• มังกรสีฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 35
  • จำนวนผู้ชม : 215739
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
นักศึกษาปกป้องแผ่นดิน
วันอังคาร ที่ 19 เมษายน 2554
Posted by มังกรสีฟ้า , ผู้อ่าน : 4479 , 16:27:34 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พึ่งเขียนบทความถึง ท่านรมต.กลาโหมเรืองการที่ท่านคัดค้าน เรือดำน้ำ เยอรมันแต่จะไปจัดหาของเกาหลีแทนหนังสือพิมพ์  dailynews และ Bangkok Post ก็พึ่งออกข่าวเมื่อเช้าพอดีเปะเลยครับ - - อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้นนน


Navy takes aim at Korean subs

Published: 19/04/2011 at 12:00 AM
Newspaper section: News

The navy would be happy to buy South Korean submarines instead of used German ones as instructed by the defence minister if the South Korean ones were brand new.

Defence Minister Prawit Wongsuwon has proposed that the navy buy two submarines from South Korea instead of ordering six used ones from Germany, a source at the Defence Ministry said yesterday.

Gen Prawit believed it would be more worthwhile getting the South Korean submarines than six used German Type U-206A class ones. The price tag for the German submarines was estimated at 7.7 billion baht but they may be usable for only another six or seven years. Buying brand-new submarines would be more beneficial although the cost is higher.

The two South Korean submarines could cost over 40 billion baht and require a tied-over budget spanning years.

Gen Prawit proposed diesel-electric submarines of the Type U-209 class built by Hyundai. South Korea bought submarine technology from Germany to make the vessels for global markets.

A submarine of the Type U-209 class has a displacement of 1,200 tonnes and require a crew of 30. It is bigger than the navy's previous choice of the Type U-206A class that displaced 450 tonnes and needed 20 crew.

According to a navy source, the navy would have no problems with the South Korean submarines if they were brand new as they were based on German technology.

Earlier, the navy proposed buying used German submarines because it wanted to keep abreast of submarine technology and catch up with other countries.

Previously, South Korea had tried to sell the navy two submarines priced at 20 billion baht each even though the vessels had been in use for 20 years and had about 15 years of useful life left, the source said.

"If the defence minister proposes the navy buy brand-new submarines developed with German technology, that will be interesting. But if that costs more than 40-50 billion baht, the government may not approve it and the navy will end up without any submarines," said the navy source.

The source said Gen Prawit had discussed the issue with South Korean authorities in South Korea two weeks ago. He would raise the matter at a meeting of the Defence Council this month and ask the cabinet to approve the purchase in principle before the House is dissolved.

http://www.bangkokpost.com/news/local/232494/navy-takes-aim-at-korean-subs

สรุปก็คือ คล้ายๆของเดิมครับ ทางเกาหลีต้องขายขายเรือดำน้ำ บลาๆ ให้กับไทย ซึ่งเรือดำน้ำของเกาหลี จะเหลืออายุการใช้งานอีก 20 ปีโดยประมาณครับ (แต่สงสัยว่าเรือดำน้ำของเยอรมัน มีอายุการใช้งานแค่ 6 ปีจริงหรือครับ? หรือว่า 6 ปีตามกำหนดเดิมก่อนที่เยอรมันจะปลดเรือชั้นนี้ในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้าซึ่งมันก็คืออายุของแบตเตอรี่เรือนั้นเองครับ ถ้าเปลี่ยนใหม่ก็ใช้ได้อีก 20 ปีอย่างน้อยแหละครับ) ถ้าหากว่า เรือ ดำน้ำราคา 7,700 ล้านบาท ไม่ผ่าน ก็อย่าหวัง กับงบ 5 หมื่นล้านเลยครับ ว่ามันจะผ่าน...

อ่านย้อนหลังได้นะครับ ว่าเราซื้อมาฝึก และทุกชาติที่ไม่มีเรือดำน้ำเขาก็เอาเรือเก่ามาฝึกก่อนแล้วค่อยจัดหาเรือใหม่ทั้งนั้นครับ จะเร่งให้ซื้อ U 209 ที่ใกล้จะตกรุ่นทำไม? สู้รอ U 214 เยอรมันแท้ๆไปเลยไม่ดีกว่าหรือ? แถมคนที่ซื้อ ท่านประวิทย์ กฺ็ไม่ใช่ ทหาเรรือนะครับ แต่ทำไมถึงมายุ่งกับกองทัพเรือหละครับ ในเมือ ทร จะเอา U 206 แต่ท่านจะเอา U 209 ท่านมีความชำนาญ ในด้านนี้แค่ไหนเชียวหรือครับ? เพราะเห็นท่านเป็นทหารบก มาก่อน(ถ้าท่านเป็นทหารเรือว่าไปอย่างครับ)

ไขข้อข้องใจ U 206 เก่ากว่า U 209 จริงหรือ?



ตามภาพนะครับ ด้านบน U209  U212 และ U214 ตามลำดับ ให้สังเกตุขนาดของมิติเรือครับ U 212 ที่ทางเยอรมันเสนอขายให้กับมิตรประเทศ มีขนาดเล็กกว่าและการจัดวางหางเสือที่ไม่เหมือนใคร เพราะมันคือเรือดำน้ำที่ออกแบบมาสำหรับ น้ำตื่อน เหมือนกับ U 206 นั้นเองครับ ตัวเรือจึงทำเล็กกว่าเล็กน้อย เพื่อความคล่องตัว ส่วน U 214 นั้นเป็นเรือดำน้ำที่ออกแบบมาใช้ในน้ำลึก จึงใหญ่กว่าอย่างที่เห็นในภาพครับ ที่ต้องแสดงแบบนี้เพราะเห็นว่า หลายคนเขาคิดว่า เรือ U 209 มีความทันสมัยกว่า U 206 ซึ่งความจริงมันไม่ใช่นะครับ U206 และ U 209 ผลิตออกมาในปีเดียวกันด้วยซ้ำคือช่วงปี 1971 (วิกิวิเดียก็บอกไว้) แต่เนืองจากว่า ภารกิจที่ต่างกัน จึงได้ผลิตออกมาต่างไซต์ และ อีกรุ่น ไว้ส่งออกเท่านั้นเองครับ
ข้อมูลของ U 209 และ ข้อมูลของ U 206A


เรือ U 214 และ U 212 ก็เป็นเรือดำน้ำ ที่เทคโนโลยีใกล้เคียงกันทั้งคู่ ซึ่ง U212 นั้นทางเยอรมันจะขายให้เฉพาะมิตรประเทศอย่างอิตาลี(ที่ร่วมก่อสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 มาด้วยกัน) เท่านั้นเองครับ ประเทศอื่นหมดสิธิ ครับถ้าใช่ต้องสานสัมพันธุ์ทางการทูตกับเยอรมันอย่างดีเลยครับ

และขอบอกไว้เลยครับว่าถ้าทร พลาดดีลนี้ไปแล้ว ต้องรออีกยาวเลยครับ ดีไม่ดี อาจได้เรือดำน้ำจีนมาประดับบารมี - - ซึ่งก็ทำให้กำลังพลประจำเรือ สยดสยองกันไป เพราะเรือดำน้ำจีนสร้างแม่ม่ายมาหลายนายแล้ว
 

ซื้อเรือดำน้ำ

dailynews วันอังคาร ที่ 19 เมษายน 2554

เป็นข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องกับโครงการจัดซื้ออาวุธของกองทัพเรือในช่วงที่รัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กำลัง จะหมดวาระ หากมีการประกาศ “ยุบสภา” จัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะโครงการนี้ใช้เงินงบประมาณสูง จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุ้มค่ากันหรือไม่ กับการใช้เงินภาษีของประชาชน
   
ก็อาวุธที่กองทัพเรือปรารถนาแบบจัดเต็มนั้น เป็นเรือดำน้ำ แต่เหตุไฉนจึงต้องเป็นเรือดำน้ำมือสอง (ใช้งานแล้ว) จำนวน 6 ลำ มูลค่า 7,600 ล้านบาท จากประเทศเยอรมนีเท่านั้น ซึ่งถ้าภายในสิ้นเดือน เม.ย.นี้แล้ว ยังไม่มีการเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบแล้ว กองทัพเรือมีสิทธิพลาดโอกาสก็เป็นได้
   
แต่เมื่อได้รับจากสายข่าวว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้นำเรื่องเข้าสู่สภากลาโหมเพื่อขอทราบรายละเอียดแล้วนวันที่ 25 เม.ย.นี้ ก่อนนำเข้าสู่ครม. เพื่ออนุมัติต่อไป แถมยังรับปากกับทางกองทัพเรือของเยอรมนีที่จะขายเรือดำน้ำให้ไทยว่า เรื่องนี้ต้องเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนเรือดำน้ำก่อนหมดเดือน เม.ย.นี้แน่นอน
   
ส่วนข่าวที่ว่า ทางเกาหลีใต้เองก็อยากขายเรือดำน้ำให้ไทย ถึงขนาดเชิญตัวแทนจากกลาโหมให้ไปดูงานที่นั่น แหล่งข่าวระบุว่า กองทัพเรือไม่เห็นด้วย เพราะของเกาหลีนั้นราคาแพงเกินไป แล้วถ้าเล่นลูกผสมแบบซื้อเรือเปล่าจากเยอรมนี แล้วใช้อาวุธของเกาหลี ก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาเหมือนกับรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครนที่ต้องเปลี่ยน สเปกเครื่องยนต์ เนื่องจากเยอรมนีไม่ขายอะไหล่ให้
   
เรียกว่าซื้อจากเกาหลีมีปัญหาแน่
   
ประเด็นสำคัญของการเปรียบเทียบแสนยานุภาพทางทะเลระหว่างไทยเรากับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเรือดำน้ำนั้น ไทยกับกัมพูชาเป็นสองประเทศเท่านั้นที่ยังไม่มี นอกนั้นเพื่อนบ้านเขามีกันหมดแล้ว ประเด็นนี้ที่เป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่กองทัพเรือของไทยจะต้องยก ระดับและศักยภาพของกองทัพให้เข้มแข็ง จะได้ไม่อับอายเพื่อนบ้าน เพราะขนาด “พม่า” ก็ยังคิดจะมีเรือดำน้ำกับเขาเหมือนกัน ถึงขนาดปีหน้าจะส่งคนไปอบรมที่ประเทศเพื่อนบ้านอินเดีย ซึ่งมีเรือดำน้ำ 6 ลำ
   
หากไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก ลองพิจารณาทางเลือกจากประเทศมหาอำนาจอย่าง “รัสเซีย” ดูบ้าง โดยเฉพาะเรือดำน้ำพลังงานดีเซล-ไฟฟ้าชั้น “กิโล” รุ่น 636 เรียกว่าดีที่สุดในรุ่นนี้ เพราะมีจุดเด่นคือเป็นเรือดำน้ำที่มีเสียงเงียบมาก ยากแก่การตรวจจับ มีการติดตั้งปลอกและครีบบนกระเบื้องซึมซับเสียงคลื่นโซนาร์ ส่งผลให้มีการลดการบิดเบือนและกลับมาของสัญญาณ กระเบื้องเหล่านี้ยังช่วยแบ่งเบาเสียงที่ออกจากเรือดำน้ำ ชาติตะวันตกให้สมญานามเรือดำน้ำรุ่นนี้ว่า “หลุมดำแห่งมหาสมุทร” มีระบบโซนาร์ตรวจการณ์ได้ไกลกว่าเรือดำน้ำของชาติตะวันตก สามารถโจมตีได้ก่อนในระยะไกลด้วยจรวดนำวิถี อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงจากเรือของฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนที่จะถูกตรวจพบ
   
นอกจากนั้นแล้ว การใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเชื้อเพลิงดีเซล ทำให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้น แน่นอนว่าปลอดภัยเรื่องกัมมันตภาพรังสี หากเทียบกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ทำความเร็วได้เพิ่มขึ้น พิสัยปฏิบัติการไกลยิ่งขึ้น และการขับเคลื่อนใต้น้ำมีเสียงเบากว่าเดิม
   
เหมาะอย่างยิ่งกับน่านน้ำในอ่าวไทย เพราะไม่ลึก แต่เรือดำน้ำรุ่นนี้ดำน้ำได้ 300 เมตร ซึ่งเน้นภารกิจอยู่ที่การลาดตระเวน ราคานั้น ก็ถือว่าไม่แพงมากนัก อยู่ที่ลำละ 200-250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,000-7,500 ล้านบาท) แล้วก็ไม่ต้องวิตกว่า จะไม่มีเพื่อนบ้านใช้เรือดำน้ำรุ่นนี้ เพราะมาเลเซียมีแล้ว 2 ลำ เวียดนามมี 6 ลำ ส่วนอินโดนีเซียกำลังจะซื้อใหม่อีก 1 ลำ ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็มีอินเดียก็ใช้ และประเทศแถบยุโรปตะวันออกก็ใช้
   
ทั้งหมดนี้ขอให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ.

เลนซ์ซูม

http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=31&contentID=133446

ของเกาหลีหนะราคาแพงไป ถูกต้องแล้วครับ แต่ขอเพิ่มเติมอีกนิดนึงนะครับ ที่เรืองรถหุ้มเกราะที่มีปัญหาการส่งมอบ ก็เพราะการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวกันระหว่างสองข่าย เยอรมัน กับยูเครนครับ ไม่เกียวกับการจัดหาอะไหล่แต่ประการใด เพราะตอนนี้ ทางเยอรมัน ก็ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยี หลายๆอย่างให้กับยูเครน ครับ และทางยูเครน ก็ได้ถ่ายทอด เทคโนโลยีหลายอย่างที่ตกทอดมาจากสหภาพโซเวียด ให้กับเยอรมันเหมือนกัน เรียกได้ว่า วินๆ ทั้งคู่ครับ

แต่เหตุผลที่ว่าซื้อของเกาหลีแล้ว เยอรมันไม่ส่งอาวุธให้ ผมว่าไม่ใช่หรือกครับ

แต่ยังไงก็ขอชื่นชมนะครับ ทางเดลี่นิวส์ เขียนข่าวได้ดีกมากๆ ไม่เหมือนกับ ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขานั้นอะไรก็ไม่รู้ อ่านก็ไม่รู้เรือง เขียนทีก็ ออกทะเลกันไป







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 20/04/2011 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

เเวะมาให้กำลังใจครับ.

ช่วงนี้เเอดมินคงต้องเข้มหน่อย-ไม่เป็นไรนะ เอาเข้าประเด็นเลย ส่วนธาตุเเท้ของไครต่อไครนั้น ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณก็ได้เพราะรู้ๆกันอยู่.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ขอบคุณที่ตามเรื่องเสมอครับ.

มีข้อสงสัย วันก่อนอ่านข่าวว่าทัพบกกำลังรับมอบ รถบรรทุกทหารที่สั่งซื้อ หนึ่งพันสี่ร้อยกว่าคัน หรือเกือบพันห้าร้อยคันน่ะครับ....ถามว่า จะเยอะไปไหมครับ เเละเขาบรรทุกอะไรกันบ้างหรือครับ อยากรู้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน