• unified
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : unified@ji-net.com
  • วันที่สร้าง : 2008-09-14
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 56920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือ
แนะนำ/วิจารณ์หนังสือทั้งภาษาไทยแลอังกฤษ มิได้คิดว่าทำในฐานะผู้รู้และหวังความนิยม แค่ทำเพราะอยากทำ แค่มีคนอ่านบ้างน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการเผยแพร่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/BookReview
วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม 2552
Posted by unified , ผู้อ่าน : 3613 , 04:55:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


หนังสือ: The Leadership Secrets of Genghis Khan

ISBN: 978-0-593-05848-0

ผู้แต่ง: John Man

สำนักพิมพ์: Bantam Press


"เคล็ดลับในการบริหารงานคงน่าสนใจน้อยลงมากๆถ้าไม่อิงที่มาจากประสบการณ์จริงของผู้ที่เคยผ่านงานมาอย่างโชกโชน มีหนังสือจำนวนไม่น้อยที่ใช้ประสบการณ์และชื่อเสียงของผู้ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นจุดขายในการนำเสนอเนื้อหา แต่ก็เสี่ยงเช่นกันถ้าเนื้อหาไม่ดีพอและพลอยจะทำให้ผู้เขียนเสียเครดิตที่นำชื่อเสียงของบุคคลสำคัญมาเป็นสิ่งชูโรง สัปดาห์นี้ผมเลือกหนังสือที่อยู่ในข่ายของการอิงชื่อเสียงของบุคคลสำคัญมานำเสนอครับ

หนังสือ The Leadership Secrets of Genghis Khan เขียนโดย John Man ผู้ซึ่งเขียนเกี่ยวกับเจงกิสข่านมาแล้วหลายเล่ม ผมมีสาเหตุหลักสองประการที่ลองหยิบหนังสือนี้มาอ่าน แรกคือสนใจเรื่องราวของเจงกิส ข่าน สองคืออยากทราบว่าการเขียนอิงคนสำคัญโดยเฉพาะที่เป็นที่รู้จักกว้างขวางทางประวัติศาสตร์นั้นผู้เขียนจะผสมกับหลักการบริหารงานของผู้นำได้เนียนขนาดไหน John Man เขียนหนังสือเล่มนี้ในพื้นที่ประมาณ 170 หน้าของหนังสือขนาดใหญ่กว่า Pocket book เล็กน้อย เนื้อหาอ่านง่ายพกสะดวกมือ

แกนของหนังสือประกอบด้วยสองส่วนที่เชื่อมกันอยู่ตลอดกล่าวคือ การเล่าเรื่องราวของ เจงกิสข่านตั้งแต่วัยเยาว์จนชราเฒ่าพร้อมทั้งเรื่องราวการสร้างอาณาจักรมองโกลอันเกรียงไกร ซึ่งเรื่องราวส่วนนี้จะถูกโยงเข้ากับหลักการบริหารงานของผู้นำ 21 ข้อที่ Man บอกว่าได้จากวิถีการทำงานของเจงกิส ข่าน พูดง่ายๆว่าMan พยายามเชื่อมประวัติของเจงกิสข่านกับหลักการบริหารในปัจจุบัน หลัก 21 ข้อดูจะมากพอสมควรแต่น่าสนใจที่ Man แบ่งเนื้อหาออกเป็น 8 บทไม่รวมบทนำ ซึ่งทั้ง 8 บทกล่าวเป็นบทๆไปเกี่ยวกับ ชีวิตวัยเด็กและสิ่งที่หล่อหลอมนิสัย, การเป็นนักรบ,การสร้างกองกำลัง(ทีมงาน),การขยาย(สร้าง)อาณาจักร,การส่งต่อสู่รุ่นถัดไป เป็นต้น

ความน่าสนใจของการหล่อหลอมในวัยเด็กของเด็กชายเตมูจินคือการเป็นลูกชายคนโตของครอบครัวที่บิดาเสียชีวิตในการต่อสู้ระหว่างเผ่าและมารดาและลูกๆถูกฆ่าศึกทิ้งไว้โดดเดี่ยวหวังให้อดตายแต่เตมูจินก็ดิ้นรนด้วยปัญญาสมวัยและนำครอบครัวรอด แต่ก็ต้องมาถูกตามล่าในเวลาต่อมาจากศัตรูเก่าของบิดา สัญชาตญาณเอาตัวรอดแต่เด็กทำให้เตมูจินผูกมิตรกับเพื่อนร่วมสาบานของบิดาและได้จามูคาผู้ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบานหนุนหลังอีกราย นับว่าการผูกมิตรหนนี้มิตรทำให้เตมูจินได้ตั้งหลักและลืมตาอ้าปาก

การสนับสนุนด้านกองกำลังจากพันธมิตรบวกกับบุคคลิกที่สามารถเป็นผู้นำได้ของเตมูจินทำให้เขามองไกลกว่าการเอาชนะแค่เป็นครั้งๆไป เจงกิสข่านเชื่อว่ามีบัญชาสวรรค์ที่ให้เขาเป็นผู้นำโลก เขาจึงทำในสิ่งที่ไม่เคยมีหัวหน้าเผ่ามองโกลใดเคยทำนั่นคือต่อสู้และรวบรวมชนเผ่าต่างๆเข้าด้วยกันซึ่งทำให้ทัพของมองโกลมีชนชาติอื่นๆที่ถูกมองโกลปราบได้รวบรวมอยู่เป็นจำนวนมาก มีหลักอยู่สองข้อที่ผมเห็นว่าน่าสนใจจากเรื่องราวส่วนนี้ กล่าวคือ เรื่องความใจกว้างและเป็นธรรมของเจงกิสข่าน ซึ่ง Man บอกว่าเจงกิสข่านปกครองคนต่างชาติศาสนาด้วยความเป็นธรรม ที่สำคัญคือใช้ระบบเข้ามาช่วยทำให้มองโกลในสมัยนั้นมีกฏหมายใช้ถึงแม้ว่าเรื่องกฏหมายนี้จะไม่ค่อยมีการพูดถึงนักเพราะบังคับใช้ในหมู่มองโกลเป็นหลักไม่รวมถึงมุสลิมและคนจีน แต่ก็มีข้อกฏหมายชัดเจนที่ให้คนเคารพผู้ที่นับถือศาสนาอื่นและการให้มองโกลทุกคนอยู่ใต้กฏหมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าชายหรือสถานะใดๆก็ตาม อีกข้อที่น่าสนใจคือการให้ความสำคัญกับความภักดี เจงกิสข่านปูนบำเน็จกับผู้ที่จงรักภักดีโดยให้ตำแหน่งหน้าที่ที่สำคัญในกองทัพ ในขณะเดียวกันแม้มีผู้ที่แปรพรรคมาโดยทรยศต่อเผ่าเดิมเจงกิสก็จัดการประหารชีวิต เรื่องความเป็นธรรมและความภักดีนี้เห็นได้ชัดจากการให้ตำแหน่งที่ปรึกษาสำคัญแก่ Chucai ขุนนางชาวจีนที่ปฏิเสธการรับตำแหน่งในเบื้องแรกเพราะถือว่าครอบครัวเคยรับใช้ราชวงศ์จีนมาก่อน

เนื่องจากภารกิจของเจงกิสข่านคือการสร้างอาณาจักรใหญ่การปราบปรามชนชาติต่างๆให้อยู่ในปกครองจึงเป็นเรื่องใหญ่และการปกครองโดยคนที่ไว้ใจก็สำคัญไม่แพ้กัน Man เชื่อว่าที่มีคนกล่าวหาว่ามองโกลป่าเถื่อนและโหดร้ายนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการที่สร้างความกลัวให้เมืองที่กำลังเป็นเป้าหมายและหลายครั้งก็ทำให้ศัตรูยกธงขาวง่ายๆเพราะได้ยินกิตติศัพท์ความโหดจากการตีเมืองข้างเคียงของทัพมองโกล ต่อเมื่อตีเมืองได้แล้วเจงกิสข่านก็มักจะส่งคนในราชวงศ์ของตนหรือขุนนางระดับสูงไปปกครองเพราะเคยมีบทเรียนจากการย้อนรอยแข็งเมืองจากเจ้าเมืองเดิมมาแล้ว

Man กล่าวไว้น่าสนใจว่าทัพมองโกลขยายดินแดนโดยปกครองตั้งแต่เกาหลีต่อเนื่องไปสิ้นสุดที่ฮังการี โดยมีปัจจัยสำคัญคือเชื้อเพลิงซึ่งก็คือหญ้าสำหรับม้านั่นเอง ขอบเขตมองโกลในยุโรปจึงสุดที่ที่เริ่มหาหญ้าได้ลำบากอันมาจากภูมิอากาศ กระนั้นในอาณาจักรเองก็มีสถานีม้าอยู่หลายแห่งและมีม้าหลายพันตัวทั้งนี้เพื่อกิจสำคัญในการสื่อข่าวอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

มีอยู่อีกสามประเด็นที่น่าพูดถึง เรื่องแรกคือการเลือกผู้นำซึ่งผู้ได้รับเลือกเป็นบุตรชายคนที่สามเพราะเจงกิสข่านเห็นว่าบุตรชายคนโตและรองบาดหมางกันรุนแรงจึงหาทางออกที่เป็นกลางและบุตรชายสองคนแรกรับได้ซึ่งถ้าเตมูจินตัดสินใจตามจารีตให้บุตรคนโตแต่แรกอาจสร้างศึกสายเลือดในอนาคตได้ ประเด็นถัดมาคือการส่งต่อภารกิจ Man กล่าวว่าเจงกิสข่านได้ทำให้เป้าหมายของตนเองเป็นเป้าหมายของกองทัพและส่งต่อสู่รุ่นถัดๆไปซึ่งพิธีศพที่เรียบง่ายและเป็นความลับเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ให้ข้าศึกรู้และท้าทายในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้กองทัพเสียขวัญด้วย

การควบรวมเอาแผ่นดินซ่งหรือการได้จีนมาครอบครองโดยสมบูรณ์ก็สำเร็จในมือของกุบไลข่านผู้เป็นหลาน ซึ่ง Man ได้ตั้งประเด็นว่าการรู้ถึงขีดจำกัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อถึงยุคของกุบไลข่านนั้นพี่ๆน้องๆเริ่มห่างกันไปตามระยะทางระหว่างเมืองที่ปกครองและเริ่มกลายความคิดความเข้มข้นในความเป็นมองโกล หลายเมืองเริ่มก่อศึกในกันเองแต่กุบไลก็ยังคงคิดก่อศึกนอกต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งแต่ความพยายามหลังๆเช่นการตีญี่ปุ่นหรือความคิดในการรวมพม่ากลับไม่สำเร็จเลย Man ชี้ให้เห็นว่าถ้ากุบไลรู้ว่าตนเองไม่ใช่เจงกิสข่านแล้วก็อาจจะเลือกไม่ทำเช่นนั้น

ถือได้ว่าหนังสือกึ่งประวัติศาสตร์กึ่งบริหารเล่มนี้ได้ให้ความเพลินกับผมแถมยังเก็บตกข้อคิดดีๆได้หลายข้อ แต่การListบทเรียนทางธุรกิจไว้ถึง 21 บทดูมากเกินไป ผมยอมรับว่าได้ความคิดมาบางประเด็นที่ไม่ได้ถูกlist ไว้ด้วยซ้ำแต่โดยรวมถือว่าไม่ผิดหวังที่อ่านครับ"

ขอบคุณ Asiabook สำหรับหนังสือ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน