• บก.จิ๊บ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-03
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 88702
  • ส่ง msg :
  • โหวต 80 คน
บ้าน บก.จิ๊บ
การเดินทางของตัวอักษร
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Banjib
วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2552
Posted by บก.จิ๊บ , ผู้อ่าน : 1251 , 12:51:06 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทที่ 4

ตำรวจท่องเที่ยวและทีมแพทย์กำลังทำการชันสูตรพลิกศพชายในชุดพื้นเมืองที่ถูกฆ่าตาย ในทะเลทรายห่างจากเมืองเก่าชีรานเนียนเพียงเล็กน้อย สภาพศพบริเวณหน้าอกด้านซ้ายถูกของมีคมลักษณะโค้งแทงทะลุไปถึงด้านหลัง คณะนักกีฬาชาวไทยและเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยที่อยู่ในที่เกิดเหตุถึงกับสะอึกเมื่อเห็นสภาพศพ

“พี่รดาจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ เป็นห่วงพี่รดาจังเลย” สาวิตรีที่ยืนน้ำตาไหลอาบแก้มรำพึงรำพัน

“อย่าเพิ่งคิดอะไรไปก่อนเลยครับน้องสา บางทีอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่พวกเราคิดและกลัวกันก็ได้” ดิลกปลอบหญิงสาวเบาๆ  

“เราจะแจ้งไปทางเมืองไทยให้ญาติของคุณวฎิรดาทราบเบื้องต้นก่อน” เจ้าหน้าที่สถานทูตคนหนึ่งกล่าว แต่สมชาติกลับเป็นกังวลว่าคุณเดือนพักตร์จะเป็นอย่างไรถ้าทราบข่าวว่าลูกสาวคนเดียวของเธอหายตัวไปเช่นนี้

“ผมอยากขอคำปรึกษากับทางท่านทูตก่อนได้ไหมครับ เรื่องการแจ้งข่าว เพราะเท่าที่ทราบคุณรดามีแม่คนเดียวที่ดูแลอยู่ และถ้าคุณแม่ของเธอทราบข่าวกะทันหันเกรงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะท่านอยู่คนเดียว” 

เจ้าหน้าที่สถานทูตเห็นด้วยเรื่องการแจ้งข่าวไปยังเมืองไทย จึงยังต้องรอการปรึกษาหารือกันก่อน

 

หลังจากแยกย้ายกันเที่ยวชมเมืองเก่าชีรานเนียน จนถึงเวลานัดหมายวฎิรดาก็ยังไม่กลับมา สมชาติหัวหน้าทีมจึงแจ้งตำรวจท่องเที่ยวให้ช่วยตามหาตัว แต่กลับพบศพดังกล่าว จากการสอบปากคำพ่อค้าขายของที่ระลึก ทำให้ทราบเบาะแสว่า วฎิรดาเดินออกมากับชายคนที่กลายเป็นศพ ส่วนเธอนั้นกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ

 

เวิ้งทรายสีส้มอมชมพูที่ไกลสุดลูกหูลูกตาจนบรรจบกับเส้นขอบฟ้าสีฟ้าสดใส เป็นความงามที่ชวนให้ค้นหา ม้าตัวหนึ่งบรรทุกสองชีวิตควบฝ่าทะเลทรายมาด้วยความเร็ว เหมือนหนึ่งจะมุ่งหน้าไปให้ถึงเส้นขอบฟ้าที่ขวางอยู่เบื้องหน้า แขนข้างหนึ่งของพันเอกฟารุตกระหวัดรัดรอบเอวของหญิงสาวเอาไว้ อีกข้างหนึ่งจับสายบังเหียนกระตุกตลอดเวลาเป็นการส่งสัญญาณว่าให้วิ่งต่อไป

จนมาถึงหน้าผาสูงชัน ฟารุตจึงบังคับม้าให้ชะลอฝีเท้าลง แล้วหยุดอาศัยร่มเงาของภูผาบังแสงแดดที่ร้อนระอุ

เขาค่อยๆ ประคองหญิงสาวชาวไทยที่ยังไม่ได้สติลงจากหลังม้า ผ้าผืนใหญ่ที่ใช้โพกพันหน้าตาป้องกันเม็ดทรายถูกดึงออกมาสะบัดแล้วปูลงบนพื้นทรายด้วยมือข้างเดียวที่เหลืออยู่ จากนั้นจึงค่อยๆ วางเธอลงบนผ้า แขนทั้งสองข้างที่ถูกจับมัดไพล่หลังอยู่มีรอยเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เขาไม่มีเวลาแก้มัดให้หลังจากช่วยเธอให้พ้นอุ้งมือของไอ้วายร้ายคนนั้นมาได้ 

การหนีจากจุดเกิดเหตุให้เร็วและไกลที่สุดคือสิ่งจำเป็น มาถึงตรงนี้มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง ฟารุตจึงรีบแก้มัดแล้วหยิบเอากระติกน้ำจากเอว เปิดแล้วเทน้ำลงบนผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ค่อยๆ บรรจงเช็ดใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาวอย่างเบามือ

แม้สีหน้าจะซีด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงามของเธอลดลงไป ดวงตาที่หลับพริ้มมีขนตายาวเป็นแพ ชวนมองยิ่งนัก ริมฝีปากอวบอิ่ม แก้มนวล มีรอยฝ่ามือแดงเป็นปื้น เขาไล้นิ้วลงบนรอยแดงเบาๆ รู้สึกสงสารผู้หญิงตัวเล็กคนนี้จับใจ ไอ้โจรวายร้าย สมแล้วที่เขาส่งมันลงนรก มันป่าเถื่อนทำได้แม้แต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้

ฟารุตค่อยๆ ลูบผ้าไปทั่วใบหน้างาม ริมฝีปากที่ซีดเริ่มมีสีชมพูระเรื่อ ขนตาที่นิ่งสงบเริ่มขยับ ความเย็นของน้ำท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุทำให้เธอรู้สึกตัวได้เร็วขึ้น หญิงสาวเริ่มส่ายหน้าหนี เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นแล้วจ้องมองฟารุตนิ่งไปชั่วครู พอสติเริ่มกลับมาก็ผลุนผลันลุกขึ้นทันที แต่แล้วก็กลับเซถลาไม่เป็นท่าจนฟารุตต้องรีบคว้าตัวเอาไว้ก่อนที่จะล้มลงคลุกทราย

“รีบลุกทำไมเดี๋ยวก็หน้ามืดเป็นลมไปอีกรอบหรอก” เขาดุเธอเบาๆ นึกสงสารที่เพิ่งผ่านเรื่องร้ายมาหมาดๆ จึงไม่อยากซ้ำเติมด้วยเสียงที่ดุอีก

“ปล่อยฉันไปเถอะ อยากได้อะไรก็เอาไป ฉันให้” วฎิรดาพยายามผลักอกเขาเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขน

“จริงหรือ ผมอยากได้อะไรคุณก็ยอมหมดหรือ” ฟารุตถามกวนๆ นึกอยากแกล้งเธอขึ้นมา

“ใช่ เอาไปเลย เงินในกระเป๋ามีมากพอสมควร สร้อยแหวนที่ฉันมีฉันยกให้ อย่าทำร้ายฉันอีก” ฟารุตหยิบเป้ขึ้นมาล้วงลงไปหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กๆ ขึ้นมาเปิด

“เงินแค่นี้น่ะหรือที่บอกจะให้ผม” 

“ถ้านายอยากได้มากกว่านี้ นายก็พาฉันไปส่งที่พัก ฉันจะจ่ายนายเพิ่มอีกกี่เท่าก็ได้” 

“คุณคงรวยมากล่ะซิท่า” 

“ฉันไม่ได้ร่ำรวยอะไร แค่พอมีเท่านั้น ปล่อยฉันเสียทีซิ” มือสองข้างยังคงยันอกเขาไว้ไม่ให้หน้าอกของเธอแนบชิดหน้าอกของเขา

“แล้วถ้าผมอยากได้อย่างอื่นนอกจากเงินล่ะคุณจะยอมหรือไม่” ฟารุตแกล้งทำแววตากรุ้มกริ่ม

“อะไร นายอยากได้อะไรอีก ของก็มีเท่าที่นายเห็น” วฎิรดารู้ดีว่าโจรทะเลทรายคนนี้หมายถึงอะไร แต่เธอแกล้งไม่รู้และพยายามจะหาสิ่งจูงใจสิ่งอื่นมาล่อเพื่อเบนความสนใจ

“คุณไม่ใช่คนโง่ น่าจะพอรู้ว่าผมต้องการอะไร” เขาก้มหน้าลงมาเกือบชิดหน้าของเธอ วฎิรดา รีบเบนหน้าหนีเพื่อหลบจมูกแต่กลับพลาด แทนที่จะเป็นการหนีกลับกลายเป็นการยกแก้มข้างซ้ายไปถูกจมูกของฟารุต

“นี่คุณก็คงชอบเหมือนกันถึงขนาดส่งแก้มมาให้ผมจุมพิตเลยหรือนี่” เขายังแกล้งเธอไม่เลิก วฎิรดาอึกอักอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“ไม่นะฉันไม่ได้ตั้งใจ นายปล่อยฉันไปเถอะ เดี๋ยวเพื่อนนายอีกคนมามันคงฆ่าฉันแน่” วฎิรดารู้สึกสะท้านกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ไอ้นั่นมันลุกมาทำร้ายคุณแล้วไม่ได้แล้ว” 

“พวกนายจะไม่ทำร้ายฉันอีกใช่มั้ย” 

เขาส่ายหน้า แววตาที่แสดงความดีใจก่อนหน้านี้สลดวูบลงทันที

“ไม่มีใครทำร้ายคุณอีกแล้ว ไอ้นรกนั่นตายไปแล้ว” 

“ใครฆ่าเขา” 

“ผมเอง” 

วฎิรดาอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ชายร่างยักษ์ที่ใบหน้ารกไปด้วยหนวดเครา แววตาดุร้ายดูน่ากลัวขนาดนั้น เขาตายแล้วหรือ ขนาดชายคนนั้นยังถูกฆ่าตายได้ แล้วคนนี้ไม่ยิ่งดุร้ายกว่าคนที่ตายหรอกหรือ คิดแล้วหน้าของวฎิรดาก็กลับซีดลงอีก แววตาหวาดหวั่นฉายออกมาให้เห็น เธอสูดหายใจลึก เริ่มตั้งสติอีกครั้ง ครั้งนี้ถ้าไม่สามารถรอดเงื้อมมือโจรหน้าหล่อใจร้ายคนนี้ได้เธอคงต้องตายคามือเขาแน่

เขาปล่อยเธอเป็นอิสระ ดวงตาที่แฝงแววล้อเล่นหายไปสิ้น วงหน้าขรึมภายใต้ผ้าที่พันรอบจมูกเอาไว้เหลือเพียงดวงตาเท่านั้นที่เขาจำเป็นต้องปล่อยให้มันหลุดออกมาจากการปกปิด

“อย่ากังวลว่าผมจะฆ่าคุณเลย คุณคือคนที่มีบุญคุณกับชีวิตผม” 

“ฉันน่ะหรือ” เธอเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าเขา ความกล้ากลับเข้ามาสู่จิตใจของวฎิรดาอีกครั้ง เธอจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา ลืมความกลัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เสียสิ้น

“เราเคยเจอกัน ใช่แล้วนายคือคนที่ถูกตามฆ่า” เธอนิ่งมองหน้าเขาอย่างสำรวจ เขาพยักหน้าน้อยๆ

“แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทำไมฉันสับสนขนาดนี้” วฎิรดาพยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“ฉันถูกจี้แล้วบังคับให้เดินออกมาตามซอกหน้าผาเล็กๆ จนมาเจอทางออกที่ด้านหน้าเป็นทะเลทราย ชายคนนั้นหน้าตาน่ากลัวบังคับให้ฉันเดินเข้าไปในทะเลทราย เขาจับฉันมัด พอฉันขัดขืนเขาก็ตบฉัน แล้วฉันก็ตกใจจนสลบไป จากนั้น ฉันตื่นมาก็เจอนาย แล้วที่นี่มันคือที่ไหน” 

เมื่อทบทวนความจำได้เธอก็เริ่มตั้งคำถาม

“อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย ตอนนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง พร้อมจะเดินทางหรือยัง ผมกำลังพยายามติดต่อคนของผมให้รับคุณกลับไปส่ง แต่ผมมีข้อแม้ว่า คุณจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยทันที” 

“ทำไมต้องรีบกลับฉันยังไม่ได้แข่งขันเลย” 

“ไม่มีการแข่งขันอะไรของคุณอีกแล้ว” 

“การแข่งขันถูกยกเลิกเหรอ” วฎิรดาถามด้วยความสงสัย

“ใช่” เขาแกล้งปดเธอไป

“ดังนั้นคุณต้องกลับประเทศไทยทันที ผมจึงจะปล่อยคุณไป” 

“ทำไมฉันต้องกลับทันที ฉันมีภารกิจที่ต้องทำอีก” วฎิรดาคิดถึงเรื่องของพ่อขึ้นมาได้

“คุณรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นคนไทย” 

เขาไม่ตอบ แววตานิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วก็ลุกพรวดขึ้นคว้าแขนของเธอให้วิ่งตามไปที่ม้า วฎิรดาตกใจกับสิ่งที่เขาปฏิบัติอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว เขาจับบั้นเอวของเธอยกขึ้นนั่งบนหลังม้า แล้วก้มลงคว้าผ้าที่ใช้ปูให้เธอนอนก่อนจะกระโดดตามเธอขึ้นมา จัดแจงใช้ผ้าผืนนั้นพันศีรษะลงมาใต้คางให้เธอแล้วกระหวัดปลายไปรอบๆ คอก่อนจะจับชายผ้าสอดเข้าไปในเสื้อเพื่อป้องกันการปลิว แล้วกระทุ้งสีข้างม้าตัวเก่งให้พุงทะยานไปข้างหน้าทันที

“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงรีบร้อนอย่างนี้” วฎิรดาจับสายบังเหียนแน่น โน้มตัวลงนอนราบไปกับหลังม้าอย่างคนรู้เอาตัวรอด

“หันไปมองด้านหลังซิ” เขาสั่ง

วฎิรดาหันกลับไปมองด้านหลังทันที ม้าไม่ต่ำกว่าห้าตัววิ่งไล่หลังมาแต่ไกล ฝุ่นทรายปลิวเป็นทางยาวตามหลังกลุ่มม้าเหล่านั้นมา ยิ่งทำให้เห็นว่าพวกมันวิ่งมาด้วยความเร็วสูง

“เกาะหลังม้าเอาไว้ให้ดีปืนที่เคยให้ไว้ยังอยู่หรือไม่” 

“อยู่” 

“คอยฟังคำสั่งจากผม ถ้าพวกมันเข้ามาใกล้เราได้ เราต้องยิงมันก่อนที่มันจะยิงเรา คุณจัดการได้ใช่หรือไม่” เขาถามย้ำเพราะเคยเห็นฝีมือของเธอมาแล้ว

“ฉันจะลองดู”

“ไม่ใช่แค่ลองดู ต้องได้เท่านั้น” เสียงดุดันของเขาทำให้วฎิรดารู้สึกโกรธจี๊ดขึ้นมาทันที

“ได้” เธอตอบสั้นและห้วนอย่างไม่พอใจแต่ฟารุตไม่สนใจ เขาควบม้าวิ่งไปข้างหน้าแต่ใบหน้าหันกลับมาประเมินกำลังของผู้ติดตาม

“ผมจะชะลอม้า ไอ้คนหน้าจ้องปืนมาทางเราแล้วคุณเตรียมจัดการได้” สิ้นคำสั่งเขาหย่อนสายบังเหียน ม้าตัวเก่งรับรู้ว่าเจ้านายต้องการเช่นไร มันชะลอฝีเท้าลงทันที

“ยิง”

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

วฎิรดาปล่อยกระสุนออกไปจากรังเพลิงถึงห้านัด ได้ผลเกินคาด คนบนหลังม้าร่วงลงไปถึงสาม เหลืออีกสอง

เสียงปืนดังสวนกลับมา ทำให้เธอต้องหยุดยิงกอดคอม้าเอาไว้แน่น ฟารุตดึงบังเหียนให้ม้าวิ่งซิกแซกไปมาเพื่อหนีวิถีกระสุน เสียงปืนยังดังไล่หลังมาติดๆ

“เหลืออีกสองคุณจะเอามันอยู่หรือไม่” เขาถามอย่างท้าทาย

“ฉันมีลูกปืนเหลืออยู่สามลูก” 

“นั่นยิ่งต้องใช้ความแม่นยำให้มาก” เขาพูดแกมท้าทาย

“ฉันจะลองดู” 

“การยิงแบบที่นอนแนบกับหลังม้าจะถนัดสู้การหันหน้าไปยิงหรือไม่” เขาพูดลอยๆ

“ไม่เข้าใจ” 

“ถ้าหันไปเผชิญหน้ากับพวกมันแล้วแม่นกว่า คุณก็หันหน้าไปด้านหลังซิแขนข้างหนึ่งกอดผมเอาไว้จะได้บังกระสุนให้แล้วยิงลอดแขนผมไปจะได้เล็งให้แม่นๆ” เขาแนะนำ

วินาทีชีวิตเช่นนี้วฎิรดาไม่คิดอะไรแล้ว เธอทำตามคำแนะนำของเขาทันที เธอลุกขึ้นนั่งหันหน้าเข้าหาอกของฟารุต กอดเขาเอาไว้แล้วงอเข่าม้วนตัวกลับบนหลังม้าอย่างคนที่เคยชินกับม้าอยู่ไม่น้อย เมื่ออยู่ในท่าที่พร้อมเธอไม่รอให้เขาสั่ง ม้าที่ไล่หลังมาสองตัวเริ่มจี้ใกล้เข้ามา

ปังๆ!!

เสียงปืนสองนัดเป็นของฝ่ายรุกไล่ แต่ไม่ตรงเป้า วฎิรดาไม่รอให้ชุดที่สองออกมาจากลำกล้องของฝ่ายตรงข้าม เธอเล็งกระบอกปืนไปที่เป้าหมาย

ปัง!!

นัดแรกได้ผล

ปัง!!

นัดที่สองพลาดเป้า แต่ก็ไม่เลวนัก ม้าของฝ่ายตรงข้ามทรุดลงทันที ชายบนหลังม้ากระโดดลงมาคว้าม้าตัวที่เจ้าของเพิ่งถูกสอยลงก่อนหน้านี้มาแล้วกระโดดขึ้นบังคับให้มันวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

“กอดผมแน่นๆ ข้างหน้ามีเนินทราย ม้าอาจจะไถลล้มได้ ระวังตัวด้วย” 

วฎิรดาปฏิบัติตามทันที เธอโอบแขนไปรอบลำตัวของฟารุตแต่สายตายังจับจ้องไปที่ศัตรู

“ระวังมันจะยิงแล้ว”

ปังๆๆๆๆ

ไม่ทันสิ้นเสียงเตือน เสียงปืนจากผู้ล่าก็ดังขึ้น ครานี้ไม่พลาดเป้า ม้าของฟารุตถลาลงคลุกพื้นทราย

“ลงวิ่ง” ฟารุตสั่ง เขากระโดดลงจากหลังม้าก่อนที่มันจะล้มลง แต่ก็ไม่ลืมที่จะคว้าเอวของวฎิรดาให้หลุดตามมาด้วย ทั้งสองกลิ้งลงบนพื้นทรายที่ร้อนระอุ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

สนุก ตื่นเต้นดีค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]