*/
  • ดอกไม้บานในสวนอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : forrest_1663@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 85785
  • จำนวนผู้โหวต : 104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 104 คน
ย้ำคิดย้ำฝัน

คนคนนึงเคยยืนมองไปบนฟ้าอันกว้างใหญ่ วันเวลาเวียนไปก็ยังมองฟ้าตรงที่เก่า ใครจะมองว่าเราเป็นคนชอบ "ย้ำ" ก็ช่างเขา คงมีดาวบางดาวรอเรามองซ้ำบ้างใช่ไหม ให้"ย้ำ" กันต่อไป ให้ "ฝัน" กันต่อไป

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม 2551
Posted by ดอกไม้บานในสวนอักษร , ผู้อ่าน : 6278 , 10:07:29 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ มีคนตัวเล็ก ๆ 4 คน เดินทางไปยังเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง
เมืองนี้ชื่อว่า  "เมืองเชียงคาน"

เราออกเดินทางกันตอน 6 โมงเย็น

มาถึงเชียงคานแต่เช้า  ฟ้ายังไม่สว่างดีนัก
ฝนตกลงมาตั้งแต่แรกทีเรามาถึง
เราลงรถที่ถนนสายหลักของเชียงคาน
หมุดหมายแรกของเราคือหาเสบียงอาหารที่ตลาดเทศบาล ต.เชียงคาน
มีรถสกายแลปพยายามเข้ามาหลอกล่อเรา บอกว่าคิดคนละ สามสิบบาทเอง

ฮ่า ๆๆ เสียใจด้วย เพราะตอนที่เรานั่งรถทัวร์มา ได้ตีซี้คนเบาะข้าง ๆ มาแล้ว ชื่อพี่อ้อย(คนสวย) เป็นสาวเชียงคานขอเบอร์โทรศัพท์เรียบร้อย เราเลยโทรไปถามพี่เขา พี่เขาบอกเดินมาโลดเลยน้องเอ๋ย เดี๋ยวพี่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับ  สกายแลปเลยหมดมุข พยายามเดินตามลดให้เหลือคนละสิบบาท เชอะ ห้าบาทก็ไม่ไป   คิดจะมาหลอกกัน

ถึงร้านปาท่องโก๋ ไม่ได้ชื่อนี้หรอกแต่เขามีปาท่องโก๋ขาย
เราก็นั่งทาน กาแฟ โอวัลติน  กะ ปาท่องโก๋ไปพลาง ๆ ก่อน
พักเหนื่อยเติมพลังจากการเดินทาง เข้าห้องน้ำ
และทักทายเพื่อนร่วมทางที่นั่งรถทัวร์มาคันเดียวกัน
กลุ่มที่บ้ามาเที่ยวเชียงคานน่าฝนเหมือนเรา สืบถามทราบว่าเขาก็มาพักบ้านเดียวกันกับเรา  สนุกแล้วครับท่าน ได้เพื่อนใหม่ตั้งแต่ก้าวแรกเหยียบเชียงคานกันเลยทีเดียว ทั้งหมดเป็นกองบรรณาธิการ นิตยสาร แฮมเบอร์เกอร์ มีทั้งบก. นักเขียน นักวิจารณ์หนัง กราฟฟิค ฯ ยกทีมกันมา แต่ไม่ได้มาทำงาน 

ฟ้าสว่าง ฝนหยุด เมืองเชียงคานตอนหมาดฝนยามเช้า สวยสดชื่นบอกไม่ถูก
........

พระ เณร เดินบิณฑบาตรเรียงแถวผ่านหน้าเราไป  เท้าเปล่าของนักบวชเดินย่ำไปบนถนนราดยางที่เปียกน้ำฝน รอยเท้าเหล่านั้นเราคงไม่อาจมองเห็น
แต่รอยธรรมทอดยาวไปเป็นแนวตามทางเดินที่ท่านเหยียบย่างผ่านไปนั้นอาจมองเห็นได้ด้วยหัวใจ   คนที่นี่จะตักบาตรด้วยข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว ส่วนกับข้าวจะตามเอาไป
ถวายที่วัด

ที่นี่ภาพพ่อแก่แม่เฒ่า ยืนถือกระติ๊บข้าวเหนียวคอยใส่บาตร อาจเป็นภาพที่ดูชินตาสำหรับคนที่นี่  แต่สำหรับคนเมืองกรุงเช่นเรา  ถือเป็นภาพวัฒนธรรมอันสวยงามที่ไม่ได้หาดูได้บ่อย ๆ   พาให้นึกถึง การใส่บาตรของพี่น้องเมืองลาว ฝั่งตรงข้ามเรานี่เอง  แผ่นดินตรงข้ามฝั่งน้ำนั้นคือแขวงสาระคาม ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว 
น้ำโขงไม่เคยแบ่งแยกวัฒนธรรมและผู้คนสองฟากฝั่งออกจากกัน

นึกถึงเพลง สุรชัยสามช่า  "น้ำโขงไม่เคยขวางกั้น น้ำจันทน์ไม่คดโกงใคร น้ำใจสามัคคีเมื่อไหร่ ก็ยกจอกย้อมใจสัมพันธ์ไมตรี "

มาละเหวย มาละวา ชมเชียงคานกันต่อเถิดเอย

เราเดินเรื่อย ๆ ไปบนถนนศรีเชียงคาน ไปตามคำบอกของคุณป้าร้านขายปาท่องโก๋ ตรงไปเรื่อย ๆ เจอแม่น้ำโขงแล้วก็เลี้ยวซ้าย เดินตรงไปอีกหน่อยก็จะเห็นตึกแถวโบราณหันหน้าให้แม่น้ำโขง นั่นแหละ "เรือนแรมลูกไม้" เราเดินมาตามทางที่คุณป้าบอก แต่ผิดโปรแกรมนิดหน่อย  เพราะพอดีเดินผ่านวัดศรีคูณเมือง เลยแวะเข้าไปไหว้พระเมืองเชียงคาน เอาฤกษ์เอาชัย

เพื่อนสาวคนหนึ่งไปเสี่ยงเซียมซี บอกว่าจะได้เจอเนื้อคู่ด้วย เธอก็ตื่นเต้นดีใจใหญ่ บอกว่าสงสัยมาเชียงคานจะได้เจอเนื้อคู่   ไอ้เราไม่อยากขัดเพื่อน
แต่ก็แอบบ่นในใจ  (เมืองเงียบขนาดนี้จะได้เจอใคร)

 

 เรือนแรมลูกไม้   เจ้าของเกสเฮ้าส์คลาสสิคหลังนี้ คือคุณสมบูรณ์ หอมเทียนทอง จิตรกรผู้หลงไหลความงามของเมืองเชียงคาน และภรรยา ทั้งสองเป็นคุณพ่อ และ คุณแม่ที่น่ารักของ ลูกแก้ว ลูกไม้ และ ลูกน้ำ สามแสบ สามซน แห่งเรือนแรมลูกไม้ พวกเราเลือกพักห้องใหญ่ที่สุดของบ้าน พักได้ถึง สี่คน (จริง ๆ จะพักมากกว่านั้นก็ได้เพราะห้องใหญ่มาก) ห้องพักของเราเปิดหน้าต่างออกไปแล้วมองเห็นแม่น้ำโขง มีลมเย็นโกรกทั้งวันทั้งคืน เป็นบ้านพักที่ทั้งสวยและตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมาก ๆ  เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ถูกจัดตกแต่งอย่างเรียบง่าย  ไม่ว่าจะเป็นเตียงไม้ ตู้เสื้อผ้าไม้ โต๊ะเขียนหนังสือไม้ และไฟวอร์มไลท์ ที่ดูสว่างอบอุ่นกำลังดี

อีกด้านเป็นมุมอ่านหนังสือ และ เสวนา สบาย ๆ ริมหน้าต่าง  เราเข้าห้องพักกันตอนแปดโมงเช้า อาบน้ำอาบท่า  ถ่ายรูปในห้องพักกันเล็ก ๆ น้อย แล้วนอนหลับกันคนละตื่น
รู้สึกตัวอีกที ตอนสิบโมง  นอนพักหายเหนื่อยแล้ว ก็ได้ฤกษ์ลุกจากเตียงฝ้ายแสนนุ่มสบายลงไปเช่ารถจักรยาน และออกสำรวจเมืองเล็ก ๆ ด้วยสองล้อ

ขอเล่าเรื่องเมืองเชียงคานหน่อย

เมืองเชียงคาน เดิมตั้งอยู่ที่เมืองชะนะคาม  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งสร้างโดยขุนคาม โอรสของขุนคัวแห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อประมาณ พ.ศ. 1400 

ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2250  อาณาจักรล้านช้างแยกออกเป็นสองอาณาจักร คือ อาณาจักรหลวงพระบาง ซึ่งมีพระเจ้ากิงกีสราชเป็นกษัตริย์ และอาณาจักรเวียงจันทน์ ซึ่งมีพระเจ้าไชยองค์ไว้เป็นกษัตริย์ โดยกำหนดอาณาเขตให้ดินแดนเหนือแม่น้ำเหืองขึ้นไปเป็นอาณาเขตหลวงพระบาง และใต้แม่น้ำเหืองลงมาเป็นอาณาเจตเวียงจันทน์

ต่อมาทางหลวงพระบางได้สร้างเมืองปากเหืองซึ่งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขงเป็นเมืองหน้าด่านและทางเวียงจันทน์ได้ตั้งเมืองเชียงคานเดิมเป็นเมืองหน้าด่านเช่นกัน ต่อมาพ.ศ. 2320 พระเจ้ากรุงธนบุรี  โปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับพระสุรสีห์ ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ ตีเวียงจันทน์ได้จึงได้อันเชิญพระแก้วมรกต  กลับมายังกรุงธนบุรี  แล้วได้รวมอาณาจักรล้านช้างเข้าด้วยกัน และให้เป็นประเทศราชของไทยแล้วได้กวาดต้อนผู้คนพลเมืองมาอยู่เมืองปากเหืองมากขึ้น แล้วโปรดเกล้าฯให้เมืองปากเหืองไปขึ้นกับเมืองพิชัย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองเวียงจันทน์ คิดกอบกู้เอกราชเพื่อแยกเป็นอิสระจากไทยโดยยกกำลังจากเวียงจันทน์มายึดเมืองนครราชสีมา

แต่ในที่สุดเจ้าอนุวงศ์ถูกจับขังจนสิ้นชีวิต กองทัพไทยที่ยกมาปราบเจ้าอนุวงศ์ที่นครราชสีมา ได้ยกทัพไปกวาดต้อนผู้คนจากฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงมายังเมืองปากเหืองมากขึ้น และโปรดเกล้าฯให้พระอนุพินาศ (กิ่ง ต้นสกุลเครือทองศรี)  เป็นเจ้าเมืองปากเหืองคนแรก แล้วพระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองเชียงคาน

ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบางและได้เข้าปล้นสดม ์เมืองเชียงคานเดิมที่อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานเดิมจึงอพยพผู้คนไปอยู่เมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) เป็นจำนวนมาก

ครั้นต่อมา เห็นว่าชัยภูมิเมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) ไม่เหมาะสม ผู้คนส่วนใหญ่จึงอพยพไปอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ซึ่งใกล้กับที่ตั้งของอำเภอเชียงคานปัจจุบัน แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองใหม่เชียงคาน

ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส ทำให้เมืองปากเหืองตกเป็นของฝรั่งเศส คนไทยที่อยู่เมืองปากเหืองจึงอพยพมาอยู่เมืองใหม่เชียงคาน
หรืออำเภ อเชียงคานปัจจุบันข้อมูลจาก : http://www.cheangkhan.loei.police.go.th/

เราตั้งใจจะปั่นจักรยานไปเที่ยวที่ไหนซักแห่งหนึ่ง เราเลือกที่จะไปแก่งคุดคู้
เพราะแหล่งท่องเที่ยวใน อ.เชียงคาน ส่วนมากก็จะเป็นการเดินชมอาคารบ้านเรือนเก่า ๆ หรือ ทัวร์ไหว้พระ ซึ่งที่นี่ถ้าจะไหว้กันจริง ๆ จัง ๆ ได้ยิ่งกว่า เก้าวัด เพราะมีวัดเยอะจริง ๆ จนเล่าไม่ถูก

แก่งคุดคู้   เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง บริเวณช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี   ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำอย่างเช่นหน้าที่เราเดินทางมาตอนนี้
น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง (มาได้ถูกเวลาจริง ๆ )

เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ  สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสสายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด 

  ที่บริเวณแก่งคุดคู้มีบริการเช่า เรือยนต์ล่องแม่น้ำโขงใช้เวลาไป - กลับ ประมาณ ๑ ชั่วโมง  ราคาแล้วแต่จะตกลง

นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหาร เช่น ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะ  พล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขง เป็นอาหารแนะนำ ในราคาไม่แพง   การเดินทางจากตัวอำเภอเชียงคาน
นักท่องเที่ยว สามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคาน ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร หรือถ้าอยากออกกำลังกายแบบพวกเรา ก็เช่าจักรยานจากร้านในตัวเมืองมาก็ได้ไม่ไกลเท่าไหร่

กลับจากแก่งคุดคู้ เรากลับมาที่เรือนแรมลูกไม้ ใช้เวลาส่วนตัวกับโลกส่วนตัวของ
แต่ละคนกันอย่างเต็มที่ จนหัวค่ำท้องเริ่มหิว
เลยออกไปหาร้านริมโขง บรรยากาศดี ๆ ทานอาหารอร่อย ๆ
แล้วนั่งมองดวงตะวันในวันฝน
ลับลงในอีกฟากฝั่งน้ำ

......

เราเลือกทานร้านระเบียงน้ำ ถามคนที่นี่แล้ว เขาบอกว่า อาหารอร่อย บรรยากาศดี
ใช่ทุกอย่าง
......



และที่นี่เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องสนุก ๆ ในการเดินทางในครั้งนี้
เราได้พบกับ คุณ ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์
ที่มาแสดงคอนเสริตที่ สนามกีฬาเทศบาล อ.เชียงคาน

เราตกลงใจว่า คืนนี้ จะออกท่องราตรีที่เชียงคาน
ไปเที่ยวงานเทศกาลของคนที่นี่  พร้อมกับจะไปชมคอนเสิร์ตของพี่ปู พงษ์สิทธ์ด้วย

(ยังไม่จบ  โปรดติดตามตอนต่อไป)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 26/08/2008 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ดีจังเลย ได้เจอพี่ ปู ด้วย อิจฉาอ่ะ

เชียงคานเป็นเมืองเล็กที่ อยากไป เหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เล็กโตไว วันที่ : 25/08/2008 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lektoewai

เมืองริมน้ำโขง ช่างมีเสน่ห์

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ชอบภาพที่ 3 กับภาพสุดท้าย
เชียงคานเคยไปมาครั้งเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
jonathan_seagull วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seagull

ชนบทหลายๆ แห่งของบ้านเรา
ยังสงบและน่าอยู่ เป็นอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

อยากทานปาท่องโก๋จัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 22/08/2008 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน