• ส.บุญยืน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonyoon@hotmail.co.th
  • วันที่สร้าง : 2009-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 286
  • จำนวนผู้ชม : 480495
  • ส่ง msg :
  • โหวต 130 คน
อิสระแห่งการแสดงความคิด
การแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ นำเสนอ อย่างอิสระ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน 2553
Posted by ส.บุญยืน , ผู้อ่าน : 1237 , 07:01:46 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หยุดทำร้ายประเทศไทย

 

     มาช่วยกันสร้างความสงบให้กับบ้านเมืองของเรากันเถิด

       ขอบคุณOKnation

ขอบคุณภาพจากคมชัดลึก

เหล็กร้อนให้รีบตี หรือหากวันนี้ต่ำสุดแล้ววันต่อไปกราฟก็จะวิ่งขึ้น

ช่วงนี้มีการพูดถึงการปฏิรูปประเทศ มีการตั้งท่านอานันต์ และท่านหมอประเวศเป็นผู้นำการเดินทางครั้งนี้

มีการถึงการปฎิรูปในด้านต่างๆมากมาย ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะวันนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงการเริมต้นอีกครั้ง

ผมไม่แน่ใจว่าตัวผมเป็นคนประเภทไหน แต่ถ้าคิดตรงกันผมก็ส่งสริม คิดไม่ตรงกันแต่จากคนดีผมก็เงียบ ถ้าคนไม่ดีคิดผมก็ขึ้น

สำหรับการปฏิรูปประเทศรอบนี้ที่ผมชอบทุกเรื่อง แต่จะพูดเรื่องเดียว คือ การปฏิรูประบบภาษี

หลายคนเกิดอาการค้านมาแต่ไกลๆ อะไรได้ไง ยากนะ

ตอนซักอายุ20กว่า ผมเคยลอง"ร่างภาษีหมู่บ้าน" แต่ไม่ได้ทำ เพราะผมก็ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านซักเท่าไหร่

ตอนนั้นคิดว่า รัฐ พัฒนาแต่เรื่องใหญ่ๆเช่นถนน ไฟฟ้า ปะปา  ฯลฯ

ไม่ค่อยมีงบพัฒนาบางเรื่องเช่น เรื่องของพัฒนาการของเด็ก การส่งเสริมให้คนชอบอ่าน เช่นทำห้องสมุดชุมชน  หนังสือพิมพ์ชุมชน

อย่าสงสัยว่าทำไมตอนนี้บ้านท่านมีทุกอย่างที่ผมพูดถึง 

แต่ส่วนใหญ่ในภาคอีสานหรือภาคอื่นที่ไกลปืนเที่ยงไม่มี ที่หากจากตัวเมืองไม่มี

สำหรับผมคิดเรื่องเดียวคือการเก็บภาษีหมู่บ้านเพิ่มเติมเพื่อนำเงินจากชาวบ้านมาพัฒนา โดยการทำประชาคมถามว่าเห็นเช่นไร

แต่อย่างที่บอก ผมไม่ได้ทำ

ผมเชื่ออยู่อย่าง หากเราทุกคนอยากอยู่ดีกินดี ต้องเสียภาษีให้มาก อยากสบายก็ต้องจ่ายหนัก ใครค้านผมไม่ว่า แต่บอกก่อนนะผมไม่ใช่คนรวย และไม่ใช่คนชั้นกลางในสมัยที่ผมกำลังขีดๆลบๆเรื่องภาษี ผมเป็นคนจน

ที่สำคัญ คือ เมื่อเราบริหารจัดการเงินไม่ได้ เราก็ควรส่งให้รัฐเอาเงินเราไปจัดสรรกลับมาให้เราในรูปของบริการที่ดีขึ้น

ผมไม่หวังอะไรที่หรูเลิศหรอก เพราะ ประเทศเรายังต้องพัฒนาอีกเยอะ 

การทุจริต เป็นปัญหาของระบบภาษีที่ว่านี้แน่นอน

แต่ผมหวังว่าจะสำเร็จในวันข้างหน้า

ผมเชื่อเสมอว่า คนไทยมีศักยภาพที่มากมายพอที่จะปฏิรูปในหลายเรื่อง ข้าวที่เราเททิ้งหลังบ้านทุกวัน หากรวมกัน คนละกำ คงได้มากมายหลายตัน กับคนถึง 63 ล้าน คน

เงิน คนละร้อยคนละพัน หากกล้าบริจาคให้รัฐหรือเก็บเข้ารัฐ เหมือนที่ชาวพุทธทำบุญ ผมว่าประเทศเราเจริญแน่นอน

งบประมาณที่ตั้งแต่ละปีที่จะใช้พัฒนาแต่ละหากเรากล้าทำ ไม่ใช่แค่ 2ล้าน7หมื่นล้าน เหมือนวันนี้ แต่อาจจะเป็น 5ล้านล้านก็เป็นได้

เพียงแต่วันนี้คนไทยต้องช่วยกัน สู่การพัฒนาที่ดีกว่า แต่ไม่ใช่เราขอจากรัฐมากกว่าที่รัฐจะให้เราได้

แต่เราต้องเอาเงินของเราไปให้รัฐมากกว่าที่เราจะขอจากรัฐ เพื่อความสุขของเรา ลูกหลานเรา

เก็บข้าวที่จะเททิ้งหลังบ้าน ไปส่งให้รัฐกันเถอะ

                          

ขอบคุณข่าวคมชัดลึก

 ไทยทำไทยพังสมคิดเผยนิวส์วีกขึ้นปก

คมชัดลึก : “หมอประเวศ” เสนอ 10 แนวทางปฏิรูปประเทศไทย เปรียบสังคมเป็นเจดีย์ต้องสร้างจากฐานไม่ใช่ยอด “สมคิด” จี้รัฐบาลจริงใจในการปฏิรูปไม่ใช่แค่ลมปากตามสถานการณ์ ปลุกคนไทยฟื้น “ไทยแลนด์แบรนด์” ชูให้ดูอินโดนีเซียเป็นตัวอย่างการปฏิรูปจริงจัง แนะนายกฯลงมาคุมเอง ชี้ปฏิรูปสื่อเพื่อให้เป็นกลางไม่ใช่ปิดกั้นข่าว อัดภาคเอกชนขาดจิตสำนึกเพื่อสังคม สอนรัฐต้องปฏิรูปการคลังก่อนทำรัฐสวัสดิการไม่อย่างนั้นก็รอชาติหน้าบ่ายๆ

 ศ.นพ.ประเวศ กล่าวอีกว่า 3.สร้างความเข้มแข็งของชุมท้องถิ่น ที่เรามีความลำบากลำบน เพราะเรารวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ไม่ได้กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นปกครอง เป็นการขัดแย้งทางอำนาจรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่น 4.สร้างการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤติ เพราะที่ผ่านมาระบบการศึกษาเป็นระบบที่ผิด สร้างความอ่อนแอให้ทั้งชาติ และตอนนี้ก็ไม่มีปัญญาพาชาติออกไป วันนี้มหาวิทยาลัยก็ตื่นตัวอยากพาชาติออกไป แต่ก็นึกไม่ออก เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยอยู่นอกสังคมไม่รู้ร้อนหนาว ไม่รู้ทุกข์รู้สุข มหาวิทยาลัยจึงอ่อนแอ เพราะเอาแต่วิชาไม่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง

 ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า 5.สร้างธรรมาภิบาลการเมือง การปกครอง ระบบความยุติธรรมและสันติภาพ ดังนั้นอยู่ที่ทำอย่างไรการเมืองจะมีคุณภาพมากกว่านี้ หากเราไปดูประเทศจีน คนที่เป็นผู้นำต้องผ่านการคัดเลือกมีประสบการณ์ ระบบความยุติธรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ เพาะมนุษย์จะอยู่ร่วมกันด้วยทั้งความเป็นธรรมและยุติธรรม แต่บ้านเมืองเราไม่มีความเป็นธรรมทุกด้าน ความเป็นธรรมสำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ หากมีความเป็นธรรมจะลำบากอย่างไรก็ได้ตายก็ได้ แต่หากไม่เป็นธรรมก็นำไปสู่ความขัดแย้ง นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ บอกว่ากฎหมายมีอคติต่อคนจน และวันนี้กฎหมายมีอำนาจ แต่ระบบยุติธรรมบิดเบี้ยว ดูอย่างศาลต่างๆ เราไม่เหมือนในต่างประเทศ ที่คดีไปสู่ศาลสูงน้อย และจบโดยมากที่ศาลชั้นต้นเพราะเพราะหลักฐานแน่น และเขาก็มี ผู้พิพากษาศาลสูงไม่กี่คนต้านเราคดีสู่ศาลสูงปีละสี่หมื่นคดี ที่สุดก็ทำงานไม่ไหว

 “ผมชูเรื่องปฏิรูปกฎหมายมาแต่ทำยาก นักกฎหมายอย่างอักขราทร (จุฬารัตน) ก็ให้กำลังใจผมในทางลบว่าทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เพราะความอ่อนแอทางวิชาการ นิติศาสตร์เราเรียนเพื่อเทคนิค เรียนจะเป็นผู้พิพากษา ทนายความ และจะเห็นได้ว่าความถูกต้องกับถูกกฎหมายไม่อยู่ที่เดียวกัน ตัวกฎหมายเราเอามาจากสำนักออสตินที่อังกฤษ ซึ่งระบุว่ากฎหมายคือเครื่องมือของรัฐ แต่อังกฤษเป็นประชาธิปไต ขณะที่เราเป็นเผด็จการโดยรัฐ กฎหมายเป็นเรื่องดำมืดและเป็นตัวการนำไปสู่ความรุนแรง เรื่องนี้ยากการเมืองทำไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลา ส่วนเรื่องสันติภาพนั้น ศตวรรษหน้าเป็นศตตวรรษความขัดแย้ง แต่เรากลับไม่มีทักษะแก้ความขัดแย้งโดยสันติวิธีเลย” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

 ศ.นพ.ประเวศ กล่าวต่อไปว่า 6.สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า ไม่ใช่เที่ยวไปแจก แต่ต้องส่งเสริมความสามารถของสังคม เช่นธนาคารประชาชน ธนาคารเกษตรกร 7.สร้างความสมดุลของสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ดังที่เราเห็นที่ความไม่สมดุลและเกิดปัญหาอย่างที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดที่กลายเป็นการติดล็อก ทุกฝ่ายต้องดูว่าทำอย่างไรการพัฒนาจะสมดุล 8.ปฏิรูประบบสุขภาพ สร้างองค์กรต่างๆเป็นเครื่องมือต่างๆเช่น สำนักงานกองทุนส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ โดยทำให้ทุกระบบเกี่ยวโยงทุกเรื่อง

 ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า 9.สร้างสมรรถนะในการวิจัยวิทยาศาสตร์ชาติ เพราะประเทศเราอยู่ในโลกที่เชื่อมกันหมดมีอะไรที่ไหนก็กระทบถึงเราได้ ดังนั้นเราน่าต้องวิจัยให้รู้ทั้งหมดจะได้วางตำแหน่งให้เราไม่เสียเปรียบและได้ดุลกับโลก และ 10 .พัฒนาระบบการสื่อสารให้คนไทยรู้ความจริงและแลกเปลี่ยนทั่วถึงทำให้มีความรู้เท่ากัน

 ศ.นพ.ประเวศ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีเครื่องมือเยอะ แต่ขาดการออกแบบ เราพัฒนาโดยไม่คิดถึงระบบและโครงสร้างว่าอะไรที่มีความมั่นคง ไม่มีเจดีย์องค์ใดสร้างสำเร็จจากยอด แต่สร้างจากฐาน รองรับให้มั่นคง ที่ผ่านมาเกือบ 1 ศตวรรษเราพัฒนาจากยอด ทุกอย่างจึงพังลงเรื่องเศรษฐกิจ เราทำจากยอดและให้กระเด็นลงข้างล่างและก็ไม่สำเร็จ คนรวยกับคนจนมีความห่างกันมากขึ้น การศึกษาก็เอาแต่ข้างบน ส่งเรียนต่อไปตามชั้น และไปคั่งกันทำอะไรไม่เป็นนักธุรกิจก็บ่นว่าผลผลิตจากมหาวิทยาลัยไทย ทำอะไรไม่เป็น ไม่อดทน ไม่รับผิดชอบ ขณะที่ประชาธิปไตย เราก็ทำแต่ระดับชาติ จนป่านนี้เรามีประชาธิปไตยมากว่า 78 ปี ก็ยังจะตีกันตาย เพราะเราไม่สร้างประชาธิปไตยที่ฐาน

 “หากเปรียบสังคมเป็นเจดีย์ ฐานเจดีย์คือชุมชนท้องถิ่น องค์เจดีย์ คือระบบต่างๆ ต้องเชื่อมฐานอย่างเกื้อกูล และยอดคือความถูกต้องเป็นธรรม ตอนนี้จับอะไรไปก็ไม่เป็นธรรม ทั้งเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือแม้แต่สาธารณสุขที่ว่าดูดีที่สุดก็ยังไม่เป็นธรรม เพราะลูกคนจนยังตายมากกว่าลูกคนรวยสามเท่า และคนจนตายโดยไม่เป็นธรรมเป็นจำนวนมาก” ศ.นพ.ประเวศ กล่าว

 ด้าน นายสมคิด กล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยจวนเจียนจะพาประเทศเข้าวิกฤติหลายครั้ง ตนเคยคิดว่าวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 40 เป็นวิกฤติร้ายแรงที่สุดที่จะได้พบ แต่กลับคิดผิด เพราะได้เกิดเหตุการณ์ 19 พ.ค.ขึ้น ตนไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้ จะเกิดขึ้นกับประเทศที่มีความสงบสันติรักใคร่ปรองดอง แม้ความเสียหายของเศรษฐกิจจะไม่ยับเยินในทันใด แต่ความเสียหายโดยรวม มหาศาลอย่างยิ่ง และทำลายสิ่งที่มีคุณค่าที่สั่งสมในอดีตที่เป็นฐานรากที่ฟูมฟักประเทศให้เติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือ และเราก็ได้บ่มเพราะหน่ออ่อนเชื้อร้าย ที่อาจบั่นทอนบ้านเมืองในระยะยาวหากการบริหารจัดการไม่ดีพอขาดเมตตาธรรม ยุติธรรม

 นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ตนมองวิกฤตการณ์ที่เกิดไม่ใช่แค่ผลแห่งความขัดแยงทางการเมือง แต่เป็นความล้มเหลวของการพัฒนาประเทศในหลายสิบปี เราเน้นแต่การสร้างความมั่งคั่ง และความมั่งคั่งก็กระจุกตัวและละเลยการกระจายจนปลูกฝังความรู้สึกที่ไม่เท่าเทียมกันในใจส่วนลึก เมื่อถูกกระตุ้นก็ปะทุและง่ายต่อการขยายผล เป็นความล้มเหลวในการบ่มเพราะคุณธรรมศีลธรรมจิตสำนึกที่รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองเหนือส่วนตน

 นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลชูธงปฏิรูป ถือเป็นเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมแต่ขอให้จริงจังจริงใจ ไม่ใช่ลมปากทางการเมืองที่พูดไปตามสถานการณ์การเมือง และต้องรู้ว่าปฏิรูปอะไรย่างไร โดยผู้นำและรัฐบาล ขณะที่ผู้อื่นช่วยได้แค่ระดมความคิด แต่การขับเคลื่อนต้องทำโดยผู้บริหารประเทศ

 นายสมคิด กล่าวอีกว่า ตนได้อ่าน นสพ.นิวส์วีก ฉบับล่าสุดวันที่ 14 มิ.ย. เขาขึ้นปก ประเทศไทย อ่านแล้วน้ำตาจะไหล เพราะเขาถามว่า “ประเทศไทยทำประเทศไทยพังได้อย่างไร” และระบุว่า นี่คือ “จุดจบแบรนด์ประเทศไทย” อ่านแล้วเราต้องอย่าโกรธเขา อ่านแล้วต้องคิดให้ดี เพราะอีกหลายฉบับและโลกคงมองคล้ายกัน

 นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเราไม่สนใจ ไม่เคยมีแผน เรามีลมปากที่พูดไปเรื่อยๆ หากจะปฏิรูป สิ่งสำคัญที่จะตอบคำถามคือการปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่การปฏิรูปทั่วไปดังภาวะปกติ คนไทยต้องร่วมกันเรียกคือไทยแลนด์แบรนด์คืนมา ซึ่งก็คือ ความสุขสงบ รักใคร่ สามัคคีปรองดอง สร้างประเทศให้น่าเชื่อถือ

 นายสมคิด กล่าวว่า อยากให้ดูตัวอย่างอินโดนีเซีย ในปี 1997 ที่ประเทศเขาแทบจะล้มทั้งยืน เกิดจลาจลทั้งประเทศ ทุกคคิดว่าอินโดฯจะอยู่รอดอย่างไร แต่ประธานาธิบดีของเขาใช้จังหวะนั้นปฏิรูปอย่างจริงจังเด็ดเดี่ยว 10 ปีให้หลังจากประเทศที่กำลังจะล้มละลาย วันนี้อินโดฯกลายเป็นยักษ์ใหญ่ การเมืองมีเสถียรภาพสะอาดกว่าหลายๆประเทศในภูมิภาค เศรษฐกิจมั่นคง การต่างประเทศแข็งแรง สิ่งแรกที่ทำคือ ประธานาธิบดีลงมาปฏิรูปการเมืองด้วยตัวเอง เลือกบุคลากรที่ดีสุดเก่งสุดมาร่วม ถ้าผู้นำไม่ลงมา ครม. ไม่รู้ทิศทางว่าจะปฏิรูปอะไรด้วยตัวเองก็อย่าหวังเห็นอนาคต แต่เมื่อ มาดูบ้านเราเราบอกจะปฏิรูปการเมือง แต่เรากลับมาพูดเรื่องเขตเล็กใหญ่ จะมีอนาคตตรงไหน

 นายสมคิด กล่าวอีกว่า ประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้น ถ้าสังคมไม่ได้รับข้อมูล ไม่ตื่นตัว ไม่เข้าใจ ก็อย่าหวังว่าจะมี รัฐบาลที่รับผิดชอบจริงจังจะไม่มีทางเกิดถ้าประชาชนไม่ได้รับการเสนอข้อเท็จจริง การศึกษาคือพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะปลูกฝังจิตสำนึก แต่อีกบทบาทที่สำคัญคือบทบาทสื่อ เขาไม่ได้ปฏิรูปเพื่อปิดกั้นสื่อ แต่ทำอย่างไรให้สื่อมีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่ทำอย่างไรที่สื่อยักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุม ไม่มีอำนาจผูกขาดเรื่องของข่าว

 “ประเทศอื่นขวนขวายหาคนดีๆมาบริหาร สิงคโปร์บอกไม่สนว่ามาจากพรรคไหน ขอเพียงให้มีคุณภาพ แต่ของเราสร้างนวัตกรรมที่ไม่มีที่ไหนในโลกมีการตั้งตัวแทนมาบริหารปะเทศ ถ้าอยู่ในบริษัท บริษัทยังไป แล้วประเทศจะมีอะไรเหลือ แต่ที่น่าแปลกใจคือภาคประชาชนอ่อนแอได้แต่มองตาปริบบ่นวิพากษ์ แต่ไม่เคยคิดเข้าร่วมเพราะรังเกียจการเมือง ทำให้ไม่สามารถปกป้องประโยชน์ได้เลย ผู้ที่จะเข้ามาปฏิรูปต้องเข้าใจว่า ต้องสร้างความตื่นตัวให้คนที่มีความสามารถไม่รังเกียจการเมือง“ นายสมคิด กล่าว

 นายสมคิด กล่าวอีกว่า วันนี้ที่น่าเสียดายคือภาคเอกชน ที่มองว่าตนเป็นเอกชนไม่ใช่ภาคประชาชน ภาคเอกชนที่เข้มแข็งคิดว่าการเสียภาษีเท่านั้นคือหน้าที่ ตลอดที่ผ่านมาเขาลืมว่ารัฐบาลช่วยเท่าไหร่จึงได้วันนี้หากเอาความเข้มแข็งเชื่อมกับประชาชนชุมชน ในการบริการสร้างสังคม สาธารณสุข ทำไมจะทำไม่ได้ เพียงแต่จิตสำนึกการทำเพื่อสังคมไม่เพียงพอ

 “เท่าที่อยู่ในภาครัฐมาหกปี ทำให้รู้ว่าภาครัฐไม่ใช่ตัวร้ายแต่อยู่ที่คนบริหาร เช่นการแก้ปัญหาความยากจน รัฐต้องให้บริการภาคประชาชน การลงทุนการศึกษา สาธารณสุข ยุทธศาสตร์ การลงไปทำเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยุทธศาสตร์เราอ่อนด้อย หากต้องการเช่นนั้นเราต้องปฏิรูปการคลัง เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำไม่ได้ถ้าเช่นนั้นก็จะได้แต่พูดและไม่มีเงินไปลงทุน รัฐสวัสดิการที่ฝัน ชาติหน้าบ่ายๆจึงจะเกิดได้ เพราะงบลงทุนเรามี 22-24 % เท่านั้น หากไม่ปฏิรูปการคลังเพื่อหารายได้เพิ่ม คุมรายจ่าย ไม่มีทางเพียงพอ กระทรวงการคลังรู้ดีว่าจะปฏิรูปอย่างไร แต่อยู่ที่ความกล้าที่จะปฏิรูป ณ เดี๋ยวนี้มิเช่นนั้นจะไม่มีรายได้เพียงพอดูแลคนยากจน” นายสมคิด กล่าว

 นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า เรายังขาดภาวะการเป็นผู้นำในเชิงของรัฐบุรุษ นั่นคือการมีสภาพผู้นำอย่างรัฐบุรุษที่อุทิศทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง โดยไม่ต้องคำนึงถึงพวกพ้อง ตนคิดว่าในเมืองไทยมีคนเช่นนี้ ต้องค้นให้เจอ มิเช่นนั้นจะไม่มีการฟื้นไทยแลนด์แบรนด์ ตนเชื่อว่าเราทำได้ถึงจุดเราจะหันเข้ามาหากัน หากมีการภาวะการนำอย่างรัฐบุรุษความปรองดองจะเกิดขึ้น อดีตที่ผ่านถึงตอนนี้เราถึงจุดเสื่อม เราอ่อนแอ ฉะนั้นถึงจุดที่ต้องปฏิรูป หากไม่ทำจริงจัง เราต้องคอยตอบลูกหลานว่าเพราะอะไร ขายหน้าลูกมัน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

พูดเรื่องวิจารณ์"ความเก่ง"ของคนไทยบ้าง เพราะนี่คือปัญหาหลักของวิธีคิดในสังคมนี้
ถ้า"มาคนเดียว"และพยายามแก้ปัญหาสุดความสามารถ ไม่ได้หลับได้นอน ก็ไปหมั่นไส้เขา หาว่ามาคนเดียว พอทำเป็นกลุ่ม ก็อ้างเป็นความสำเร็จธรรมดาๆ(ถ้ายังยอมรับ) แต่ถ้าทำล้มเหลว ก็อ้างว่าถูกหน่วยงานอื่นขัดแข้งขัดขา ไม่เป็นความผิด(อย่างในเม้นท์เรื่องผู้ว่าฯแบ๊งค์ชาติ)
ที่พูดขึ้นมาเพราะเพิ่งถูก"วิจารณ์" แนะนำลูกเพื่อนสมัครเข้าสแตนฟอร์ด-เอ็มไอที ที่เราจบมาสามปริญญา เราก็บอกว่าเข้าได้ ถ้าคะแนนสอบไม่ต่ำกว่า700จาก800ทุกวิชา และอย่าส่งคะแนนจนกว่าสอบได้มากกว่านี้และให้รีบสอบเพราะอาจต้องสอบหลายครั้งกว่าคะแนนจะถึง(เราก็ไม่แน่ใจฝีมือลูกเขา) และเรียงความในใบสมัครก็ต้องให้เราดู-แก้ไขก่อนส่ง กันความผิดพลาด
ปรากฏว่าสอบครั้งแรก คะแนนปัญญาอ่อนมาก เหลือเชื่อ เราก็ไม่ว่า แต่บอกให้รีบสอบทุกๆเดือน จะได้พัฒนาและทันเวลา ในที่สุก็ส่งคะแนน600ไปให้มหาลัย และเรียงความก็ไม่ได้ให้เราดู(ตอนแรกจะให้เราเขียนให้ด้วยซ้ำ ซึ่งเราก็ปฏิเสธ แค่ตรวจสอบให้ เด็กจะได้ทำอะไรเป็นเอง)พอขอดูเรียงความที่ส่งไปแล้ว ตกใจ เขียนแบบเพ้อเจ้อ คึกคะนอง ขี้คุย(เรื่องมวยไทย อาหารไทย ให้ฝรั่งฟัง ทั้งที่ไม่เป็นเรื่องเกี่ยวโยงกันเลย) และยังแสสดงความงกเงินมากกว่างกวิชา เรารู้ทันทีว่าโดนมหาลัยปฏิเสธแน่
และแล้วก็แอบนินทาเราว่า ให้ข้อมูลถูกรึเปล่า ทำไมลูกเขาถึงถูกปฏิเสธ เก่งจริงรึเปล่า ทั้งๆที่เห็นใบปริญญาของเราติดอยู่บนข้างฝาทั้งสามใบ น่าจะรู้ดีเกี่ยวกับโรงเรียนที่เราจบมา
พอไปเข้าได้อีกมหาลัยนึงที่เราแนะนำ กลับเป็นว่าตัวเองเก่ง ทั้งที่เราเตือนว่าเรียนยากนะ(ขนาดสองแห่งแรกปฏิเสธ ก็แสดงว่าอ่อน) กลับมาตั้งคำถามเราที่เรียนจบ3ปริญญาในสี่ปี ด้วยทุนพระราชทาน ว่าเก่งจริงหรือ
อย่าหมั่นไส้ผมเลย ทำให้ได้ซักปริญญาสองปริญญาในเวลาเท่าๆกัน จะได้รู้ว่า การแข่งกันเรียนในมหาลัยท็อปๆแบบของผมหรือดร.สมคิดน่ะ เป็นยังไง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 20/06/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คงไม่ใช่นักการตลาดอย่างเดียว แต่อาจารย์สมคิดเป็นนักบริหารที่ดีด้วย กระตุ้นและแก้ปัญหาจนกระทั่งโอท็อปมียอดขายแสนล้านบาทต่อปี จากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรเลย
ท่านเป็นประเภท"ตื่นก่อน นอนทีหลัง"รับฟังปัญหาและช่วยแก้ให้ด้วยความอดทน ตอนเดินทางไปโรดโชว์ที่เมกากับกองทันต่างๆ ท่านดูแลทุกเรื่องจนแทบไม่มีเวลาหลับนอน ผจก.กองทุนต่างๆก็ยังชมท่าน(ลับหลัง)
ดีที่ท่านไม่ไปทำงานขายภาคเอกชน ไม่งั้นคงรวยเละแบบกิฟฟารีนหรือประกันชีวิตไปแล้ว ให้เครดิตท่านเถอะครับ
(คนบ้านเราก็แปลก ยกด้านเดียวขึ้นมาพูด แต่ผลงานที่เป็นรูปธรรม กลับมองข้าม ถึงตั้งข้อสงสัยอะไรก็ได้ตามใจชอบ)

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

สมคิด เป็นนักการตลาดครับ การขายเก่ง การปลุกกำลังใจน่ะ เ่ก่งครับ ...นอกนั้น...ยังข้องใจความเก่งกาจของเขา.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว


"ไม่ใช่ฝรั่งถามว่าให้เดือนละเท่าไหร่ ตอบเขาว่าเดือนละ 15เหรียญ เขาจะหัวเราะและบอกว่า ค่าตัดมของเขาครั้งเดียวยังไม่พอเล้ย..."

เอาเป็นว่า ควรที่จะให้มากกว่า 500
ผมเห็นด้วย เพียงแต่การเดินทางดูจะหนักหน่อย เพราะปัจจุบันงบปกติยังไม่ค่อยจะพอ
ดังนั้น
เก็บภาษี(ตัง)เพิ่ม เพื่อดูแลประชาชนให้ดีขึ้น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

เข้ามาคุยด้วยอีกครั้งนึงครับ คุณส.บุญยืน
หากจะเอาคำว่า "รัฐสวัสดิการ"มาใช้ ต้องเข้าที่มาที่ไปและหลักคิดเสียก่อน ไม่ใช่เอามาแต่ชื่อและให้แบบให้ขอทาน
หลักคิดของสังคมนิยม คือ From everyone according to his ability, To everyone according to his needs.
คือให้ตามความจำเป็น(ขั้นต่ำ)จริงๆ ไม่ใช่โยนเศษสตางค์ให้
ยกตัวอย่างคนขับรถของหมอเพื่อนผม ปีใหม่ได้ทิปหนึ่งพันบาท (จากเงินเดือนปกติราวหนึ่งหมื่นบาท) ยังงี้เขาเรียกว่าให้ขอทาน เพราะถ้าเป็นคนขับรถบริษัทหรือแบ๊งค์ ได้แน่ๆเดือนครึ่งถึงสองเดือน ราวหมื่นห้าถึงสองหมื่นบาท ไม่งั้นเป็นเรื่อง(เรียกร้องจนหยุดงานประท้วง)
ค่าแรงขั้นต่ำ สำหรับแรงงานไร้ฝีมือก็เช่นกัน ราววันละสองร้อยบาทหรือเดือนละหกพันบาท ก็ต้องดูจากค่าครองชีพในเมืองนั้นละแวกนั้นเป็นหลัก และจำนวนงานหรือสภาพแวดล้อมเป็นรอง เช่นจ.น่านมีค่าแรงขั้นต่ำถูกที่สุด ราว168บาท อาจเป็นเพราะค่าครองชีพในชนบทไม่สูง งานก็มีน้อย ฯลฯ นี่ก็เป็นหลักคิดของสังคมนิยม ไม่ใช่ทุนนิยมหรือนิยมทุนแบบบ้านเรา จ้างคนใช้เดือนละสองสามพันบาท อยู่กินบ้านเรา ให้ทำงานทั้งวัน เช้าจรดเที่ยงคืน(หรือจนกว่าจะล้ม) ไม่มีเวลาเลิกงานหรือวันหยุด ไม่ให้คบเพื่อนหรือมีแฟนมีครอบครัว เลี้ยงลูกเราตั้งแต่เรายังท้องไปจนถึงเลี้ยงหลานเหลน น่าจะเรียกว่าทาสในเรือนเบี้ยมากกว่า
ดังนั้นเบี้ยเลี้ยงคนพิการ-คนชราก็เหมือนกัน ต้องมีตัวตั้งคือค่าดำรงชีพขั้นต่ำ จะให้เป็นเศษส่วนเท่าไหร่ก็ต้องดูจากตรงนี้ ครึ่งนึงดูจะเป็นอัตราน้อยที่สุดที่ยังพอกล้อมแกล้มกับคำว่า"รัฐสวัสดิการ" ไม่ใช่ฝรั่งถามว่าให้เดือนละเท่าไหร่ ตอบเขาว่าเดือนละ 15เหรียญ เขาจะหัวเราะและบอกว่า ค่าตัดมของเขาครั้งเดียวยังไม่พอเล้ย...
ส่วนจะเก็บยังไงผมถึงพูดเรื่องเก็บภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างเพื่อนหมอรายได้เดือนละล้าน ถ้าเก็บจริงต้องได้ราวเดือนละสามแสนบาท จ่ายคนพิการ-คนชราเดือนละสามพันบาท ได้100คน เทียบกับปัจจุบันที่จ่ายคนละ500บาทต่อเดือน ได้0คน
สมัยผมทำงาน ถูกหักภาษีณที่จ่ายเดือนละแสนกว่า ก็ไม่ว่ากัน เลี้ยงคนรายได้น้อยได้ตั้งเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับคุณผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน

ขอบคุณที่อธิบายเพราะผมเองก็นึกไปอีกทาง

สิ่งที่กำลังพูดนั้น จริงทำได้ครับแต่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น

หรือไม่ก็เก็บเงินเข้าประกันสังคมให้เขาบริหารเงินให้

หรืออื่นๆมากมาย

ผมเชื่อว่าผมเขียนมานี้ไม่ตรงใจใครหลายคนครับ

แต่สิ่งที่ผมอยากรู้คือคนไทยคิดอะไรกันบ้างครับผม

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คุณส.บุญยืน ไม่ใช่บอกว่าอย่าให้ แต่บอกว่าควรให้อย่างน้อยครึ่งนึงของที่เขาจำเป็นต้องใช้ เผื่ออีกครึ่งนึงจะได้จากลูกหลานของเขา เป็นการแบ่งเบาภาระของลูกหลานซึ่งอาจไม่ได้มีรายได้มากนัก
จะได้เลิกกินข้าวกับเกลือหรือน้ำปลา แล้วกินข้าวกับกับข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ครับ
ดูจากเงินประกันสังคมหรือตกงานของมะกัน ใครๆก็บ่นว่าน้อย แต่ก็เห็นอย่างน้อย600-800เหรียญต่อเดือน ราวครึ่งนึงของค่าใช้จ่ายปกติ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับคุรศณีรา

เป็นเฮือกสุดท้ายจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับคุณSea-Sand-n-Star

ผมเข้าใจครับ เพราะผมเองก็เขียนไว้ด้านบนมุมเล็กว่า

"การทุจริต เป็นปัญหาของระบบภาษีที่ว่านี้แน่นอน"
ซึ่งจุดนี้แก้ยากครับ

ตามกระแส ครับคำนี้คนไทยเป็นบ่อย ผมก็เป็น
แต่วันนี้สิ่งที่ผมหวังก็คือการลงมือทำของรัฐบาลที่จริงจัง

เริ่มดีกว่าไม่เริ่มครับ

ผมบอกตรงๆเลยนะครับ บางทีเราทำวันนี้คนก่นด่ามากมาย เหนื่อย แต่สุดท้ายดอกผลที่เกิดกลับไปโผล่ที่รัฐบาลอื่น

ผมเชื่อว่าที่คุณพูดมานั้นเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ

แต่ผมก็เชื่อมั่นเสมอกับรัฐบาลชุดนี้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เฮือกสุดท้าย...ก่อนจะสายเกินไปครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Sea-Sand-n-Star วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sea-sand-n-star
บ้านหลังแรก "ก็เพราะหัวใจรักการเดินทาง จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเติมฝันให้นักเดินทางผู้ร่วมความฝันเดียวกัน" >>>ขอเชิญเยี่ยม>>> บ้านหลังใหม่ "ร่วมคิด ร่วมสร้าง สังคมดี"   http://www.oknation.net/blog/ssns2

ปัญหาคือ เสียภาษีแล้วรั่วไหลหรือไม่
ถ้ารั่วไหลเป็น Corruption คงไม่มีใครอยากบริจาค
รัฐต้องแก้ตรงนั้นให้ได้ก่อน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนให้ได้

พูดถึง Corruption แล้วมันเรื่องใหญ่มากกกกกก
ตราบใดที่ภาครัฐยังซื้อของแพงกว่าเอกชน 3 เท่าขึ้นไป
มันก็บอกอยู่แล้วว่า ปัญหานี้มีหรือไม่...

จะแก้ก็อยากเย็น
กลายเป็นว่า คนเข้าไปทำงานใหม่ก็ฝืนกระแสไม่ได้ และกลายเป็นตามน้ำไป....

เหนื่อยนะ...ปฏิรูปประเทศไทย
ต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งเอกชน ข้าราชการ ประชาชน รัฐบาล ทุกภาคส่วน

ไม่ได้พูดให้ท้อนะคะ
แต่จะบอกว่า ปัญหาที่เราเผชิญมันกินรากลึก และต้องใช้เวลา และที่สำคัญต้องทำกันอย่างจริงจัง อย่าทำตามกระแสค่ะ

เพราะสังเกตภาคการเมือง และราชการชอบทำอะไรตามกระแส
แม้แต่ประชาชนก็ทำอะไรตามกระแส
เดี๋ยวพอมีกระแสใหม่ ก็ลืมกระแสเดิม...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีคร้าบคุณกุ้ง

ครับต้องขอโทษที่ย้าวยาว

ไปเที่ยวไหนครับวันนี้


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
roselobster วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

วันนี้เอ็นทรี่ยาว
สาระเพียบค่ะพี่ส.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับคุณผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน
นานาจิตตังครับ
ส่วนเงินห้าร้อยบาทนั้น

แรกๆดูไม่ค่อยครอบคลุมซักเท่าไหร่
เห็นพอรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาก็ครอบคลุมทั่วถึงมากขึ้น
ถามอีกว่า เงิน 500 บาทนี่สำคัญไฉน เป็นเรื่องแปลกที่คนทำงานมีเงินเดือนไม่ค่อยเข้าใจเพราะดูจะน้อยเสียเหลือเกิน ใครอยากรู้ว่าเงิน 500 บาทนี้สำคัญกับตาสีตาสาขนาดไหน
ต้องลงพื้นที่เองลองไปกินนอนบ้านตากะยายดูว่า เงินเล็กน้อยที่ใครว่าไม่สำคัญ แต่สำหรับคนแก่บางคนเป็นสิ่งจำเป็นมาก

พื้ยฐานของความเจ็บปวดของคนรากหญ้า ไม่รู้มีใครเข้าใจไหม

แต่จริงๆอยากบอกคุณสมคิดว่า คำว่าสมเพท เงิน 500 บาท อาจจะเพราะพื้นฐานไม่เคยกินข้าวกับเกลือ หรือน้ำปลาก็เลยไม่ค่อยเข้าใจ สำหรับผมเงิน 500 บาท เป็นเงินที่น้อยอย่างคนทั่วไปคิด แต่เงิน 500 บาทนี้ไม่ได้น้อยนิดไปเลยสำหรับคนเฒ่าคนแก่บางคน

สวัสดีครับคุณไทบ้าน
ผมเชื่อว่าคุณไทบ้านเข้าใจเพราะคุกคลีทำงานให้กับตาสีตาสาอยู่

สิ่งที่ผมพูดมาชี้ตามความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ไม่อยากให้เป็นประเด็นขัดแย้งเพราะสังคมประชาธิปไตยคือการแสดงความเห็น

ขอบคุณสำหรับการแสดงความเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คุณไทบ้าน คห.5
"จุดเริ่มต้น" ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พนันกันได้ว่า อีกสิบปี ถ้ายังให้เงินช่วยเหลือนี้อยู่ ก็ยัง500บาทต่อเดือน เพราะรัฐถือว่าให้แล้ว ยอมรับแล้ว แสดงว่าพอใจ รัฐก็ได้หน้า"รัฐสวัสดิการ"แล้ว จะเอามากกว่านี้ ก็บอกคำเดียวว่า ไม่มี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

เรื่อง"รัฐสวัสดิการ"ก็เป็นการเอาหน้าของรัฐบาล ให้คนพิการ-คนชราเพียงเดือนละ 500บาท น่าสมเพท ถ้าให้ได้ไม่ถึงครึ่งของที่ใช้จ่ายจริง(อย่างน้อยสามพันจากหกพันบาทต่อเดือน)
.
.
เห็นด้วยในประเด็นนี้มากๆครับ..ชาวบ้านพอจะใช้จ่ายได้
ผมมองว่าที่มอบให้500บาท..เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/whitaker

คุณส.บุญยืนคงไม่ทราบว่า ผู้เสียภาษีในประเทศนี้ มีไม่ถึงสิบล้านคน ตัดเด็กและคนชราคนไม่ทำงานออกซักครึ่งนึง อย่างน้อยก็ต้องมีฐานภาษีอีกยี่สิบล้านคน
นอกจากนี้ยังมี"ผู้หลบภาษี" มีเพื่อนหมอราษฎร์บำรุง รายได้เดือนละเป็นล้าน แต่ไม่จ่ายภาษี ด้วยการ"ตั้งคณะบุคคล"สำหรับวิชาชีพอิสระ (อิสระได้ไง เมื่อเอาชื่อมาแขวนที่รพ. เออ ถ้าไปเปิดคลีนิคหักค่าใช้จ่ายเอง ยังพอว่า) พอเขาว่าพวกเสื้อแดงว่า ไม่จ่ายภาษี ไม่สมควรมาเรียกร้องสิทธิ์ เราก็เตือนไปว่า หมอว่าเขาไม่ได้เพราะหมอเองก็ไม่จ่าย เขารีบสวนว่า จ่ายภาษีแว็ตต์เวลาซื้อของ เราเลยถามว่าทุกคนก็จ่ายแว็ตต์กันทั้งนั้น ใครหลบได้บ้าง...
เรื่องห้องสมุดชุมชน ก็ผิด ลองไปดูห้องสมุดกทม.แถวดินแดงสิครับ มีกี่คนเข้ามาใช้บริการ เขาน่ะชอบสร้างห้องสมุดหรูๆอยู่แล้ว ใช้งบฯได้คล่องดี แต่คนไม่มาใช้เพราะขาดการ์ตูนญี่ปุ่นและนิตยสารบอลล์อังกฤษ ที่เห็นชอบอ่านกันนักบนรถเมล์(คนไทยใฝ่หาความรู้ โดยเฉพาะราคาต่อรอง ของบอลล์แต่ละคู่)
เรื่องทำบุญเนี่ย ไม่ได้เลย แหม จะซื้อทางสู่สวรรค์และลบบาปในใจ เท่าไหร่เท่ากัน เล่นจนพระเจ้าอาวาสแก่ๆ มีบัญชีหลายสิบล้านหลายร้อยล้านบาท พอเงินเยอะก็คันตัว มันเลยเป็นเรื่องแดงออกมา รายนึงก็หนีบวช กลับไปสร้างเรือนหอเพื่อแต่งงาน ตลกมาก...
เห็นด้วยกับอาจารย์สมคิด ท่านเป็นนักวิชาการเที่ยงตรงจริงๆ เรื่อง"รัฐสวัสดิการ"ก็เป็นการเอาหน้าของรัฐบาล ให้คนพิการ-คนชราเพียงเดือนละ 500บาท น่าสมเพท ถ้าให้ได้ไม่ถึงครึ่งของที่ใช้จ่ายจริง(อย่างน้อยสามพันจากหกพันบาทต่อเดือน) อย่าให้ซะจะดีกว่า ขาดสารอาหารนานๆก็ตายได้นะครับ
แต่ที่อ.สมคิดไม่แตะ คือคอรัปชั่นของขรก.ที่นายกฯไม่เคยปราบเลยซักนิด นักการเมืองกินคำโตเมื่อมีโอกาส ขรก.กินคำเล็ก แต่กินตลอด ในที่สุดก็หมดเหมือนปลวกขึ้น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีตอนเช้าครับเจ๊สุย คุณปวิภา
มีความสุขกับเช้าวันใหม่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปวิภา วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 07.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ปฏิรูป...เหมาะที่สุดแล้ว...วันนี้...
ขอให้ทุกคนคิดถึง...ผลประโยชน์ประเทศชาติมากมาก ...นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 19/06/2010 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui


อรุณสวัสดิื์ค่ะ

ขออนุญาตปักป้าย

วันอาทิตย์นี้ แวะไปคุยโขมง กี่โมงก็ได้
บล็อกเกอร์คนช่างเล่าเป็นtour Leaderค่ะ
โอเคสโมสร..ตอน..โอเคสราญรมย์
http://www.oknation.net/blog/paaru/2010/06/14/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]