*/
  • กาญจนพล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-18
  • จำนวนเรื่อง : 1
  • จำนวนผู้ชม : 7884
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
<< กุมภาพันธ์ 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by กาญจนพล , ผู้อ่าน : 1314 , 14:01:54 น.  
หมวด : กฎหมาย

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระบวนงานจัดเก็บภาษีอากร

 

สมเจตน์ ประสงค์ดี

 

          ภาษีอากร คือ สิ่งที่รัฐบาลบังคับจัดเก็บจากราษฎร  โดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้เสียภาษีอากรโดยตรง เป็นรายได้หรือทรัพยากรที่ได้มีการเคลื่อนย้ายจากภาคเอกชนไปสู่ภาครัฐบาล และไม่ก่อให้เกิดภาระชำระคืนแก่รัฐบาล เป็นสิ่งที่เรียกเก็บจากบุคคล ทรัพย์สิน หรือธุรกิจ เพื่อการสนับสนุนรัฐบาลกลาง หรือรัฐบาลท้องถิ่น และเป็นการโอนทรัพยากรใดๆ อันมีลักษณะบังคับแต่มิได้เป็นการลงโทษจากภาคเอกชนไปสู่ภาครัฐบาล โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

          กรมสรรพากรมีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร และพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ประกอบด้วย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล  ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม

          กระบวนการจัดเก็บภาษีอากรที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) มี 8 กระบวนงานสร้างคุณค่า คือ การจดทะเบียน การรับชำระภาษีอากร การคืนภาษีอากร การสำรวจแหล่งภาษีอากร การตรวจสอบและกำกับดูแล การเร่งรัดภาษีอากรค้าง การพิจารณาอุทธรณ์ การดำเนินคดีภาษีอากร และกระบวนงานสนับสนุนต่างๆ เช่น การเงิน/งบประมาณ การพัสดุ การบริหารงานบุคคล การวางแผนและพัฒนา การเทคโนโลยี งานอำนวยการ งานตรวจสอบภายใน งานตรวจราชการ

          การเสียภาษีอากรของผู้เสียภาษีอากรเริ่มต้นจากการจดทะเบียนเข้าสู่ระบบ เช่น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน หรือใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร แล้วแต่กรณี แต่หากผู้เสียภาษีอากรเป็นคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ กิจการร่วมค้า มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ นิติบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ ที่ยังไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก ให้ยื่นคำขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรต่อกรมสรรพากรก่อน

          เมื่อผู้เสียภาษีอากรมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร หรือได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ประกอบอาชีพ หรือประกอบกิจการมีรายได้ รายรับ หรือกำไรแล้ว มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากร โดยใช้แบบแสดงรายการต่างๆ เช่น ภ.พ.30 ภ.ธ.40 ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.94 ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.51 ภ.ง.ด.55 ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา หรือทาง Internet ภายในกำหนดเวลาที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

          การยื่นแบบแสดงรายการของผู้เสียภาษีอากรดังกล่าวข้างต้นเป็นการประเมินตนเองของผู้เสียภาษีอากร ซึ่งในขั้นตอนต่อไปคือการประเมินโดยเจ้าพนักงานประเมินในหลายๆ กรณี รวมทั้งหากมีภาษีที่เสียเกินก็จะทำการประเมินโดยสั่งคืนให้แก่ผู้เสียภาษีอากรที่ขอคืนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้

          ปัจจุบันมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้มีผู้ประกอบการ หรือผู้มีเงินได้รายใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา ผู้มีเงินได้หรือผู้ประกอบการรายใหม่ดังกล่าวอาจยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเสียภาษีอากรมากนัก ดังนั้น เพื่อนำผู้เสียภาษีอากรรายใหม่ดังกล่าวเข้าสู่ระบบภาษีอากรอย่างถูกต้อง จึงมีกระบวนงานสำรวจแหล่งภาษีอากร เพื่อดำเนินการสำรวจแหล่งภาษีอากร เพื่อให้คำแนะนำ/ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้เสียภาษีอากรรายใหม่ให้เข้าสู่ระบบภาษีอากรที่ถูกต้องต่อไป

          การประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมิน เป็นการบังคับใช้กฎหมาย ให้การเสียภาษีอากรเป็นไปโดยทั่วถึง และเกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีอากรโดยรวม

          เพื่อให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปตามประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินมีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามผู้เสียภาษีอากรที่หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยอาจดำเนินการโดยให้คำแนะนำและความรู้แก่ผู้เสียภาษีอากรตามสมควร หรือเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร ให้อธิบดี หรือสรรพากรภาค มีอำนาจเข้าไป หรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานสรรพากรเข้าไปในสถานที่ หรือยานพาหนะใดเพื่อทำการตรวจค้น ยึด หรืออายัดบัญชีเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับ หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสียได้ทั่วราชอาณาจักรในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาทำการของผู้ประกอบกิจการนั้น ตามมาตรา  3 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร

          ภาษีอากรซึ่งต้องเสียหรือนำส่ง เมื่อถึงกำหนดชำระแล้ว ถ้ามิได้เสียหรือนำส่ง ให้ถือเป็นภาษีอากรค้างเพื่อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้าง อธิบดีมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรได้ทั่วราชอาณาจักร โดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่ง อำนาจดังกล่าวอธิบดีจะมอบให้รองอธิบดีหรือสรรพากรภาคก็ได้ โดยวิธีการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน ให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม ส่วนวิธีการอายัดให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดดังกล่าว ให้หักค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการยึดและขายทอดตลาด และเงินภาษีอากรค้าง ถ้ามีเงินเหลือให้คืนแก่เจ้าของทรัพย์สิน

          หากผู้เสียภาษีอากรไม่เห็นด้วยกับการประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมิน ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีอากรต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาสามสิบวัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วและผู้เสียภาษีอากรไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากร

          ตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้การเสียภาษีอากรแต่ละประเภทจะต้องดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีอากร ภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ การไม่ยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีภายในกำหนดเวลา หรือไม่เสีย หรือเสียไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วน ผู้เสียภาษีอากรจะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม และเบี้ยปรับตามที่กำหนดไว้ในแต่ละประเภทภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร

         บทกำหนดโทษในทางแพ่งบางกรณีกำหนดไว้สูง เพื่อป้องกันผู้เสียภาษีที่หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีอากร เช่น ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับเป็นจำนวนมากถึง 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสีย เป็นต้น

         ในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร เพื่อเสียภาษีอากรมีบทกำหนดโทษทางอาญากำหนดไว้หลายประการด้วย ตั้งแต่โทษปรับสถานเดียว เช่น ปรับไม่เกินสองพันบาท ปรับไม่เกินห้าพันบาท จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน ปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองแสนบาท เป็นต้น

         การดำเนินคดีอาญาผู้กระทำความผิดตามประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานดังต่อไปนี้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรต้องได้รับโทษจำคุก หรือไม่ควรถูกฟ้องร้องให้มีอำนาจเปรียบเทียบ โดยกำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปนี้ เว้นแต่ความผิดตามมาตรา 13 คือ

         (1) ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นอำนาจของอธิบดี ถ้าเกิดขึ้นในจังหวัดอื่นให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

         (2) ความผิดที่มีโทษปรับหรือโทษจำคุกเกินหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งโทษจำคุกเกินหกเดือนแต่ไม่เกินหนึ่งปีให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย อธิบดี อธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย

         ถ้าผู้ต้องหาใช้ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจ เปรียบเทียบกำหนดแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้ต้องหามิให้ถูกฟ้องร้องต่อไป ในกรณีแห่งความผิดนั้น

         ถ้าผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่งเห็นว่า ไม่ควรใช้อำนาจเปรียบเทียบ หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้วผู้ต้องหาไม่ยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือยอมแล้วแต่ไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบกำหนดให้ดำเนินการฟ้องร้องต่อไป และในกรณีนี้ ห้ามมิให้ดำเนินการเปรียบเทียบตามกฎหมายอื่นอีก

         การดำเนินคดีผู้กระทำความผิดนอกจากที่กล่าวข้างต้นเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน แต่เนื่องจากมีประกาศคณะปฏิบัติฉบับที่ 8 กำหนดไว้พนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีตามาประมวลรัษฎากรได้จะต้องได้รับการร้องขอจากกรมสรรพากรเสียก่อน แม้เป็นความผิดซึ่งหน้า เช่น การไม่ออกใบกำกับภาษี หรือออกใบกำกับภาษีปลอม เป็นต้น

         ในปัจจุบันกรมสรรพากรยังมีได้ร้องทุกข์กล่าวโทษในทางอาญากับผู้เสียภาษีอยู่เสมอ เช่น ผู้ทำลายระบบภาษีอากร (ออกใบกำกับภาษีปลอม) ผู้มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร เป็นต้น ทั้งนี้ก่อนการร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าพนักงานประเมินจะต้องทำการประเมินภาษีเพื่อให้ทราบความเสียหายก่อนด้วย

         ในส่วนของกระบวนงานสนับสนุนต่างๆ เช่น การเงิน/งบประมาณ การพัสดุ การบริหารงานบุคคล การวางแผนและพัฒนา การเทคโนโลยี งานอำนวยการ งานตรวจสอบภายใน งานตรวจราชการ ก็ได้มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนกระบวนงานหลักต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะตามหน้าที่ความรับผิดชอบมากขึ้น มีการวางแผนการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงผู้ปฏิบัติงาน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้รับบริการ ตลอดจนการจัดการความรู้ภายในองค์การให้ครอบคลุมทุกๆ ภารกิจ

         ในกระบวนงานภาษีอากรที่กล่าวข้างต้น แต่ละกระบวนงานจะมีกระบวนงานย่อยๆ อีกจำนวนมาก เนื่องจากกรมสรรพากรไม่สามารถเพิ่มอัตรากำลังให้สอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วยข้อจำกัดทางด้านกฎหมายได้ กรมสรรพากรจึงได้ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในกระบวนงานต่างๆ ให้มีขั้นตอนที่สั้นลง หรือเพิ่มกระบวนงานใหม่ๆ บนระบบ Intranet เพื่อสื่อสารหรือเป็นข้อมูลสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน หรืออ้างอิงเป็นข้อมูลรวม เป็นการลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล ลดการใช้กระดาษ ทำให้การปฏิบัติงานมีความคล่องตัวมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเดียวกัน

         อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีอากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ กรมสรรพากรจำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนากระบวนงานต่างๆ ต่อไปอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี และการจัดการ เนื่องจากการจัดเก็บภาษีอากรจะมีความสลับซับซ้อนและยากลำบากมากขึ้นต่อไป

 

---------------------------

 

1 สมเจตน์ ประสงค์ดี นักวิชาการภาษีชำนาญการพิเศษ สำนักมาตรฐานการจัดเก็บภาษีทกรมสรรพากร


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน