*/
  • ดอกไม้บานในสวนอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : forrest_1663@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-25
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 85787
  • จำนวนผู้โหวต : 104
  • ส่ง msg :
  • โหวต 104 คน
ย้ำคิดย้ำฝัน

คนคนนึงเคยยืนมองไปบนฟ้าอันกว้างใหญ่ วันเวลาเวียนไปก็ยังมองฟ้าตรงที่เก่า ใครจะมองว่าเราเป็นคนชอบ "ย้ำ" ก็ช่างเขา คงมีดาวบางดาวรอเรามองซ้ำบ้างใช่ไหม ให้"ย้ำ" กันต่อไป ให้ "ฝัน" กันต่อไป

View All
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน 2551
Posted by ดอกไม้บานในสวนอักษร , ผู้อ่าน : 2199 , 13:40:43 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่อะไรแฝงอยู่เลย
นอกจากอยากให้คุณสบายใจ ทิ้งโลกปัจจุบันอันน่าหัวฟัดหัวเหวี่ยงไปชั่วคราว
แล้วมาอยู่กับความทรงจำอุ่น ๆ หวาน ๆ ที่คุณเองก็อาจเคยมี
อย่าสนเลยว่ามันจะคมหรือไม่คม สำนวนแค่ไหน
และมันให้อะไรกับคุณบ้าง
แค่อยากให้คุณมีไว้อ่านเล่น ๆ คิดซะว่าอ่านเอาเพลินก็แล้วกัน
 
* * * * * * * * * * * * * * 
 
ใบหม่อนเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมี พ่อ แม่ คุณย่า และพี่ชาย
ณ บ้านไม้อันอบอุ่นหลังหนึ่ง ในเมืองแห่งสายหมอกดอกไม้

ปัจจุบันนี้ใบหม่อนโตแล้ว และคงอยู่ที่ไหนซักแห่งบนโลกใบนี้

กับจิตใจที่กำลังสับสน อ้างว้าง
กลางมหกรรมความปวดร้าวของคนเมือง

ถ้าใบหม่อนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ขอให้รู้ไว้เถิดว่า
บ้านไม้หลังนั้น ยังรอคอยเธออยู่


ความทรงจำดี ๆ ก็ยังคงซุกซ่อนอยู่ตามหลังพุ่มไม้
ข้างชิงช้า ในกลีบดอกไม้ ใต้ตู้กับข้าว และอีกหลาย ๆ ที่

เพื่อรอคอยการกลับไปหา หรือเพียงการระลึกถึง
 
 
 * * * * * * * * * *  * * * * ** * * *  * * * *


               ใบหม่อนเบื่อวันจันทร์เพราะเป็นวันที่ต้องไปโรงเรียน น่าจะเรียนกันเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ แล้ววันจันทร์ – ศุกร์ให้หยุด เด็กน้อยคิด  สองพี่น้อง นั่งลงสวมรองเท้าที่บันไดหน้าบ้าน แล้วเดินไปโรงเรียนพร้อมกัน

               บ้านกับโรงเรียนไม่ห่างกันมากนักพอเดินไปถึงได้ พ่อเลยให้พ่อเลยให้พี่เม่นกับใบหม่อนเดินไปเอง แต่ถ้าวันไหนพ่อต้องออกไปทำงานแต่เช้า ก็ถือเป็นโชคดีของเด็ก ๆ เพราะพ่อจะขับรถไปส่งที่โรงเรียนให้ นอกจากไม่ต้องเดินแล้ว ก็ยังได้อวดเพื่อนอีกว่าพ่อมาส่ง

                วันจันทร์เป็นวันที่ เด็กนักเรียนห้อง ป.1/1 ต้องสวมชุดประจำชาติ ซึ่งเป็นชุดที่ใบหม่อนชอบมาก ๆ ใบหม่อนได้สวมชุดแบบชาวเหนือ เป็นชุดที่ใบหม่อนคิดว่ามันเข้ากับใบหม่อนมากที่สุดเลย ถึงใบหม่อนจะไม่ใช่คนเหนือก็ตาม


                ใบหม่อนเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บบนอาคาร อาคารเรียนมีทั้งหมด 4 ชั้น ที่ 1 เป็นใต้ถุนอาคารโล่ง ๆ วิ่งเล่นได้ แล้วทำอะไรได้อีกเยอะมากเลย อย่างเช่น ใช้จัดงานรับปริญญาของนักเรียนอนุบาล ใช้จัดงานปีใหม่ ใช้เข้าแถวตอนฝนตกก็ได้ด้วย ห้องเรียนของใบหม่อนอยู่ชั้น 2 ด้านขวาของตึก ส่วนห้องของพี่เม่นอยู่ด้ายซ้ายคนละฝั่งกันเลย
                  ใบหม่อนก้าวขึ้นไปบนบันไดโดยไม่ยอมถอดรองเท้า เพราะตอนนี้เป็นเวลาเช้าเกินกว่าที่คุณครูเวรจะมายืนตรวจ ก็บอกแล้วว่า ใบหม่อนไม่ใช่เด็กดีมากหรอก แต่ก็ดีในระดับหนึ่ง
                 ใบหม่อนเดินผ่านห้อง ป.1/2 มาถึงห้องเรียนของชั้น ป. 1/1 ห้องของใบหม่อนเองและหยุดยืนดูรูปสมาชิกในห้องเรียนที่หน้าห้อง มีรูปเพื่อน ๆ ทุกคนเรียงตามลำดับ รูปของใบหม่อนเป็นรูปที่ถ่ายตอนที่คุณพ่อพาไปเที่ยวดอยตุง มีแขนของพี่เม่นติดมาด้วยเพราะว่าตัดมาจากรูปที่ถ่ายหมู่ ตอนนั้นใบหม่อนยังผมสั้นอยู่เลยไว้ผมหน้าม้าด้วย ดูเด๋อด๋าตลกชะมัด ข้างรูปใบหม่อนเป็นรูปเด็กชายมินอูที่เธอไม่ชอบหน้าเอาซะเลยดูกี่ครั้งก็ยังรู้สึกไม่พอใจทุกครั้ง ทำไมคุณครูต้องเอารูปมินอูมาไว้ข้างรูปใบหม่อนด้วย เด็กชายมินอูถ่ายรูปขาวดำหน้าตรงสวมชุดนักเรียนคงเป็นรูปที่ถ่ายตอนสมัครเรียน หน้าตาเคร่งขรึม ตรงกันข้ามกันนิสัยที่เกเร และ ชอบแกล้งเพื่อน

                ถัดลงมาแถวล่างเป็นรูปของเด็กชายปรเมศว์ ที่เคยตกเป็นข่าวว่าเป็นแฟนของใบหม่อนโดยฝีมือของมินอู หวีผมเรียบ ตาหยี แถมยิ้มเห็นฟันหลออีก แต่นั่นก็ดูดีกว่าตัวจริงแล้วนะน่ะ ใบหม่อนนึกหน้าเด็กชายปรเมศว์ตัวจริงแล้วก็ทำหน้าเหยเก จมูกย่น ส่ายหน้า แล้วรีบละสายตาจากภาพนั้น
                 ใบหม่อนเงยหน้าขึ้นไปมองที่ยอดสุดที่ที่ติดรูปของคุณครูประจำชั้น รูปคุณครูไดรโว่
                  “อ้าว รูปคุณครูไดรโว่หายไปไหน”

                   “สงสัย คุณครูคงจะเอารูปไปเปลี่ยนเพราะรูปใบเก่า ไม่หล่อ ฮิ ฮิ ฮิ “
ใบหม่อนจะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกน้องพลอย ตอนพักกลางวันจะได้ชวนกันไปแกล้งคุณครูไดรโว่อีก


                      8.00 น. เคารพธงชาติ ทั้งหมดแถวตรง

                      “ประเทศไทย รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย....”

                      เสียงร้องเพลงชาติดังก้องไปทั่วโรงเรียน ธงชาติไทย ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นสู่ยอดเสาตามแรงดึงของผู้เชิญธง แต่สงสัยจะดึงเร็วไปหน่อย ธงเลยต้องไปคอยอยู่ที่ยอดเสา ถึงคำว่า “ไชโย” เมื่อไหร่ค่อยขึ้นไปสูงสุด 

                    เคารพธงชาติเสร็จแล้ว ใบหม่อนยังไม่เห็นคุณครูไดรโว่มาคุมแถวของห้องเธอเลย เพื่อนในห้องก็เล่นกันยุกยิกตลอดเวลา
                     
                      “นักเรียนทั้งหมดสงบนิ่ง”  เสียงพี่ ป.6 ประธานนักเรียนเริ่มสวดมนต์แล้ว คุณครูประจำชั้นห้อง ป.1/1 ยังไม่มาคุมแถวเลย  คุณครูหนึ่งเห็นห้อง ป. 1/1 เข้าแถวกันระเกะระกะ คุยบ้างเล่นบ้างเลยเข้ามาคุมแถวให้  

                       เสียงกลองแต้กดังขึ้นเป็นจังหวะพอดีกับการซอยเท้า เด็กชั้นอนุบาล กำลังเดินเข้าชั้นเรียน และกำลังตามไปด้วยแถวของห้องใบหม่อน

                       ในห้องเรียนวันนั้น เรื่องที่คุณครูไดรโว่ไม่มาคุมแถวก็เป็นที่โจษจันไปในหมู่เด็กผู้หญิงที่ช่างสังเกต ส่วนเด็กผู้ชายก็เล่นกันไปตามเรื่องไม่ได้สนใจอะไร

                        ใบหม่อนออกมานั่งที่เฉลียง หลังจากเตรียมหนังสือวิชาภาษาอังกฤษไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว คาบเรียนต่อไปเป็นวิชาภาษาอังกฤษที่คุณครูไดรโว่สอน แต่คุณครูยังไม่มาเลย
                       พวกของมินอูดีใจกันใหญ่เพราะคิดว่าครูไม่มาแล้ว พวกนั้นไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง 
                       ใบหม่อนมองไปที่บอร์ดหน้าห้อง สายตาแวะมองหน้าตัวเองก่อนแล้วค่อยมองไปที่ติดยังรูปคุณครูประจำชั้น ซึ่งตอนนี้มันว่างเปล่า มันจะเกี่ยวอะไรกับการที่คุณครูไดรโว่หายไปรึเปล่า แล้วคุณครูไดรโว่จะเป็นอะไรไปรึเปล่าน้า....?
                      
                        ใบหม่อนหันหน้ากลับออกไปที่สนามบอล ด้านหน้าโรงเรียน มองไปยังถนนสายเล็ก ๆ ที่ตัดผ่านหน้าโรงเรียนที่นาน ๆ จะมีรถผ่านมาซักคัน ถนนราดยางที่เธอกับพี่เม่นใช้ย่ำเหยียบเดินผ่านมาเรียนทุกวัน ต้นชมพูพันธ์ทิพย์สองข้างทางเรียงรายยังยืนสงบนิ่ง กิ่งก้านจะไหวเอนบ้างก็ยามสายลมพัดผ่านมาทักทาย
                       
                         เทอมที่แล้วดอกชมพูพันธ์ทิพย์บานสะพรั่งไปหมดสองข้างทางที่ใช้เดินมาโรงเรียนสดใสไปด้วยสีชมพูอ่อน ๆ ของดอกที่อยู่บนกิ่งก้านสูง ๆ และที่กำลังโรยร่วงหล่นลงจากต้นช้า ๆ อย่างงดงาม ลงมากองเกลื่อนกลาด จนแทบกลืนพื้นถนนลาดยางเล็ก ๆ สายนี้ให้กลายเป็นสีชมพู

                         รถเครื่องคันหนึ่ง กำลังขับมา รถคันนั้นจอดที่หน้าประตูโรงเรียน เป็นรถของคุณครูไดรโว่ ! คุณครูมาแล้ว ! คุณครูลงจากรถ และถอดหมวกกันน็อคออก วันนี้คุณครูไม่ได้แต่งตัวเหมือนทุกวัน

                          คุณครูสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเงินเข้ม กับเสื้อเชิ้ตสีดำปล่อยชายกับรองเท้าผ้าใบสีขาว หิ้วถุงของพะรุงพะรัง คุณครูเงยหน้ามองมาที่ใบหม่อนแล้วโบกมือให้
ใบหม่อนรีบวิ่งกลับเข้ามาในห้องเรียนตะโกนบอกเพื่อน ๆ ว่า คุณครูมาแล้ว เพื่อนในห้องก็รีบนั่งกันให้เข้าที่ พวกที่การบ้านไม่เสร็จก็รีบหยิบขึ้นมาปั่นใหม่อีกรอบ เพราะตอนแรกคิดว่าคุณครูจะไม่มาแล้ว ส่วนใบหม่อนนั้นเพียงแค่รีบกลับมานั่งเพราะทำการบ้านเสร็จแล้ว 
                            ครู่หนึ่งผ่านไป สายของเด็กชายมินอูก็รายงานมาว่า

                           “คุณครูขึ้นตึกมาแล้ว”

ครูไดรโว่ก้าวเข้ามาในห้อง

                            “พลีส สะแตนอัพ”  เสียงเด็กชายกมลเพชร หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพ
                           “กู้ด มอร์นิ่ง”

                           “ไม่ต้อง ๆ นั่งลงได้ นั่งลงได้” เสียงคุณครูพูดขัดการทำความเคารพของเด็ก ๆ
                            คุณครูไดรโว่ท่าทางเปลี่ยนไปจากทุกวันแถมยังหิ้วถุงของอะไรมาเยอะแยะ ครูวางของลงแล้วหยุดพัก
                           
                              “วันนี้ครูไม่ได้มาสอนแต่วันนี้ครูจะมา บอกลาพวกเรา หลายคนคงสงสัยว่าทำไมเมื่อเช้านี้ครูไม่ได้มาคุมแถวเคารพธงชาติ  คือหยั่งงี้ .....  ครูลาออกแล้ว เพราะว่า ครูมีภารกิจที่ทำให้ครูไม่สามารถสอนพวกเราได้อีกต่อไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะมีคุณครูประจำชั้นคนใหม่ มาแทนครู วันนี้จึงเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน  ครูก็เลยอยากจะเลี้ยงขนม พวกเราเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะจากกัน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเธอก็เป็นเด็กดีมาตลอด”

                             ครูประจำชั้นพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่เด็ก ๆ ไม่ได้ยิ้มแย้มด้วยเลย
เด็กนักเรียนห้องป. 1/1 ทุกคนต่างเงียบเสียงลงหลังจากฟังเรื่องที่ได้ยิน
                           
                            “คุณครูจะไปไหนเหรอครับ” เสียงเด็กชายกมลเพชร หัวหน้าห้องถามขึ้น
                             “เอ่อ ... ครูจะไปกรุงเทพฯครับ ครูจะต้องไปทำงานที่นั่น” คุณครูพูดตอบคำถามของเด็กชาย และ ยิ้มตอบสายตาอับเฉาของเด็ก ๆ ทั้งห้อง
   
                              หลังจากนั้นเกมสิบคำถามก็เริ่มขึ้นภายในห้องเรียนของชั้นประถมหนึ่ง เด็กบางคนโกรธคุณครูจนงอนที่คุณครูจะหนีไปอยู่กรุงเทพฯ  บางคนก็ถามไปร้องไห้ทำหน้าเบะไป เด็ก ๆ ทุกคนไม่อยากให้คุณครูไดรโว่ไปไหน และก็ไม่ต้องการคุณครูประจำชั้นคนใหม่ เพราะคุณครูไดรโว่เป็นเหมือนกับพี่ชายของเด็ก ๆ สอนหนังสือสนุกและเข้าใจเด็ก ๆ ได้ดีที่สุด ไม่จู้จี้จุกจิกเหมือนครูสมศรีจอมโหด หรือครูศักดิ์ชายจอมขี้โม้ แต่เป็นคนสนุกสนานและตลกมาก ๆ แม้ว่าเวลาดุขึ้นมาจะเอาจริงจนเงียบกันทั้งห้อง แต่เด็ก ๆ ทุกคนก็รักคุณครูทั้งนั้น

                            “เอาล่ะ เงียบก่อน ๆ เดี๋ยวครูจะลงไปเอาจานที่โรงอาหารนะ อยู่กันเงียบ ๆ เดี๋ยวค่อยมาคุยกันต่อนะ เดี๋ยวกินหนมกันด้วย ห้ามแอบมาแกะถุงกินก่อนนะ ใครกินก่อนกลายเป็นกระสือไม่รู้ด้วย”   

                             คุณครูพูดด้วยท่าทางติดตลกเหมือนเคยแต่ไม่มีใครขำตามซักคน

ทันที ที่คุณครูออกจากห้องไป  เด็กชายมินอูหัวโจก ก็ลุกขึ้นนั่งบนโต๊ะ

                           “ครูไดรโว่จะลาออกแล้ว พวกเราน่าจะทำอะไรให้คุณครูบ้างนะ”
                           
                            “ทำอะไรวะไอ้แม้ว พวกเราไม่มีอะไรเลยนะ คุณครูจะไปพรุ่งนี้แล้วด้วย” เด็กชายกมลเพชรถามหัวเสีย

                              มินอู ส่ายหัว “ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”

                              “เอาอย่างนี้สิ” ใบหม่อนพูดขึ้น แล้วทำสัญญาณมือ ให้เพื่อน ๆ ยื่นหัวมาฟังใกล้ ๆ
                              “ตกลงเอาตามนี้แหละ” เด็กชายมินอูพูดเสียงดัง

ใบหม่อนหันหน้ามามองจนมินอูเขินยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูด

                               “เอาตามที่ใบหม่อนพูด...เนี่ย....แหละ”

                          
                            คุณครูไดรโว่เดินถือจานก้าวเข้ามาในห้อง แล้วก็พบว่า โต๊ะ เก้าอี้ ถูกย้ายไปรวมกันหลังห้องหมด เหลือแต่พื้นว่าง กับเด็ก ๆ ที่ยืนล้อมกันเป็นวงกลม บนกระดานดำมีลายมือยึกยือ  ๆ เขียนไว้ว่า   


                                                   “เรารักคุณครู”



                               ครูวางจานลงที่โต๊ะ

                               ใบหม่อนเดินมาจูงมือคุณครูไปที่กลางวง ก่อนจะกลับไปอยู่ในวงล้อมกับเพื่อน ๆ แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้เด็กชายมินอูที่อยู่ตรงข้าม

                             “ครูคับ พวกเรารักครูมากนะคับ” มินอูกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว

                              “พวกเราอยากร้องเพลงนี้ให้คุณครูค่ะ” น้องพลอยช่วยพูดแทน

                  เด็ก ๆ ทุกคนประสานเสียงร้องเพลง ให้กับคุณครูของพวกเขา
             เป็นเพลงประสานเสียงที่มีเสียงร้องเพลงระคนกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น


                              “เพราะเทอหรือปล่าว ก่อนไม่เคยเหงา เพราะเทอหรือใคร
ก่อนไม่เคยรู้ใจกัน จนวันที่เทอต้องไป...........”

                             

                 ในเวลานั้น ถ้ามีใครเดินผ่านไปยังห้องเรียนของเด็ก ป. 1/1 โรงเรียนคริสจักรช่อฟ้า จ.เชียงใหม่ 


                  จะเห็นเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง กำลังร้องไห้กอดคุณครูของพวกเขาด้วยความรัก อย่างสุดหัวใจ


                                                             *****


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 12/10/2008 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ขออนุญาตครับ เข้าเหตุการณ์หน่อย...
ขอขอบคุณ " เฉลยความในใจ " ท่าน สว. ที่นี่...ที่เดียว
http://www.oknation.net/blog/songer/2008/10/09/entry-2

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 11/10/2008 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ทำยังไง ? แม่คล้าย นปก. พ่อผมเป็นพันธมิตร

ฉายวันนี้... บ่าย - ค่ำ ที่บ้าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ขอไว้อาลัยให้กับเพื่อนเรา.... และสิ่งที่พวกเราได้สูญเสียไป ขอเพื่อนร่วมทาง... พรุ่งนี้ครับเราจะร่วมกันเปิดไฟขับรถตอนกลางวัน และช่วยกัน print ข้อความ ขนาด A 4 ตัวหนาติดกระจกหลังรถว่า...
" กรุณาเปิดไฟ ขับไล่ตำรวจเวว ! " ( ตั้งใจใช้คำว่าเวว ! จริง ๆ เพื่อให้ intrend และเกิดความสนใจ และถ้ากระแสร่วมเราช่วยกันมากขึ้น หวังว่าจะช่วยยับยั้ง หยุด ตำรวจเวว ! พวกนี้ไม่ให้ไปฆ่าใคร ? อีก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ดอกไม้บานในสวนอักษร วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bootsabahbun

ขอบคุณทุก ๆ ความคิดเห็นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 01.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ฟัง Sound บทเพลง " ในคืนแห่งไฟสลัว " กันนะครับ !

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เด็กชายนะโม วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 15.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rattamontri
นครพนม

ชีวิตก็เป็นแบบนี้
ชีวิตเป็นของใคร
ชีวิตเป็นของเรา

ยิ้มเหงาๆเศร้าพองามๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ละไมฝน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamaifon

เหงาเศร้าจังฮะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
plejang วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plejang
::  Plejang  ::  + + ... ข อ ใ ห้ รั ก จ ง เ จ ริ ญ ....+ + ::

อืม อืม

อ่านแล้ว แอบน้ำตาไหล เพราะเข้าใจในความรู้สึก เฮ้อ

เพราะเทอหรือปล่าว ก่อนไม่เคยเหงา เพราะเทอหรือใคร ก่อนไม่เคยรู้ใจกัน จนวันที่เทอต้องไป...........”

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน