*/
  • Bhirisa_ภิริสา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-07
  • จำนวนเรื่อง : 139
  • จำนวนผู้ชม : 351112
  • จำนวนผู้โหวต : 420
  • ส่ง msg :
  • โหวต 420 คน
ฺลมหายใจ

You're my everything.

View All
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน 2554
Posted by Bhirisa_ภิริสา , ผู้อ่าน : 4294 , 12:10:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน พันธุ์สังหยด , woody505 และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

พิ่งได้รับ Forward Mail มา...อ่านแล้วต้องคิดให้จงหนักค่ะ...
เจ้าของบัานเลือกแล้วและไม่เป็นกลางด้วยค่ะ...
แต่คุณ ๆ อ่านแล้วตัดสินอย่างไรตัดสินใจกันเองเลยค่ะ...ฝากสำหรับบางคนที่ยังลังเลอยู่...ใกล้วันหมาหอนมาแล้ว...รีบ ๆ ตัดสินใจกันหน่อยนะคะ....:)

...

คนส่งไม่ได้ระบุที่มา....เราคิดเหมือนกันเลย...ไม่มีอะไรดีที่สุด มีแต่ดีที่สุดในสถานการณ์หนึ่ง ๆ

ต้องดู ต้องฟัง แล้วคิด แต่ไม่ต้องตัดสินถ้าไม่จำเป็น ดูไปเรื่อย ๆ ฟังไปเรื่อย ๆ คิดไปเรื่อย ๆ

คนเลวและคนดีก็ไม่ได้เลวหรือดีตลอดชาติโดยเฉพาะนักการเมือง

ทำไม่ต้องเชื่อมั่น (ว่าพวกหนึ่งเลว พวกหนึ่งดี) กันจนไม่ลืมหูลืมตาด้วยเล่า

คนบางคนก็เคยดี คนบางคนก็เคยเลว

...

ตอนนี้สถานการณ์ที่เราต้องตัดสินใจมาถึงแล้วค่ะ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

เพราะ...พวกเราเป็นส่วนหนึ่งในบ้านเมืองนี้

หลังจากนี้ก็ทำหน้าที่เฝ้าดูต่อไปเพื่อเป็นการตรวจสอบ

ไม่ว่าจะเป็นพวกที่เราเลือกหรือพวกที่เราไม่ได้เลือก

 

No Vote ก็เหมือนนั่งเอาเท้าราน้ำ อยู่บนเรือลำเดียวกัน ไม่ยอมให้คนอื่นหันหัวเรือไปทางที่เขาเลือกกันแต่ก็ไม่บอกว่าจะให้หันไปทางไหน

คุณเห็นด้วยหรือไม่?? 

ถามกันตรงๆ คนที่เป็น "พลังเงียบ" ที่มีอยู่ตอนนี้ จะทำอย่างไรดี กับสภาพการเมืองที่น่าเบื่อของประเทศไทยขนาดนี้ เลือกไม่ถูกจริง ๆ ซึ่งทั้งหมดที่ลงเลือกตั้งก็คือคนไทยทั้งหมด   ขนาดผมเป็นคนที่ติดตามการเมืองทุกวัน ยังต้องรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนในการเลือกครั้งนี้เลยครับ เพราะว่า น่าสังเวช!!!!!!   กับนักการเมืองไทยจริง ๆ ดีแต่พูด ดีแต่ผลประโยชน์ใส่ตัว ดีแต่ประโยชน์พวกพ้อง แต่ก็ต้องจำทน ที่จะต้องไปทำหน้าที่.... “เลือก”

จำเป็นต้อง “เลือก” ระหว่าง 

พรรคที่ทำงานช้า และน่าเบื่อ....VS...พรรคทำงานเลว แต่น่ากลัว

พรรคที่ดีแต่พูด น่าหมั่นใส่.....VS......พรรคที่ดีแต่ทำ แต่เพื่อประโยชน์ ตัวเอง

พรรคที่เอาคนหัวโบราณ เอาพวกพ้อง มาทำงาน....VS...กับพรรคที่ร่วมคนเผาเมือง มาร่วมงาน

พรรคที่เป็น ระบบเจ้าขุนมูลนาย อนุรักษ์นิยม....VS....พรรคทีคนสั่งการคนเดียว วัตถุนิยม

พรรคที่ทำงานเพื่อคนกลุ่มใหญ่ ......VS.....กับพรรคที่ทำงานเพื่อคนกลุ่มเดียว

พรรคที่เอาภาพ ผู้นำซื่อสัตย์ขาย (แต่คนอื่นก็โกง)...VS...กับพรรคที่เอาผู้นำร่างตัวแทน มา ขาย (แต่เอาผลประโยชน์เข้าตระกูล)

พรรคที่ดีแต่กู้มาเพื่อสร้าง(โกงด้วย).....VS.... พรรคที่ดีแต่กู้   มาเพื่อกลุ่มทุน พวกตัวเอง

พรรคที่ยึด กติกา.......VS.......กับพรรคที่ยึดกติกู

พรรคที่ทำงานแล้วไม่ได้ ดั่งใจ....VS.... พรรคที่ทำงานเอาแต่ใจ

พรรคที่ทำงานเชื่อง ช้า เช้าชามเย็นชาม แบบราชการ....VS....กับพรรคที่ทำงานจี้งาน หากไม่สนองคำสั่งก็สั่งย้าย

พรรคที่ขี้กลัว ทำงานตามคำรายงานของ ลูกน้อง ทำตัวเป็นเทวดาไม่ติดดิน .....VS...กับพรรคที่กล้าได้กล้าเสีย 

ใครทำตามคำสั่ง ผลตอบแทนเต็มที่

พรรคที่เอาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข.......VS.....พรรคที่ ปกครองระบบประชาธิปไตย 

แต่เอาสถาบันกษัตริย์ เป็นเพียงสัญลักษณ์และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

...มีอีกหลายอย่างที่เป็นเหตุผล ที่ต้องทำให้จำเป็นต้อง “เลือก” ...เพราะความจำเป็น...

ผมขอเชิญชวนให้ทุกท่าน " พลังเงียบ"  ออกไปเลือกตั้งเถิดครับ ออกไปกา " ๐๑ หรือ ๑๐"  

“เลือกเพียงสองพรรค”  เกลียด "ประชาธิปัตย์" ก็เลือก "เพื่อไทย" ไม่ชอบ " เพื่อไทย ก็เลือก ประชาธิปัตย์"

อย่าไปสนใจเลือกพรรคอื่นให้เสียเวลาและมาเป็นเงือนไข ให้สองพรรคนี้ต้องทำงานลำบากเลยครับ   ให้สองพรรคนี้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียวไปเลยครับ อย่าไปสนใจพรรคเล็กพรรคน้อยเพราะพรรคเหล่านั้น คือ กลุ่มผลประโยชน์ที่ไว้ต่อรองผลประโยชน์ของตัวเอง เท่านั้น   ให้สองพรรคนี้ได้ทำงาน ตามแบบฉบับของตัวเองอย่างเต็มที่

การเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนคิดว่าเป็น “จุดเปลี่ยน” ประเทศไทย

แต่ผมกลับมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงคือ “จุดผ่าน” ทางการเมืองประเทศไทยเท่านั้น 

จุดเปลี่ยนประเทศไทย

จะอยู่ที่การ “เลือกตั้งครั้งต่อไปอีกไม่เกินสองปีข้างหน้า”

ออกไปเลือกเถิดครับเพื่ออนาคตของทุกท่านเพราะ การเมือง คือ ปากท้องและอนาคตของเราทุกคนจริงจริง

จะเลือก ผู้หญิง หรือ จะเอา ผู้ชาย เป็นนายกฯ   หญิงชายสิทธิ์เท่าเทียมกัน

จะเลือก เด็กที่...ขี้กลัว...ลังเล หรือเอา ทารกที่รอฟังคำสั่ง เป็นนายกฯ  

จะเลือก “อภิสิทธิ์” ซึ่งจะมีพวกเคี้ยวลากดิน ข้างหลังคอยจะตามมาขี่คอ

หรือจะเลือก   “ยิ่งลักษณ์” (เงาทักษิณ)   ซึ่งจะมี คนเผากรุง และอันธพาล ตามมาขี่ประเทศไทย

ออกไปเลือกเถิดครับ ไม่ เพื่อไทย ก็ ประชาธิปัตย์ เท่านั้น

แล้วพัฒนาการประชาธิปไตยของประเทศไทยจะดีขึ้นเอง

๔ ก.ค. ๕๔   เราจะรู้เองว่า คนส่วนใหญ่ ของประเทศไทย เข้าใจการเมือง ประเทศไทย มากน้อยแค่ไหน                   

ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ฯ                                                      

๒๒ /๐๕/๒๕๕๔

(เจ้าของบ้านขอขอบคุณ FW Mail จากพี่ดินมาก ๆ อ่านแล้ว เีขียนความเห็นตัวเองไม่ออกเพราะช่างเห็นคล้าย ๆ กันมาก...ยิ่งอ่านยิ่งปลงกับประเทศนี้จริง ๆ แต่ก็จำเป็นต้องทำหน้าที่พลเมืองที่ดีค่ะ)

๓ กรกฏาคม ๒๕๕๔ ไปเลือก “ คนและพรรคที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง” เข้ามาปกครองบ้านเมือง...กันดีกว่าค่ะ

ด้วยรักและคิดถึงเสมอ

ภิริสา

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
ไอลี่ วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ilyy
เรื่องเล่าของฉันสีน้ำ

คิดหนัก

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
khunphai วันที่ : 22/09/2011 เวลา : 06.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

อรุณสวัสดิ์คะคุณแตน
แวะมาัทักทาย

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 13/09/2011 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

อืม

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
vii๖ วันที่ : 13/08/2011 เวลา : 13.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

โอ้โห มารวดเร็วมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ
หวังว่าจะได้รวมเล่มสัำกครั้งหนึ่งเหมือนกัน แต่ยากน่าดู... หงึ๋ยๆๆ

คุณเป็นยังไงบ้างค่ะ ไปเที่ยวไหนมา
แล้วเมื่อไรจะอัพบล๊อกอีกค่ัะ
การเมืองเปลี่ยนโฉมแว้ว ฮี่ๆ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
วิตามินบี วันที่ : 10/07/2011 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


บีเลือกไปแล้วค่ะ
แต่ไม่ใช่เลือกเพราะเหตุผลตามอีเมลว่า
บีเลือกเพราะต้องการให้คนดีมาปกครองประเทศค่ะ
เลือกอย่างเชื่อมั่น ว่ามองคนเป็น
แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาตรงข้ามก็ตาม

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
cozy วันที่ : 04/07/2011 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kakalot
I agreed that what really matters is what you like, not what you are like... Books, records, films -- these things matter. Call me shallow but it's the fuckin' truth - High Fidelity

ผลออกมาแล้วครับ ...

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/07/2011 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

แวะมาแนะนำเอ็นทรี่สร้างสรรค์ครับ

ของครูทิพย์
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2011/07/03/entry-1

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
vii๖ วันที่ : 30/06/2011 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

ว่าจะไปวาดรูปเล่นแล้วเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ครับเราต้องเลือก สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองตามบทความของคุณ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ศุภฤกษ์ วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

หลังเลือกตั้งงานของประชาชนก็ยังไม่จบ
ใครชนะ เราทุกคนก็ต้องหมั่นตรวจสอบ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ธนเดชจตุคามฯ วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanadech
.."ปัญญาสมาธิ..ย่อมพึงมีอยู่ในตน..ของเหล่าบัณฑิตชนเสมอ?"..

เลือกใครก็ได้ ขอให้ไปเลือกกันเถอะครับ


ความคิดเห็นที่ 30 (0)
plaing_piu วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaingpiu

วิญญาณเสรีให้นัยคิด
จะถุกผิดคิดพ้องต่างต้องว่า
ความเป็นคนเห็นอยู่รู้มรรคา
พระเจ้ากำเนิดข้ามาเสรี



ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ยินดีค่ะ ทนายเบิ้ม

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
JohnWay008 วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/way008
ผู้เขียน: toilet politics การเมืองเรื่องโถส้วม และ the other side of me

ไม่ขอออกความเห็นใด(เพราะมีเยอะแล้ว)

แต่ขอบอกว่าหน้า ทักษิณ มันเหลี่ยมจริงๆ


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ทนายเบิ้ม วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hardcorelawyer

ในฐานะนักกฎหมาย ผมรับไม่ได้ กับการที่กฎหมายกำลังจะถูกปูยี่ปู้ยำ และผมก็ชอบบทของนาถยา จากเรื่อง"ข้างหลังภาพ"ด้วย ต้อง 10 ครับ ขอแชร์นะครับ ประโยชน์มากเลย เอ็นทรี่นี้ ความคิดหลากหลาย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ChaiManU วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ความคิดเห็นที่ 25 noommanopnoi
โหวดโน...แล้วได้อะไร

คุณคิดว่าส่วนตัวคุณได้อะไรก็ทำไปเถอะครับ แต่ผมบอกได้เลยว่า สังคมไม่ได้อะไรจากการโหวตโนบ้าบอของพวกคุณ
เอาเถอะ มันเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของพวกคุณ ผมคงจะไปก้าวก่ายอะไรไม่ได้ เพียงแค่รู้สึก สังเวชและสมเพชอยู่ในใจ ในความเห็นแก่ตัว สนองความใครให้ตนเองของพวกคุณ จนลืมไปว่า สิทธิ์ส่วนตัวของพวกคุณนั้น มันกำลังมีผลไปกระทบสิทธิ์ส่วนบุคคลของคนอื่น และสังคมโดยรวม

อย่าแอบอ้าง สิทธิ์ส่วนบุคคลจนพร่ำเพรื่อ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
noommanopnoi วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 04.51 น.

โหวดโน...แล้วได้อะไร
โดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
ศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
10 มิถุนายน 2554

การเลือกตั้งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ เพราะเป็นกลไกสำคัญสำหรับพลเมือง ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองโดยตรง และสามารถกำหนดได้ว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่ในการปกครองในระยะเวลาจำกัด ซึ่งโดยปกติอยู่ในระยะเวลา 4 ปี หรือ 5 ปี

หรืออาจกล่าวได้ว่า การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยเป็นกระบวนการทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง ในการถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปให้ตัวแทนทำหน้าที่ใช้แทนประชาชน

อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาด้วยว่าการเลือกตั้งดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริงมากน้อยเพียงไร หากสิทธิและเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งเป็นเครื่องกำหนดที่มาของขอบเขตและอำนาจขององค์การทางการเมืองได้อย่างแท้จริงแล้ว สิทธิและเสรีภาพนั้นก็มีความสำคัญทางการเมือง

ตรงข้ามถ้าการเลือกตั้งเป็นไปในทิศทางของการผูกขาด เอารัดเอาเปรียบ หลอกลวง หรืออยุติธรรมแล้ว ความสำคัญของสิทธิและเสรีภาพของการเลือกตั้งก็จะหมดไป

การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยในทรรศนะของนักวิชาการมีความหมายไม่แตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่มองว่าการเลือกตั้งเป็นการต่อสู้แข่งขันในการรณรงค์เพื่อชัยชนะ ในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เกิดตามความคาดหวังอันเป็นที่พึงพอใจ

หรือ การเลือกตั้ง หมายถึง กระบวนการทางการเมืองรูปแบบหนึ่งที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนของตนเข้าไปทำหน้าที่ในการปกครองประเทศและตัดสินใจในนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อประชาชน

จากความหมายดังกล่าวข้างต้น การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่พึงปรารถนาจึงจำเป็นต้องมีลักษณะที่สำคัญอย่างน้อย 3 ประการ ได้แก่

ประการแรก ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีหลายคน หรือมีบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งหลายบัญชี (ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้เลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อ) หากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว หรือมีบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงบัญชีเดียว ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่พึงปรารถนา

ประการที่สอง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีเสรีภาพบริบูรณ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือกผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง หรือบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ฉะนั้น หากมีการบังคับให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งหรือบัญชีรายชื่อบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการบังคับโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม ย่อมถือว่าไม่ใช่การเลือกตั้งที่พึงปรารถนา

และ ประการที่สาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิและเสรีภาพที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลอื่น และมีโอกาสที่จะทราบความคิดเห็นรวมทั้งข้อมูลข่าวสารของผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ก่อนการตัดสินใจเลือก ทั้งนี้ เพื่อให้การเลือกตั้งถูกต้องตามความเป็นจริงที่แต่ละคนชอบ

ฉะนั้น การเลือกตั้งที่ขาดเสรีภาพในการรับฟังความคิดเห็น จึงย่อมไม่ใช่การเลือกตั้งที่พึงปรารถนา

การออกเสียงเลือกตั้งจึงเป็นสิทธิขั้นมูลฐานของมนุษย์ โดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย ดังปรากฏในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 21(1) ความว่า "เจตจำนงของประชาชนย่อมเป็นมูลฐานแห่งอำนาจของรัฐบาล ของผู้ปกครอง เจตจำนงดังกล่าวต้องแสดงออกโดยการเลือกตั้งอันสุจริต ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามกำหนดเวลา ด้วยการลงคะแนนเสียงอย่างทั่วถึง โดยถือหลักคนละหนึ่งเสียงเท่านั้น ด้วยกระทำเป็นการลับด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะประกันให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นไปโดยเสรี"

การเลือกตั้งยังมีนัยสำคัญในสองแง่มุม กล่าวคือ ส่วนแรก การเลือกตั้งในแง่มุมของปรัชญา และส่วนที่สอง การเลือกตั้งในแง่มุมของกฎหมาย

การเลือกตั้งในแง่มุมของปรัชญา สามารถพิจารณาได้เป็น 3 ประการ ได้แก่

ประการแรก การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีสภาพเป็นสิทธิตามธรรมชาติ มาจากแนวคิดที่ว่า สิทธิเลือกตั้งเป็นสิทธิตามธรรมชาติที่ติดตัวมากับบุคคลในฐานะที่บุคคลเป็นหน่วยหนึ่งของรัฐ เพราะบุคคลย่อมเสมอภาคกัน อันเป็นลักษณะตามธรรมชาติของมนุษย์ หากบุคคลเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ มีวุฒิภาวะ และไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว ก็ย่อมจะมีสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้ง

ประการที่สอง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีสภาพเป็นภารกิจสาธารณะ มาจากแนวคิดที่ว่าความก้าวหน้าของสังคมย่อมขึ้นอยู่กับการปฏิบัติการของบุคคลให้เป็นไปตามหน้าที่อย่างชาญฉลาด ดังนั้น การให้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแก่บุคคล จึงจำกัดเฉพาะบุคคลที่มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเท่านั้น การดำเนินการตามแนวคิดนี้ บุคคลอาจถูกจำกัดสิทธิในการลงคะแนนได้เสมอ หากเมื่อปรากฏว่าบุคคลนั้นเข้าลักษณะที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง

ประการที่สาม การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีสภาพเป็นสิทธิคัดค้านการกระทำ มาจากแนวคิดที่ว่าผู้ออกเสียงเลือกตั้งที่ลงคะแนนเพื่อคัดค้านการกระทำหรือนโยบายของรัฐบาลรวมทั้ง เจ้าหน้าที่ทางราชการผู้ใดก็จะไม่ลงคะแนนสนับสนุนพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ทางราชการนั้นๆ ตรงข้ามผู้ออกเสียงเลือกตั้งก็จะลงคะแนนให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองที่ตรงกันข้ามกับผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สังกัดพรรครัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาล

สำหรับ การเลือกตั้งในแง่มุมของกฎหมาย ก็สามารถพิจารณาออกได้เป็น 3 ประการเช่นเดียวกันได้แก่

ประการแรก การเลือกตั้งในฐานะที่เป็นสิทธิ (rights) หมายความว่า ความสามารถที่แต่ละบุคคลกระทำได้ ภายใต้การยอมรับของกฎหมาย สิทธิจึงเป็นสิ่งที่มีอยู่ในปัจเจกบุคคลแต่ละคน และกฎหมายให้การรับรอง หากถูกละเมิด กฎหมายจะให้การคุ้มครอง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งถือเป็นสิทธิที่สำคัญประการหนึ่งที่รัฐจะให้การคุ้มครอง

