• ส.บุญยืน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonyoon@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 286
  • จำนวนผู้ชม : 480585
  • ส่ง msg :
  • โหวต 130 คน
อิสระแห่งการแสดงความคิด
การแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ นำเสนอ อย่างอิสระ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by ส.บุญยืน , ผู้อ่าน : 13438 , 14:49:08 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แหล่งที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki/

ประเทศลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


Sathalanalat Pasathipatai Pasason Lao
สาทาละนะลัต ปะซาทิปะไต ปะซาซนลาว 

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

คำขวัญສັນຕິພາບ ເອກະລາດ ປະຊາທິປະໄຕ ເອກະພາບ ວັດຖະນາຖາວອນ
("สันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย เอกภาพ วัฒนาถาวร")

เพลงชาติเพลงชาติลาว[1]

เมืองหลวง

นครหลวงเวียงจันทน์[1]
17°58′N 102°36′E / 17.967°N 102.6°E / 17.967; 102.6

เมืองใหญ่สุด

นครหลวงเวียงจันทน์

ภาษาราชการ

ภาษาลาว[1]

รัฐบาล

สาธารณรัฐนำโดยพรรคคอมมิวนิสต์ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว

 - 

เลขาธิการใหญ่พรรค และประธานประเทศ

จูมมะลี ไซยะสอน

 - 

นายกรัฐมนตรี

บัวสอน บุบผาวัน

ประวัติ

 - 

ประกาศเอกราช
จากฝรั่งเศส

19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 

 - 

สถาปนา สปป. ลาว

2 ธันวาคม พ.ศ. 2518[1] 

เนื้อที่

 - 

ทั้งหมด

236,800 กม.² (ลำดับที่ 81)

 - 

พื้นน้ำ (%)

2%

ประชากร

 - 

2548 ประมาณ

5,924,000 (อันดับที่ 103)

 - 

2538 สำรวจ

4,574,848 

 - 

ความหนาแน่น

25/กม.² (อันดับที่ 177)

GDP (PPP)

2548 ประมาณ

 - 

รวม

11.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 129)

 - 

ต่อประชากร

1,900 ดอลลาร์สหรัฐ (อันดับที่ 138)

HDI (2548)

0.545 (กลาง) (อันดับที่ 133)

สกุลเงิน

กีบ[1] 1 บาท : 248 กีบ (พฤษภาคม 2552) (LAK)

เขตเวลา

(UTC+7)

 - 

ฤดูร้อน (DST)

 (UTC+7)

รหัสอินเทอร์เน็ต

.la

รหัสโทรศัพท์

+856

ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ลาว: ສາທາລະນະລັດປະຊາທິປະໄຕປະຊາຊົນລາວ, อักษรย่อ: ສປປລ.; อังกฤษ: Lao People's Democratic Republic) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดจีนและพม่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ติดต่อกับเวียดนามทางทิศตะวันออก ติดต่อกับกัมพูชาทางทิศใต้ และติดต่อกับประเทศไทยทางทิศตะวันตก

เนื้อหา

·         1 คำว่า ลาว ในภาษาอังกฤษ

·         2 ภูมิศาสตร์

o             2.1 ลักษณะภูมิประเทศ

o             2.2 ลักษณะภูมิอากาศ

·         3 ประวัติศาสตร์

o             3.1 สมัยศักดินา

o             3.2 สมัยอาณานิคม การประกาศเอกราช และสงครามกลางเมือง

o             3.3 สมัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

·         4 การเมือง

o             4.1 สถาบันการเมืองที่สำคัญ

o             4.2 การจัดตั้งและการบริหาร

·         5 การแบ่งเขตการปกครอง

·         6 เศรษฐกิจ

o             6.1 การลงทุน

o             6.2 โครงการความร่วมมือในภูมิภาคใกล้เคียง

o             6.3 การนำเข้าและการส่งออก

·         7 สื่อสารมวลชน

·         8 สังคม

o             8.1 ประชากร

o             8.2 ภาษา

o             8.3 ศาสนา

o             8.4 วัฒนธรรม

o             8.5 วันสำคัญ

·         9 อันดับในเวทีระหว่างประเทศ

·         10 ดูเพิ่ม

·         11 อ้างอิง

คำว่า ลาว ในภาษาอังกฤษ

ในภาษาอังกฤษ คำว่าลาว ที่หมายถึงประเทศสะกดว่า "Laos" และ ลาวที่หมายถึงคนลาว และภาษาลาวใช้ "Lao" ในบางครั้งจะเห็นมีการใช้คำว่า "Laotian" แทนเนื่องจากป้องกันการสับสนกับเชื้อชาติลาว ที่สะกด "Lao ethnic group"

ภูมิศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศลาวเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่บนใจกลางของคาบสมุทรอินโดจีน ระหว่างละติจูดที่ 14 - 23 องศาเหนือ ลองติจูดที่ 100 - 108 องศาตะวันออก มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 236,800 ตารางกิโลเมตร แบ่งเป็นภาคพื้นดิน 230,800 ตารางกิโลเมตร ภาคพื้นน้ำ 6,000 km² โดยลาวเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เนื่องด้วยตลอดแนวชายแดนของประเทศลาว ซึ่งมีความยาวรวม 5,083 กิโลเมตร ล้อมรอบด้วยชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ดังนี้

·         ประเทศจีนทางด้านทิศเหนือ (423 กิโลเมตร)

·         ประเทศไทยทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตก (1,754 กิโลเมตร)

·         ประเทศกัมพูชาทางด้านทิศใต้ (541 กิโลเมตร)

·         ประเทศเวียดนามทางด้านทิศตะวันออก (2,130 กิโลเมตร)

·         ประเทศพม่าทางด้านทิศตะวันตก (235 กิโลเมตร)

ความยาวพื้นที่ประเทศลาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ยาวประมาณ 1,700 กว่ากิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดกว้าง 500 กิโลเมตร และที่แคบที่สุด 140 กิโลเมตร เนื้อที่ทั้งหมด 236,800 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศของลาวอาจแบบได้เป็น 3 เขต คือ

1.    เขตภูเขาสูง เป็นพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1,500 เมตรขึ้นไป พื้นที่นี้อยู่ในเขตภาคเหนือของประเทศ

2.    เขตที่ราบสูง คือพื้นที่ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 1,000 เมตร ปรากฏตั้งแต่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงเมืองพวนไปจนถึงชายแดนกัมพูชา เขตที่ราบสูงนี้มีที่ราบสูงขนาดใหญ่อยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ที่ราบสูงเมืองพวน (แขวงเชียงขวาง), ที่ราบสูงนากาย (แขวงคำม่วน) และที่ราบสูงบริเวณ (ภาคใต้)

3.    เขตที่ราบลุ่ม เป็นเขตที่ราบตามแนวฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำต่างๆ เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในเขตพื้นที่ทั้ง 3 เขต นับเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของประเทศ แนวที่ราบลุ่มเหล่านี้เริ่มปรากฏตั้งแต่บริเวณตอนใต้ของแม่น้ำงึม เรียกว่า ที่ราบลุ่มเวียงจันทน์ ผ่านที่ราบลุ่มสะหวันนะเขด ซึ่งอยู่ตอนใต้เซบั้งไฟและเซบั้งเหียง และที่ราบจำปาสักทางภาคใต้ของลาว ซึ่งปรากฏตามแนวแม่น้ำโขงเรื่อยไปจนจดชายแดนประเทศกัมพูชา

ทั้งนี้ เมื่อนำเอาพื้นที่ของเขตภูเขาสูงและเขตที่ราบสูงมารวมกันแล้ว จะมากถึง 3 ใน 4 ของพื้นที่ประเทศลาวทั้งหมด โดยจุดที่สูงที่สุดของประเทศลาวอยู่ที่ภูเบี้ย ในแขวงเชียงขวาง วัดความสูงได้ 2,817 เมตร (9,242 ฟุต)

ประเทศลาวมีแม่น้ำสายสำคัญอยู่หลายสาย โดยแม่น้ำซึ่งเป็นสายหัวใจหลักของประเทศคือแม่น้ำโขง ซึ่งไหลผ่านประเทศลาวเป็นระยะทาง 1,835 กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสำคัญทั้งในด้านเกษตรกรรม การประมง การผลิตพลังงานไฟฟ้า การคมนาคมจากลาวเหนือไปจนถึงลาวใต้ และการใช้เป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศลาวกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ แม่น้ำสายสำคัญของลาวแห่งอื่นๆ ยังได้แก่

·         แม่น้ำอู (พงสาลี - หลวงพะบาง) ยาว 448 กิโลเมตร

·         แม่น้ำงึม (เชียงขวาง-เวียงจันทน์) ยาว 354 กิโลเมตร

·         แม่น้ำเซบั้งเหียง (สะหวันนะเขด) ยาว 338 กิโลเมตร

·         แม่น้ำทา (หลวงน้ำทา-บ่อแก้ว) ยาว 325 กิโลเมตร

·         แม่น้ำเซกอง (สาละวัน-เซกอง-อัดตะบือ) ยาว 320 กิโลเมตร

·         แม่น้ำเซบั้งไฟ (คำม่วน-สะหวันนะเขด) ยาว 239 กิโลเมตร

·         แม่น้ำแบ่ง (อุดมไซ) ยาว 215 กิโลเมตร

·         แม่น้ำเซโดน (สาละวัน-จำปาสัก) ยาว 192 กิโลเมตร

·         แม่น้ำเซละนอง (สะหวันนะเขด) ยาว 115 กิโลเมตร

·         แม่น้ำกะดิ่ง (บอลิคำไซ) ยาว 103 กิโลเมตร

·         แม่น้ำคาน (หัวพัน-หลวงพระบาง) ยาว 90 กิโลเมตร

ลักษณะภูมิอากาศ

สปป. ลาวอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อน มีลมมรสุมแต่ไม่มีลมพายุ สำหรับเขตภูเขาภาคเหนือ และ เขตเทือกเขา อากาศมีลักษณะกึ่งร้อนกึ่งหนาว อุณหภูมิสะสมเฉลี่ยประจำปีสูงถึง 8,500 - 9,000 องศาเซลเซียส ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนมีประมาณ 10 องศาเซลเซียส จำนวนชั่วโมงที่มีแสงแดดต่อปีประมาณ 2,300 - 2,400 ชั่วโมง (ประมาณ 6.3 - 6.5 ชั่วโมงต่อวัน) ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศมีประมาณร้อยละ 70 - 85 ปริมาณน้ำฝนในฤดูฝน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงตุลาคม) มีร้อยละ 75 - 90 ส่วนในฤดูแล้ง (ตั้งแต่เดือนพฤษจิกายน ถึงเมษายน) ปริมาณน้ำฝนมีเพียงร้อยละ 10 - 25 และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีของแต่เขตก็แตกต่างกันอย่างมากมาย เช่น เขตเทือกเขาบริเวณทางใต้ได้รับน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 300 เซนติเมตร ขณะที่บริเวณแขวงเซียงขวาง
แขวงหลวงพะบาง แขวงไซยะบุลี ได้รับเพียงแค่ 100 - 150 เซนติเมตร ส่วนแขวงเวียงจันและสะหวันนะเขดในช่วง 150 - 200 เซนติเมตร เช่นเดียวกับ
แขวงพงสาลี แขวงหลวงน้ำทา และแขวงบ่อแก้ว

ประวัติศาสตร์

สมัยศักดินา

ประวัติศาสตร์ยุคแรกๆ ของลาว เชื่อว่าอยู่ภายใต้การครอบครองของอาณาจักรน่านเจ้ามีตำนานโดยขุนบรม และขุนลอ มีลูกสืบหลานต่อๆ กันมา จนถึงรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้มผู้รวบรวมอาณาจักรล้านช้างได้เป็นผลสำเร็จในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 19 และมีกษัตริย์ปกครองสืบทอดต่อกันมาหลายพระองค์ ที่สำคัญ เช่น

·         พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระองค์มีความสัมพันธไมตรีที่แนบแน่นกับกษัตริย์ไทย โดยเฉพาะในรัชสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ 

·         พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช รัชสมัยของพระองค์นับเป็นยุคทองของราชอาณาจักรล้านช้าง

ภายหลังเมื่อพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชเสด็จสวรรคตแล้ว เชื้อพระวงศ์ลาวต่างก็แก่งแย่งราชสมบัติกัน จนอาณาจักรล้านช้างแตกแยกเป็น 3 ส่วนคือ อาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ และอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ ต่างเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน และเพื่อชิงความเป็นใหญ่ต่างก็ขอสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรเพื่อนบ้าน เช่น ไทย พม่า เพื่อขอกำลังมาสยบอาณาจักรลาวด้วยกันในลักษณะนี้ ในที่สุดอาณาจักรลาวทั้ง 3 แห่งนี้จะตกเป็นประเทศราชของอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2321

สยามได้ปกครองดินแดนลาวทั้งสามส่วนในฐานะประเทศราชรวม 114 ปี ในระยะเวลาดังกล่าวอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ได้ล่มสลายลงในปี พ.ศ. 2371 เนื่องจากในปี พ.ศ. 2369 พระเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ได้พยายามทำสงครามเพื่อตั้งตนเป็นอิสระจากสยาม เนื่องจากไม่อาจทนต่อการกดขี่ของฝ่ายไทยได้ ทว่าหลังการปราบปรามของกองทัพไทยอย่างหนัก พระองค์เห็นว่าจะทำการไม่สำเร็จจึงตัดสินพระทัยหลบหนีไปพึ่งจักรวรรดิเวียดนามจนถึง พ.ศ. 2371 พระองค์จึงได้กลับมายังกรุงเวียงจันทน์พร้อมกับขบวนราชทูตเวียดนามพามาเพื่อขอสวามิภักดิ์สยามอีกครั้ง แต่พอสบโอกาสพระองค์จึงนำทหารของตนฆ่าทหารไทยที่รักษาเมืองจนเกือบหมดและยึดกรุงเวียงจันทน์คืน กองทัพสยามรวบรวมกำลังพลและยกทัพมาปราบปรามเจ้าอนุวงศ์อีกครั้งจนราบคาบ จนพระเจ้าอนุวงศ์ต้องหลบหนีไปยังเวียดนามและในคราวนี้เองที่พระองค์ทรงถูกเจ้าเมืองพวนจับกุมตัวและส่งลงมากรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระพิโรธเจ้าอนุวงศ์มากจึงทรงให้คุมขังเจ้าอนุวงศ์ประจานกลางพระนครจนสิ้นพระชนม์ ส่วนกรุงเวียงจันทน์ก็ทรงมีพระบรมราชโองการให้เผาทำลายจนไม่เหลือสภาพความเป็นเมือง และตั้งศูนย์กลางการปกครองฝ่ายไทยเพื่อดูแลอาณาเขตของอาณาจักรเวียงจันทน์ที่เมืองหนองคายแทน

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช หน้าพระธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์

สมัยอาณานิคม การประกาศเอกราช และสงครามกลางเมือง

ในปี พ.ศ. 2436 สยามได้เกิดข้อขัดแย้งกับฝรั่งเศสในเรื่องอำนาจเหนือดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงจนเกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 จากการใช้เล่ห์เหลี่ยมของโอกุสต์ ปาวีกงสุลฝรั่งเศส โดยการใช้เรือรบมาปิดอ่าวไทยเพื่อบังคับให้ยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง รวมทั้งดินแดนอื่น ๆ ดินแดนลาวเกือบทั้งหมดก็เปลี่ยนไปตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของประเทศฝรั่งเศสในปีนั้นและถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนฝรั่งเศส ต่อมาภายหลังดินแดนลาวส่วนอื่นที่อยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขงก็ตกเป็นของฝรั่งเศสอีกในปี พ.ศ. 2450

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้รุกเข้ามาในลาวและดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศสอื่นๆ เมื่อญี่ปุ่นใกล้แพ้สงคราม ขบวนการลาวอิสระซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อกู้เอกราชลาวในเวลานั้นประกาศเอกราชให้ประเทศลาวเป็นประเทศ ราชอาณาจักรลาว หลังญี่ปุ่นแพ้สงคราม ฝรั่งเศสก็กลับเข้ามามีอำนาจในอินโดจีนอีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากการที่เวียดมินห์ปลดปล่อยเวียดนามได้ จึงเป็นการสั่นคลอนอำนาจฝรั่งเศสจนยอมให้ลาวประกาศเอกราชบางส่วนในปี พ.ศ. 2492 และได้เอกราชสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2496 ภายหลังฝรั่งเศสรบแพ้เวียดนามที่เดียนเบียนฟู ผู้ที่มีบทบาทในการประกาศเอกราชคือ เจ้าสุวรรณภูมา เจ้าเพชรราช และ เจ้าสุภานุวงศ์ โดยมีเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ามหาชีวิต (พระมหากษัตริย์) จากอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบางเดิม และได้รวมทั้ง 3 อาณาจักรคือ ล้านช้างหลวงพระบาง ล้านช้างเวียงจันทน์ และ ล้านช้างจำปาศักดิ์ เข้าด้วยกันเป็นราชอาณาจักรลาว

พ.ศ. 2502 เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์เสด็จสวรรคต เจ้าสว่างวัฒนาจึงขึ้นครองราชย์เป็นเจ้ามหาชีวิตแทน เหตุการณ์ในลาวยุ่งยากมาก เจ้าสุภานุวงศ์ 1 ในคณะลาวอิสระประกาศตนว่าเป็นพวกฝ่ายซ้ายนิยมคอมมิวนิสต์ และเป็นหัวหน้าขบวนการปะเทดลาว ได้ออกไปเคลื่อนไหวทางการเมืองในป่า เนื่องจากถูกฝ่ายขวาในลาวคุกคามอย่างหนัก ถึงปี พ.ศ. 2504 ร้อยเอกกองแลทำการรัฐประหารรัฐบาลเจ้าสุวรรณภูมา แต่ถูกกองทัพฝ่ายขวาและฝ่ายซ้ายรุมจนพ่ายแพ้ กองแลต้องลี้ภัยไปสหรัฐจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์ทางการเมืองในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้นบังคับให้ลาวต้องกลายเป็นสมรภูมิลับของสงครามเวียดนาม และเป็นปัจจัยก่อให้เกิดการรัฐประหารและสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ภายใต้การแทรกแซงของชาติต่างๆ ทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์และฝ่ายโลกเสรี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2518 พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตและเวียดนามเหนือ โดยการนำของเจ้าสุภานุวงศ์ ก็ยึดอำนาจรัฐจากรัฐบาลประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกาสำเร็จ เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนาทรงยินยอมสละราชสมบัติ พรรคประชาชนปฏิวัติลาวจึงประกาศสถาปนาประเทศลาวเป็น "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" อย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 โดยยังคงแต่ตั้งให้อดีตเจ้ามหาชีวิตเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลระบอบใหม่ แต่ภายหลังพรรคประชาชนปฏิวัติลาวก็ได้กุมตัวอดีตเจ้ามหาชีวิตและมเหสีไปคุมขังในค่ายกักกันจนสิ้นพระชนม์ เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองในเวลาต่อมา

สมัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สภาพการปกครอง และการบริหารด้านเศรษฐกิจของลาวเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในระยะหลังของทศวรรษ 1980 ต่อมาเมื่อเจ้าสุภานุวงศ์สละตำแหน่งจากประธาน ผู้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อจากเจ้าสุภานุวงศ์คือ ท่านไกสอน พมวิหาน และเมื่อท่านไกสอนถึงแก่กรรมกระทันหัน ท่าน หนูฮัก พูมสะหวัน ก็ได้ดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อมา ยุคนี้ลาวกับไทยเปิดสะพานมิตรภาพ ไทย - ลาว ในปี พ.ศ. 2538 ต่อมาท่านหนูฮักสละตำแหน่ง ท่านคำไต สีพันดอนรับดำรงตำแหน่งประธานประเทศต่อ จนถึงปี พ.ศ. 2549 ท่านคำไตลงจากตำแหน่ง ท่านจูมมะลี ไซยะสอน จึงเป็นผู้รับตำแหน่งประธานประเทศลาวคนปัจจุบัน

การเมือง

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีระบบการปกครองแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คำว่า ระบอบประชาธิปไตยประชาชน) โดยมีพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเป็นองค์กรชี้นำประเทศ ซึ่งพรรคนี้เริ่มมีอำนาจสูงสุดตั้งแต่ลาวเริ่มปกครองในระบอบสังคมนิยมเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ประธานประเทศ (ประธานาธิบดี) ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคนปัจจุบัน ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี คือ พลโทจูมมะลี ไซยะสอน (ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะบริหารงานศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอีกตำแหน่งหนึ่ง) ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายบัวสอน บุบผาวัน

สถาบันการเมืองที่สำคัญ

1.    พรรคประชาชนปฏิวัติลาว 

2.    สภารัฐมนตรี (สภาแห่งชาติแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี)

3.    สภาแห่งชาติลาว (ประชาชนเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติจากผู้ที่พรรคฯ เสนอ)

4.    แนวลาวสร้างชาติ 

5.    องค์กรจัดตั้ง เช่น สหพันธ์วัยหนุ่มลาว (สหพันธ์เยาวชน) สหพันธ์แม่หญิงลาว (สมาคมสตรี) กรรมบาลลาว (สหพันธ์กรรมกร) ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

การจัดตั้งและการบริหาร

·         หลายหมู่บ้านรวมกัน เป็น "เมือง" (อำเภอ - ก่อนหน้านี้จัดให้หลายหมู่บ้านรวมกันเป็น "ตาแสง" (ตำบล) มีตาแสง (ในที่นี้เทียบเท่ากำนัน) เป็นผู้ปกครอง หลายตาแสงรวมกันจึงเรียกว่า "เมือง")

·         หลายเมืองรวมกัน เป็น "แขวง" (จังหวัด)

·         "คณะกรรมการปกครองหมู่บ้าน" มีนายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารของหมู่บ้าน

·         "คณะกรรมการปกครองเมือง" มีเจ้าเมือง (นายอำเภอ) เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารเมือง

·         "คณะกรรมการปกครองแขวง" มีเจ้าแขวง (ผู้ว่าราชการจังหวัด) เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารแขวง

·         "คณะกรรมการปกครองนครหลวง" มีเจ้าครองนครหลวง (ผู้ว่าราชการนครหลวงเวียงจันทน์) เป็นหัวหน้า เป็นผู้บริหารนครหลวง

·         "ระดับศูนย์กลาง" มีกระทรวง คณะกรรมการเป็นผู้ดูแลและบริหาร[2] 

การแบ่งเขตการปกครอง

ด่านพรมแดนช่องเม็ก แขวงจำปาสัก ประเทศลาว

ลาวแบ่งเป็น 16 แขวงและ 1 เขตปกครองพิเศษ หรือ นครหลวง* คือ

ชื่อ

เมืองเอก

พื้นที่ (km²)

ประชากร
(ปี 2547)

1. แขวงอัดตะปือ / Attapu

เมืองสามักคีไซ (สามัคคีไชย)

10,320

114,300

2. แขวงบ่อแก้ว/ Bokeo

เมืองห้วยซาย (ห้วยทราย)

6,196

149,700

3. แขวงบอลิคำไซ / Boli khamxai

เมืองปากซัน

14,863

214,900

4. แขวงจำปาสัก / Champasak

เมืองปากเซ

15,415

575,600

5. แขวงหัวพัน / Houaphan

เมืองซำเหนือ

16,500

322,200

6. แขวงคำม่วน / Khammouan

เมืองท่าแขก

16,315

358,800

7. แขวงหลวงน้ำทา / Louang Namtha

เมืองหลวงน้ำทา

9,325

150,100

8. แขวงหลวงพระบาง/ Louang Phabang

เมืองหลวงพระบาง

16,875

408,800

9. แขวงอุดมไซ (อุดมชัย) / Oudomxai

เมืองไซ

15,370

275,300

10. แขวงพงสาลี / Phongsali

เมืองพงสาลี

16,270

199,900

11. แขวงสาละวัน / Salavan

เมืองสาละวัน (สาระวัน)

10,691

336,600

12. แขวงสะหวันนะเขด (สุวรรณเขต) / Savannakhet

เมืองไกสอน พมวิหาน

21,774

721,500

13. นครหลวงเวียงจันทน์ / Vientiane capital

นครหลวงเวียงจันทน์ (ประกอบด้วยเมืองจันทะบูลี, เมืองสีสัดตะนาก, เมืองไซเสดถา เมืองสีโคดตะบอง เมืองหาดซายฟอง และ ตอนใต้ของเมืองไซทานี)

3,920

692,900

14. แขวงเวียงจันทน์ / Vientiane

เมืองโพนโฮง

15,927

373,700

15. แขวงไซยะบูลี / Xaignabouli

เมืองไซยะบูลี (ไชยะบุรี)

16,389

382,200

17. แขวงเซกอง / Xekong

เมืองละมาม

7,665

83,600

18. แขวงเชียงขวาง / Xiangkhoang

เมืองโพนสะหวัน (โพนสวรรค์)

15,880

262,200

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 ได้มีการยุบเขตพิเศษไซสมบูน (หมายเลข 16 ในแผนที่) อย่างเป็นทางการ ตามรัฐดำรัสนายกรัฐมนตรี (คำสั่งนายกรัฐมนตรี) เลขที่ 10/นย. ลงวันที่ 13 มกราคม 2549 โดยเมืองท่าโทมถูกรวมกับแขวงเชียงขวาง และเมืองไซสมบูนถูกรวมกับแขวงเวียงจันทน์

เศรษฐกิจ

ภาวะเศรษฐกิจของ สปป.ลาวมีพัฒนาการที่ดีตามลำดับ โดยในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีการตลาดเมื่อปี 2529 สปป.ลาวมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 6.2 ต่อปี ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2529 เป็น 491 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2548 ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 10 ต่อปี โดยอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นสาขาหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

อย่างไรก็ดี ลาวยังคงประสบปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ที่สำคัญได้แก่ ปัญหาราคาน้ำมัน ที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาการขาดดุลการค้าในอัตราสูง ค่าเงินกีบไม่มีเสถียรภาพ การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง

ทรัพยากรสำคัญของลาว ได้แก่ ไม้ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหินลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน และแหล่งน้ำผลิตไฟฟ้า

การลงทุน

การลงทุน รัฐบาลลาวได้ปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น อาทิ มาตรการด้านภาษี อนุญาตให้นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงจำปาสัก และแขวงหลวงพระบาง มีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแขวงอื่น ๆ สามารถอนุมัติโครงการลงทุนที่มีมูลค่าลงทุนไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การลงทุนจากต่างประเทศในลาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2546 มีมูลค่า 465 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2547 มีมูลค่า 533 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปี 2548 มีมูลค่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นักลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย จีน

โครงการความร่วมมือในภูมิภาคใกล้เคียง

·         อาเซียน ลาวเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2540 ได้เป็นประธาน คณะกรรมการประจำอาเซียนเมื่อกรกฎาคม 2547

·         ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy - ACMECS) 

·         ความร่วมมือในกรอบสามเหลี่ยมมรกต

การนำเข้าและการส่งออก

สินค้าส่งออกที่สำคัญของลาว ได้แก่เสื้อผ้าสำเร็จรูป ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน หนังดิบ และหนังฟอก ข้าวโพด ใบยาสูบ กาแฟ โดยส่งออกไปยังประเทศไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ส่วนการนำเข้าสินค้า ประเทศลาวได้นำเข้าสินค้าจากไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี โดยสินค้าที่สำคัญได้แก่ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน อาหาร ผ้าผืน สารเคมี และเครื่องอุปโภคบริโภค

สื่อสารมวลชน

สื่อในประเทศลาวล้วนอยู่ในความดูแลของรัฐโดยตรง รัฐบาลลาวมีสำนักข่าวสารประเทศลาว (ขปล.) เป็นสำนักข่าวแห่งชาติที่เผยแพร่ข่าวของรัฐ ส่วนหนังสือพิมพ์ภาษาลาวที่สำคัญในประเทศได้แก่ หนังสือพิมพ์ประชาชนซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ นอกจากนี้ยังมีหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศอีก 2 ฉบับ คือ หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส (Vientiane Times) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ และหนังสือพิมพ์ "เลอเรโนวาเตอร์" (Le Rénovateur) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาฝรั่งเศส

ในประเทศลาวมีสถานีโทรทัศน์เพียง 2 สถานี คือ สถานีโทรภาพแห่งชาติลาว ซี่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ออกอากาศผ่านเครือข่ายสถานีในประเทศ และสถานีโทรภาพลาวสตาร์แชนแนล ออกอากาศผ่านทางระบบดาวเทียมไทยคม 5 สถานีแห่งนี้เป็นสถานีโทรทัศน์ของเอกชนที่ดำเนินการภายใต้สัมปทานของรัฐ อนึ่ง ชาวลาวที่อยู่ตามชายแดนไทยและชาวลาวที่มีฐานะพอจะซื้อจานดาวเทียมได้จะนิยมดูรายการโทรทัศน์ช่องต่างๆ ของไทยเสียมากกว่า

ด้านการใช้อินเทอร์เน็ต ตามหัวเมืองใหญ่และนครหลวงมีการเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่โดยทั่วไป และได้รับความนิยมอย่างยิ่งในหมู่เยาวชนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลลาวก็ได้มีเซ็นเซอร์เนื้อหาและการเข้าถึงข้อมูลอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด

สังคม

ประชากร

ด็กหญิงชนเผ่ากะตู้ หนึ่งในกลุ่มชนชาติลาวเทิงของประเทศลาว

จากสถิติในปี พ.ศ. 2548 (ตามข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศของไทย) ประเทศลาวมีประชากรรวม 6,068,117 คน ประกอบด้วยชนชาติต่างๆ หลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งในภาษาลาวจะเรียกรวมกันว่า "ประชาชนบรรดาเผ่า" สามารถจำแนกได้เป็น 68 ชนเผ่าโดยประมาณ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามถิ่นที่อยู่อาศัย ดังนี้

1.    ลาวลุ่ม หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบ ส่วนใหญ่ได้แก่คนเชื้อชาติลาว ภูไท ไทดำ ไทลื้อ ฯลฯ ใช้ภาษาลาวหรือภาษาตระกูลภาษาไทเป็นภาษาหลัก ประชาชนกลุ่มนี้มีอยู่ร้อยละ 68 ของจำนวนประชากรทั้งหมดและอาศัยกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือว่าเป็นกลุ่มชาวลาวที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศ

2.    ลาวเทิง หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบสูง เช่น ชาวบรู มะกอง งวน ตะโอย ตาเลียง ละเม็ด ละเวน กะตัง ฯลฯ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ เช่น แขวงจำปาสัก แขวงเซกอง แขวงอัตตะปือ คิดเป็นร้อยละ 22 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

3.    ลาวสูง หมายถึงชาวลาวที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาสูง เช่น ชาวม้ง เย้า มูเซอ ผู้น้อย และชาวเขาเผ่าต่างๆ ส่วนมากอาศัยอยู่ในเขตภาคเหนือของลาว เช่น แขวงหลวงพระบาง แขวงเชียงขวาง และตามแนวตะเข็บชายแดนภาคเหนือ ชาวลาวกลุ่มนี้คิดเป็นจำนวนร้อยละ 9 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ชาวลาวเชื้อสายจีน รวมทั้งชาวต่างชาติอื่นๆ ในลาวคิดเป็นร้อยละ 2 ของจำนวนประชากรทั้งหมดด้วย

ภาษา

ประเทศลาวใช้ภาษาลาวเป็นภาษาประจำชาติทั้งในส่วนของภาษาพูดและระบบการเขียน ส่วนในกลุ่มชาวลาวเทิงและชาวลาวสูงยังคงมีการใช้ภาษาประจำเผ่าของงตนควบคู่กับภาษาลาว ส่วนภาษาต่างประเทศอื่นที่มีการใช้ได้แก่ภาษาฝรั่งเศสซึ่งมีการใช้มาตั้งแต่สมัยอาณานิคม ปัจจุบันยังคงใช้ในวงราชการและการติดต่อค้าขายบ้าง อีกภาษาหนึ่งที่สำคัญคือภาษาอังกฤษซึ่งใช้ในการติดต่อกับต่างประเทศและการค้า ซึ่งนับวันการศึกษาภาษาอังกฤษก็ยิ่งจะขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับอัตราการรู้หนังสือของลาวนั้น ประชากรเพศชายรู้หนังสือร้อยละ 67 หญิงร้อยละ 43 เมื่อคิดเฉลี่ยรวมทั้งสองเพศแล้วปรากฏว่าประเทศลาวมีอัตราประชากรที่รู้หนังสือ ร้อยละ 56

ศาสนา

พระธาตุหลวง กรุงเวียงจันทน์ ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดในประเทศ

ชาวลาวส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ (ร้อยละ 60 ของชาวลาวทั้งหมด) ควบคู่ไปกับลัทธินับถือผีบรรพบุรุษของชนชาติส่วนน้อยในแถบภูเขาสูง ส่วนชาวลาวที่นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลามมีจำนวนที่ค่อนข้างน้อยมาก โดยศาสนาคริสต์ส่วนมากจะมีผู้นับถือเป็นกลุ่มชาวเวียดนามอพยพและชาวลาวเชื้อสายเวียดนาม ส่วนศาสนาอิสลามพบว่ามีการนับถือในหมู่ชนชาติส่วนน้อยจีนฮ่อที่อาศัยตามชายแดนด้านติดกับประเทศพม่า และมีชุมชนมุสลิมที่มีเชื้อสายเอเชียใต้ และจามในเวียงจันทน์

วัฒนธรรม

พุทธศาสนาแบบเถรวาท นับเป็นแบบแผนหลักของวัฒนธรรมลาว ซึ่งปรากฏให้เห็นทั่วประเทศ ทั้งในด้านภาษา และศิลปะ วรรณคดี ศิลปะการแสดง ฯลฯ สำหรับดนตรีลาวนั้นยังมีอิทธิพลของแคน ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำชาติ วงดนตรีของลาวก็คือวงหมอลำ มีหมอลำ และหมอแคน ท่วงทำนองของการขับลำจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ทางภาคเหนือเรียกว่าขับ ภาคใต้จากบอลิคำไซลงไปเรียกว่าลำ เช่น ขับงึมเวียงจันทน์ ขับพวนเซียงขวง ลำสาละวันของแขวงสาละวัน ลำภูไท ลำตังหวาย ลำคอนสะหวัน ลำบ้านซอกของแขวงสะหวันนะเขต ขับโสม ลำสีพันดอนของแขวงจำปาสัก ลำมะหาไซของแขวงคำม่วน ขับทุ่มของแขวงหลวงพระบาง ขับลื้อของชาวลื้อ เป็นต้น

การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของลาวคือผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น (ผ้าถุง)

อาหารของคนลาว ลาวจะทานข้าวเหนียวเป็นหลัก อาหารที่เป็นเอกลักษณ์คือ แจ่ว ส้มตำ ไก่ย่าง เป็นต้น

อารยธรรมเก่าแก่ของลาวนั้น มีปรากฏจากหลักฐานด้านโบราณคดียุคหินที่ทุ่งไหหินในแขวงเชียงขวาง

วันสำคัญ

เทศกาลและวันหยุดราชการ

วันที่

ชื่อภาษาไทย

ชื่อภาษาลาว

หมายเหตุ

1 มกราคม

วันขึ้นปีใหม่

บุญปีใหม่สากล

วันหยุดราชการ

20 มกราคม

วันสถาปนากองทัพประชาชนลาว

วันสร้างตั้งกองทัพประชาชนลาว

วันหยุดราชการ

ปลาย ม.ค./ต้น ก.พ.

วันตรุษจีนและตรุษญวน

(kou jine)

เป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนและเวียดนาม ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ ลาวค่อนข้างให้ความสำคัญกับวันนี้เป็นพิเศษ เพราะลาวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเวียดนาม มีชาวเวียดนามจำนวนค่อนข้างมากอาศัยอยู่ในลาว

กุมภาพันธ์

วันมาฆบูชา

 

ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ สำหรับวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา นั้นชาวลาวไม่ค่อยถือปฏิบัติมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นพระสงฆ์ในวัดบางแห่งถือปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากไทย

กุมภาพันธ์

บุญข้าวจี่, บุญกองข้าว, บุญไขประตูเล้า

 

ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ

มีนาคม

บุญผะเหวด หรือบุญมหาชาติ

 

นิยมจัดขึ้นในเดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติของลาว (ปฏิทินจันทรคติของลาวบางปีไม่ตรงกับของไทย) คำว่าบุญผะเหวดนี้เลือนมาจากคำว่า "บุญพระเวส" (บุญพระเวสสันดร)

8 มีนาคม

วันสตรีสากล

วันแม่หญิงสากล

วันหยุดราชการ

22 มีนาคม

วันสถาปนาพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

วันสร้างตั้งพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

วันหยุดราชการ

เมษายน ประมาณวันที่ 14-16

วันสงกรานต์

บุญปีใหม่ลาว

วันแรกของปีใหม่ เรียกวันสังขานล่วง วันที่สองเรียกวันเนาว์ วันที่สามเรียกวันสังขานขึ้น บางปีมีวันเนาว์ 2 วัน ทำให้วันเริ่มเทศกาล เป็นวันที่ 13-16 ก็มี หรือบางปีก็เริ่ม วันที่ 14-17 แล้วแต่การคำนวณตามปฏิทินจันทรคติของลาว และเป็นวันหยุดราชการ

1 พฤษภาคม

วันแรงงานสากล

วันกรรมกรสากล

วันหยุดราชการ

พฤษภาคม

วันวิสาขบูชา

บุญวิสาขบูชา

ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ

พฤษภาคม

บุญบั้งไฟ

 

นิยมจัดขึ้นในเดือน 6 หรือเดือน 7 ตามปฏิทินทางจันทรคติ เป็นเทศกาลเกี่ยวกับการขอฝน

1 มิถุนายน

วันปลูกต้นไม้แห่งชาติ

 

เป็นวันที่รัฐส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้

กรกฎาคม

วันอาสาฬหบูชา

บุญอาสาฬหบูชา

ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ

กรกฎาคม

วันเข้าพรรษา

บุญเข้าพรรษา

ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ มีการถวายเทียนพรรษาผ้าอาบน้ำฝนเหมือนกับของไทย การถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนลาว จะจัดขึ้นก่อนวันเข้าพรรษาคือในวันขึ้น 15 เดือน 8 หรือในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งต่างจากไทย

สิงหาคม

บุญข้าวประดับดิน

ห่อข้าวปะดับดิน

จัดขึ้นในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินทางจันทรคติเป็นงานทำบุญเพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว (เน้นอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ไปให้แก่ผีไม่มีญาติ)

กันยายน

บุญข้าวสาก หรือข้าวสลาก

ห่อข้าวสาก หรือข้าวสลาก

จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินทางจันทรคติเป็นงานทำบุญเพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว (เน้นอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ญาติสนิทที่ล่วงลับโดยตรง)

ตุลาคม

วันออกพรรษา

บุญออกพรรษา

สิ้นสุดฤดูฝน หลายท้องถิ่นมีการลอยกระทง แข่งเรือ และไหลเรือไฟ (ขึ้นกับปฏิทินจันทรคติ)

พฤศจิกายน

บุญธาตุหลวง

 

งานนมัสการพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ประจำปี

พฤศจิกายน

บุญกฐิน

 

จัดขึ้นในเดือน 12 ตามปฏิทินทางจันทรคติ

2 ธันวาคม

วันชาติ

 

วันที่ระลึกในการก่อตั้ง สปปล. เมื่อปี พ.ศ. 2518และเป็นวันหยุดราชการ

31 ธันวาคม

วันสิ้นปี

 

 

อันดับในเวทีระหว่างประเทศ

องค์กร

หัวข้อสำรวจ

อันดับที่

Heritage Foundation/
The Wall Street Journal

ดัชนีเสรีภาพทางเศรษฐกิจ
(Index of Economic Freedom)

149 จาก 157

องค์กรสื่อไร้พรมแดน
(Reporters Without Borders)

ดัชนีเสรีภาพสื่อทั่วโลก
(Worldwide Press Freedom Index)

156 จาก 167

องค์กรความโปร่งใสนานาชาติ
(Transparency International)

ดัชนีความตระหนักในการทุจริตคอร์รัปชั่น
(Corruption Perceptions Index)

163 จาก 179

United Nations Development Programme

ดัชนีการพัฒนามนุษย์
(Human Development Index)

130 จาก 177

ดูเพิ่ม

คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
ประเทศลาว

·         การคมนาคมในประเทศลาว 

·         เวียงจันทน์ 

อ้างอิง

1.    ^ 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมวดที่ 10 ภาษา อักษร เครื่องหมายชาติ ธงชาติ เพลงชาติ วันชาติ สกุลเงิน และนครหลวง

2.    ^ ข้อมูลเกี่ยวกับการปกครองของลาว

ธงชาติลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา

ธงชาติลาว

ชื่อธง

ธงดวงเดือน

การใช้

ธงชาติ

สัดส่วนธง

2:3

ประกาศใช้

2 ธันวาคม พ.ศ. 2518

ลักษณะ

ธงสามแถบ สีแดง-น้ำเงิน-แดง แถบกลางกว้างเป็น 2 เท่าของแถบบนและแถบล่าง ภายในมีวงกลมสีขาว

ธงชาติลาว แบบปัจจุบันเริ่มใช้มาตั้งแต่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518 ซึ่งเป็นวันสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมวดที่ 10 มาตราที่ 91 ดังนี้

"ธงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นธงพื้นสีคราม, แถบแดง, และวงเดือนสีขาวอยู่กึ่งกลางของธงชาติ. ความกว้างของธงเท่ากับสองส่วนสามของความยาว, ความกว้างขอบแถบสีแดงแต่ละข้างเท่ากับกึ่งหนึ่งของแถบสีคราม และวงเดือนสีขาวกว้างเท่ากับสี่ส่วนห้าของความกว้างแถบสีคราม."[1] 

ธงนี้มีชื่อเรียกในภาษาลาวว่า ธงดวงเดือน ได้รับการออกแบบขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวลาว[2]

ธงนี้เป็นหนึ่งในธงของประเทศที่ปกครองด้วยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ที่ไม่มีสัญลักษณ์รูปค้อนเคียวของขบวนการคอมมิวนิสต์สากล ซึ่งมีอยู่น้อยมาก

เนื้อหา

·         1 ความหมายของธงชาติลาว

·         2 ประวัติความเป็นมาของธงดวงเดือน

·         3 ธงชาติลาวสมัยพระราชอาณาจักรลาว

·         4 บทความที่เกี่ยวข้อง

·         5 อ้างอิง

·         6 แหล่งข้อมูลอื่น

ความหมายของธงชาติลาว

·         สีแดง หมายถึง เลือดแห่งการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวลาว

·         สีน้ำเงิน หมายถึง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของชาติ

·         พระจันทร์สีขาว เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือลำน้ำโขง และหมายถึงเอกภาพของชาติภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พรรคคอมมิวนิสต์ลาว) หรือหมายถึงการกลับมารวมกันอีกครั้งของชาวลาวสองฝั่งโขง

ประวัติความเป็นมาของธงดวงเดือน

ในอดีตช่วงปี พ.ศ. 2488 นั้น ภายหลังจากญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ขบวนการลาวอิสระได้ประกาศให้ประเทศลาวเป็นเอกราชจากฝรั่งเศสและประกาศจัดตั้งรัฐบาลลาวอิสระ โดยใช้ธงนี้เป็นสัญลักษณ์ในการเคลื่อนไหว แต่ 6 เดือนให้หลังต่อมาฝรั่งเศสก็กลับเข้ามาปกครองลาวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนฝรั่งเศสและล้มรัฐบาลลาวอิสระลง (ได้ให้เอกราชแก่ลาวภายหลังในปี พ.ศ. 2498 ลาวจึงปกครองตนเองต้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข) ธงนี้ก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของขบวนการปะเทดลาวแทน ซึ่งขบวนการนี้จัดตั้งโดยผู้นำขบวนการลาวอิสระส่วนหนึ่ง ที่นิยมแนวคิดทางการเมืองฝ่ายซ้าย ภายใต้การนำของเจ้าสุภานุวงศ์

เมื่อขบวนการปะเทดลาวเคลื่อนไหวปลดปล่อยลาว ล้มล้างรัฐบาลระบอบกษัตริย์ และจัดตั้งรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ปกครองประเทศสำเร็จ ธงนี้ก็ได้รับการรับรองให้เป็นธงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2518

ธงชาติลาวสมัยพระราชอาณาจักรลาว

ธงชาติลาว 2495-2518

ธงชาติลาวสมัยตกเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส

ธงชาติลาวสมัยพระราชอาณาจักรมีลักษณะเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดง มีรูปช้างเอราวัณ 3 เศียรสีขาวยืนอยูบนแท่น 5 ชั้นภายใต้พระมหาเศวตฉัตร 9 ชั้น ธงนี้ใช้เป็นธงชาติลาวในช่วงปี พ.ศ. 2495 ถึง พ.ศ. 2518 ปัจจุบันนี้ขบวนการลาวฝ่ายขวานิยมกษัตริย์ยังใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างประชาธิปไตยในลาว และการคงอยู่ของรัฐบาลพระราชอาณาจักรลาวพลัดถิ่น

ในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาวในฐานะอาณานิคมอยู่นั้น ธงนี้จะมีรูปธงชาติฝรั่งเศสขนาดเล็กอยู่ที่มุมธงด้านติดคันธงอยู่ด้วย เพื่อแสดงฐานะความเป็นเจ้าอาณานิคมของฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศลาว

สัญลักษณ์ที่ปรากฏในธงชาติลาวสมัยพระราชอาณาจักรลาว มีความหมายดังต่อไปนี้

·         รูปช้างเอราวัณ 3 เศียร หมายถึง เอกภาพของชาติ อันเกิดจากการรวมราชอาณาจักรลาวล้านช้างในอดีต 3 อาณาจักร คือ ราชอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง ราชอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ และราชอาณาจักรล้านช้างจำปาสัก เข้าเป็นราชอาณาจักรลาวเพียงหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง

·         รูปพระมหาเศวตฉัตร หมายถึง เขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลในศาสนาพุทธ 

·         พื้นธงสีแดง หมายถึง เลือดของประชาชนลาว

·         ท่ายืนของช้างเอราวัณ หมายถึง กฎหมายของชาติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

·         ตราแผ่นดินของลาว 

อ้างอิง

1.    ^ รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมวดที่ 10 ภาษา อักษร เครื่องหมายชาติ ธงชาติ เพลงชาติ วันชาติ สกุลเงิน และนครหลวง (ภาษาลาว)

2.    ^ ชีวิตผู่ข้า (อัตชีวประวัติของข้าพเจ้า) โดย มหาสิลา วีระวงส์

แหล่งข้อมูลอื่น

ตราแผ่นดินของลาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 ตราแผ่นดินของลาว แบบปัจจุบันเป็นตราของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2534 หลังจากการใช้นโยบายจินตนาการใหม่ มีลักษณะตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หมวดที่ 10 มาตราที่ 90 ไว้ว่า :-

"เครื่องหมายชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นรูปวงกลม ด้านล่างมีรูปครึ่งกงจักรเป็นฟันเฟืองและโบว์อักษร "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว" (ลาว: "ສາທາລະນະລັດ ປະຊາທິປະໄຕ ປະຊາຊົນລາວ") สองข้างล้อมด้วยรวงข้าวสุกเป็นรูปวงพระจันทร์และโบว์สีแดงเขียนอักษร "สันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย เอกภาพ วัฒนาถาวร (ลาว: "ສັນຕິພາບ ເອກກະລາດ ປະຊາທິປະໄຕ ເອກະພາບ ວັດທະນາຖາວອນ") ระหว่างกลางของสองปลายรวงข้าวมีรูปพระธาตุหลวง อยู่กลางรูปวงกลมมีหนทาง ทุ่งนา ป่าไม้ และเขื่อนไฟฟ้าน้ำตก"[1] 

เนื้อหา

·         1 ตราแผ่นดินของลาวในอดีต

o             1.1 ตราแผ่นดินสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ. 2518-2534

o             1.2 ตราแผ่นดินราชอาณาจักรลาว พ.ศ. 2492-2518

·         2 บทความที่เกี่ยวข้อง

·         3 อ้างอิง

ตราแผ่นดินของลาวในอดีต

ตราแผ่นดินของลาว 2518-2534

ตราแผ่นดินของลาว สมัยพระราชอาณาจักร

ตราแผ่นดินสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พ.ศ. 2518-2534

ตราแผ่นดินของลาวในยุคนี้มีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับตราแบบปัจจุบัน แต่ระหว่างกลางของรูปปลายรวงข้าวเป็นรูปดาวห้าแฉกเหนือค้อนเคียวไขว้ (สัญลักษณ์ขบวนการคอมมิวนิสต์สากล) และรูปเสาไฟฟ้าอยู่เหนือเขื่อนไฟฟ้า ส่วนคำขวัญของประเทศในโบว์สีแดงนั้นเขียนว่า "สันติพาบ เอกะลาด เอกะพาบ สังคมนิยม"

ตราแผ่นดินราชอาณาจักรลาว พ.ศ. 2492-2518

ตราประจำพระราชอาณาจักรลาวเป็นตราวงกลม บรรจุรูปช้างสามเศียรยืนแท่น ขนาบด้วยเครื่องสูง (ฉัตร) และเครื่องราชูปโภค ในบางที่จะใช้รูปอย่างเดียวกับสัญลักษณ์ในธงชาติลาวยุคนั้น คือ รูปช้าง 3 เศียรยืนแท่นภายใต้พระมหาเศวตฉัตร

บทความที่เกี่ยวข้อง

·         ธงชาติลาว 

 

 

 

 

 

 

 

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]