• โมไนย-พจน์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : raveewin@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-10-11
  • จำนวนเรื่อง : 234
  • จำนวนผู้ชม : 434776
  • ส่ง msg :
  • โหวต 21 คน
ท้องถิ่น ศาสนา การศึกษา และการเรียนรู้
ท้องถิ่นของเรา ศาสนาของเรา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Bansuan
วันพุธ ที่ 28 พฤศจิกายน 2555
Posted by โมไนย-พจน์ , ผู้อ่าน : 11896 , 08:09:39 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน hayyana , BlueHill โหวตเรื่องนี้

 

          เมื่อวันที่ 27 พ.ย.55ได้มีโอกาสไปยังศูนย์ ประติมากรรมกรุงเทพ ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้หาข้อมูลทางสื่อออนไลน์ ให้ได้ความ ถึงแห่งหนและที่ตั้ง จนชัดเจนแล้ว เรียกว่ารอเวลาและสบโอกาสจะไป  จนกระทั่งมีสหาย จากแดนไกลมา แล้วบอกว่าอยากไปหาเสพบรรยากาศ จึงนึกถึงสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง และประสงค์จะไป จึงสำรวจเส้นทางและที่ตั้งว่าตั้งอยู่ที่ ถนนนวลจันทร์  ใกล้ ๆ กับ สถานีตำรวจ โคกคราม  ในเวลาบ่ายโมง จึงได้หาแทกซี่ พร้อมผู้ร่วมเดินทาง บอกแทกซี่ว่า สน.โคกคราม เพราะด้วยความไม่รู้ จึงจับจุดเป็นสถานที่ราชการเป็นเบื้องต้น

           สำหรับที่ตั้งของ

          ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ คือ   ตั้งอยู่เลขที่ 4/18-19 หมู่ 11 ถนนนวลจันทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240 สามารถเข้าทางถนนรามอินทรา (ซอยรามอินทรา 40) เมื่อถึงถนนนวลจันทร์ เข้าซอยนวลจันทร์ 56 หรือจากถนนนวมินทร์เข้าซอยสิงหเสนี 2 ก็ได้ [ข้อมูลเพิ่มเติมศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ]

         เมื่อไปถึงก็หาไม่ยาก เพราะสถานที่ถูกออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ ที่สังเกตได้ง่าย ดังภาพ ที่ด้านหน้าเขียนไว้ว่า Bangkok Sculture Center หรือในชื่อภาษาไทยว่า ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ และอีกภาคส่วนหนึ่งก็เป็น PM CENTER CAMPANY LIMITED ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้เช่า หรือจัดงานทางด้านแสง สี เสียง อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่ออกแบบไว้คนละส่วนอย่างชัดเจน เรียกง่าย ๆ ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นทั้งบริษัทที่ประกอบอาชีพ และศูนย์แสดงงานศิลปะแนวประติมากรรม

          จากข้อมูลของสื่อออนไลน์ของศูนย์ประติมากรรมเองให้ข้อมูลว่า

         "ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพเป็นองค์กรส่งเสริมด้านศิลปะของเอกชน ดำเนินการในรูปขององค์กรแบบไม่หวังผลประโยชน์ทางการเงิน บริหารและเป็นเจ้าของโดย นายเสริมคุณ คุณาวงค์

           ศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพอยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปะเพื่อสังคมของ CMO Group ได้รับการสนับสนุนพื้นที่สำนักงานจาก บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ จำกัด (มหาชน) ส่วนพื้นที่จัดแสดงไดัรับการสนับสนุนจาก บริษัท พีเอ็ม เซ็นเตอร์ จำกัด ตั้งอยู่บน ถ.รามอินทรา (เนื้อที่ 4 ไร่) พื้นที่ใช้สอยรวม 4,000 ตร.ม. เป็นที่เก็บและจัดแสดงประติมากรรมไทย โดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำหรับนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้รักในศิลปะทั่วไป โดยการดำเนินงานของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ เป็นการทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาล และเอกชนทั้งในและต่างประเทศ"

          สำหรับการจัดหอศิลป์ของเจ้าของคือ คุณเสริม คุณาวงศ์ ต้องเรียกว่าทำด้วยความชอบเป็นส่วนตัว เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นหลัก เรียกว่าต้องขอชื่นชมไว้ด้วยใจ

         การเดินทางมาของเรามาเพื่อเสพย์งานศิลป์

         จึงมุ่งเข้าไปยังส่วนงานศิลป์

ด้านหน้าของหอศิลป์ประติมากรรมกรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจโคกครามไม่กี่ร้อยเมตร

เดินเข้าไปจะเห็นอาคารที่จัดแสดงงานศิลปะประติมากรรม ที่พวกเรากำลังมุ่งเดินทางมา

ด่านแรกของงานศิลป์ที่เห็นจะเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ถูกจัดแสดงไว้ด้านหน้าเช่น รูปสิงห์ เป็นต้น

งานประติมากรรมที่ตั้งโชว์อยู่ด้านหน้า ผลงานของ อิทธิ คงคากุล ในชื่อ "สัมพันธ์ที่ยั่งยืน" ผลงานขยาย ปี 2546
Itthi Khongkhakul  , The Three Campanions , 2003 / 41X61X53 Cm.

ผลงานของศิลปินแห่งชาติ กมล ทัศนาญชลี  ชื่องาน Artist's Colours ผลงานขยาย 2546
Kamol  Tassananchalee / Artist's Colours / 1982/ Copper/42X42X80 Cm.  Enlargment 2003

ฉายนภา  เลปาจารย์ "คลื่นและลม" Chainapa Lepajarn "Wind & Wave" 1996 / Bronze / 236 X 110 X 108 cm.

ช่วง มูลพินิจ ชื่อชิ้นงาน "สิงห์โต" Chuang Moolpinit , The Lion  / 1995 / Bronze 130X320X180 Cm

วิชัย สิทธิรัตน์ "Stop" ผลงานขยาย 2547  Vichai  Sithirathn / sTop / 2002 / Bronze / 400 Cm./ Enlargment 2004

ชิ้นงานของ นฤทธ์ธรณ์  เศรษฐ์คุณารัตน์ ชื่องาน "ณ..ที่นี่..เวลานั้น"
Narutthom Sedkhunarat / Down Memmory lane"/2000 / Fiberglass /105 X 197 X 50 Cm.

 

         เฉพาะบรรยากาศด้านนอกของผู้ชอบเสพงานศิลป์แนวประติมากรรม ก็ให้อลังการ งานสร้างของศิลปินมีชื่อกันอย่างล้นหลาม เรียกว่าเดินเข้าไปก็ให้ตื่นตาตื่นใจ กับงาน เข้าไปด้านไหน พบเค้าเตอร์ประชาสัมพันธ์ ที่มีแผ่นพับให้คำแนะนำกับชิ้นงานที่จัดแสดง ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่า "รอ" ก่อนค่ะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งท่านมาพาเดินชม เพราะแนะนำิชิ้นงาน นึกชมในใจ ว่าเจ้าของจัดสร้างด้วยความชอบส่วนตัว แถมจัดระบบดีน่าประทับใจ

           ยืนรอสักพักก็มีคนมาพาเราชมด้านใน ค่อย ๆ ต่ายระดับกับอาคารที่ถูกออกแบบมาเป็นทั้งหอศิลป์ และโรงงานอยู่ในตัวเอง แต่เมื่อดูแล้วอย่างไรก็เป็นศิลป์อยู่นั่นเอง

           เมื่อขึ้นไปด้านบนชิ้นงานที่ต้องผ่านตาและเห็นเป็นลำดับต่อมาคือ 

งานของมาณพ  สุวรรณปิณฑะ ในชื่อ "พาหนะ" Manop Suwanpinta "The Vihecles" / 2002 / Fiberglass / Life Size
ผู้บรรยายให้ความหมายว่าคนที่จะถูกคนชักพาได้ง่าย
ดึงลากไปทางไหนก็ไป มีล้อ และห่วงที่หัว พร้อมจะถูกลาไปได้ตลอดเวลา

 

 งานของมาณพ  สุวรรณปิณฑะ ในชื่อ "รูปคนในภูมิทัศน์
" Manop Suwanpinta "The Fingure in Landscape" / 2002 / Bronze / Life Size

          เมื่อเดินขึ้นไปยังชั้น 2 จะพบงานของอาจารย์ เขียน ยิ้มสิริ  . ศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เท่าที่ฟังจากผู้นำพาชมให้ข้อมูลว่าศูนย์แห่งนี้ได้สะสมงานของอาจารย์เขียน ไว้เกือบทั้งหมด โดยเป็นทั้งชิ้นงานที่มีเป็นต้นฉบับ กับทำจำลองขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ เพราะมีนักเรียนและผู้มาเยี่ยมชมเป็นคณะจำนวนมาก และเป็นทั้งศูนย์อนุรักษ์งานเก่าของครูอาจารย์ด้วย

            อาจารย์เขียน ยิ้มศิริ  เป็น นักประติมากร ที่สร้างผลงานในลักษณะตรงตามอุดมคติ แนวไทยประเพณี สิ่งที่นำมาแสดงออกคือ การใช้เส้นที่ดูอ่อนช้อย ประสานกับจังหวะท่าทาง ในเชิงองค์ประกอบศิลป์ ชีวิตการทำงาน นอกเหนือจากรับราชการเป็นอาจารย์ สอนในมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้ว ยังมีตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายบริหารต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยและหน่วยราชการจากภายนอก งานเขียนบทความทางศิลปะ งานแปล และเรียบเรียงตำราหลายเล่ม เขียน ได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ "ขลุ่ยทิพย์" "ดินแดนแห่งความยิ้มแย้ม" ได้รับรางวัลที่ ๑ เหรียญทอง และผลงานที่ชื่อ "แม่กับลูก" "เริงระบำ" ได้รับรางวัลที่ ๒ ในการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ

 

 

งานของ ปัญญา วิจินธนสาร ในชื่อ "พุทธิปัญญา"
/ Panya Vijinthanasarn "Wisdom of Silence" / 2003 / Bronze / 195 X 163 Cm.

.........

          ถัดออกไปจากโซนของงานอาจารย์เขียน จะเป็นระเบียง ที่จัดแสดง มีการจัดพื้นที่รับกันระหว่างน้ำกับงานประติมากรรมชิ้นอื่นๆ เช่น ชิ้นงานอนัตตา

มีสะพานทอดทางน้ำ เพื่อเชื่อมไปยังจุดต่อไปในงานชมประติมากรรม

ผลงานแม่ลูก ของอาจารย์เขียน ยิ้มสิริ

           เมื่อชมในสวนระเบียงเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปยังส่วนต่อ  ที่เรียกว่างานประติมากรรมยุคแรก ที่ถูกจัดแสดงเป็นสัดส่วน มีระบบนิรภัย เป็นมั่นเหมาะ เพราะงานชิ้นต่อไปจะเป็นพระพุทธรูป ทั้งทองคำ สัมฤทธิ์  ของเก่าแท้ และจริง

 

ภานในห้องจุดแสดงอีกส่วนหนึ่งที่มีระบบ ป้องกันภัยอย่างแน่นหนา อาจจะด้วยเหตุผลของความเก่าของพระวัตถุโบราณ และราคากระมังแต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้มาสันทัศนาด้วย ดูจากพระคงไม่ต้องบอกว่า "ประเมินค่ามิได้"

พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19-20
A Sukhothai-style Buddha Image in The Attitude of Subduing Mara [Bhumisparsa Mudra] Circa. 14 th-15 th Century A.D.

Buddhist Era
"พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนาแบบเชียงแสนสิงห์สอง "
ราวพุทธศตวรรษที่ 21 21 x 40 ซม.

Buddhist Era
"A Buddha Image in the Attitude of Subduing Mara in Lanna Style, Chiang Saen Singha Two "
circa. 16th Century A.D 21 x 40 cm.

พระพุทธรูปทรงเครื่องแสดงปางประทานอภัยทั้ง สองพระหัตถ์หรือปางห้ามสมุทร ศิลปะลพบุรี (ร่วมสมัยศิลปะนครวัตของเขมร) รวมพุทธศตวรรษที่ 17

Abhaya Mudra
"A Lopburi-style Ornamented Buddha Image Standing in the Pacifying the Ocean"
circa. 12th Century A.D 7 x 33 cm.

Subduing Bakabrahma
"ประทับนั่งปางโปรดพกาพรหม ศิลปะรัตนโกสินทร์"
ราวพุทธศตวรรษที่ 23-24 12.5 x 34.5 ซม.

           ส่วนต่อไปที่่ออกจากห้องพระพุทธรูปแล้ว คืองานศิลป์ทั้งในส่วนเหมือนจริง (Realisitcs) และแนวจินตนาการ นามธรรม (Abstract) ที่จัดแสดงไว้ในอีกส่วนหนึ่งโดยมีจุดเชื่อมถึงกันทั้งหมด เป็นชั้นลอย ที่ชั้นล่างสุดเป็นที่เก็บเครื่องแสงสีเสียงของบริษัท ในส่วนชั้นลอยกระทำเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลป์

ผลงานของ เซซาเร ฟันตาคิโอติ  Cesare Fantacchiotti
รูปเหมือน "รัชกาลที่ 5""King Rama 5"
2444 / สำริด / เท่าจริง/ 1901 / Bronze / Life size

ผลงานของ ศิลป์ พีระศรี Silpa Bhirasri
รูปเหมือนของ"กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์" /"Prince Narisranuwattiwongse"
2466 / สำริด / เท่าจริง  - 1923 / Bronze / Life size

ผลงานของ สนั่น ศิลากรณ์ Sanan Silakorn
รูปเหมือนของ "ศิลป์ พีระศรี" "Portrait of Professor Silpa Bhirasri"
2507 / สำริด / 44 x 26 x 30 ซม.- 1964 / Bronze / 44 x 26 x 30 cm.

เสียงขลุ่ยทิพย์ / เขียน ยิ้มสิริ

 

จักรพรรณ  โปษยกฤษ ผลงาน "เจ้าเงาะ"

Chakrabhand Posayakrit et al
"Chao Ngo and the Buffalo Raiser A Scene from Sung Thong (Classical Thai literature)"
1991 / Bronze

 

 

นนทิววรรธ์  จันทผลิน  ชื่องาน "ขณิกสมาธิ-อุปจารสมาธิ-อัปปนาสมาธิ"

Nonthivathn Chandhanaphalin
"Meditation" 2003 / Bronze / 87 cm.

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ชื่่องาน "เต่าทิพย์" (อายุยืน)

Chalermchai Kositpipat  "The Divine Turtle"
2004 / Stucco Work with Glass Inlay / 100 x 94 x 130 cm.

 งานของศิลปินแห่งชาติ กมล ทัศนาญชลี

Kamol Tassananchalee  "Artist's Colours "
1982 / Copper / 42 x 42 x 80 cm.

          เมื่อพวกเราดูจนอิ่มเอมพร้อมกับการบริการให้คำแนะนำที่ ดีของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ ที่เรียกว่าชนิดประทับใจ เราก็เดินย้อนกลับทางเก่าในทางที่เราเข้าไปในตอนแรก และไม่ลืมที่จะกล่าวคำขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าของสถานที่ รวมทั้งความมุ่งมั่นของผู้เป็นเจ้าของ ริเริ่มให้เกิดสิ่งที่มีคุณค่า และมีประโยชน์ต่อสังคม ส่วนรวม และประเทศชาติ เรียกว่าอวดชาวบ้านชาวเมืองได้ไม่แพ้ประเทศใดกระมัง ขอบอก

          เมื่อไปพบความงดงาม และเป็นครั้งแรกก็ให้ประทับใจ จึงต้องนำมาบอกกล่าว แบ่งปัน บอกต่อ เพื่อเป็น "แผนที่" ให้กับคนที่สนใจ ชอบและอยากไป ไปสะดวกไม่ไกล เดินทางได้ตลอด แต่ขั้นแรกติดตามข้อมูลทางสื่อออนไลน์ [http://www.bangkoksculpturecenter.org/index.php] พร้อมโทรถาม หมายเลข (66)2559 0505 Ext 581,180 ถ้าไป ก็ให้จับ สน.โคกครามเป็นเบื้องต้น แล้วต่อไปอีกเล็กน้อย ก็จะพบสถานที่ที่เป็น "ศิลป์" แห่งนี้

            แล้วอย่าลืมไปชมอุดหนุนกัน "ฟรี" ไม่คิดตัง แค่เราไปเยี่ยมเยียน ผู้จัดทำสร้างก็คงดีใจอย่างล้นเหลือแล้วครับ

            ดังประโยคทองของ "สมชาย" แห่ง "เสถียรธรรมสถานที่ว่า "แขกมา เหมือนเทวดามาเยือน" กระมัง [เพราะเสร็จจากที่นี่พวกเราไปเสถียรธรรมสถานต่อจร้า....]





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 29/11/2012 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

รัฐไม่ค่อยทำ เอกชนทำเอง
คุณเสริมคุณนี่เคยเห็นหนังสือพิมพ์ลงว่าเป็นเจ้าพ่องานอีเวนท์ด้วย แต่น่าชื่นชมที่รู้จักคุณค่างานศิลปะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]