ประการที่สอง การเลือกตั้งในฐานะที่เป็นเอกสิทธิ์ (priviledge) หมายความว่า การที่บุคคลได้มาซึ่งเสรีภาพที่จะไม่ให้บุคคลอื่นแทรกสอดเข้ามาเกี่ยวข้องได้ การออกเสียงลงคะแนนจึงถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีความเป็นอิสระที่จะเลือกกระทำการอย่างใดก็ได้ ที่ได้รับการยอมรับจากกฎหมาย ปราศจากการแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องของบุคคลอื่นเป็นสำคัญ

ประการที่สาม การเลือกตั้งในฐานะที่เป็นหน้าที่ (duty) หมายความว่า การที่บุคคลจำเป็นต้องกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมีสภาพเป็นหน้าที่ก็ต่อเมื่อ กฎหมายได้ระบุหรือบังคับให้ผู้ออกเสียงลงคะแนนไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง กฎหมายได้ระบุหรือบังคับว่าการใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องกระทำ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจึงเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งในทางการเมืองที่บังคับโดยกฎหมาย

นอกจากนั้น การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยยังมีหลักเกณฑ์ที่เป็นแกนกลางที่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกยอมรับกันโดยทั่วไป ได้แก่

ประการแรก หลักอิสระแห่งการเลือกตั้ง (freedom of election) หมายถึง การให้ความเป็นอิสระต่อการออกเสียงเลือกตั้ง โดยมิให้มีการขู่บังคับให้การเลือกตั้งถูกบิดเบือนไปจากเจตจำนงอันแท้จริงของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนยังเป็นเอกสิทธิ์ของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยเด็ดขาด ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดให้มีการลงคะแนนที่เป็นความลับ เพื่อให้ประชาชนสามารถลงคะแนนได้อย่างอิสระ ปราศจากอิทธิพล อามิสสินจ้างหรือการข่มขู่ใดๆ อีกด้วย

ประการที่สอง หลักการเลือกตั้งตามกำหนดเวลา (periodic election) หมายความว่า การเลือกตั้งจะต้องมีการกำหนดเวลาไว้อย่างชัดเจนแน่นอน อาทิ การกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยปกติทุก 4 ปีหรือทุก 5 ปี เป็นต้น

ประการที่สาม หลักการเลือกตั้งอย่างแท้จริง (genuine election) หมายถึง การดำเนินการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลจะต้องถือเป็นหน้าที่สำคัญที่จะต้องป้องกันมิให้มีการคดโกงในการเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ รวมทั้งอาจให้องค์กรที่เป็นกลางทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านการเลือกตั้งได้ เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริง

ประการที่สี่ หลักการออกเสียงทั่วถึง (universal suffrage) หมายถึง การเปิดโอกาสให้มีการออกเสียงเลือกตั้งอย่างทั่วถึงแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า เว้นแต่ในกรณีที่มีข้อจำกัดอันเป็นที่รับรองหรือยอมรับกันโดยทั่วไป อาทิ การไม่อนุญาตสิทธิเลือกตั้งให้แก่เด็ก ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช บุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือผู้ที่ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เป็นต้น

และ ประการที่ห้า หลักการเลือกตั้งอย่างเสมอภาค (equal suffrage) หมายความว่า บุคคลผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งย่อมมีสิทธิคนละหนึ่งเสียงเท่าเทียมกัน และคะแนนเสียงทุกคะแนนมีน้ำหนักเท่ากัน

ดังนั้น อาจกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้ว่า การเลือกตั้งเป็นการเลือกรัฐบาลที่จะมาทำการปกครอง ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งก็อาจเป็นเสมือน "ห้ามล้อ" ของการปกครองได้เช่นเดียวกัน เพราะผู้เลือกตั้งอาจจะไม่เลือกผู้ที่เคยเป็นรัฐบาล

กระบวนการเลือกตั้งจึงเป็นทั้งการนำมาซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลและจำกัดการกระทำของรัฐบาลไปด้วยในขณะเดียวกัน

สำหรับการเลือกตั้งในประเทศไทยหลังการปฏิรูปการเมืองเมื่อ พ.ศ.2540 เป็นต้นมา ถือได้ว่ามีทั้งความก้าวหน้าและความล้าหลังไปในขณะเดียวกัน กล่าวคือ

ประการแรก การมีคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นอิสระ เป็นกลาง ทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมถือเป็นความก้าวหน้าของการปฏิรูปการเมือง

แต่ขณะเดียวกันก็เกิดความล้าหลัง ได้แก่ ความไร้ประสิทธิภาพของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้

มิหนำซ้ำยังมีปรากฏการณ์ของการทุจริตในการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงที่แพร่ระบาดมากขึ้น ประกอบกับการขาดความสามารถในการควบคุมการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนด ได้นำไปสู่ความไม่เสมอภาคในการเลือกตั้งและเปิดโอกาสให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งบางคนหรือพรรคการเมืองบางพรรคได้เปรียบในการแข่งขัน ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

ประการที่สอง กฎหมายเลือกตั้งที่สะท้อนหลักปรัชญาของการเลือกตั้ง คือ เมื่อมีการกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีหน้าที่ต้องไปเลือกตั้งแล้ว ก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิที่จะปฏิเสธผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน หรือพรรคการเมืองทุกพรรคที่เขาไม่ชอบได้เช่นเดียวกัน

ดังนั้น ในบัตรเลือกตั้งที่มีการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถกาเครื่องหมายในช่องที่ไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และในช่องที่ไม่ลงคะแนนให้แก่พรรคการเมืองใดเลยในระบบบัญชีรายชื่อหรือเรียกกันสั้นๆ ว่าเป็นการ "Vote No" จึงเป็นการสะท้อนหลักปรัชญาของการเลือกตั้งที่แสดงถึงสิทธิในการคัดค้านการกระทำของนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าของกฎหมายเลือกตั้ง

ในขณะเดียวกันความล้าหลังที่เกิดขึ้นก็คือ การเขียนกฎหมายที่ไม่ครบถ้วนหรือไม่สมบูรณ์ ว่าในกรณีการเลือกตั้งทั้งในระบบแบ่งเขตเลือกตั้งหรือระบบบัญชีรายชื่อ ในกรณีที่เสียงของผู้ใช้สิทธิคัดค้านหรือ "Vote No" มีจำนวนสูงสุดมากกว่าผู้ที่ "Vote Yes" ผลลัพธ์ควรจะเป็นอย่างไร ควรจะต้องจัดการเลือกตั้งซ้ำใหม่หรือไม่ และจะต้องมีการนำเสนอผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่หรือไม่ อย่างไร

อย่างไรก็ตาม การ "Vote No" ที่แสดงถึงการไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายใดเลย หรือพรรคการเมืองใดเลยนั้น ผลลัพธ์ในทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นและสมควรจะต้องนำไปพิจารณาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ

ประการแรก เป็นการสะท้อนสิทธิของการคัดค้านของประชาชน ซึ่งหมายถึงการสะท้อนถึงหลักปรัชญาของการเลือกตั้ง อันจะมีผลต่อความชอบธรรมของระบบการเมือง พรรคการเมืองหรือนักการเมืองได้เป็นอย่างดี

ประการที่สอง ในกรณีที่เสียง "Vote No" มีจำนวนมากที่สุดหรือเป็นเสียงข้างมาก ย่อมสะท้อนถึงหลักการปกครองโดยเสียงข้างมากที่เป็นหลักการสำคัญของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แม้รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งจะไม่ได้รองรับในประเด็นดังกล่าวไว้ก็ตาม แต่ในหลักปรัชญาของระบอบประชาธิปไตยแล้ว รัฐบาลหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะเกิดขึ้นจากเสียงข้างน้อยย่อมขาดความชอบธรรมในการปกครองโดยทันที

ประการที่สาม ในกรณีที่เสียง "Vote No" มีจำนวนน้อยจะจำนวนเท่าใดก็ตาม หลักการของระบอบประชาธิปไตย สิทธิของเสียงข้างน้อยย่อมจะต้องได้รับการพิทักษ์คุ้มครองหรือให้ความเคารพ เสียงส่วนใหญ่ย่อมต้องรับฟังเสียงข้างน้อยด้วยเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป เสียง "Vote No" เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองครั้งใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการเมือง "น้ำเน่า" ที่ยังหมักหมมอยู่ในระบบสังคมการเมืองไทย

และหากไม่รีบดำเนินการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องดังกล่าวนี้ การเมืองไทยจะนำบ้านเมืองเข้าสู่กลียุค และการแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
noommanopnoi วันที่ : 29/06/2011 เวลา : 02.54 น.

จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง
โดย ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และศาลภาษีอากรกลาง
28 มิถุนายน 2554 21:51 น.
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต.ได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 นั้น

บัดนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการเลือกตั้งได้ปรากฏรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ปรากฏต่อสาธารณชนของพรรคการเมืองนั้น เป็นบุคคลที่ไม่สมควรมีสิทธิที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะเป็นบุคคลที่ไม่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ เนื่องจากเป็นผู้กระทำความผิดกฎหมายที่มีโทษทางอาญาร้ายแรง คือความผิดในข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย ก่อจลาจล เผาบ้านเมือง มีการกระทำที่แสดงต่อสาธารณะที่จะล้มล้างสถาบันและตั้งรัฐไทยใหม่ มีการกระทำอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นในการปิดถนนหนทางใช้เป็นที่ทำการแบบถาวร เพื่อกดดันเรียกร้องให้มีการยุบสภาเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบในทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายที่เป็นฝ่ายค้านและพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล โดยมีพฤติการณ์ปลุกระดมประชาชนให้มาชุมนุมด้วยการ สร้างสัญลักษณ์ของการใช้สีแดงและคนเสื้อแดงโดยอ้างว่าคนใส่เสื้อแดงเป็นไพร่ อันเป็นการกระทำที่แบ่งแยกสถานภาพของประชาชนออกเป็นชนชั้นไพร่ ซึ่งนักการเมืองและพรรคการเมืองจะกระทำมิได้ เพราะเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 อันเป็นการกระทำที่เข้าข่ายต้องถูกยุบพรรคและถูกตัดสิทธิในทางการเมือง การกระทำของพรรคการเมืองและ ส.ส.พรรคการเมืองดังกล่าว ได้กระทำความผิดต่อกฎหมาย มีการถูกจับ ถูกดำเนินคดีอาญาร้ายแรง สมาชิกพรรคการเมืองดังกล่าวจึงเป็นบุคคลที่ไม่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ เพราะจะอ้างว่าตนเป็นบุคคลที่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ไม่ได้ การจะอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนได้ก็แต่เฉพาะการใช้สิทธิและเสรีภาพของตนที่ไม่ไปละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ร.ธ.น.มาตรา 28 เท่านั้น

พรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ก็ไม่ได้ดำเนินตามกฎหมายที่จักต้องกระทำเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง และไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่จะต้องกระทำเพื่อรักษาไว้ ซึ่งเกียรติศักดิ์ของความเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมและอารยธรรมที่เจริญแล้วแต่อย่างใดไม่ การกระทำของพรรคการเมืองที่มาเล่นการเมืองกันกลางถนนนอกสภา นอกจากจะนำความทุกข์ เวทนา อาดูร มาสู่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศแล้ว ยังได้นำความอับอายเสื่อมเสียซึ่งเกียรติยศและเกียรติภูมิของชาติชนิดที่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่อาจให้อภัยได้ การที่ ส.ส.รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายแต่ได้ละเว้นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย ก็ไม่อาจอ้างถึงศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของตนเองได้เช่นกัน เพราะได้กระทำการอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม ตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และกระทำการอันเป็นการขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม ร.ธ.น.มาตรา 28 และมาตรา 74 ด้วยเช่นกัน

รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้กกต.เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดการเลือกตั้งสส. การดำเนินการใดๆของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยให้กกต.มีอำนาจและหน้าที่ออกประกาศหรือระเบียบ อันจำเป็นแก่การปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ประธานกกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ( ร.ธ.น.มาตรา 235 วรรคสอง ) จึงเป็นการที่รัฐธรรมนูญให้กกต.มีอำนาจหน้าที่ควบคุมการดำเนินการใดๆของพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมตลอดช่วงเวลาของการเลือกตั้ง ( 4 ปี หรือมีการยุบสภาก่อนครบ 4 ปี )

ดังนั้นตามหลักรัฐธรรมนูญแล้ว กกต.เป็นจุดเกาะเกี่ยวเพียงจุดเดียวระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในระหว่างเลือกตั้งและภายหลังที่มีการเลือกตั้งไปแล้ว

และเมื่อรัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ โดยให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมประการหนึ่ง ( ร.ธ.น.มาตรา 235 , 236 ) ห้ามมิให้บุคคลใดใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะการเลือกตั้งเป็นความหมายของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ประการหนึ่ง ( ร.ธ.น.มาตรา 68 ) ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติให้สิทธิกับประชาชนในการต่อต้านโดยสันติวิธี ซึ่งการกระทำใดๆที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศชาติโดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ประการหนึ่ง ( ร.ธ.น. มาตรา 69 ) และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้บุคคลมีเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน และเพื่อดำเนินการกิจกรรมในทางการเมืองให้เป็นตามเจตนารมณ์นั้นตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดตั้งองค์กรภายใน การดำเนินกิจการและข้อบังคับของพรรคการเมืองต้องสอดคล้องกับหลักพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประการหนึ่ง ( ร.ธ.น.มาตรา 65 ) รัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้บุคคลมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประการหนึ่ง ( ร.ธ.น. มาตรา 62 ) และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติให้บุคคลซึ่งเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีอีกประการหนึ่ง และ ฯลฯ

ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญดังกล่าวในข้างต้น ย่อมจะต้องเกิดข้อขัดแย้งขึ้นระหว่างการใช้อำนาจหน้าที่ของสส.และสส.ที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารซึ่งได้รับเลือกตั้ง กับประชาชนผู้เลือกตั้งได้ กกต.จึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาไว้ซึ่งความสมดุลของอำนาจพรรคการเมือง นักการเมือง และอำนาจของประชาชน และทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ทำหน้าที่แทนประชาชนได้ และไม่ถือว่าเป็นการที่กกต.ไปก้าวก่ายการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ หรืออำนาจบริหารแต่อย่างใด เพราะอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหารนั้น ล้วนเป็นอำนาจของประชาชนผู้เลือกตั้งทั้งสิ้น กกต.เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการรักษาความสมดุลของการใช้อำนาจของพรรคการเมืองและนักการเมืองในการทำหน้าที่ของนักการเมืองดังกล่าว ให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมตามเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งได้ ตลอดระยะเวลาของการเข้าดำรงตำแหน่งเพราะการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งใด โดยกฎหมายได้บัญญัติให้นายทะเบียนซึ่งก็คือ ประธานกกต.เป็นผู้เสียหาย รวมทั้งได้บัญญัติให้กกต.ทั้งหมดเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่น ซึ่งก็คือเป็นผู้เสียหายมีอำนาจในการดำเนินคดีแทนประชาชนและแผ่นดินได้ทุกกรณี ที่บุคคลที่ได้รับเลือกตั้งมานั้นได้ทำผิดกฎหมาย ( ร.ธ.น. มาตรา 235 , พ.ร.บ.ฯว่าด้วยพรรคการเมืองฯ มาตรา 5 ,6 ,7 และ พ.ร.บ.ฯ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ มาตรา 21 )

เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติให้พรรคการเมืองต้องส่งสมาชิกเข้าเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ( ร.ธ.น. มาตรา 103 ) และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติบังคับให้ประชาชนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ( ร.ธ.น.มาตรา 72 ) กกต.ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐตามรัฐธรรมนูญเป็นผู้มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญโดยในการจัดทำการเลือกตั้งนั้น จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 26 โดยจะต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมสำหรับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ และสามารถอ้างศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของตนเองได้ โดยจะต้องไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่กระทำการที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลที่ได้กระทำความผิดทางอาญาร้ายแรงและกำลังถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหาร้ายแรงเป็นผู้ก่อการร้าย ก่อการจลาจล กระทำละเมิดต่อบุคคลอื่นโดยการเผาอาคารร้านค้า ก่อเหตุร้ายให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาคมโลก แม้รัฐธรรมนูญจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ก็เป็นข้อสันนิษฐานสำหรับความรับผิดในการกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญาเท่านั้น หาได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่จะต้องเลือกคนดีมาเป็นผู้ปกครองไม่ เพราะผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องมีหลักประกันในสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถเลือกคนดี มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มาเป็นผู้ปกครองตนเองได้ การเลือกตั้งจึงจะสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งเพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศนั้น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญจึงได้บัญญัติให้กกต.ในฐานะเป็นองค์กรของรัฐเป็นผู้ใช้อำนาจในการจัดการเลือกตั้งต้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่จะต้องมีโอกาสได้เลือกบุคคลที่ดี มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มาเป็นผู้ปกครองตนเองได้ โดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 26 ว่า “ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กรต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ” และรัฐธรรมนูญมาตรา 72 บัญญัติว่า “ บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ” เมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้กกต.ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง โดยไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่ถูกบังคับให้ต้องไปเลือกตั้ง โดยกกต.ไม่มีมาตรการให้พรรคการเมืองเลือกคนดีมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มาให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้เลือกตั้งคนดีได้แล้ว จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยและไม่สุจริตเที่ยงธรรม เพราะคนที่เข้ามาสมัครรับเลือกตั้งเป็นคนที่ก่อให้เกิดเหตุเกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองเป็นผู้กระทำความผิดอาญา ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏเป็นที่เห็นกันโดยประจักษ์ไปทั่วโลก จึงเท่ากับเป็นการบังคับให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกอาชญากรหรือผู้กระทำความผิดอาญามาเป็นผู้ปกครองตนเอง และเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นนั้นก็เป็นการแย่งชิงอำนาจการปกครองกันระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายค้านและพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล การเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นการเลือกตั้งเพื่อแย่งชิงอำนาจการปกครองกัน ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยที่จะแข่งขันอาสามารับใช้ประชาชนแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลกนั้น กกต.จะต้องตระหนักเป็นอย่างดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องเดิมพันกันด้วยชีวิตและทรัพย์สินเงินทองเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ซึ่งต้องมีการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร และมีการใช้ความรุนแรง เข่นฆ่ากันซึ่งก็ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยกกต.ไม่ได้มีมาตรการที่จะให้พรรคการเมืองขจัดคนไม่ดี ไม่ให้มามีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เลย แต่พรรคการเมืองกลับได้กระทำการส่งเสริมคนไม่ดี คนที่เลวกว่า คนที่ชั่วกว่า คนที่โหดร้ายกว่ามาลงเลือกตั้งทั้งสิ้น แม้พรรคการเมืองไม่สามารถนำคนที่ก่อเหตุร้ายแรงมาลงเลือกตั้งได้เพราะได้หลบหนีไป พรรคการเมืองก็เลือกเอาลูก เอาเมียของคนเหล่านั้นมาลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ดูถูก ดูหมิ่นและเหยียบย่ำในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นการเลือกตั้งที่ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ให้มีโอกาสเลือกคนดี คนที่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มาเป็นผู้ปกครองตนเอง การเลือกตั้งจึงไม่สุจริตและเที่ยงธรรม และเป็นการเลือกเพื่อให้คนไม่ดี ไม่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์มามีอำนาจในการปกครองประเทศ อันเป็นการเลือกตั้งการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับหลักพื้นฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด อันเป็นการขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญตามนัยมาตรา 26, 28 , 68 ,69 ,72 อันจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีเสียงครหาของการซื้อเสียงไปทั่วประเทศด้วยราคาที่สูง จนคนยากจนไม่อาจจะอดทนที่จะรักษาศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ที่จะไม่รับเงินเพื่อขายสิทธิ ขายเสียงต่อไปได้ เป็นการเลือกตั้งที่มีการโฆษณาชวนเชื่อ โดยสัญญาจะให้เพื่อแลกกับการลงคะแนนเสียงโดยปิดประกาศโฆษณาเต็มไปทั่วบ้านทั่วเมือง มีการประกาศของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่แสดงว่าเป็นเพียงตัวแทนเชิดของผู้อื่น ซึ่งปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่า เป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อันเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

จนอาจคาดคิดได้ว่าหลังจากการเลือกตั้งแล้ว ประเทศไทยอาจเกิดการจลาจลจนเป็นสงครามทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรืออาจจะเกิดระบบเผด็จการ การสืบทอดอำนาจโดยการเลือกตั้งต่อไปได้อีกกาลนาน

ไม่มีใครจะดับไฟต้นเหตุแห่งความหายนะของประเทศได้นอกจาก กกต. เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ผมลงคะเเนนให้พรรคที่ทำเพื่อประเทศไทยที่ดีขึ้นครับ ใครทำให้ประเทศดีขึ้นเเบบจริงๆไม่ใช่หลอกๆน่ะ ผมลงคะเเนนให้.
ผมเลือกเพราะประเทศไทยครับ-เเม้ผมจะไม่ชอบหรือชอบโดยส่วนตัว เเต่ผมก็จะเลือกพรรคนั้นครับ.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
sayellow วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sayellow

ครับก็ขอนำบทความที่เขียนโดย อ.เขียน ธีรวิทย์ ไว้สำหรับอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจ
การเลือกตั้ง ส.ส. : โหวตเพื่อธนาธิปไตยหรือไม่โหวตเพื่อประชาธิปไตย
1.เราถูกบังคับโดยกฎหมายให้ไปทำหน้าที่เลือกตั้ง ส.ส. ให้เลือกผู้สมัคร/พรรคที่ดีที่สุด หรือคน/พรรคที่เลวน้อยที่สุด แต่ความจริงได้ปรากฏให้ประจักษ์แล้วว่าการเมืองไทยมีอาการวิปริตถึงขั้นวิกฤต ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมากกว่าครึ่งหนึ่งจะไปใช้สิทธิเลือกรัฐบาล (ไม่ใช่เลือก ส.ส.) จำนวนมากในจำนวนนี้จะไปเลือกคน/พรรคเพื่อไทย เพราะไม่ชอบคนพรรคประชาธิปัตย์ ในทางตรงกันข้ามไปเลือกคน/พรรคประชาธิปัตย์ เพราะไม่ชอบคน/พรรคเพื่อไทย เพราะไม่อยากเห็นพรรคที่ตนเกลียดได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ใครจะกล้าพูดได้เต็มปากว่านี่เป็นการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบอบประชาธิปไตย
2.สงครามชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคราวนี้ ตัดสินกันด้วยเงิน (มีเงินและกล้าใช้เงินเหยียบกฎหมาย) แม้นโยบายของพรรคก็ต้องตีราคาออกมาให้เห็นชัดๆ ว่าเป็นเงินที่จับต้องได้ แกนนำของพรรคใหญ่ทั้งสองไม่รู้หรือว่าการกระทำเช่นนั้นผิดกฎหมายและทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย? แล้วทำไมเราต้องยอมให้พวกเขาดูถูกไปเลือกตั้งคน/พรรคโกงชาติอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้นด้วย
3. ทางเลือกของเราคือ (1) ประท้วงโดยการไม่ไปลงคะแนนซึ่งจะต้องเสียสิทธิบางประการ (2) ประท้วงโดยไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง แต่กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” หรือ (3) ยอมร่วมมหกรรมการโกงครั้งนี้ด้วยโดยการกาให้พรรคการเมืองและผู้สมัครอย่างละหนึ่งเสียง เป็นการช่วยกันออกสิทธิบัตรรับรองความชอบธรรมให้แก่ ส.ส. และรัฐบาลที่เข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
4.ก่อนถึงวันเลือกตั้ง เราควรไปแจ้งนายทะเบียน กกต. ให้ดำเนินคดีและผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองที่ทำผิดกฎหมาย และติดตามจี้ให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อย่นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนักการเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้สั้นลง
5. ในทางทฤษฎีรัฐศาสตร์ เรามีสิทธิที่จะต่อต้านรัฐบาลที่มิชอบด้วยกฎหมายด้วยวิธีการใดก็ได้ (กฎป่า: ผู้ปกครองที่ไม่ยึดกติกา ผู้อยู่ใต้ปกครองก็ไม่ต้องยึดกติกา) แต่หลักการนี้คนส่วนมากไม่เข้าใจ ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เราเคลื่อนไหวภายในกรอบของกฎหมายจะดีกว่า
5.1 จงพร้อมใจกันเคลื่อนไหวต่อต้านการกระทำใดๆ ของรัฐบาลที่มิชอบด้วยกฎหมาย ถ้าหากพวกเขาจะใช้ข้ออ้าง “สมานฉันท์” หรือ “การปรองดองแห่งชาติ” นิรโทษกรรมให้แก่นักโทษที่หนีคุก
5.2 จงพร้อมใจกันจับตาตามจี้คดีต่างๆ ที่ค้างอยู่ในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นใครที่ก่อการกบฏ ก่อการร้าย การวางเพลิง การบุกรุกโรงพยาบาลในยามวิกาล หรือการฉ้อราษฎร์บังหลวง
5.3 จับตาปกป้องข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างซื่อสัตย์ มิให้ถูกนักการเมืองรังแกโดยวิธีการต่างๆ
5.4 จับตาดูตัวโกงที่ได้รับเลือกเข้าไปกินบ้านกินเมืองให้ดี ดูว่าพวกเขาจะมีวิธีถอนทุนส่งส่วยให้เจ้านายอย่างไร ใช้เล่ห์เหลี่ยมทำคนระดับรากหญ้าให้เป็นทาสของเจ้านายต่อไปอย่างไร
6.เรียนรู้เทคนิคการรวมพลัง เช่น วิธีการของคนเสื้อแดงของคนพันธุ์ทักษิณ และของวัดธรรมกาย สร้างกองทัพธรรมมือเปล่าทั่วหล้า แต่ให้เน้นการประท้วงด้วยการ “ดื้อแพ่ง” (เช่น นัดหยุดงาน ไม่เสียภาษี) มากกว่าการชุมนุมยึดพื้นที่สร้างความทุกข์ยากให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์และความเสียหายแก่ประเทศชาติโดยส่วนรวม
7.เป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างถอนรากถอนโคน เช่น กลไกอิสระในการกลั่นกรองผู้สมัคร ส.ส.ให้เหลือเฉพาะที่มีคุณภาพ เปิดโอกาสให้คนเป็น ส.ส.โดยไม่ต้องสังกัดพรรค กำจัดการซื้อขายเสียงในการเลือกตั้ง ปฏิรูปจิตใจของเจ้าหน้าที่ที่บริหารงานในกระบวนการยุติธรรมให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด เป็นต้น
ประวัติโดยย่อ ศาตราจารย์กิตติคุณ ดร.เขียน ธีระวิทย์ : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อม ปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศิษย์เก่าด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยได้ทุนจาก Harvard-Yenching Institute และ ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเดินทางกลับมาเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จนได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งยังได้รับการยกย่องเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 


เลือกเบอร์10 ทั้งสองใบ
ก็ชื่นใจกันทั้งบางแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
บางแก้วพันธ์ทาง วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bangkaew

เหรียญมีสองด้านใช่ไหม ทุกอย่างมีสอง ในเลวก็ย่อมมีดีในดีก้ย่อมมีเลว อยู่ที่ว่ามีอะไรมากกว่าอะไรในช่วงเวลา ส่วนที่มากกว่าก็มองเห็นได้ชัดกว่า ในระหว่างความดีกับความไม่ดี ผมจึงเลือกเอาส่วนที่มีความไม่ดีอยู่น้อยกว่าความดี แต่ที่ผมตระหนักอยู่เสมอก็คือการทำหน้ที่พลเมือง การเคารพในกฏแห่งการอยู่ร่วมสังคม เห็นแก่ตัวให้น้อยที่สุด รักษาวินัยใหดีที่สุด ก้เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ณ.เมืองลุง วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kongplod
ณ.เมืองลุง

ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ครับ...แค่อยากให้คนตื่นตัวและสนใจการเมืองมากขึ้น เป็นอันพอ....
ขอบคุณมากที่ช่วยนำไปเผยแพร่....

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คมเย็น วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

เทียบกันแล้วน่าจะตัดสินใจไม่ยาก
ดูว่าใครเคยทำอะไรไว้บ้าง
ถ้าท่านรักสถาบันกษัตริย์ เกลียดคนโกง
เกลียดพวกใช้ความรุนแรง ใช้กฎหมู่
คงรู้ว่าควรเลือกใคร

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
winston วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adayinthelife
http://blip.fm/winstonbkk ดีเจออนไลน์ง่ายกว่ากินกล้วยที่ปอกไว้แล้ว

ผมเลือกเบอร์ 10 นะครับ แม้จะไม่ได้เรื่องมากมาย แต่ก็ดีที่สุดแล้วตอนนี้ ผมไม่ชอบแนวทางที่ใช้ความรุนแรง และต่อต้านสถาบันทั้งต่อหน้าและกัดเซาะครับ ง่ายๆแค่นี้แหละ ผมอยากให้บ้านเมืองเป็นแบบเดิมก่อนแม้วเข้ามาเป็นนายกครับ มันอาจจะไม่ได้เจริญหรือรุ่งเรืองอะไรนักหนา แต่ก็ไม่มีความขัดแย้งและวุ่นวายขนาดนี้ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
driftworm วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เออ ทำให้ต้องหันมาถามตัวเอง แล้วก็ปิ๊งว่า พวกที่รณรงค์ก็ตั้งปัญหาไม่ถูก
ไปตั้งโจทย์เรื่องความเลว / ความเลวน้อยกว่า

เปลี่ยนโจทย์ใหม่ เลือกใคร ให้ประเทศไทยอยู่รอด ฮะฮ่า คำตอบขึ้นมาเลยในใจ
เลือกพรรคนี้ก่อน ให้อีกพรรคตกกระป๋องไปเป็นการสั่งสอน
แล้วเรามาเฉ่งปี๋ไอ้พรรคที่เราเลือกมาอีกที ง่ายกว่ากันเยอะ ๕๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BlueHill วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้ารักประเทศไทย ใคร่ครวญให้จงหนัก
คิดไม่ยาก หากจะเลือกพรรคไหนดี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

สวัสดีทุกท่าน...ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ...

ชัดเจนกันจริง ๆ ค่ะ...๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนริมเล วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

เลวน้อยพอทนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
คนขีดเขียน วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/powerbonus

เลือกเบอร์ 10 ซิครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
drpichai วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/drpichai

ถ้าเชื่อตามที่ ผบทบ แนะนำให้เลือกคนดี ก็กาโนโหวต เพราะไม่มีคนดีให้เลือก ถ้าไม่เชื่อก็กาพรรคใดก็ได้ เพราะล้วนไม่ใช่คนดี แต่ถ้าเซ็งและเบื่อก็นอนหลับทับสิทธิอยู่ที่บ้านก็ไม่ผิดกฏหมายอะไร ขออย่างเดียวอย่าโมโหไปฉีกบัตรเลือกตั้ง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
woody505 วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanlangyaogroup


.


ื เ ลื อ ก เ เ ล้ ว ค รั บ . .

เ เ ถ ม ยั ง ช ว น อี ก ต า ห า ก . . อิ . อิ . .


.


ส วั ส ดี ค รั บ คุ ณ ภิ ริ ส า . .


.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tengpong วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

จะทำอย่างไรดี?

ก็กาเบอร์ ๑๐

จบข่าว

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เลือกเบอร์ 10 ถอนพิษรา้ย ทำลายพ่อเราไงน้อง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ก้อยกัลยา วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Koikonthai

ที่มาของบทความนี้ค่ะ คนกันเองในok นี่แหล่ะ
http://www.oknation.net/blog/kongplod/2011/05/22/entry-2

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
hayyana วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เอาทีละอย่าง กำจัดทักษิณกับพวกเผาเมืองก่อนครับ
ถ้าจะเอาให้ถูกใจดีไปเสียทั้งหมดคงต้องย้ายไปประเทศอื่น
อย่ามัวมาอุดมคติมากไปแล้วลอยตัวโหวตโน
มีแต่ข้าดีอยู่คนเดียวเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กวิน วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pairoch

10 แน่และนอนครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไม่ชอบประชาธิปัตย์ ไม่ชอบเพื่อไทย ..ผมเลยเลือกประชาธิปัตย์ จบ
เลือกเพราะรักประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ของพี่สบายไปแล้ว...

...ไม่ต้องเลือก...

...เพราะถูก กกต.ตัดสิทธิ์...

...ข้อหาว่าเมื่อปี 50 ลงทะเบียนนอกเขตจังหวัดไว้ แล้วยังไม่ได้ไปยื่นคำร้องถอน...

...สบายตัวไปไม่ต้องไปปวดหัวว่าจะเลือกใคร...!!!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ออเซ๊าะฉอเล๊าะ วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/luckyim

หนีเสือ ปะ จระเข้ .. ก็ต้องเลือก ( '-' )

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
flyrhino วันที่ : 28/06/2011 เวลา : 12.24 น.

๓ กรกฏาคม ๒๕๕๔ ไปเลือก “ คนและพรรคที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง” เข้ามาปกครองบ้านเมือง...กันดีกว่าค่ะ


กด like และโหวตให้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน