*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-08-28
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 215238
  • จำนวนผู้โหวต : 38
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 กันยายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 28413 , 12:28:03 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน BlueHill , นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

...กลับมาอีกครั้งของเช้าวันที่สองของการเดินทางท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ของพวกเรา เริ่มต้นด้วย "โชค" คือความโชคดี เพราะเป็นวันที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่งสวยงาม ทำให้พวกเราสามารถเดินท่องเที่ยวได้โดยไม่พกพาร่ม... การเดินทางเริ่มต้นออกจากซูริคตั้งแต่เช้าไปยังเมืองโลซานน์โดยรถไฟด้วยระยะเวลา 2 ชั่วโมง 11 นาที... เป้าหมายหลักในการเที่ยวครั้งนี้คือจะต้องมาที่เมืองโลซานน์ให้ได้... ซึ่งเราอยากเรียกว่า "ตามรอยพ่อ"....

 

 

 

 

เมืองโลซานน์ (Lausanne) เป็นเมืองหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ที่คนไทยเราคุ้นชื่อเป็นอย่างดี สืบเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิสเซอร์แลนด์เริ่มพัฒนาขึ้นตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 5 ทรงเสด็จประพาสสวิสเซอร์แลนด์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2440 และ พ.ศ.2450 จากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยิ่งแนบแน่นขึ้นมาอีกเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงเจริญพระชนน์และศึกษาที่เมืองนี้ รวมถึงสมเด็จย่า และสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ทรงประทับอยู่ในช่วงปี พ.ศ.2476 - 2494 หลังจากนั้นเราก็ได้เห็นการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ที่เชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ก็ได้เสด็จเยือนสวิสฯ มาโดยตลอด

เมืองโลซานน์ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของทะเลสาบเจนีวา มีชื่อเดิมคือ Lousonna เป็นชุมชนตั้งอยู่ติดทะเลสาบเจนีวา ซึ่งเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบเจนีวาแห่งนี้  เพื่อความปลอดภัยของผู้คนในสมัยก่อน จะทำการปักหลักและย้ายที่อยู่ไปอยู่บนเนินเขารอบๆ ทะเลสาบสวยงาม

ชุมชนเดิมปัจจุบันก็คือเขตอูชชี (Ouchy) สำหรับริมทะเลสาบเจนีวาที่นี่จะมีท่าเรือโลซานน์-อูชชี ซึ่งสามารสัญจรไปได้ทั้งเจนีวา เวอเวย์ มงเทรอ และเมืองเอเวียงในเขตประเทศฝรั่งเศส

ปัจจุบันโลซานน์มีฐานะเป็นเมืองหลวงของรัฐโวด์ (Vaud) เป็นเมืองที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการโอลิมปิคสากล (International Olympic Committe) หรือ IOC และมีพิพิธภัณฑ์โอลิมปิคตั้งอยู่ริมทะเลสาลเจนีวาในเขตอูชชีแห่งนี้ด้วย จึงทำให้เมืองโลซานน์ได้รับการขนานนามว่า "เมืองหลวงแห่งโอลิมปิค" ไปในที่สุด !!!

 

ด้านหน้าสถานีรถไฟเมืองโลซานน์ จะมีป้ายโอลิมปิคติดไว้ เนื่องจากเมืองโลซานน์เคยสถานที่จัดแข่งโอลิมปิคมาก่อน

 

 

 สถานีรถไฟเมืองอูชชี (Ouchy Metro) มาถึงจุดหมายปลายทางและเป็นสถานนีสุดท้าย

 

 

 

หงษ์น้อยผู้น่ารัก... ชูคอรอคอยผู้มาเยี่ยมชมทะเลและเมืองอันสวยงาม...ณ ริมทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์

 

"ฝูงนกน้อย"...กางปีก โบยบินต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างสวยงาม

 

ท่าเรือโลซานน์-อูชชี

 

กิจกรรมริมทะเลสาบของชาวเมืองอูชชี

 

 

ภาพนี้เป็นคนจริงๆ ที่นั่งอยู่นานทีเดียว...

 

 

เรานั่งอยู่ริมฝั่งสวนสาธารณะ ซึ่งมองไปด้านหน้าจะเห็นเนินเขาและหมู่บ้านปะปราย

 

 

มุมหนึ่งของริมทะเลสาบที่สวยงาม

  เรือสำหรับไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว เพื่อล่องชมความสวยงามของทะเลและเมืองแห่งนี้

 

 

 นักท่องเที่ยวนั่งชมทิวทัศน์และบรรยากาศ โดยเฉพาะด้านหน้าจะเป็นภูเขาที่ติดกับทะเล สวยงามเป็นสีฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...หลังจากที่พวกเราได้เดินชมริมทะเลสาบ, สวนสาธารณะของเมืองอุชชี และเดินชมตลาดวันอาทิตย์ของเมืองนี้แล้ว ท้องทุกคนก็เริ่มหิวเพราะเวลาผ่านไปเที่ยงกว่าๆ แล้ว  เราจึงมองหาอาหารและผลไม้ที่อยู่ในตลาดมานั่งทานภายในสวนสาธารณะกันอย่างเย็นสบาย มีนักท่องเที่ยวและชาวเมืองเดินเล่นในสวนสาธารณะกันพอสมควร...

หลังจากได้พักหายเหนื่อยและได้พลังด้วยอาหารกลางวันไปแล้ว เป้าหมายหลักอีกอย่างของพวกเราวันนี้คือจะต้องไปชมศาลาไทยที่ทางรัฐบาลไทยได้สร้างถวายในหลวงของเราให้ได้... มิเช่นนั้น เหมือนว่าเรามาไม่ถึงเมืองโลซานน์แห่งนี้

 

โรงแรมโบริวาจ (Beau-Rivage Palace) เป็นโรงแรมและคฤหาสน์หรูที่สะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง และเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด หรูหราและราคาแพงที่สุดของสวิสแห่งหนึ่งด้วย...

 

ระหว่างทางเดินไปศาลาไทย

 

 

 รูปปั้นระหว่างทางเดินไปศาลาไทย

 

ทางเดินไปชมศาลาไทยประมาณ 200-300 เมตรจากจุดเริ่มต้นของทะเลสาบ

 

 

 ทางเดินขึ้นเนินจากถนนริมทะเลสาบเพื่อเดินมายังศาลาไทย

 

 

รูปปั้นก่อนเดินผ่านไปยังศาลาไทย

 

"ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ"  

 

ศาลาไทยแห่งนี้สร้างโดยรัฐบาลไทย เพื่อถวายในหลวงเนื่องในวโรกาสของรัชกาลที่ 9 ทรงครองศสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเนื่องในครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2549

เป็นประติมากรรมแบบไทยออกแบบโดยอาจารย์วุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมไทย เป็นศาลาทรงจตุรมุขสร้างด้วยไม้สักและไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง กว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 16 เมตร ด้วยช่างฝีมือ 16 คน สร้างเสร็จเมื่อกลางปี 2550 โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปประกอบพิธีเปิดศาลาไทยแห่งนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 ซึ่งทราบความปลาบปลื้มปิติยินดีแก่ประชาชนทั้งสองประเทศเป้นอย่างยิ่ง....

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

ต้นไม้ใหญ่สวยงามและสนามหญ้าภายในบริเวณศาลาไทย เป็นที่โล่งกว้างเหมาะแก่การนั่งพักผ่อนหย่อนใจและมาปิคนิคของครอบครัวได้ดีมาก

 

 

 

 

ริมทะเลสาบฝั่งตรงข้ามของตลาดนัดยามบ่าย

 

ระหว่างทางเดินกลับ จะผ่านตลาดยามเย็นของชาวสวิส ที่มาตั้งขายของงานฝีมือและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ซึ่งน่าสนใจมาก มีสินค้าหลายประเภทที่พวกเราอยากจะซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก แต่ไม่สามารถซื้อได้เพราะเกรงว่าจะขนสัมภาระกันลำบาก เนื่องจากเพิ่งเป็นวันท่องเที่ยววันที่สองของพวกเรา...

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

  

....และแล้วก็ได้เวลาที่พวกเราจะต้องเดินทางกลับจากท่าเรืออูชชีโดยรถไฟ เพื่อเข้าไปในเมืองโลซานน์ จากนั้นพวกเราก็เดินทางไปชมมหาวิหารโลซานน์ต่อ... ระหว่างทางจะผ่านร้านค้ามากมาย ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ก่อนทางเดินอีกมุมไปยังมหาวิหารโลซานน์ ซึ่งนับว่าเป็นมหาวิหารที่ใหญ่โตที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์...  แต่น่าเสียดายที่ร้านค้าทั้งหมดปิดเพราะวันที่เราไปนั้นตรงกับวันอาทิตย์

 

 

ทางเดินผ่านร้านค้าต่างๆ เป็นเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อไปให้ถึงมหาวิหารโลซานน์

 

  

 

จุดสุดท้ายของการท่องเที่ยววันที่สองของเมืองโลซานน์คือที่นี่ "มหาวิหารโลซานน์" (Catherdral de Lausanne)

ด้วยความที่เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่ยุคกลาง ถนนหนทางภายในเมืองจึงปูด้วยหินและเป็นตรอกเล็กซอยน้อยที่สะอาดและสวยงาม ทำเลที่ตั้งจะอยู่บนเนินเขาที่มีพื้นที่สูงต่ำเป็นระยะๆ หลายแห่งจะมีการสร้างบันไดไม้ที่มีหลังคาคลุมเพื่อให้สามารถเดินเชื่อมหากันได้ รวมทั้งเป็นบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปยังมหาวิหารโลซานน์ได้

 

มหาวิหารแห่งโลซานน์ หรือ วิหารนอเตรอดาม (Notre-Dame) ตามชื่อเดิมเป็นโบสถ์คาทอลิก แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นโบสถ์โปรเตสแตนต์ในปี 1536 จึงเรียกมหาวิหารแห่งโลซานน์ ที่นี่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 โดยรูดอล์ฟแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และพระสันตะปาปาเกรกรอรี่ที่ 10 เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ ... ภายในโบสถ์จะมีหน้าต่างกระจกสี (Stain Glass) มากถึง 105 บาน มีหน้าต่างกุหลาบ (Rose Window) แท่นบูชาและเสาวิหารอันโออ่าให้ได้ชมความอลังการหลงเหลืออยู่... แต่ที่น่าเสียดายคือโบสถ์ปิดไม่สามารถเข้าชมได้...

 

มหาวิหารโลซานน์" (Catherdral de Lausanne) กว่าเราจะขึ้นไปได้ต้องปีนบันไดขึ้นหลายขั้นเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

จากนั้น กลุ่มเราเดินรอบๆ ไปยังจุดชมวิวของเมืองโลซานน์ซึ่งอยู่ด้านหลังมหาวิหารโลซานน์...

 

ภาพทิวทัศน์เหนือเมืองโลซานน์ และทะเลสาบเจนีวา โดยมองจากหลังมหาวิหารโลซานน์

 

 

ได้เวลาจากลา จากมหาวิหารโลซานน์แห่งนี้แล้ว จากนั้นกลุ่มเราก็ออกเดินทางกลับไปยังสถานรถไฟโลซานน์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะรัฐโว

พิพิธภัณฑ์ศิลปะรัฐโว (Musee Cantonal des Beaux-Arts)

 พิพิธภัณฑ์ศิลปะรัฐโว  (Musee Cantonal des Beaux-Arts) ตั้งอยู่ในอาคารหลังใหญ่ตรงจตุรัส Place de la Riponne เป็นสถานที่ที่มีบริเวณกว้างจึงมักมีตลาดนัดผลัดเปลี่ยนมาออกร้านเพื่อขายสินค้าพื้นเมืองอยู่ประจำ

 

...พวกเรามีเวลาชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้เพียงด้านนอกอาคาร และอยู่ไม่นานนักก็ต้องรีบเดินทางกลับไปยังที่พักของเราเมืองซูริค...

นับได้ว่าการท่องเที่ยวที่โลซานน์แห่งนี้ของพวกเรา "จัดเต็มจริงๆ" เพราะเดินตลอดทั้งวัน มีทั้งขึ้นเนินสูงและต่ำสลับกัน เพื่อชมทิวทัศน์อันสวยงามของเมือง... และแล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราก็ต้องกลับไปพักเอาแรงสำหรับการเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น... คอยติดตามนะคะ...

 *****************************************

 

 

ติดตามทริปเมืองเบิร์น (เมืองหลวง) :

 

Switzerland & Paris: Day 3 @Bern (เบิร์น) :
 
http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/09/11/entry-1

 

 

 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 10/09/2012 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


@ ความคิดเห็นที่ 8 คุณ BlueHill วันที่ : 10/09/2012 เวลา : 09.34 น
ภูมิประเทศสวยงามเหลือเกินครับ
============================
ใช่ค่ะ ทิวทัศน์ทั่วทุกมุมของสวิสนี่ช่างสวยงามจริงๆ บางมุมเหมือนภาพวาดเลยทีเดียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 10/09/2012 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


@ ความคิดเห็นที่ 7 toondee วันที่ : 10/09/2012
เที่ยวอย่างนี้สนุกกว่าไปกับทัวส์เป็นไหนๆ
ขอบคุณมากค่ะ
=============================
ใช่ค่ะ สนุกสนานตามแบบฉบับของกลุ่มค่ะ เหนึ่อยแต่ก็สุดคุ้มในการเลือกสถานที่อยากจะไปด้วยตัวเองค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 10/09/2012 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภูมิประเทศสวยงามเหลือเกินครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
toondee วันที่ : 10/09/2012 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

เที่ยวอย่างนี้สนุกกว่าไปกับทัวส์เป็นไหนๆ
ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


@นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ

ไม่มีโอกาสชิมฟองดูเลยค่ะ ด้วยเวลาที่กลุ่มพากันเดินเที่ยวตลอด เพราะตื่นตาตื่นใจกับสถานที่สวยๆ เลยลืมสนใจเรื่องอาหารการกินของเค้าไปเลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาชมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


@คุณรักแห่งสยามประเทศ
ขอบคุณค่ะที่แวะมาชม ที่สวิสนั้นท้องฟ้าเค้าสวยมากๆ ถ่ายภาพออกมาได้สีฟ้าแจ่มทีเดียว...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

ภาพมุมเรื่องราวครบครัน
ชอบที่ตลาดและศาลาไทย
สวิสของแพงไปแล้วถ่ายรูปสูดโอโซนมาคุ้ม
สร้างแรงบันดาลใจแล้วไปต่อได้ชิมฟองดูหรือยังครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
รักแห่งสยามประเ้ทศ วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

รูปออกโทนสีฟ้า สบายตาครับ ส่วนตัวยังไม่มีแผนจะทัวร์ยุโรปเลยเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คงต้องรอเก็บสตางค์สักพัก ตอนนี้ก็ได้แต่เข้ามาเก็บข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


ขอบคุณ คุณลูกเสือที่ตามมาเที่ยวค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 08/09/2012 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาเที่ยวต่อครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน