*/
  • ดอกไม้บานในสวนอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : forrest_1663@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 85785
  • จำนวนผู้โหวต : 104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 104 คน
ย้ำคิดย้ำฝัน

คนคนนึงเคยยืนมองไปบนฟ้าอันกว้างใหญ่ วันเวลาเวียนไปก็ยังมองฟ้าตรงที่เก่า ใครจะมองว่าเราเป็นคนชอบ "ย้ำ" ก็ช่างเขา คงมีดาวบางดาวรอเรามองซ้ำบ้างใช่ไหม ให้"ย้ำ" กันต่อไป ให้ "ฝัน" กันต่อไป

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน 2551
Posted by ดอกไม้บานในสวนอักษร , ผู้อ่าน : 1338 , 17:20:30 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                   เมื่อวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา แม่สั่งให้เก็บกวาดบ้าน

                   (อารมณ์แบบทำ 5ส ที่บ้านอะไรประมาณนั้น)

                    ผลจากการ Big Clenning Day ทำให้ได้รื้อพบหนังสือทำมือเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัย ปีหนึ่ง

                    มีเรื่องสั้นหลายเรื่องที่เขียนเอาไว้ และก็ลืมเลือนไป พอได้อ่านอีกครั้งก็แทบไม่เชื่อตัวเองว่าจะเคยมีอารมณ์ "ใสใส" ได้มากขนาดนั้น วันนี้เลยพิมพ์มาให้อ่านกันเรื่องหนึ่ง

                   ชื่อเรื่อง "เสี้ยววานของคืนวัน"

                   เป็นแง่มุมความรักจากผู้เขียนที่ในตอนนั้น ยังไม่เคยมีความรักเลย  

                    แต่ดัดจริตอยากเขียนเรื่องความรักแบบคนอื่นเขา แหะ ๆ

 -------------------    เสี้ยววานของคืนวัน -----------------------

                     “สวยจัง”  หมอกยามเช้าอันแสนสดชื่น

                ทำไมมีคนบอกว่า  มีแต่คนอกหักเท่านั้นที่จะมาเที่ยวป่าคนเดียว ไม่จริงหรอก


              บางครั้งการมาเที่ยวโดยมีคนมาด้วยเยอะๆ  มันก็ทำให้เราไม่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างที่เราอยาก  


                วันหยุดยาวอย่างนี้  จริงๆ แล้วฉันน่าจะเริงรำอยู่กับสังคมในเมือง  ขับรถกินลมตอนกลางคืนแล้วก็งัวเงียในเช้าวันรุ่งขึ้น
       
                ฉันเพิ่งรู้ว่าการตื่นแต่เช้ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่นี่     วันนี้คนน้อย สงบดี เพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ถ้าเป็นช่วงปีใหม่ก็คงจะได้เห็นภาพ ผากล้วยไม้เต็มไปด้วยเต็นท์ คนเดินไปมา


          ถัดจากเต็นท์ฉันไปไม่ไกลมีอีกเต็นท์หนึ่งดูเหมือนว่าเขามาคนเดียวเหมือนกัน  แต่ยังไม่เห็นหน้าค่าตากันเลย

         เก็บเต็นท์ก่อนดีกว่า ฉันจัดการกับสัมภาระของตัวเองทีละอย่างทีละอย่าง
เดินเอาไปเก็บที่รถ แล้วค่อยมาจัดการกับกองไฟเมื่อคืน

        โชคดีที่จุดกางเต็นท์ ไม่ไกลจากถนนมากนัก มันเป็นถนนราดยางบนเขา ไหล่ทางตอนที่ขับขึ้นมามีแต่ป่า กับป่า ก็อุดมสมบรูณ์ดี


          ฉันเดินกลับมาที่เดิม  จัดการเก็บกลบกองไฟ เต็นท์ข้าง ๆตื่นแล้ว เป็นผู้ชาย กำลังก้มๆเงยๆ เก็บเต็นท์อยู่
           
             “ที่นี่ อากาศดีนะคะ”
            
             “อ๋อ ครับสดชื่นดี”
     
           เมื่อหันมาเจอหน้ากันตรงๆ ฉันก็ต้องตกใจ เราร้องออกมาแทบจะพร้อมกันว่า     

           “เฮ้ย”

           จากนั้นต่างคนก็ต่างหัวเราะออกมา
            
          “ตลกจัง กางเต็นท์อยู่ข้างๆกันแท้ ๆกลับไม่เห็นกัน”
 
           “ก็ไม่ได้สังเกตน่ะ เลยไม่เห็นว่าเป็นใคร”


          “กัลป์ ยังชอบไปไหนมาไหนคนเดียว เหมือนเดิมเลยนะ”   
            
            “อืม! ใช่ ก่อก็ยังอัธยาศัยดีกับคนอื่นเหมือนเดิมเลย”
                
           “มานานหรือยัง แล้วเดี๋ยวไปไหนต่อเนี่ย “
           
            “มาเมื่อวาน เดี๋ยวไปทานข้าวก่อน ไปด้วยกันไหม “
            
             “เอ่อ.... ก็...ดีเหมือนกัน"

         
          เขินชะมัดแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเขินทำไม เรื่องตอนนั้นมันก็นานมาแล้ว ฉันควรจะเกลียดเขาด้วยซ้ำ แต่ฉันคิดว่าเราควรจากกันด้วยดี ถ้าเจอกันอีก อย่างน้อยก็ยังทักทายกันได้ เหมือนกับวันนี้

       ท่าทางของกัลป์ ยังเหมือนเดิม ดูขรึมๆ ใครไม่รู้ก็จะนึกว่ากัลป์เป็นคนดุ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

        เมื่อสมัยเรียนเป็นที่รู้กันดีในคณะว่า ผู้ชายทีใจกว้างที่สุดก็คือ นายกัลป์ ไม่ว่าเพื่อน รุ่นน้อง รุ่นพี่ หรือใครมาขอให้ช่วยอะไร กัลป์ช่วยเต็มที่ไม่มีบ่น

        วันนี้เจอกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เจอกันนาน 1 ปีเต็มตั้งแต่เรียนจบ ฉันไม่เคยติดต่อกับเขาเลย ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก  ใจอยากจะถามถึงผู้หญิงคนนั้น แต่คงไม่ดีหรอก จะดูว่าเราฝังใจจำกับเรื่องเก่ามากเกินไป  อาจจะสร้างความอึดอัดกันทั้งสองฝ่าย
           
        เราไปทานข้าวกัน ร้านอาหารตามสั่งธรรมดา ธรรมดาคุยกันถึงเรื่องราวเก่าๆสมัยเรียน คุยถึงเพื่อนคนโน้น เล่าเรื่องเพื่อนคนนี้แต่ไม่ยอมเล่าถึงเรื่องของตัวเองเลย  กัลป์ไม่เอ่ยถาม  ฉันก็ไม่พูด ฉันไม่เอ่ยถาม กัลป์ก็ไม่พูด ถ้าเขาถามขึ้นมา  ฉันจะกล้าตอบเขาไหมว่าช่วงหนึ่งปีเต็ม ที่ไม่มีเขาอยู่นั้น มันเหงาแค่ไหนช่วงหนึ่งปีเต็มที่ฉันไม่เปิดใจให้ใครมันนานแค่ไหน ใจอยากจะพูดแรงๆให้เขาได้รู้ว่าทำชีวิตผู้หญิงคนนึงเปลี่ยนไปแค่ไหน เพื่อให้เขาได้สำนึกเสียใจแต่มันเป็นการ
เรียกร้องความสนใจซะมากกว่าและก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา

            ฉันจะไม่ทำแบบนั้นหรอก
         
          “เดี๋ยวกัลป์จะเดินไปน้ำตก ไปด้วยกันไหม”
         
           “กำลังจะไปเหมือนกันเลย”
           
            “งั้นเดี๋ยวเดินไปพร้อมกันสิ”
       
            เขาลุกขึ้นหยิบเป้ใบใหญ่สะพายหลังเดินนำหน้าออกไป


           “เดี๋ยวก่อน ก่อว่าเดี๋ยวกัลป์เอาของไปเก็บไว้ที่รถก่อดีไหมเอาไปแต่ของที่จำเป็น จะได้ไม่ต้องแบกไปเยอะ”
           
             เขายิ้มพยักหน้า
       
             ระหว่างเดินไปฉันรู้สึกแย่มาก ไม่คิดว่าพูดไปได้ยังไงกำลังจะไปเหมือนกันเลย จริง ๆ แล้ว กำลังจะกลับกรุงเทพต่างหาก ทำไงล่ะทีนี้พูดอะไรออกไปไม่คิด  ก็ต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง ต้องเดินป่ากับคนที่เคยทำให้ฉันเสียใจ นี่ฉันกำลังทำอะไรลงไปเนี่ย


            ในใจยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่ กัลป์คือคนที่ฉันอยากจะเจอแต่ก็อยากหลบหน้าในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อเอ่ยปากออกไปแล้วก็ต้องไปโชคดีที่ตอนนี้ฉันเข้มแข็งขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว  จากที่เคยร้องไห้ฟูมฟาย เก็บตัวเองอยู่แต่ในห้อง และทำใจไม่ได้เมื่อเห็นสิ่งของอะไรที่จะสื่อความหมายถึงเรื่องเก่า


            แต่การเจอคนรักเก่าไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด  ตอนนี้ฉันเดินอยู่ข้าง ๆ เขา ด้วยความรู้สึกใหม่  ถึงแม้เราจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว  
        
             
             ความรู้สึกแย่ๆ ในอดีต และความเศร้า  ความแค้นในใจฉัน เหมือนว่าฉันจะลืมไปหมดและดูเหมือนว่าฉันคิดและจินตนาการทุกอย่างให้มันแย่ไปเอง บางทีกัลป์อาจพูดถูก  เราเหมาะที่จะเป็นเพื่อนกันมากกว่า  ได้อยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ นึกเสียดายเวลาที่ทิ้ง “เพื่อน” ไปหนึ่งปีเต็ม

              
               ตลอดทางเดินในป่าร้อนชื้นแห่งนี้ เราปล่อยให้เสียงป่าได้พูดคุย มันเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง โดยเราไม่ได้จับมือกันอย่างเคย 

                "ก่อ”   เสียงแรกที่เขาเรียกฉัน
            
                “หือ”
            
                 “ตอนนี้...ชีวิตเป็นไงบ้าง”

               “สันโดษแต่ไม่เหงา มีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีใคร   แล้วกัลป์ล่ะ “

               “กำลังฝึกตัวเองให้คุ้นเคยกับความเหงา เผื่อว่าซักวัน จะเข้มแข็งได้อย่างก่อบ้างเวลาไม่มีใคร รู้ไหม กัลป์ชักจะเชื่อเรื่องอาณาจักรของก่อแล้วล่ะ”

                “อาณาจักร”

                 “ใช่  อาณาจักร ก่อเคยพูดให้ผมฟังเมื่อสมัย....เอ่อ
                   ก่อเคยพูดให้ผมฟังไว้ว่า คนเราทุกคนย่อมมีอาณาจักรของตัวเองอยู่ในใจที่ไม่ยอมให้ใครเข้าไปถึง   มันเป็นที่ที่เราจะเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด เพราะ คนอื่นไม่สามารถรุกล้ำเข้าไปในอาณาจักรของเราได้ สิ่งเดียวที่จะ
เป็นกุญแจคือ....”

                  “ความรัก” เราตอบออกมาพร้อมๆกัน

                 เขายังจดจำคำพูดของฉันได้  ฉันดีใจเหลือเกิน ความรู้สึกคนเรามันเปลี่ยนกันเร็วมาก  ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ถ้าฉันได้ยินใครพูดเรื่องของเขา   หรือแค่นึกภาพเขา   ฉันจะกำหนดสถานะของเขาและจำไว้ในใจว่าเขาคือ   “คนรักเก่า”   ไม่เคยนึกถึงคำว่าเพื่อนมาก่อน
                ความจริงก็คือ  เขาเป็นเพื่อนที่ดี
              
                แม้เราไม่สามารถรวมอาณาจักรของเราสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวได้  แต่แค่อาณาจักรของเรา ได้เชื่อมโยงถึงกัน นั่นก็น่าจะเพียงพอ


               ถึงน้ำตกแล้ว มีลำธารไหลผ่าน น้ำแค่เข่า แต่เย็นเฉียบเราถลกขากางเกงขึ้น  เดินลุยน้ำขึ้นไปบนโขดหินใหญ่กลางน้ำ

                  แสงแดดอ่อนๆ เสียงน้ำเอื่อยๆ ผีเสื้อบินเป็นฝูงบนผิวน้ำ  ปีกเล็กๆสีขาวๆ พออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ มองดูคล้ายกับกลีบกุหลาบขาวที่ปลิวมากับสายลมกลางฤดูหนาวเขาเตรียมอุปกรณ์ที่จะเขียนภาพ  ท่าเขานั่งขัดสมาธิมีกระดานวางอยู่บนตัก เป็นภาพที่ชินตาสำหรับฉันเมื่อสมัยเรียนมหาลัยจนถึงวันนี้ ฉันไม่เคยลืมว่าจะต้องเงียบ ในขณะที่เขาเขียนรูป

             
            
                                     เรานั่งหันหลังชนกันไม่มีคำพูดใดๆ


                              ฉันกำลังยิ้ม และฉันเชื่อว่าเขาจะต้องยิ้มด้วย

***********************************************************


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นารถ_บูรพา วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

อืม...แง่งามของความรัก นั่นกระมัง?

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 19.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

"เมื่อวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา แม่สั่งให้เก็บกวาดบ้าน" (- -'')
ชอบประโยคสุดท้าย อ่านแล้วก็อมยิ้มครับ แฮะๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ทิวสน วันที่ : 21/04/2008 เวลา : 00.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

อารมณ์เดียวกันเลยครับ

เคยบิ๊กคลีนนิ่ง ไปดูงานเขียนเรื่องสั้นตัวเองเก่าๆ
เวอร์ชั่นแรกๆ 10 ปีก่อน นึกไม่ถึงว่าจะมีอารมณ์แบบนี้
เหมือนเรื่องนี้

รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบ กับ เวอร์ชั่นต่อๆ มา
ก็ได้เห็นถึงบันได้ในการพัฒนาตนเอง

แต่ก็ยังอยากเก็บเวอร์ชั่นแรกหัดไว้อ่าน และยิ้มให้กับวันเก่าๆ มีความสุขกับตัวเอง และรู้สึกดี ที่เรายังเดินเส้นทางสายนี้ ที่ยังรักงานเขียนไม่แปรเปลี่ยนครับ
...................

มีอะไร ก็แลกเปลี่ยน แบ่งปันกันได้นะครับ ยินดีครับ

ขอบคุณครับ

* * * * * * * * * *

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweejorn

เนื้อคำ...เนื้อความ...สวยงามมากครับ...

มาเยี่ยมครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กวีจร_ณ_โคราชา วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaweejorn

เนื้อคำ...เนื้อความ...สวยงามมากครับ...

มาเยี่ยมครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer


ดีใจด้วยนะ..ที่ค้นเจอความอบอุ่นเก่า ๆ
ฟัง...Sound เพลงบรรเลง ในคืนแห่งไฟสลัว
ที่บ้านเฮานะ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ดาวปลาตะเพียน วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/daoplatapean
...พร่างพราวในเงาฝัน *

เสี้ยววานของคืนวัน
อุ่นความทรงจำค่ะ

ปล.ดีใจด้วยที่ได้ฤกษ์ห้า ส. ซะที
ทางนี้ก็กำลังคิดจะจัดการอยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กระบี่ทูเดย์ วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krabitoday
ที่นี่ เกาะพีพี ยินดีต้อนรับเสมอ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน