• มังกรสีฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 215913
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
นักศึกษาปกป้องแผ่นดิน
วันอังคาร ที่ 19 เมษายน 2554
Posted by มังกรสีฟ้า , ผู้อ่าน : 5642 , 03:02:17 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



ภาพเก่า เรือดำน้ำ U 206 ในสมัยสงครามเย็น ก่อนที่ตัวเรือบางลำจะถูกดัดแปลง เป็น U 206A เรือดำน้ำ U206 ถูกต่อขึ้นในช่วงปี   1973-1975 โดยต่อขึ้นมา ถึง 18 ลำด้วยกัน เพื่อเป็นกำลังรบหลักของกองทัพเรือเยอรมันในช่วงสงครามเย็นและต่อมาในปี 1991 มีเรือดำน้ำชั้นนี้จำนวน 12 ลำได้รับการอับเกรดเป็น U206A เพื่อปฐิบัติการเป็นเรือดำน้ำในน้ำตื่นและเพื่อฝึกกำลังพลและนักเรียนนายเรือ สำหรับเตรียมใช้งาน เรือดำน้ำ ที่ทันสมัยกว่าที่ประจำการเป็นกำลังรบหลักเยอรมันในปัจจุบัณครับ โดยเรือดำน้ำ 6 ลำที่จะมาประจำการในกองทัพเรือไทย คือเรือดำน้ำ U 206A ล๊อตสุดท้ายได้แก่ S194 U15, S195 U16, S196 U17, S197 U18, S172 U23 และ S173 U24 มีกำหนดปลดก่อนกำหนดเดิม เพื่อลดงบประมาณในกลาโหม (แต่ก็ยังเยะอยู่ดีครับ เพราะตอนนี้เยอรมันประจำการด้วย U 212 จำนวน 6 ลำ)

ทำไมกองทัพเรือต้องจัดหาเรือดำน้ำรุ่นเก่ามาประจำการ?

คือคำถามนี้ เห็นหลายๆคนถามมา ว่าทำไมไม่เก็บเงินซื้อเรือใหม่ ไปเลยซะหละครับ จะจัดหาเรือเก่าๆมาทำไม

ซึ่งผมก็อธิบายไปตอนนี้เลยนะครับ ว่า เพราะว่ากองทัพเรือต้องการเรือดำน้ำสำหรับฝึกกำลังพล ในช่วงแรกครับ โดยเรือดำน้ำ ที่จะนำมาฝึกนั้น ต้องเป็นเรือดำน้ำที่มีแต่ระบบพื้นฐานขึ้นเบสิก ๆ มาทำการฝึกก่อนครับ โดยในวันนี้ผมจะยกตัวอย่างบทเรียน การจัดหาเรือดำน้ำของ เพื่อนบ้านมาให้เรา ได้ชมกันนะครับ เพื่อหาคำตอบว่าทำไมถึง ต้องเอาเรือดำน้ำรุ่นเก่า ที่อายุมากกว่า 30 ปีมาประจำการ?

Republic of Singapore Navy


สำหรับกองทัพเรือ สิงคโปรค์ นั้นในขึ้นแรกก็ยังไม่มีเรือดำนำเป้นของตนเองครับ ต่อมาในปี 1997 ได้สั่งซื้อเรือดำ ชั้น Sjöormen class มือสองจากสวีเดน จำนวน 5 ลำ ตัวเรือชั้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาในปี 1967 หรือ ซึ่งในวันที่สิงคโปรค์จัดหามานั้นตัวเรือก็อายุมากกว่า 40 ปีมาแล้วนั้นเองครับ (U206ถูกผลิตในช่วงปี1973-1975 ใหม่กว่าเยะครับ) ซึ่งเรือดำน้ำชั้นนี้นั้น กองทัพเรือสิงคโปรค์ ได้จัดหามาเป็นเรือฝึกครับ เพื่อเตรียมกำลังพล (คล้ายๆกับที่ไทย หาเรือชั้น U 206 เพื่อเตรียมกำลังพล) โดยกองทัพเรือสิงคโปรค์ ได้เปลี่ยนชื่อเรือเป็นเรือชั้น Challenger class แต่ขึ้นประจำการจริงเพียง 4 ลำและเก็บไว้เป็นอะไหล่ 1 ลำครับ



ภาพSjöormen class ขณะประจำการอยู่ในสวีเดน(ภาพจากวิกิวิเดีย)

ซึ่งพวกท่านสามารถไปรับทราบชะตากรรมของ Sjöormen class หรือ Challenger class ได้ที่สารนุกรมเสรีนี้เลยนะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Sj%C3%B6ormen_class_submarine

ต่อมเมือกองทัพเรือสิงคโปรค์ ฝึกกำลังพล จนเกิดความชำนาญในระดับหนึ่งแล้ว ก็ได้จัดหาเรือดำน้ำ รุ่นใหม่เพิ่มเติมครับ ซึ่งประกอบกับ ที่สวีเดน ลดงบประมาณทางการ ทหารลง จึงได้ทำการปลดระวางเรือดำน้ำเก่าชั้น Västergötland class จำนวน 4 ลำที่ต่อปี 1986 ลง และทำการปรับปรุงเรือดำน้ำชั้น Västergötland class จำนวน 2 ลำ โดยทำการเปลี่ยนไส้ในใหม่ทั้งหมด (คล้ายกับกรณีของเยอรมันที่ อับเกรด U 206 ให้กลายเป็น U 206A) จึงเกิดเป็นเรือชั้นใหม่ Södermanland class ข้าประจำการในกองทัพเรือสวีเดน 
ข้อมูลของเรือดำน้ำ ชั้น
Västergötland class  หาอ่านได้ที่นี่นะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/V%C3%A4sterg%C3%B6tland_class_submarine

Södermanland class ที่ได้รับการปรับปรุงใน ปี 2003 อ่านได้ที่นี่เช่นกัน



ฉะนั้นแล้วจึงขอพูดถึงเรือดำน้ำชั้น Archer Class ที่ปรับปรุง มาจากเรือ ชั้น   Västergötland class ในจำนวนที่เหลืออีกสองลำครับ โดยทางกองทัพเรือสวีเดน ได้ตัดสินใจขายเรือดำน้ำชั้น Västergötland class  ที่เหลืออยู่สองลำ ให้กับกองทัพเรือสิงคโปรค์ โดยปรับปรุงเปลี่ยนไส้ในให้หมด ให้มีความสามารถให้เหมือนกับ Södermanland class ที่ประจำการอยู่ในกองทัพเรือ สวีเดน ตามข่าวข้างล่างนี้นะครับ
http://www.kockums.se/en/products-services/submarines/archer-class/

ทำให้สรุปในปัจจุบัณ นี้กองทัพเรือสิงคโปรค์ มีเรือดำน้ำ ประจำการทั้งสิ้น 7 ลำครับ
คือ Challenger class คือเรือดำน้ำ Sjöormen class มือสองจากสวีเดน จำนวน 5 ลำ และ เรือชั้น Archer Class ที่ประจำการอยู่ในปัจจุบัณนี้ โดยปรับปรุงมาจาก Västergötland class ของสวีเดนครับ และถือว่าเป็นเรือดำน้ำที่มีความทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้เลยทีเดียวครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Republic_of_Singapore_Navy#Submarines

Royal Malaysian Navy



สำหรับมาเลย์เซียนะครับ ค่อนข้างมาแปลกกว่าชาวบ้านนิดนึงครับ คือจัดหา เรือดำน้ำชั้น Agosta class S 620 มาเพื่อฝึกแบบสิงคโปรค์นั้นแหละครับ แต่มาเลย์มาแปลกกว่าชาวบ้านตรงที่ จัดหามาใช้แค่ลำเดียว....ซึ่งผู้โชคดีก็คือเรือ S623 Ouessant นั้นเองครับเพียงลำเดียว... ซึ่งเรือชั้นนี้นั้นผลิตขึ้นในปี 1977 ครับ โดยมีประจำการ ถึง สามชาติด้วยกัน



ข้อมูลของ S 620  Agosta class
http://en.wikipedia.org/wiki/Agosta_class_submarine
ข้อมูลของเรือ S623 Ouessant
http://en.wikipedia.org/wiki/French_submarine_Ouessant_%28S623%29

โดยทางมาเลย์เซีย ทำการฝึกดำ กับเรือดำน้ำ S623 Ouessant ได้เพียง 3 ปีกว่าๆเท่านั้นเอง คือในช่วงปี 2005-2009 มาเลย์เซียก็เปรี้ยวจัด!!! ซื้อเรือดำน้ำใหม่จากฝรั่งเศษ ชั้น Scorpene ซึ่งเป็นเรือดำน้ำ รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เกิดจากการร่วมทุนของสเปนและฝรั่งเศษ ครับ



http://www.defenseindustrydaily.com/india-to-sign-multibillion-dollar-scorpene-sub-contract-updated-01194/

โดยเจ้าสกอร์ปิเน่นั้น เคยมีข่าวที่มืดมนอยู่ช่วงหนึ่งคือมันดำไม่ได้ครับ ต้องใช้เวลาแก้ไขอยู่หลายปีกว่าจะดำได้ตามปกติ
นี่คือข้อมูลของมันครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Scorp%C3%A8ne_class_submarine
ซึ่งสาเหตุที่มาเลย์เซียประจำการเรือดำน้ำ ชั้น สกอร์ปิเน่แล้วเกิดปัญหา ส่วนหนึ่งนั้นเพราะว่า ลูกเรือดำน้ำ ของมาเลย์ขาดความชำนาญครับ เมื่อไปเจออุปกรณ์ใหม่ๆ จึงใช้ไม่เป็นและเกิดปัญหาครับ (ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าให้กับกองทัพเรือไทย)
ตามข่าวในลิงค์นี้เลยครับเรือดำน้ำของมาเลย์มีปัญหาดำไม่ได้ 
https://liberalthai.wordpress.com/2010/02/15/5036/
และโชคอีกชั้น บริษัทที่ร่วมทุนพัฒนาเรือดำน้ำนชั้นนี้ แตกคอกันอีก (อาจทำให้มีปัญหาด้านอะไล่ในอนาคตครับ)
http://rtnpr.blogspot.com/2010/11/scorpene.html

Vietnam People's Navy



กล่าวถึงกองทัพเรือเวียดนามนั้น ตอนแรก ในขั้นแรกนั้น กองทัพเรือเวียดนาม มีเรือดำน้ำเก่าสมัยสงครามเย็นจากเกาหลีเหนือ Yugo class submarine ซึ่งเวียดนามก็ซื้อเรือดน้ำชั้นนี้มาเพื่อ ฝึกกำลังพลเหมือนกันครับ และเมือใช้ไปจนเกิดความชำนาญแล้ว กองทัพเรือเวียดนามมีเรือดำน้ำชั้นคิโล Project 636 ( Kilo class submarine) สั่งซื้อมาจะนวน 6 ลำครับ

ภาพเรือดำน้ำชั้นคิโล Project 636 ( Kilo class submarine)  ครับผม

ซึ่งเรือดำน้ำชั้นคิโล นั้นขึ้นชื่อในเรืองความเงียบครับ เป็นเรือดำน้ำที่เดินเครืองได้เงียบที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา... จนได้รับฉายาว่าหลุมดำแห่งมหาสมุทร ซึ่งถือว่าเป็นเรือดำน้ำที่น่ากลัวที่สุดแบบหนึ่งของโลกเลยทีเดียว...

http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000154229
และหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่คับ
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=11-02-2010&group=3&gblog=147

Tentara Nasional Indonesia Angkatan Laut Navy



กองทัพเรือ อินโดนีเซียนั้น เป็นชาติแรกที่จัดหา เรือดำน้ำ U209/1300 มาใช้งาน 2 ลำในช่วงปี 1981 ครับผม โดยก่อนหน้านี้ก็เคยได้ข่าวว่าจะจัดหาเรือ U 206 มาเพื่อใช้ในการฝึกกำลังพลแต่เรืองก็เงียบไป และต่อมา อินโดนีเซีย ก็มีโครงการจะจัดหาเรือดำน้ำจากรัสเซียประจำการอีก 6 ลำ แบ่งเป็นเรือดำน้ำชั้น อาร์มูร์ 950 จำนวน 2 ลำ และ คิโล อีก 4 ลำครับ (เห็๋นได้ข่าวว่าตอนหลังเปลี่ยนเป็นจัดหาเรือดำน้ำชั้นคิโลหมดแล้วทั้ง6ลำ)
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=31-10-2006&group=3&blog=1


ภาพของ U 209 เยอรมันครับ และเมือทางกองทัพเรือเกาหลีจะปลด  เรือดำน้ำรุ่นเก่าชั้น Chang Bogo class  ทางกองทับเรืออิโดนีเซียก็ รีบเสนอตัวจะขอจัดหามาในเบื้องต้น 2 ลำครับ ซึ่งคาดว่ากองทัพเรืออินโดนีเซีย มีความต้องการเรือดำน้ำชั้นนี้มากกว่านี้ครับ (เอาไว้รบในพื้นที่พิพาททางทะเลกับเพื่อนบ้าน)

Burma Navy, Myanmar Navy



ปัจจุบัณกองทัพเรือพม่า ยังไม่มีเรือดำน้ำประจำการครับ แต่ก็ได้ส่งกำลังพลไปฝึกเพื่อเตรียมพร้อมใช้เรือดำน้ำ ที่ประเทศอินเดีย พร้อมกันนั้นรัฐบาลพม่าก็เล็งเรือดำน้ำ ของจีนเอาไว้แล้วด้วยครับ (ซึ่งยังไม่แน่ใจว่า เป็นชั้น Song หรือชั้น Ming กันก็ไม่รู้น้า)

ซึ่งถ้าได้ Type 035 Ming Class หละก็มีเฮครับ เพราะเหตุนี้



เรือดำน้ำชั้นหมิง (Ming) หมายเลข.361 ได้ประสบอุบัติเหตุ  เครื่องยนต์ดับไม่ได้ ใช้อ๊อกซิเจนจนหมด ทำให้สูญเสียลูกเรือ 55 คนพร้อมผู้สังเกตุการณ์ 15 รวม 70 ชีวิต โดยทุกคนยังประจำอยู่ในตำแหน่งไม่มีท่าทีดิ้นรนหรือหนีเอาชีวิต
ซึ่งหลังจากนั้นปัญหานี้ได้ถูกแก้ไขแล้วด้วยความระมัดระวัง โดยปกติแล้วทางการจีนจะไม่รายงานเสียหายจากอุบัติเหตุ
แต่อาจเพราะการที่มีผู้สังเกตุการอยู่บนเรือจำนวนมากจึงทำให้มีรายงานอุบัติเหตุออกมาให้สาธารณชนรับทราบ
 http://www.lostsubs.com/361_Ming.htm

ถ้าได้หละก็โชคดีนะครับ

แต่ถ้าได้ Type 039 Song Class หละ



อันนี้น่ากลัวครับ เพราะข่าวนี้ครับ

เรือดำน้ำจีนโผล่เย้ย "คิตตี้ ฮอว์ค" ทหารมะกันเต้นถูกลูบคม

วอชิงตัน-มะกันเต้นถูกเหยียบจมูก เรือดำน้ำจีนโผล่เทียบ "คิตตี้ ฮอว์ค" ในระยะยิงขีปนาวุธ

หนังสือ พิมพ์เดอะ วอชิงตัน ไทม์ส ฉบับวันจันทร์ (13 พ.ย.) รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา เรือดำน้ำจู่โจมชั้นซ่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานดีเซลของจีน ได้ลอยลำขึ้นเหนือผิวน้ำห่างจากเรือบรรทุกเครื่องบิน "คิตตี้ ฮอว์ค" ของสหรัฐที่ลอยลำอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกภายในรัศมีเพียงแค่ 5 ไมล์ ซึ่งอยู่ในระยะยิงหวังผลของตอร์ปิโด และขีปนาวุธประจำเรือดำน้ำจีนลำนี้ โดยที่ไม่ทางสหรัฐไม่สามารถตรวจจับการมาของเรือลำนี้ได้แม้แต่น้อย

รายงาน ข่าวระบุว่าการเผชิญหน้าด้วยความบังเอิญครั้งนี้เป็นการตอกย้ำ ว่าจีนได้ดำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมตัวพร้อมต่อกรกับสหรัฐ หากเกิดความขัดแย้งกันในอนาคต นอกจากนี้ การเผชิญหน้าของเรือทั้ง 2 ลำครั้งนี้ยังสร้างความอับอายให้พลเรือเอกวิลเลียม ฟอลลอน ผู้บังคับบัญชากองกำลังสหรัฐประจำภาคพื้นแปซิฟิก เป็นอย่างมากอีกด้วย

ทั้ง นี้ กองเรือคุ้มกันคิตตี้ ฮอว์คประกอบด้วยเรือจู่โจมหนึ่งลำ และเฮลิคอปเตอร์คุ้มกันไม่ให้เรือธงถูกเรือดำน้ำโจมตีอีกหลายลำ รายงานข่าวแจ้งว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ต่างถูกต่อว่าในความหละหลวมครั้งนี้ โดยมีรายงานว่าเรือดำน้ำจีนซึ่งนานๆ ครั้งจะออกปฏิบัติการในทะเลลึกที่ไกลจากชายฝั่งของประเทศตัวเอง หรือใต้เรือสหรัฐนั้น ถูกตรวจพบโดยเครื่องบินลาดตระเวนลำหนึ่งหลังจากที่เรือดำน้ำลำนี้โผล่ขึ้นมา บนผิวน้ำแล้ว

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=15-11-2006&group=3&blog=1

แสดงว่า อเมริกัน ถูกลูบคมโดยกองทัพเรือดำน้ำจากจีน ถ้าพม่าได้เรือดำน้ำชั้นนี้จากจีนมาจริงๆถือว่าน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยนะครับ

Royal Thai Navy



สำหรับกองทัพเรือไทยนั้นได้เคยมีการจัดหาเรือดำน้ำ ไว้ประจำการ ในยามสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งสิ้น 4 ลำ โดยทั้งสี่ลำต่อจากญี่ปุ่นครับ ซึ่งถือว่าไทยเป้นชาติแรกในภูมิภาคนี้ที่ประจำการด้วยเรือดำน้ำ



ซึ่งเรือดำน้ำนำของราชนาวีไทย ได้สร้างผลงาน การดำที่นานที่สุด ในระหว่างสงครามโลกครั่งที่สอง หลังจากการเกิดวีรกรรมเรือหลวงธนบุรี ยุธนาวีที่เกาะช้าง โดยข่าวการมาของเรือดำน้ำนั้น ทำให้เรือของชาติ สัมพันธมิตร ไม่กล้าเข้ามาในน่าน้ำไทย ในช่วงสงครามโลกครั่งที่สอง (ถึงจะมีลอบเข้ามาบ้างแต่ก็ตรวจพบ และโดนเรือดำน้ำจมหมดครับ) ต่อมาเมือญี่ปุ่นแพ้สงคราม ก็ทำให้เรือดำน้ำชั้นนี้ขาดแคลนอะไหล่ในการบำรุงรักษา ทางกองทัพเรือไทย จึงได้ ตัดเรือดำน้ำชั้นนี้ขายเป็นเศษเหล็ก ให้กับเชียงกงไป โดยอนุรักษณ์ สะพานเดินเรือ และ อาวุธบางส่วนไว้เป็นอนุศร ครับ

และข้อกำหนดในการจัดหาเรือดำน้ำของ ทร ในยุคใหม่ กำหนดไว้ดังนี้

กองทัพเรือ มีแนวความคิดที่จะปรับปรุง  และสร้างกำลังรบทางเรือให้เข้มแข็ง มีความทันสมัยเพื่อถ่วงดุลอำนาจทางทะเลกับประเทศต่างๆในภูมิภาคเอเชีย เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ทั้งการเดินเรือพาณิชย์ การคุ้มครองเรือประมง และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เช่นแหล่งก๊าซ ตลอดจนแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลไทย เรือดำน้ำได้อยู่ในแนวความคิดของกองทัพเรือไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.2453 แล้ว จะเห็นได้จากโครงการจัดสร้างกำลังทางเรือ พ.ศ.2453 โครงการนี้ได้กำหนดให้มี “เรือ ส.(1) จำนวน 6 ลำ” ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้อธิบายไว้ว่า “เรือ ส. คือเรือดำน้ำสำหรับลอบทำลายเรือใหญ่ข้าศึก

และเชิยไปหาข้อมูลได้จากที่ลิงค์นี้นะครับ
http://dstd.mi.th/main/index.php/2010-11-20-14-53-12/161-2010-11-20-14-22-50/60-2009-09-04-08-12-21

ซึ่งต้องตามมาดูแล้วหละครับว่าเราจะได้เรือดำน้ำรุ่นไหนมาประจำการในกองทัพเรือไทย???

แล้วบทเรียนนี้ให้อะไรกับกองทัพเรือไทย?


อย่างแรกเลยนะครับ ทำให้เราได้รู้ว่า ความชำนาญ และการฝึกกำลังพลเป็นเรืองสำคัญครับ ฉะนั้นแล้วหากว่าเราอยากใช้ เรือดำน้ำรุ่นใหม่ ความสามารถเจ๋งๆ ก็ควรจะเริ่มจากเรือดำน้ำที่มีความสามารถขั้นพื้นฐานก่อนเพื่อเตรียมกำลังพลครับ ดูอย่างกรณีของมาเลย์เซียที่เปรียวจัด ซื้อเรือเก่ามาใช้แค่ 1 ลำ แถมใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 3-4 ปี แล้วไปซื้อเรือดำน้ำ เจ๋งๆมาแล้ว ใช้ไม่เป็น เกิดปัญหา ดำไม่ได้ต้องเสียเงินแก้ไขอีกนาน ก็หวังว่ากองทัพเรือไทย จะไม่เดินไปตามทางนั้นนะครับ เมื่อเราฝึกกำลังพลให้ชำนาญจน รู้จักจัดเจนในยุธวิธีใต้น้ำแล้ว ค่อยถอยเรือดำน้ำเจ๋งๆ อย่าง U 214 จากเยอรมัน ที่กรีช ไม่รับมอบไปเลยครับ แล้วเราก็จะได้ กองเรือดำน้ำที่เป็นที่หนึ่งในอาเซียน แต่ได้มาในราคาที่ถูกที่สุด ครับ

สวัสดีครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 11.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

เมื่อไรจะมีเรื่องมาให้อ่านอีกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ควรมีครับ. มีสักหกลำเเปดลำ กำลังดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

มาสมัครเป็นสมาชิกของที่นี่ด้วยคนนะครับ

จะตามอ่านเรื่องเก่า ๆ ที่เขียนไว้จนครบครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน