• unified
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : unified@ji-net.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-14
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 56919
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือ
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือทั้งภาษาไทยแลอังกฤษ มิได้คิดว่าทำในฐานะผู้รู้และหวังความนิยม แค่ทำเพราะอยากทำ แค่มีคนอ่านบ้างน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการเผยแพร่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/BookReview
วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม 2552
Posted by unified , ผู้อ่าน : 1141 , 13:42:11 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือ:The Breakthrough

ISBN: 978-0-385-52501-5

ผู้แต่ง: Gwen Ifill

สำนักพิมพ์: DoubleDay


       

เมื่อเห็นชื่อหนังสือ ‘The Breakthrough, politics and race in the age of Obama’ ผมลังเลว่าจะเป็นหนังสือเรื่องราวของประธานาธิบดีใหม่ของสหรัฐฯหรือไม่ จริงๆแล้วชื่อหนังสือก็ไม่ได้เจาะจงถึงตัว ปธน.โอบาม่าแต่อย่างใด แต่ก็มีหนังสือหลายเล่มที่นิยมเขียนอิงคนดังโดยใช้ชื่อแบบถากๆเช่นกัน

เมื่อดูชื่อบทและสุ่มอ่านคร่าวๆจึงทำให้ผมแน่ใจว่าจะไม่มีเนื้อหาที่วนไปวนมากับคนดังอย่างโอบาม่ามากเกินไป Gwen Ifill นักข่าวหญิงมากประสบการณ์เขียนหนังสือเล่มนี้โดยให้ภาพที่คมชัดของบทบาทของนักการเมืองอาฟริกัน-อเมริกันนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และแม้จะพูดถึงปัจจุบันเธอก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับโอบาม่ามากจนเกินบริบทของหนังสือ แน่นอนมีบทของโอบาม่าโดยเฉพาะอยู่หนึ่งบทแต่ก็กล่าวถึงนักการเมืองผิวสีอื่นๆในบทเฉพาะของคนนั้นๆเช่นกัน

เอาเป็นว่าหนังสือที่มีความยาวประมาณ 250 หน้าและมี 12 บทรวมบทนำและบทสรุปนี้ผมถือเองว่าเป็นหนังสือที่อธิบายบทบาทของนักการเมืองอาฟริกัน-อเมริกันได้ดีมาก เพราะ Ifill อ่านทะลุถึงประเด็นสำคัญๆไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างในแนวทางของนักการเมืองผิวสีในยุค 1960-70 กับยุคปัจจุบัน หรือความอ่อนไหวของการแสดงตัวตนความเป็นอาฟริกัน-อเมริกันซึ่งถ้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไปจะส่งผลอย่างไรต่อแรงสนับสนุนจากประชาชนเป็นต้น แต่ที่แน่ๆคือ Ifill ได้เล่าเรื่องของนักการเมืองผิวสีซึ่งนอกจากโอบาม่าแล้วยังมี Cory Booker, Arthur Davis และ Deval Patrick ซึ่งล้วนเป็นคนรุ่นเดียวกันที่มีอนาคตทางการเมืองและมีปูมหลังและวิธีการเข้าสู่การเมืองและความก้าวหน้าที่น่าสนใจ

ก่อนที่โลกจะเห็นโอบาม่าเข้าสู่การแข่งขันชิงผู้ท้าชิงปธน.ภายในพรรคเดโมแครตเมื่อสองปีก่อน ดูเหมือนคนจะไม่รู้จักโอบาม่าเลยและแนวโน้มที่จะเห็นผู้นำสหรัฐฯที่ไม่ใช่คอเคเซียนก็ดูเหมือนจะห่างไกล คงต้องย้อนไปเมื่อร่วมๆ 20 ปีก่อนที่สาธุคุณ Jesse Jackson ได้เข้าไกล้ความเป็นจริงมากที่สุดด้วยการเป็นผู้ท้าชิงภายในพรรคเดโมแครตเอง หรือถ้าเป็นก่อนหน้านั้นทุกท่านคงรู้จักนักต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมอย่าง Martin Luther King แต่ King เองก็มิได้เคยสมัครชิงตำแหน่งแต่อย่างใดแต่มุ่งเน้นการปลุกกระแสการเรียกร้องความเป็นธรรมเป็นงานหลัก

Ifill กล่าวว่าการต่อสู้ของ King และเหล่าผู้นำอาฟริกัน-อเมริกันในยุคก่อนที่ทำให้ลูกหลานรุ่นหลังซึ่งเกิดในยุค 1960-70 ได้มีโอกาสในชีวิตที่เท่าเทียมกับคนเชื้อสายยุโรปไม่ว่าจะในแง่การศึกษา,การทำงานและสิทธิทั่วๆไป เด็กเหล่านี้(ซึ่งคือคนรุ่นอายุ 30-50 ปีในปัจจุบัน)รับความกดดันของการเหยียดผิวน้อยกว่าคนรุ่นก่อนมาก การโตมากับแรงเหยียดที่น้อยกว่าบวกกับการเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำและทำงานในองค์กรชื่อดังทำให้คนอาฟริกัน-อเมริกันรุ่นใหม่เข้าสู่คนชั้นกลางหรือคนมั่งมีดังนั้นแนวคิดและแนวทางจึงเปลี่ยนไป พวกเขาอยู่ห่างจากชุมชนอาฟริกัน-อเมริกันส่วนใหญ่และมักถูกตั้งคำถามจากคนผิวสีด้วยกันถึงความเข้มข้นของเลือดอาฟริกัน Ifill ตั้งประเด็นไว้น่าฟังว่านักการเมืองผิวสีเจอคำถามถึงความเข้มข้นของเลือด(ผมขอหลีกเลี่ยงคำแปลตรงๆของ ‘Blackness’ที่ผู้เขียนใช้)จากพวกเดียวกันเองมากไม่แพ้หรืออาจจะมากกว่าความคลางแคลงใจจากคนคอเคเซียนต่อภาพพจน์การเรียกร้องสิทธิของนักการเมืองอาฟริกัน

การศึกษาที่สูงที่นำมาถึงสำเนียงการพูดแบบคนคอเคเซียนหรือการเข้าสังคมการทำงานซึ่งนำมาซึ่งรสนิยมและรูปแบบชีวิตที่แตกต่างจากเพื่อนร่วมสายเลือดกลายเป็นอุปสรรคที่เหล่านักการเมืองอาฟริกัน-อเมริกันต้องเอาชนะใจคนผิวสีด้วยกัน Cory Booker ผู้ว่าการหนุ่มจาก Newark, New Jersey ผู้ซึ่งมีปูมหลังการเติบโต, การศึกษาและการทำงานท่ามกลางคนคอเคเซียนมาตลอดถึงขั้นย้ายเข้าไปอยู่ในอพาร์ตเม้นในแหล่งที่มีอาชญากรรมสูงและทำงานแบบถึงลูกถึงคนเรียกใช้ได้ 24 ชั่วโมง ประเภทว่ามีเหตุการณ์อะไร Booker เป็นถึงหมด ถึงแม้เขาจะไม่ได้บอกว่าทำไปเพื่อเอาชนะใจคนผิวสี แต่ก็ยังคงถูกพูดเรื่องความเข้มข้นของเลือดอยู่ดี

แต่ในทางกลับกันนักการเมืองเชื้ออาฟริกันรุ่นใหม่กลับได้รับการต้อนรับจากคนคอเคเซียนมากขึ้น ภาพพจน์การเรียกร้องสิทธิแบบเข้มข้นของนักการเมืองผิวสีรุ่นเก่าซึ่งถูกระเวงโดยคนคอเคเซียนได้จางหายไป Ifill ยกประเด็นว่าโอบาม่าเองถึงขั้นเลี่ยงไม่ค่อยยอมพูดถึงเรื่องเชื้อชาติสักเท่าไร เรื่องนี้ Ifill อ้างอิงการสัมภาษณ์ทีมงานของโอบาม่าว่าการพูดถึงเรื่องสีผิวทำให้มีโอกาสเสียคะแนนจากคนคอเคเซียนส่วนคนอาฟริกันนั้นเขาเชื่อว่าจะเลือกโอบาม่าอยู่แล้วจากนโยบายและความเป็นคนอาฟริกัน ดังนั้นเมื่อพูดถึงความเท่าเทียม โอบาม่าจะเลือกพูดในมุม “การทำให้สังคมเป็นธรรมกับทุกคน”มากกว่า “การทำให้คนอาฟริกันและชนกลุ่มน้อยเท่ากับคอเคเซียน” 

Ifill สรุปว่าสาเหตุหนึ่งที่นักการเมืองเชื้ออาฟริกันได้ก้าวหน้าสู่หน้าที่ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี, วุฒิสมาชิกหรือผู้ว่าการรัฐ ว่ามาจากผลของการเรียกร้องความเท่าเทียมของนักการเมืองอาฟริกันรุ่นพ่อ และบทบาทของนักการเมืองรุ่นนี้น่าจะลดปัญหาเรื่องเชื้อชาติในอเมริกาลงได้บ้าง เธอบอกว่าแน่นอนว่าชัยชนะของโอบาม่ามีส่วนเกี่ยวกับเชื้อชาติแต่ไม่ใช่ในความหมายแค่ว่าคนผิวสีหรือไม่ใช่ แต่เป็นในความหมายว่าความภูมิใจในความเป็นอาฟริกันที่มีต่อโอบาม่าทำให้คนผิวสีไปลงคะแนนมากขึ้น ขณะเดียวกันคนคอเคเซียนก็แสดงความยอมรับต่ออาฟริกันมากขึ้นเมื่อดูจากผลการออกเสียงให้โอบาม่า

แต่ที่สำคัญที่สุดมิใช่การรับเลือกเข้ามา แต่คือการทำงานตามขอบเขตหน้าที่ของตำแหน่งที่ได้รับเลือก Ifill ให้ตัวอย่างไว้ว่านักการเมืองอาฟริกันบางคนที่มาจากพื้นฐานลำบากและชนะใจคนอาฟริกันด้วยกันอย่างล้นหลามยังกลับพลาดถูกกล่าวหาเรื่องการใช้งบอย่างสิ้นเปลือง ในขณะที่บางคนที่ถูกค่อนแคะว่ามีความเป็นฝรั่งมากกว่าอาฟริกันอย่าง Booker กลับลงทำงานคลุกวงในกับคนหาเช้ากินค่ำ โอบาม่าเคยกล่าวไว้ในหนังสือ ‘The Audacity of Hope’ ว่าต้องการลดการแบ่งขั้วอย่างสุดโต่งในสังคมอเมริกัน ชัยชนะของเขาสร้างแนวโน้มนั้นตามที่ผู้เขียนว่าไว้ แต่เขาและเหล่าคนผิวสีรุ่นใหม่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาจะก้าวผ่านเรื่องนี้และประเด็นสีผิวได้หรือไม่ ถ้าผู้นำที่ถูกวิจารณ์หรือกล่าวหาเป็นคนคอเคเซียน ความเชื่อมั่นต่อผู้นำคอเคเซียนคนอื่นจะลดลงไหม? แต่ถ้าผู้นำไม่ใช่คอเคเซียน ผลกระทบจะเหมือนกันหรือไม่ น่าจะเห็นคำตอบในยุคนี้

 ขอบคุณ Asiabook สำหรับหนังสือครับ

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน