอยู่บนศีรษะของเขาปลิวสะบัดไปตามแรงลม

เขายืนนิ่งอยู่คนเดียวสักพักก็มีเสียงขบวนม้าควบมาจากด้านหลังของภูเขาหินด้วยความเร็วจนฝุ่นทรายตลบอบอวล เมื่อมาถึงจุดที่ขบวนรถจี๊ปจอดอยู่ ชายชุดดำที่อยู่บนหลังม้าตัวแรกกระโดดลงมาแล้วเดินเข้ามาหาคนที่ยืนรอ

                “ท่านทำงานพลาด” เสียงผู้มาก่อนกล่าวตำหนิทันที

                “เราจะแก้ตัวในวันพรุ่งนี้” ชายในชุดดำไม่มีคำแก้ตัวใดๆ

                “ท่านยังคิดว่าจะทำงานนี้สำเร็จอีกหรือ” เสียงผู้มาก่อนแสดงความไม่เชื่อถืออย่างเห็นได้ชัด

                “สำเร็จแน่นอน เพียงแต่เราต้องเลือกสถานที่ใหม่”

                “ท่านไม่มีเวลาแก้ตัวอีกแล้ว เราขอยกเลิกสัญญาจ้างกับท่าน” 

                “ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่งตามสัญญา” ชายชุดดำกล่าวในขณะที่มือข้างหนึ่งตะปบไปที่เอวด้วยความไม่ไว้ใจผู้ว่าจ้าง

                คนว่าจ้างล้วงเอาถุงสีดำที่ทำจากหนังสัตว์ออกมาจากหน้าอกเสื้อคลุม แล้วโยนลงไปบนพื้นห่างจากชายชุดดำยืนอยู่หลายเมตร

                “ค่าจ้างครึ่งหนึ่งอยู่นี่ ให้คนของท่านตรวจสอบดูได้” 

ชายชุดดำส่งสัญญาณให้คนบนหลังม้าลงไปตรวจสอบถุงใบนั้น ทันทีที่คนบนหลังม้ากระโดดลงมาถึงจุดที่ถุงวางอยู่

ปังๆๆๆๆ!!!!!!

เสียงปืนจากรถจี๊ปดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว รวดเร็วและประสานกันอย่างดีจนฝ่ายที่อยู่บนหลังม้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชักปืนออกจากเอวมาโต้ตอบ

ไม่กี่วินาทีทุกอย่างก็สงบลง คงเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณของคนที่มากับม้า ม้าบางตัวที่รอดชีวิตวิ่งกระเจิดกระเจิงหนีเอาตัวรอด ทิ้งศพของนายเอาไว้เบื้องหลัง

                ชายผู้ว่าจ้างเดินกลับขึ้นรถ ไม่สนใจถุงสีดำใบย่อมที่เขาโยนลงไป ไม่นานขบวนรถก็กลับเข้าสู่เส้นทางหลักมุ่งตรงไปยังใจกลางเมืองหลวงทันที

คฤหาสน์หินทรายสีเหลืองหลังใหญ่ตั้งตระหง่านท้าแดดอยู่บนเนินเขา มองลงไปเป็นย่านชุมชนใหญ่ของกรุงชีร่าห์ดัม ภายในถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยฝีมือสถาปนิกชั้นแนวหน้าของชีร่าห์ดัม เจ้าของคฤหาสน์กำลังนั่งพิจารณาสำเนาลายแทงที่ได้รับมาจากอิสมาเอลเมื่อหลายเดือนก่อนอยู่

ทุกวันก่อนออกไปทำงาน ชิลฮาวีจะเอามันมานั่งพิจารณาเหมือนหนึ่งจะซึมซับเอาทุกส่วนของลายแทงเก็บไว้ในสมอง เขาใช้ดินสอลากแบ่งส่วนออกเพื่อให้ง่ายแก่การจำ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ดินสอในมือถูกลากและทำเครื่องหมายเอาไว้ในจุดสำคัญ

เสียงเคาะประตูทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจากสำเนาลายแทงแผ่นนั้นพร้อมกับเก็บมันลงลิ้นชัก ล็อคกุญแจแล้วหย่อนลูกมันลงในกระเป๋าถือ

                “ใคร” เสียงทรงอำนาจถามออกไป

                “ไนร่าค่ะพ่อ” เสียงลูกสาวคนเดียวของชิลฮาวีตอบเข้ามา ทำให้คนที่อยู่ในห้องเสียงอ่อนลงทันที

                “เข้ามาสิลูก พ่อไม่ได้ล็อคประตู” สิ้นคำอนุญาต หญิงสาววัยสิบเก้าปีในชุดเดรสทันสมัยสีแดงสดขับให้ผิวขาวแบบชาวตะวันออกกลางของเธอขาวผ่องยิ่งขึ้น ผมยาวเป็นลอนสวยรับกับใบหน้าที่คม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีแววซุกซนเหมือนกวางสาวก็ก้าวเข้ามา

                “ทำอะไรอยู่หรือคะหน้าตาเคร่งเครียดเชียว” เธอทักทายแล้วอ้อมมาสวมกอดผู้เป็นพ่อทางด้านหลัง

                “พ่ออ่านหนังสืออยู่ วันนี้จะไปไหนหรือแต่งตัวเสียสวยเชียวลูกสาวพ่อ” 

                “จะออกไปซื้อของกับแม่ค่ะ พอดีลุงอิสมาเอลท่านแวะมาหาพ่อ ไนร่าเชิญให้รอที่ห้องรับแขก” 

“ทำไมไม่ให้เด็กขึ้นมาตามพ่อล่ะลูกจะได้ไม่เสียเวลา” 

                “ไม่เสียเวลาเลย ไนร่าจะได้แวะมาบอกพ่อก่อนด้วยไงคะ” 

                “ไปล่ะนะคะเดดี๊ที่รัก” เธอก้มลงจุ๊บแก้มพ่อเบาๆ แล้ววิ่งถลาออกไปจากห้องทำงาน ชิลฮาวีมองตามหลังแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู

                ไนร่าลูกสาวคนเดียวที่เกิดกับแอนดร้าภรรยาคนแรกของเขา ไนร่าเหมือนลูกอิจฉาหลังจากเขาแต่งงานกับแอนดร้าและอยู่ด้วยกันหลายปีแอนดร้าก็ไม่ยอมตั้งครรภ์เสียที แพทย์ประจำตัวยืนยันว่าทั้งสองมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสามารถมีลูกได้ตามปกติ

เขาใช้ชีวิตคู่กับแอนดร้าภรรยาคนแรกและคนเดียวอยู่นานนับสิบปี เมื่อทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกได้ ชิลฮาวีจึงตกลงใจแต่งงานใหม่อีกสองหนในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากนั้นไม่นานภรรยาทั้งสองคนก็ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขา พอภรรยาคนที่สามของเขาคลอดบุตรชาย แอนดร้าก็ตั้งครรภ์ ชิลฮาวีตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาอยากได้ลูกสาว และแอนดร้าก็ให้ลูกสาวเขาดั่งที่หวัง ไนร่าคือชื่อที่เขาตั้งให้

 เธอจึงเป็นลูกอิจฉาที่ชิลฮาวีรักและตามใจทุกอย่าง ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของผู้บัญชาการหน่วยรบทะเลทราย ทำให้เธอถูกเลี้ยงมาด้วยการตามใจ จนกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง อารมณ์ร้าย ตีโพยตีพายถ้าไม่ได้ดั่งใจ จนเป็นที่รู้กันในหมู่คนรับใช้และเพื่อนฝูง แม้ชิลฮาวีจะรู้นิสัยใจร้อนจอมโวยวายของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนดี แต่เธอก็ไม่เคยนำเรื่องเดือดร้อนใจมาให้ ชิลฮาวีจึงมองข้ามเสีย

                เขาเก็บของใช้ส่วนตัวลงกระเป๋าถือใบเล็กก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินตรงไปยังห้องรับแขก

                “ขอโทษที่ให้รอ มีข่าวคืบหน้าอย่างไรบ้าง” ชิลฮาวีทักทายเพื่อนรักแล้วถามขึ้นทันที

                “ทีมค้นหาส่วนที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป แต่มีรายงานมาว่า ‘ผู้ถือครอง’ ลายแทงส่วนที่เหลือหลบหนีไปตามกองคาราวานเบดูอินซึ่งทำให้ยากแก่การเข้าถึง” 

                “งานที่มอบหมายสำเร็จไปถึงไหนแล้ว”

                “งานทางนี้ยังไม่คืบหน้า เราติดตามเป้าหมายไป แต่คนของเราพลาด เป้าหมายถูกชายคนหนึ่งแย่งตัวไป ยังไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายไหน ตอนนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ทางตำรวจท่องเที่ยวกำลังส่งทีมออกติดตามเพราะสถานทูตไทยได้แจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือเอาไว้ ตอนนี้เราคงต้องรอและยืมมือตำรวจท่องเที่ยวในการค้นหา” อิสมาเอลแสดงความคิดเห็น

                “ไม่ได้หรอกอิสมาเอล ปล่อยทางการฝ่ายเดียวไม่ได้ มันอาจจะทำให้ทุกอย่างพลาดไปได้อีก เราต้องใช้สองวิธีควบคู่กันไป เรื่องที่ตำรวจท่องเที่ยวตามก็ปล่อยให้เขาตามไป ส่งคนของเราเข้าไปในกลุ่มตำรวจท่องเที่ยวด้วย อีกทางจัดทีมออกตามหาอย่าได้ช้า นี่เรารอมาหลายเดือนแล้ว เธอจะต้องมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย ผู้หญิงต่างชาติเพียงคนเดียวไม่น่าจะเป็นเรื่องยากที่จะจัดการดูแล”  

                “คนของท่านพอจะรับไหวหรือไม่ ถ้าไม่ไหวแจ้งมาเราจะใช้คนของเราติดตามเอง” 

ฟังดูเหมือนชิลฮาวีต้องการช่วยเหลือแต่อิสมาเอลรู้ดีว่าการทำงานพลาดครั้งนี้เขาถูกลดความเชื่อถือจากชิลฮาวีเพื่อนรักลงไปมาก

                “คนของเราจัดการได้ เราจะรีบดำเนินการตามแผนทันที อีกเรื่องหนึ่งคณะสำรวจที่ขุดค้นเมืองโบราณตามที่ทางการสั่งเริ่มทำงานแล้ว ท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไป” อิสมาเอลหารือในข้อถัดมาทันทีโดยไม่ยอมเสียเวลา

                “คณะสำรวจนำโดยท่านอยู่แล้วไม่น่าจะต้องเป็นห่วง ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น เพียงแต่ท่านเฝ้าดูความคืบหน้าแล้วรายงานมาให้เราทราบเพื่อวางแผนต่อไปก็พอ” 

                “ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มดำเนินการตามแผนใหม่ ช่วงนี้เราจะสำรวจพื้นที่ในหุบเขาเซฮาเนส กลับเข้ามาเมื่อไหร่จะแวะมาดื่มกาแฟด้วยทันที” 

“ท่านจะเดินทางเมื่อไหร่”

“ทางการให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เช้าวันพรุ่งนี้ คงไปประมาณสัปดาห์หนึ่ง”

“ขอให้ท่านโชคดี” 

เป็นการกล่าวลาผู้มาเยือน อิสมาเอลลุกขึ้นส่งมือให้จับแล้วเดินออกจากห้องรับแขกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านหน้าคฤหาสน์

                จากนั้นรถประจำตำแหน่งของชิลฮาวีก็มาจอดเทียบรอรับเจ้าของคฤหาสน์เพื่อตรงไปยังทำเนียบรัฐบาล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี

การประชุมอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นเมื่อประธานคือนายกรัฐมาตรีมาถึง

“ขอเชิญท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุดชี้แจงรายละเอียด” 

พลเอกโมฮัมเหม็ด จามิลรา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าวรายงานหัวข้อการประชุมลับในวันนี้ทันที

“กระแสข่าวการขายความลับให้กับฝ่ายตรงข้ามของนายทหารหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง พันเอกโมฮัมเหม็ด ฟารุต อัชชิราน์ ทำให้ต้องเรียกประชุมลับในครั้งนี้ หลังการรับทราบข้อมูลเรายังไม่สามารถติดต่อพันเอกฟารุตได้เลยจนบัดนี้ แต่มีกระแสข่าวจากสายหนึ่งแจ้งมาว่าพันเอกฟารุตกำลังถูกตามล่าจากประเทศที่รับซื้อข่าว เป็นการหักหลัง” 

“กระแสข่าวเข้ามาได้อย่างไร แหล่งที่มาเชื่อถือได้หรือไม่” เป็นคำถามที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น

“กระแสข่าวเรื่องการขายข่าวจากการวิเคราะห์เห็นว่ามีความน่าเชื่อถือน้อยมาก แต่ประเด็นก็คือ พันเอกฟารุตได้หายไป และมีข่าวถูกไล่ล่าจากประเทศฝั่งตรงข้าม จึงต้องเข้ามาหารือในการประชุมด่วนในครั้งนี้” 

“มีท่านใดจะเสนอข้อคิดเห็น” 

“ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อการข่าววิเคราะห์ออกมาแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือน้อยมากและพันเอกฟารุตกำลังตกอยู่ในอันตราย เราควรหาทางให้ความช่วยเหลือเขาเพื่อให้เขามีโอกาสได้เข้ามาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์” พลตรีโมฮัมเหม็ด ชิลฮาวี เสนอความช่วยเหลือในที่ประชุม

การประชุมดำเนินต่อไปจนได้ข้อสรุปว่า พลตรีโมฮัมเหม็ด ชิลฮาวี ผู้บัญชาการหน่วยรบทะเลทรายจะเป็นผู้ออกติดตามให้ความช่วยเหลือพันเอกฟารุต เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง พลตรีโมฮัมเหม็ด ชิลฮาวี เดินออกจากที่ประชุมมาพร้อมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด สีหน้าของเขาดูหงุดหงิดเสียจนคนที่เดินข้างๆ ต้องเอ่ยปากถาม

                “ท่านมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าท่านผู้บัญชาการกองทัพ” 

                “ไม่มีอะไรครับท่าน เพียงแต่เป็นกังวลและห่วงใยพันเอกฟารุต กระผมจะให้ทหารของกระผมออกติดตามช่วยเหลือโดยด่วน ผิดหวังว่าคนที่เป็นถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองถูกตามล่าเสียเองนี่มันหยามน้ำหน้ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงชัดๆ เลย” 

                “ในส่วนตัวท่านคิดอย่างไร” ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชากล่าวเป็นเชิงสนทนาทั่วไป ดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบที่จริงจัง

                “กระผมคิดว่ามันน่าจะเกิดจากเรื่องการเมืองและความมั่นคง หน่วยข่าวกรองเป็นหน่วยงานที่สำคัญอย่างยิ่ง การจัดการกับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองจะทำให้การข่าวล่าช้าไปได้ระยะหนึ่ง ตามที่ได้เสนอไปแล้วนั่นแหละครับ” ชิลฮาวีอธิบายความให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รับทราบเพียงเท่านั้น

                “ตอนนี้พอทราบข่าวของพันเอกฟารุต บ้างหรือเปล่า” 

                “ยังไม่มีความคืบหน้าขอรับ การข่าวยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม”

                “แล้วเรื่องที่มีการยิงกันตายกลางทะเลทราย สรุปว่าเป็นพวกไหน” 

                “ตรวจสอบแล้วเป็นกลุ่มโจรทะเลทรายที่เข้ามาไล่ล่าศัตรูกันเอง เรายังไม่ทราบว่าศัตรูของพวกมันคือใคร แต่ไม่เกี่ยวกับพันเอกฟารุต” พลตรีโมฮัมเหม็ด ชิลฮาวีให้ข้อมูล การสนทนาสิ้นสุดลงเมื่อมีทหารเข้ามารายงานต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเชิญเข้าพบ

                “เชิญตามสบายครับท่าน ผมจะกลับไปที่ทำงาน มีงานด่วนที่ต้องสะสางอยู่หลายเรื่อง” 

ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง

                รถประจำตำแหน่งของชิลฮาวีหลุดออกจากย่านชุมชนมาจอดยังสวนสาธารณะแห่งหนึ่งนอกกรุง เขาสั่งพลขับให้กลับไปก่อน จะเรียกมารับภายหลัง

เมื่อรถประจำตำแหน่งลับตาไปแล้ว ชิลฮาวีเดินทอดน่องไปตามทางเดิน ถัดออกไปจากสวนสาธารณะมีประตูรั้วเตี้ยๆ ที่สามารถเปิดออกไปนอกสวน ชิลฮาวีเปิดมันออกและเดินไปตามทางที่ปูด้วยหินทราย ไม่กี่ร้อยเมตรก็ไปถึงตึกห้าชั้นที่สร้างเรียงรายกันหลายตึก เขาเดินลับหายไปในมุมหนึ่งของตึก เพียงไม่นานก็กลับออกมา แล้วเดินย้อนกลับมายังสวนสาธารณะก่อนที่จะโทรศัพท์เรียกพลขับให้กลับมารับแล้วเดินทางกลับคฤหาสน์ แล้วเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทำงานคนเดียวตลอดบ่าย

                รถยนต์คันเก่าของทหารรักษาพระองค์ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตำหนักไบจีรัลขององค์หญิงเรเนียค่อยๆ เคลื่อนตัวมาจอดบริเวณโรงจอดรถเช่นทุกวันที่ผ่านมา เพียงแต่ในวันนี้มีผู้โดยสารกิตติมศักดิ์สองคนที่อาศัยมาเพื่อเข้าเฝ้าองค์หญิงเรเนียเป็นการส่วนพระองค์ตามพระบัญชา

พันโทโมฮัมเหม็ด อารีย์ โกมาเรย์ หัวหน้าทหารราชองครักษ์ ผู้เป็นเพื่อนรักของ พันเอกโมฮัมเหม็ด ฟารุต อัชชิราน์ และนายทหารคนสนิท ถูกเรียกตัวอย่างลับๆ ให้เข้าเฝ้าองค์หญิง ณ ตำหนักแห่งนี้ การเดินทางเพื่อเข้าเฝ้าองค์หญิงในครั้งนี้รับสั่งให้เป็นความลับสุดยอด      ห้องนั่งเล่นเป็นห้องที่องค์หญิงเปิดรับแขกผู้มาเยือนตามคำเชิญ พันโทโมฮัมเหม็ด อารีย์ โกมาเรย์และทหารคนสนิทถูกพามานั่งรอเพียงไม่กี่นาทีองค์หญิงเรเนียก็เสด็จมาถึง

                “ถวายบังคมองค์หญิง” ทั้งสองลุกขึ้นทำความเคารพพร้อมกันอย่างสวยงามสมกับการเป็นทหารองครักษ์ที่ถูกฝึกมาอย่างดี ท่าทีที่สง่า มีระเบียบและพร้อมเพรียงทำให้องค์หญิงถึงกับเอ่ยปากชม

                “ยินดีต้อนรับท่านหัวหน้าราชองครักษ์ ท่านทั้งสองสง่างามและมีระเบียบเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับยิ่งนัก” 

                “ขอบพระทัยที่องค์หญิงทรงเมตตา” พันโทโมฮัมเหม็ด อารีย์ โกมาเรย์ กล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

                “เชิญนั่งตามสบาย อยู่ที่นี่เราไม่ถือยศถืออย่าง อย่าได้กังวลอะไรเลยนะ ดื่มน้ำชากับเราสักมื้อเรามีเรื่องที่จะหารือท่านทั้งสอง” 

ไม่รอฟังคำตอบเสียงปรบมือสองครั้งเรียกชายวัยกลางคนในชุดพื้นเมืองเต็มยศให้เข้ามาเสิร์ฟน้ำชาและขนมหวานเป็นของว่างยามบ่ายสำหรับแขก

                “องค์หญิงมีพระประสงค์จะให้กระหม่อมรับใช้เรื่องใดหรือขอรับ” พันโทโมฮัมเหม็ด อารีย์ โกมาเรย์ เริ่มการสนทนาก่อน

                “ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าทำไมพันเอกฟารุตจึงถูกตามฆ่า” องค์หญิงเริ่มการสนทนาในสิ่งที่ต้องการทันที

                “ยังไม่ทราบแน่ชัดขอรับกระหม่อม” 

                “ท่านทราบข้อเท็จจริงเพียงใด” 

                “กระหม่อมคงทราบพอๆ กับองค์หญิง แต่ถ้าถามว่าคิดอย่างไรกับข่าวที่ทราบมา กระหม่อมเชื่อมั่นว่าไม่เป็นจริงตามข่าวแน่นอน พันเอกฟารุตเป็นนายทหารรุ่นพี่ที่กระหม่อมให้ความรักและนับถือ และเชื่อใจท่านมาตลอด” อารีย์กล่าว

                “ในการทำงานทุกคนให้ความรักและไว้ใจท่านฟารุตมาก และในช่วงนี้เรื่องของความมั่นคงของประเทศเรานั้นแทบจะเรียกได้ว่า มั่นคงสูงสุด” 

                “ถ้าอย่างนั้นท่านเชื่อตามที่ที่ประชุมสรุปใช่หรือไม่” องค์หญิงรุกเพื่อเจาะข้อมูลอย่างรวดเร็ว

                “กระหม่อมมั่นใจอย่างนั้น เพียงแต่สงสัยว่าถ้าท่านฟารุตไม่ได้ขายข่าวตามที่กระหม่อมและการข่าวเชื่อมั่น พันเอกฟารุตก็ไม่น่าจะถูกตามล่าจากฝ่ายตรงข้าม ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าใครคือผู้ตามล่า” อารีย์ถวายความเห็นต่อ

                “นานแค่ไหนจึงจะได้ข้อมูลเพื่อช่วยเขาได้” 

                “กระหม่อมยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ขอรับ กระหม่อมพยายามติดต่อพันเอกโมฮัมเหม็ด ฟารุต เพื่อช่วยเหลืออยู่ แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับ ขณะนี้ยังคงให้การข่าวติดตามอยู่ขอรับกระหม่อม” 

                “แม้ว่าทางผู้บัญชาการหน่วยรบทะเลทรายจะอาสาติดตามช่วยเหลือพันเอกฟารุตแล้วก็ตาม แต่อย่าได้นิ่งนอนใจ เราอยากให้ท่านช่วยติดตามอีกแรงหนึ่ง คนอย่างฟารุตคงไม่พลาดท่าง่ายๆ เราคงต้องรอการติดต่อกลับมาของเขา เราฝากความหวังในการแก้ปัญหาครั้งนี้ไว้ที่ท่านนะอารีย์” 

                “กระหม่อมทราบ และจะปฏิบัติทุกอย่างตามพระบัญชาขอรับ” 

                “เราเองต้องขอขอบคุณที่ท่านรับปากเช่นนั้น เมื่อใดที่ได้ข่าวฟารุตช่วยบอกเราด้วย เราเป็นห่วงเขา สิ่งไหนที่จะช่วยเขาได้ อย่าได้ละเลย ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงขอให้บอกเรา สิ่งไหนที่เราช่วยได้เราจะช่วยทันที”  

พันโทอารีย์ โกมาเรย์ อยู่สนทนากับองค์หญิงเรเนียจนกระทั่งถึงเวลาเปลี่ยนเวรของทหารยามเขาจึงทูลลา แล้วกลับออกมาพร้อมกับรถของทหารใต้บังคับบัญชาคันเดิม





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สิปาง วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

ไม่ทันไรก็มีหนังสือออกวางขายแล้ว เขียนได้รวดเร็วจริงๆ ค่ะ ขอให้มียอดขายทะลุเป้านะคะ...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
บก.จิ๊บ วันที่ : 15/10/2009 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
http://www.oknation.net/blog/Rivin

สวัสดีค่ะ
ตอบคุณสิปาง ขอบคุณสำหรับการตอบคำถามแต่งต่อนะคะอย่าเพิ่งท้อ เป้นกำลังใจให้ค่ะ

คุณณัฐลดา ขอบคุณมากมายที่แวะมาทักทาย สบายดีนะคะ ยังระลึกถึงเสมอ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 15/10/2009 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ บ.ก.จิ๊บ
แว่บมาอ่านนิยาย
เห็นชื่อจำได้ เลยตามมาจากข่าวจากบล็อค ทู บุ๊คค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิปาง วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

ตอนนี้ ยังไม่ได้อ่าน แต่แบบปกสวยงามมากค่ะ มันทำให้มองเห็นภาพเรื่องราวได้ชัดเจนขึ้น แต่นางเอกดูหวานกว่าที่คิดค่ะ

แล้วจะหาเวลาอ่านอีกครั้งนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิปาง วันที่ : 09/10/2009 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plas

ขอตอบคำถามก่อนนะคะ

ตอนแรกก็เขียนโดยพละการค่ะ ก็คิดว่าแค่เขียนเล่นๆ ไม่น่าจะมีอะไรมาก ...ก็เอามาลงใน ok nation ได้ไม่กี่ตอนก็มีคนสนใจอ่านหลายคน มีพี่คนหนึ่งซึ่งเป็นคนใกล้ชิดคุณนิรุตติ์ เขามาขอนำเรื่องไปลงในนิรุตติ์แฟนคลับ ก็เป็นที่ฮือฮากันในหมู่คนรักนิรุตติ์ คุณนิรุตติ์ก็ทราบเรื่องนี้ และเคยพูดถึง นิยายเรื่องนี้ผ่านทางรายการวิทยุ 96.5 (คลื่นความคิด) บอกว่า “มีคนเขียนนิยายให้ ชื่อ รักสุดท้ายที่ไร่ทองจันท์ ดีใจที่อายุปูนนี้แล้วมีคนเขียนนิยายให้ตัวเองเป็นพระเอก” แต่หลังจากนั้นไม่นาน ดิฉันก็โดนโจมตีเรื่องพล็อตเรื่อง ดูเหมือนแฟนคลับคุณนิรุตติ์จะไม่พอใจที่ พระเอกในเรื่อง ดันไปชอบนางเอกที่อายุน้อยกว่า พูดง่าย ๆเขาอยากให้เนื้อเรื่องเป็นเหมือนชีวิตของคุณนิรุตติ์จริงๆ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ดิฉันเขียนต่อไปได้ไม่กี่ตอนก็มีหลายคนส่ง mail และด่าว่าผ่านหน้า www.nirut-fanclub.com ตอนนั้นจิตใจยังไม่เข็งพอ ดิฉันก็เลยเลิกเขียนไป แต่วันนึงก็ได้คุย กับพี่คนเดิม เขาถามว่าอยากจะเขียนนิยายต่อมั้ย ดิฉันก็เลยบอกเขาไปว่ายังอยากจะเขียนอยู่ เขาก็เลยบอกว่าเขาจะบอกคุณนิรุตติ์ให้ หลังจากนั้นก็ได้คำตอบว่า “คุณนิรุตติ์ยินดีให้เขียนเรื่อง รักสุดท้ายที่ไร่ทองจันท์ ต่อ” หลังจากนั้นก็เขียนมาเรื่อยๆ ตอนนี้ก็เลยไม่ค่อยสนใจแฟนคลับแล้ว เพราะยังไงเจ้าตัวเขาก็อนุญาตให้เราเขียนแล้ว ตอนนี้ดิฉันก็เลยต้องทำใจโดนด่าเป็นรายตอนไป ก็แปลกดีค่ะ บอกไม่ชอบแต่ก็อ่านทุกตอน

เรื่องมันก็เป็นมาอย่างนี้แหละค่ะ ก็ตั้งใจว่า จะเขียนให้จบ และถ้าจะมีการพิมพ์ก็จะทำหนังสือไปขออนุญาต
คุณนิรุตติ์อีกครั้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]