• unified
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : unified@ji-net.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-14
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 56920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือ
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือทั้งภาษาไทยแลอังกฤษ มิได้คิดว่าทำในฐานะผู้รู้และหวังความนิยม แค่ทำเพราะอยากทำ แค่มีคนอ่านบ้างน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการเผยแพร่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/BookReview
วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2552
Posted by unified , ผู้อ่าน : 1661 , 10:43:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือ: CATS: the Nine Lives of Innovation

ISBN: 978-0-07-160221-1

ผู้แต่ง: Stepen Lundin

สำนักพิมพ์: McGrawHill


"Innovation เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา หลายคนเชื่อว่าไม่ทุกคนที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ Innovation ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่แม้แต่ความคิดดีๆที่แหวกแนวก็ถือเป็น Innovative Idea ได้ Stephen Lundin ผู้เขียนหนังสือ CATS: The Nine Lives of Innovation เชื่อว่าทุกคนสามารถที่จะมีความ Innovative ได้

จากการศึกษาของเขาจนมาเป็นหนังสือเล่มนี้ Lundin สังเคราะห์ออกมาว่ามีปัจจัยอยู่ 9 อย่างที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆมีความสามารถในการสร้างสรรค์โดยที่ไม่ต้องมีพรสวรรค์เข้ามาเกี่ยวข้อง หนังสือเล่มนี้เดินตามหนังสือเล่มก่อนที่เป็นหนึ่งในหนังสือขายดีของ Lundin ที่ชื่อว่า FISH มาหนนี้ Lundin ขึ้นบกมาใช้แมวเป็นสัญญลักษณ์บ้าง การวางโครงหนังสือเล่มนี้ดูจะเหมือนการปาฐกถามากกว่า โดยแบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกมี 4 บทที่ยาวประมาณ 130 หน้าที่ว่าด้วยหลักการทั้ง 9 ที่เขาเทียบกับชีวิตทั้ง 9 ชีวิตขอแมวรวมถึงการพูดถึงเป้าหมายใหญ่คือ Innovation แบบเจาะให้เห็นง่ายๆว่ามันคืออะไร และทำอย่างไรจึงจะสร้างมันขึ้นมาได้ไม่ว่าจะในมุมของบุคคลหรือองค์กร ส่วนภาคที่สองมีอีก 4 บทที่กินเนื้อหาสั้นกว่า 4 ภาคแรกมากกล่าวคือประมาณ 30 หน้าและดูเหมือนเป็นการเน้นย้ำ concept ที่ได้จากภาคแรกเสมือนการปาฐกถาที่ขมวดปมเพื่อเน้นให้ผู้สนใจนำไปปฏิบัติอย่างไม่ตกหล่น แม้กระนั้นผมเห็นว่าการกระโดดข้ามมาอ่านภาค 2 ซึ่งเหมือนเป็นสรุปย่อของภาคแรกจะทำให้ขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ

เบื้องต้น Lundin กล่าวว่า Innovation เป็นสิ่งที่ออกมาจากบุคคลมิใช่องค์กร แม้ว่าองค์กรต่างๆจะต้องการ Innovation มากเพียงใดก็ตามแต่องค์กรนั้นๆจะสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ถ้าไม่ใช่เป็นบุคคลในองค์กรที่คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมา เขากล่าวว่ามีความท้าทายอยู่ 4 ประการที่ต้องเอาชนะถ้าต้องการสร้าง Innovation  ประการแรกคือ Distraction ซึ่งคืออะไรก็ตามที่ทำลายความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นต่อการคิดในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนไม่ว่านั่นจะคือความกลัวหรือความต้องการอะไรที่แน่นอนและจับต้องได้ซึ่ง Innovation จะมีความเป็นนามธรรมมาก ประการที่สองคือ Normal ซึ่ง Lundin กล่าวว่า Innovation ตรงข้ามกับอะไรก็ตามที่ธรรมดา และสิ่งที่เป็นธรรมดาหรือ routine อยู่คนละขั้วกับนวัตกรรมหรือสิ่งไหม่ๆ ประการที่สามคือ Failure ดูเหมือนความท้าทายนี้จะหนักหน่วงที่สุดเพราะการพยายามทำหรือคิดอะไรใหม่ๆมักจะพบความล้มเหลว และประการสุดท้ายคือ Leadership ซึ่ง Lundin กล่าวว่าคืออุปสรรคต่อการสร้างสรรค์เพราะ Leadership มักนำมาซึ่งทิศทางและวิธีการที่แน่นอนและการทำตามคำสั่งซึ่งเขาเชื่อว่าความสร้างสรรค์จะเกิดได้ในภาวะของความเต็มใจร่วมไม้ร่วมมืออย่างธรรมชาติมากกว่าการนำอย่างเป็นระบบที่แน่นอน

เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคทั้งสี่ประการดังกล่าวได้ Lundin เสนอวิธีการ 9 ประการที่จะเตรียมให้คนมีความพร้อมในการสร้างสรรค์ สามประการแรกเขาพูดถึงการสร้างความพร้อมไม่ว่าจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งแวดล้อมที่อาจบั่นทอนกำลังใจ ยกตัวอย่างเช่นการไม่หวั่นไหวต่อเสียงของคนรอบข้างที่ไม่เชื่อว่าเราทำได้หรือแม้แต่การเปลี่ยนเสียงเหล่านั้นมาเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การสร้างสรรค์ Lundin เชื่อว่าในช่วงต้นๆแม้กระทั่งสมาชิกครอบครัวก็อาจจะหวังดีโดยการพูดให้เชื่อว่าทำได้ยากและโน้มน้าวให้อยู่กับสิ่งเดิมๆที่แน่นอน แต่ถ้าเราพยายามแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแล้วในที่สุดเสียงจากสมาชิกครอบครัวจะกลับมาให้กำลังใจอย่างมาก นอกจากนี้ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อมต่อการสร้างสรรค์ การฝึกตัวเองให้พร้อมนั้น Lundin บอกว่าไม่ต่างจากการเล่นกีฬาที่มีคำพูดจากนักกอล์ฟที่ว่ายิ่งฝึกมากก็ยิ่งทำให้โชคดีในการได้แต้มมากขึ้นซึ่งหมายถึงว่าจริงๆแล้วโชคไม่ได้มาจากความฟลุคแต่เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสอันมาจากความชำนาญจากการฝึก ประการที่สามเขาบอกว่าต้องพร้อมที่จะออกจากกรอบความคิดและการปฏิบัติเดิมๆ

ประการที่สี่ถึงหกนั้นผมมองว่ามีความโดดเด่นมาก Lundin พูดถึงการกระตุ้นตัวเองซึ่งเขามองว่าแบ่งได้เป็นสามลักษณะคือ การกระตุ้นทางกายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกิจกรรมหรือการกีฬาที่ทำให้เรา off จากภาวะที่ตันทางความคิด Lundin บอกว่าบ่อยครั้งที่คิดอะไรไม่ออกแล้วเขาจะออกไปวิ่ง เพื่อให้ลืมสิ่งที่คิดอยู่และก็มักจะได้คำตอบดีๆเสมอหลังจากนั้น การกระตุ้นอีกแบบคือการกระตุ้นทางสังคมซึ่งอาจหมายถึงการ Brainstorm ซึ่งผู้เขียนเตือนว่าอย่าพยายาม kill idea ของผู้ร่วมวงและอย่าพยายาม screen ความคิดของตัวเองมากไป เขาเชื่อว่ายิ่งสร้างไอเดียออกมามากเพียงใดก็จำนำมาถึงโอกาสในการได้คำตอบที่ดีที่สุดเท่านั้น การกระตุ้นแบบสุดท้ายคือการกระตุ้นทางความคิด เช่นการฝึกการซักค้านหรือการมองมุมแย้ง

ประการที่เจ็ดและแปดผู้เขียนพูดถึงความล้มเหลว โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติที่การเรียนรู้หรือท้าทายจะได้รับความล้มเหลวแต่มนุษย์ก็เรียนรู้จากความล้มเหลวนั่นเอง และการล้มเหลวที่ดีควรเป็นแต่เนิ่นๆซึ่งหมายถึงการกล้าคิดกล้าทำแต่เนิ่นๆและต้องเป็นการล้มเหลวที่ถูกเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อแก้ไขต่อๆไป ประการสุดท้าย Lundin บอกว่าพลังการสร้างสรรค์เป็นพลังธรรมชาติที่จะออกมาในภาวะที่เต็มใจไม่ถูกบังคับหรือตีกรอบ

ผมมองว่า Lundin ได้พยายามทำให้ความสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สร้างได้ด้วยวิธีการเตรียมพร้อมแบบง่ายๆและนั่นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรหรือบุคคลใดๆในการคิดถึงแม้การคิดนั้นอาจไม่ต้องนำมาซึ่งการค้นพบอันยิ่งใหญ่ก็ตาม อีกอย่างที่ผมชม Lundin คือการยกตัวอย่างซึ่งเขาใช้ตัวอย่างง่ายๆมาทำให้การอธิบายหลักคิดของเขาชัดเจนขึ้น และอย่างที่เรียนแล้วว่าในภาคสองของหนังสือเหมือนเป็นการสรุปและย้ำสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดแต่ Lundin ก็ได้แนะนำหนังสือที่น่าเป็นประโยชน์ข้างเคียงเช่นที่เกี่ยวกับ Mind Mapping ฯลฯ ซึ่งคงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจต่อไปครับ"

ขอบคุณ Asiabook สำหรับหนังสือครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
unified วันที่ : 21/04/2009 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/squash
Squash และ หนังสือ คือสิ่งที่ผมรัก http://www.oknation.net/blog/bookreview

คุณ kate ครับ จริงๆผมว่าที่เขาใช้ว่า innovation เพื่อให้มันชัดและฟังดูยิ่งใหญ่
แต่การที่เราคิดแก้ปัญหาอะไรออกก็ตาม ก็ดีพอที่จะเป็นสิ่งที่ดีของชีวิตละครับ ผมว่า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kate วันที่ : 21/04/2009 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kate2007
I Know This is Love

ชีวิตตัวเอง ไม่เคยเฉียดใกล้คำว่า innovation เลยสักนิด คิดว่าอุปสรรค์ใหญ่หลวงของคนเราคงอยู่ที่ความ กลัว ถ้าเราขจัดความกลัวได้ง่ายๆ ก็คงจะดีไม่น้อย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน