*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-01-06
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 64477
  • จำนวนผู้โหวต : 60
  • ส่ง msg :
  • โหวต 60 คน
<< ธันวาคม 2014 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม 2557
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3822 , 07:24:26 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 19 คน Kalavit , thetwit และอีก 17 คนโหวตเรื่องนี้

วัฒนธรรมการกินของคนบริทิช ให้คุณค่ากับการรับรองเลี้ยงดูที่บ้าน ตามความเคยชินดั้งเดิมของสังคมกินข้าวบ้าน ความเคยตัวของบรรยากาศ home cooking และการเปิดบ้านนำคนร่วมโต๊ะอาหารที่เป็นการให้เกียรติผู้รับเชิญ

นอกเมืองหลวงที่สังคมไม่ซับซ้อน ผู้คนโตมากับความพอใจในอาหารที่คุ้นเคย ไม่หวือหวาเรื่องการปรุงแต่ง ของดีที่มีส่งขายก่อน แม้เรื่องตลกล้อเลียนบริทิชทุกชนชั้นว่าสามารถทักทายหมาแมวข้างทางอย่างกันเอง แต่สงวนท่าทีกับคนที่ไม่ได้รับการแนะนำจะปนความจริงอยู่มาก แต่ความเป็นชาติใจเปิดกว้าง เมื่อรู้จักกันแล้วเลยรับความต่างทางวัฒนธรรม มาผสมผสานในสังคมอย่างกลมกลืน ยิ่งเมื่อไม่ปฏิเสธรสชาติแปลกลิ้น อาหารการกินของบริทิชก็หลากหลายขึ้น

ปัจจุบันร้านอาหารในมหานครลอนดอนพัฒนารสชาติเฉยชืดให้มีความลุ่มลึก การนำเสนอได้มาตรฐานไม่น้อยหน้า Paris หรือ New York ร้านที่ไม่อร่อยจริง อยู่ไม่ทน เกิดกระแสที่คนในสังคมเมืองหลวงออกสำรวจหารสชาติใหม่ลิ้มลองอยู่เสมอ การจองโต๊ะอาหารเกิน 5 ที่ ซึ่งปกติเป็นเรื่องยากอยู่แล้วยิ่งยากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารชั้นดี ส่วนร้านชั้นพิเศษนั้นต้องจองโดยแจ้งหมายเลขบัตรเครดิต ไว้ให้พร้อมถูกคิดค่าป่วยการหากยกเลิกอย่างกระทันหันเกินการ

บ้านช่องของเมืองบริทิชไม่ว่าขนาดเล็กคับแคบแค่ไหน Home cooking ก็ไม่เคยตกยุค House party ไม่เคยหมดไปจากหมู่นักศึกษา ทั้งถูกกว่าและสนุกกว่า

อาหารที่เอื้ออำนวยให้การเตรียมการสำหรับแขกหลายคนได้อย่างสะดวก โดยคนทำยังสามารถคุยรับรองผู้มาเยือนได้มีหลายอย่าง ที่เป็นยอดนิยมจำพวก Roast ไม่ว่าจะปรุงจากเนื้อ แกะ ไก่ หมู สามารถหาได้ตามร้านอาหาร โดยเฉพาะผับในวันอาทิตย์ สิ่งที่หากินยากขึ้นจากนอกบ้าน คือ อาหารที่ใช้เวลาเตรียมการตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นนาน แต่เป็น comfort food อีกประเภท ที่กินแล้วในใจรู้สึกดี ปากได้รสอร่อย อุ่นท้องเวลาอากาศเย็น และดึงความรู้สึกอบอุ่นของ family สำหรับคนจำนวนไม่น้อยที่แยกครอบครัวออกมาแล้ว

Stew และ Casserole จึงเป็นอาหารที่กินแล้วสบายใจของบริทิชมาทุกรุ่น

อาหารทั้งสองแบบสำเร็จเสร็จสิ้นในหม้อเดียวกัน มีสูตรไม่ตายตัวตามแต่ละบ้าน ขอเพียงมีเนื้อและผักครบถ้วน ทำล่วงหน้าได้ อุ่นแล้วอุ่นซ้ำยิ่งอร่อย เป็น home cooking ที่ทำเมื่อไหร่ก็สุขใจ

 

 

 

Stew เป็นอาหารเก่าแก่ ย้อนหาที่มากลับไปได้เป็นพันปี แต่ละชาติมีตำรับในรูปแบบของตนเอง Irish Stew ที่ Lord Byron อ้างอิงไว้เมื่อสองร้อยปีก่อน หน้าตาไม่แตกต่างจากปัจจุบัน เหตุผลของการปรุงก็ไม่แตกต่าง คือใช้เนื้อส่วนที่เหนียวเคี้ยวยากมาทำให้อร่อย ใช้ภาชนะอะไรก็ได้ ความร้อนจากไหนก็ไม่เกี่ยง ขอให้เคี่ยวนานจนเนื้อนุ่ม

ส่วน Casserole มีกำเนิดจากฝรั่งเศส ใช้ภาชนะใหญ่ เนื้อหนาหนัก ต้องทำในเตาอบจะได้ผลลัพธ์จากการกรุ่นกลิ่นและรสชาติเข้าด้วยกันจนกลมกลืนด้วยความร้อนที่รุมเร้าอยู่ภายนอกทุกทิศ รสชาติแตกต่างจากความร้อนที่ผ่านขึ้นมาจากฐานภาชนะอย่างชัดเจน

สำหรับบริทิช Casserole เป็นชื่ออาหารที่เน้นตามวิธีปรุงแบบนี้ มากกว่าจะเน้นตัวที่อยู่ข้างใน อันที่จริงปรุงเสร็จแล้ว หน้าตาของทั้ง Casserole และ Stew ก็ไม่ต่างกัน

เมื่อรู้ว่ากัลยาณมิตรจะมาเยือน ทำ Stew ลงตัวอยู่ตรงที่เตรียมการล่วงหน้าได้ และการลงแรงน่าจะบ่งบอกความตั้งใจให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองของโปรดประจำบ้าน ที่สมัยนี้หาชิมไม่ง่ายนัก

Stew หม้อนี้จึงไม่ธรรมดา – ขอคุย

 

SW19 Beef Rib Stew

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

ซี่โครงเนื้อ Celery แครอท กระเทียม มะเขือเทศกระป๋อง เกลือ พริกไทย Bay leaves 2 ใบ

Red wine ครึ่งขวด ถ้าหาได้ และไม่ค้านกับการบริโภค

ปริมาณ โปรดอย่ากังวล ขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้อที่ได้มาในแต่ละซี่โครง กะเอาโดยหลักเกณฑ์ว่าแครอทและ Celery เป็นประมาณ 1 ใน 3 ของเนื้อ

มะเขือเทศ 1 กระป๋องต่อน้ำหนักเนื้อ 1 – 1 ½ กิโลกรัม

 

 

วิธีทำ

เรียงเนื้อ กับกระเทียม และ Bay leaves โรยพริกไทย แล้วราดไวน์แดงให้ท่วม แช่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน

 

 

วันรุ่งขึ้น นำเนื้อเข้าเตาอบ ไฟกลาง 160 ประมาณสองชั่วโมงเพื่อเผาไขมันออกทิ้ง น้ำที่ใช้แช่เก็บเอาไว้ก่อน

หลังจากนั้น นำเนื้อออกมาเลาะไขมันที่มองเห็นได้ ทิ้งอีก

 

 

 

ขูดแครอทในลักษณะคล้ายมะละกอส้มตำ ลอกกากแข็งบริเวณผิว celery ทิ้ง หั่นตามขวางเป็นชิ้นบาง ฝานกระเทียม 5-6 กลีบ

 

 

 

ตั้งหม้อที่จะใช้ทำบนเตา ใส่น้ำมันหรือเนยนิดเดียว พอกันติดภาชนะ ใส่แครอท กระเทียม celery ลงผัดด้วยกัน เติมมะเขือเทศกระป๋อง แล้วทยอยเรียงชิ้นเนื้อลงบนส่วนผสมที่ผัด นำน้ำที่แช่เนื้อมาราดให้ท่วม ถ้าไม่ท่วม เติมน้ำเปล่า หรือไวน์ โรยเกลือ พริกไทย

ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำต้มกระดูก หรือ สต็อกก้อน หากใช้ซี่โครง – ซึ่งถ้าหาซี่โครงไม่ได้ ควรเติมน้ำซุปเนื้อ

 

 

ปิดฝา นำหม้อเข้าเตาอบ ไฟอ่อน ประมาณ 160 องศา นำออกมาดูทุกชั่วโมง ประมาณสามชั่วโมง ถ้าชอบเห็ดเติมเห็ด ถ้ามี Marsala เติมเป็นเครื่องชูรสสักนิด หากลองจิ้มเนื้อดูแล้วว่านุ่ม เป็นใช้ได้ ก่อนปิดไฟ ใช้แป้งข้าวโพดประมาณ 3 ช้อนชา ละลายน้ำเล็กน้อย คนลงไปในหม้อ ให้น้ำข้นขึ้น

 

 

ถ้าไม่มีเตาอบ ตั้งเตาธรรมดาไฟอ่อนที่สุด ให้เดือดรุมไปเรื่อยประมาณ 2-3 ชั่วโมง คอยดูความนุ่มและทำต่อคล้ายกัน

 

 

 

พร้อมตั้งโต๊ะ แนมด้วยข้าวผัดเนย และหรือมันฝรั่ง ต้ม หรือบด หรืออบ ตามชอบ

 

 

เมื่อ Stew และ Casserole ให้หน้าตาคล้ายกัน อาหารอุ่นท้องสบายใจอีกอย่าง จึงขอปรับเป็น Pot roast

ความแตกต่างของ Stew และ Casserole กับ Pot roast คือ สองอย่างแรกปรุงในน้ำของตนเอง ขณะที่ Pot roast ใช้น้ำเล็กน้อย อาศัยความร้อนจากไอระเหยซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดเป็นตัวเคี่ยวเนื้อ

 

Beef Pot Roast

วัตถุดิบและเครื่องปรุง

เนื้อหนึ่งก้อน ส่วนที่ถูกและเหนียว เช่น Brisket ส่วนต้นขาหน้า Celery แครอท กระเทียม เกลือ พริกไทย Bay leaves 2 ใบ clove 2 เม็ด

White wine ครึ่งขวด ถ้าหาได้ และไม่ค้านกับการบริโภค น้ำต้มกระดูกเนื้อ

 

 

ปริมาณ โปรดอย่ากังวล กะให้แครอทและ Celery ปูรองภาชนะได้พอเหมาะ

 

 

วิธีทำ

ปอกแครอท และ Celery เรียงที่ก้นภาชนะ ปัก Clove ตาม เติมกระเทียม Bay leaves - เผอิญมี Rosemary เหลือจากทำแกะ เลยโยนลงไปด้วยนิดหน่อย

 

 

 

วางเนื้อเหนือส่วนผสม โรยเกลือ พริกไทย เติมน้ำต้มกระดูกเนื้อ แล้วราด White wine ให้พอท่วมผัก ตั้งไฟบนเตาพอเดือด

 

 

 

 

 

ย้ายไปเข้าเตาอบ ไฟอ่อน ประมาณ 160 องศา 3 ชั่วโมง  เปิดดูทุกชั่วโมง ถ้าน้ำแห้งเติมไวน์ ถ้าไม่ต้องการใช้ไวน์เติมน้ำเปล่า หรือน้ำต้มกระดูกเนื้อ

 

 

 

สุดท้ายเมื่อใช้ส้อมจิ้มตรวจดูแล้วว่าเนื้อนิ่ม นำออกจากเตาอบ

 

 

 

หั่นเป็นชิ้นบาง ใช้น้ำที่เหลือในหม้อราดเป็นเครื่องปรุงรส แนมกับผักต้มตามชอบ

 

 

 

 

อาหารได้รสเต็มจากน้ำในเนื้อของตัวเองที่เก็บได้ ไวน์จึงควรมีน้ำหนักตัวไม่น้อยหน้า Malbec จากฝรั่งเศสหรือ อาร์เจนทีน่า ก็คะคานได้ลงตัว

 

 

เมื่อผู้มาเยือนได้อิ่มเอมกับรสชาติที่ตั้งใจ

อะไรจะมีค่าเกินกว่ารากแก้วแห่งมิตรภาพที่หยั่งลงแล้ว

ความอิ่มเอมสุขสัตน์จึงขึ้นอยู่กับผู้รับ อย่างไร้ขีดกั้นความคาดหวัง

 

 

*********

Stephane Grappelli - It Had To Be You (Grand Opera House, Belfast 1986)

uploaded by: oldflat

 

หมายเหตุ

ภาพสวยของ Beef Rib Stew หาชมได้จากผู้ที่ชิมแล้ว http://www.oknation.net/blog/thairesearch2539/2014/09/30/entry-1  

ส่วน Pot Roast .. เผอิญ SW19 แอบอร่อยกันเองในบ้าน เลยแถมสูตรให้ในฐานะใช้หม้อเดียวกัน

SW19 ขอส่งความปรารถนาดีให้คุณอุ๋ม ลาดพร้าวซอย๑๒ สามารถนำสูตรอาหารไปใช้ได้ ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง  

Clove น่าจะเป็นกานพลู



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
SW19 วันที่ : 20/12/2014 เวลา : 05.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๔- จะรอ Sauerkraut จากคุณกระเจี๊ยบ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

-๔๕- ขอบคุณที่คุณลิงเขียวแวะมาอีกครั้ง

-๔๖- เราก็แอบไปศึกษาข้อคิดดีๆ จากบ้านคุณณัฐรดามาแล้วเหมือนกัน

-๔๗- คุณชาลี ห้ามลืมนะ ว่าเปรยอะไรไว้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
BlueHill วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ทำไมน่าทานอย่างนี้ครับ
บอกตามตรง ทำให้ผมรู้สึกหิวไวน์ กระหายข้าวขึ้นมาทันทีเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ
แอบมาชมสูตรอาหารค่ะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ลิงเขียว วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 06.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ

พรุ่งนี้เมนูปลานึ่งค่ะ

สาธุ
บังเกิด


----
ลิง..........ขี้เกียจกินข้าวหลายมื้อค่ะ แฮ่ๆ

มันไม่หิวอะค่ะ.....มันไม่ดีเอาซะเลย

และงานนวดของลิง...ก็ทานบ่อยๆไม่ได้ด้วยค่ะ

แต่....ลิงจะจำคำแนะนำของคุณ SW 19 ..ไปใช้ค่ะ

ลิงไม่เน้นดื่มค่ะ เน้นคุยกันชิลๆมากกว่า


ไปดูละครน้ำเน่าแล้วนะคะ ^^

บาย

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 03.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

- คห ๔๓ -

Sauerkraut นี่ของโปรดกระเจี๊ยบค่ะ ว่าจะลองทำเอง แต่ยังไม่สบโอกาสสักที หากได้ทำ จะเอามานำเสนอ

เนื้อกวางนี่ คงจะเป็นแบบเดียวกับที่คุณ SW19 ลองทำค่ะ ภาษาอังกฤษ roast venison ภาษาเยอรมันคือ Hirschbraten

ความคิดเห็นที่ 43 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณกระเจี๊ยบ กวางก็สนใจ เคยแต่ทำ venison แต่ส่วนอื่นไม่เคยลอง น่าจะเนื้อประเภททำ pot roast อร่อย
แต่เรา Sauerkraut และผักกาดม่วงเหมือนกัน โดยเฉพาะผักกาดม่วงทำได้อร่อยตั้งหลายอย่าง
วันหลังคุณกระเจี๊ยบทำ Sauerkraut สูตรแท้บ้างเถอะ สนใจ

ความคิดเห็นที่ 42 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 19/12/2014 เวลา : 00.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


-๔๐-
คุณยามครับ เรื่องเชือกเราก็อธิบายไม่ละเอียดเอง

คือธรรมชาติของเนื้อส่วนที่นำมาทำ roast หรือ slow cook มันจะเป็นส่วนที่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่วางตัวมาสวย แบบที่เอาไปตัดทำชิ้น steak และที่สำคัญ มันมักจะมาเป็นแผ่น คล้ายกับตอนที่เราเลาะแกะทำ French trimming ให้ดูในตอนก่อนหน้า เนือ้ส่วนนี้จะเป็น เช่น brisket และ บ่า ที่มาจากส่วนที่เรียกว่า shoulder blade

แผ่นที่ได้ หนาบางไม่สม่ำเสมอ ก็เอามาม้วน พอม้วนเวลาปรุงนาน ข้างนอกเข้มสีสวย แต่ข้างในยังอมชมพู (พอยังอมชมพูก็ไม่เหนียวกินได้)

เนื้อที่ม้วน-มัด มาแล้ว roast ควรเกาะติดกัน เวลาทำเสร็จ จะหั่นเป็นแผ่น มีความหนา เรามักจะหั่นไปเรื่อยๆ ก่อนตัดเชือก คือเจอเชือกก็หั่นออก เผื่อไว้ว่าเนื้อจะแตกหลุดลุ่ย เพราะฉะนั้นคำตอบคือ เวลาลงจาน ไม่มีเชือก แต่เวลาแล่/หั่น ทยอยเอาเชือกออกจะทำงานง่ายกว่า สวยกว่า

เคยอ่านเจอว่า ซีอิ๊ว มีความสามารถทำให้เนื้อนุ่ม ซีอิ๊วขาวก็ดี แม้กกี้ก็ใช้ได้ สุดโต่งอย่างน้ำปลาก็เคยลอง เป็นเนื้อแช่น้ำปลา ผสมน้ำมันพืชธรรมดานิดหน่อย เวลาย่างจะได้ไม่ติดตะแกรง แต่สุดท้าย มาชอบใจซีอิ๊วญี่ปุ่น Kikoman เพราะจะไม่เค็มเท่าซีอิ๊วขาว ไม่ฉุนเท่าน้ำปลา คุณยามลองทำดูก่อน เดี๋ยวจะเขียนเล่าอย่างละเอียดให้อีกตอน

น้ำสลัดที่เล่าให้คุณลิงเขียวฟัง มาจากหลักการว่า ที่เราใช้น้ำมันในการทำน้ำสลัด เพราะคุณสมบัติของน้ำมันที่เคลือบเกาะผิว ทำให้พารสชาติอื่นในน้ำสลัดติดตัวผักได้ดี ดังนั้นโดยส่วนตัว น้ำมันพืชธรรมดาใช้ได้ มีน้ำมันโอลีฟก็ดี เนื้อ (consistency) และความหอมดี แต่นั่นแหละบางคนก็ไม่ชอบกลิ่นโอลีฟ น้ำมันงาก็ดี แต่น้ำมันงาไม่ใช้โดดๆ เพราะจะฉุนไป และแพงเกินเหตุ
โดยสรุป ถ้าจะลองดู ก็ใช้น้ำมันพืช (ของเราใช้น้ำมันทำกับข้าวซึ่งเป็น rapeseed oil ซึ่งเกรดดีๆ เขาว่าสู้น้ำมันโอลีฟได้เลย แต่นี่เกรดธรรมดา หรือน้ำมันโอลีฟเกรดธรรมดา) ผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำส้มสายชูหน่อย ใส่ขวดแก้ว (ขวดเก่าของน้ำพริก ซอส หรือแยมเก่าอะไรก็ได้) ปิดฝา เขย่าๆๆ เขาจะแตกตัวเข้ากัน ชิมรสให้ถูกปาก

The Hundred-Foot Journey หนังน่าดู แต่ยังไม่ได้ดูเลย โดยเฉพาะถ่ายที่ South of France ที่เราหายไปตะลอนอยู่เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา

เอารูปแกะที่เพิ่งทำไปศุกร์ก่อนมาฝาก อันนี้มียัดไส้ตรงกลาง แล้วม้วน ครั้งที่ทำอันนี้ได้สีชมพูอย่างใจ คือ ต้องสีประมาณนี้ เนื้อจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำ อย่างที่คุณยามอยากได้

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

เห็นแล้วหิวจริง ๆ ค่ะ

เมื่อวานไปจ่ายกับข้าว คุณสามีก็ซื้อเนื้อกวางไว้ ไม่รู้ว่าจะทำ Stew หรือ Pot Roast เมนูจำพวกนี้ ใส่ไวน์ด้วย อร่อยค่ะ ทางเยอรมันจะทานกับ dumpling และกะหล่ำปลีสีม่วง

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ยามครับ วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมยังติดใจเรื่องเชือก เพราะน้องสาวเธอเข้าครัวไทยบ่อย ก็เลยถามน้องสาวว่า เวลานึ่งเป็ด ไก่ ตอนไหว้เจ้า เขามีเชือกรัดหรือไม่ น้องสาวบอกว่าไม่เคยเห็น ผมก็มานั่งดูรูปในเอนทรี่อีก จึงได้สังเกตเพิ่มเติมว่า เป็นการทบเนื้อไปมา ก่อนจะรัดด้วยเชือก เช่นนี้ก็หมายความว่า ถ้าเนื้อเป็นชิ้นๆ ก็เอามาจัดเก็บมัดรวมกันใช่หรือไม่

เรื่องเชือกนี้ สงสัยจากเอนทรี่ก่อนแล้ว ที่รัดแกะ ผมรู้สึกไปเองว่ามันรัดเข้าเนื้อ เวลาเนื้อสุก ดังนั้นเวลาเสิร์ฟลงจาน จะยังคงแก้เชือกก่อน หรือเอามีดหั่นเชือกแยกเชือกทิ้งไป? อันนี้ไม่น่าถามจริงๆครับ

วันนี้ นั่งรถเมล์กลับบ้าน ผมนึกถึงวิธีการหมักที่ไม่เอาซอสที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เอาแค่ซีอิ้วขาว เกลือ แล้วเครื่องเทศ หมักสัก 1 คืน นี้ก็จินตนาการไปครับ บางอารมณ์ผมก็ชอบทำโน่นนี่เหมือนกัน


อ้างถึง “อยากจะเขียนอีกสักตอน ถึงการทำเนื้อถูกมาทำให้อร่อย และการทำอาหารที่ควบคุมน้ำตาลได้”

ผมไม่เร่งเร้าครับ แต่ผมจะติดตามอ่านครับ ถ้าวันใดเขียน


อ้างถึง ที่คุยกับคุณลิงเขียวว่า ในกรณีทำน้ำสลัด " ก็ผสมน้ำมัน กับซีอิ๊วญี่ปุ่น เติมน้ำส้มสายชูหน่อย"

น้ำมันนี้คือ น้ำมันงาหรือครับ? ผมนึกรสชาติไม่ออก แต่วันก่อน ไปนั่งกินร้านอาหารญี่ปุ่น (คนไทยทำ) กับเพื่อนๆ มีสลักผัดมาจานหนึ่ง เขาราดน้ำรสออกส้มๆ บนผักสลัด (ซึ่งไร้กลิ่นและผักรสจืด) ผมรู้สึกว่ามันอร่อย กำลังจะค้น google เหมือนกันว่าทำอย่างไร

ปล.
พูดถึงเรื่องอาหาร เดือนที่แล้ว ผมดูหนังเรื่อง The Hundred-Foot Journey ในโรงหนัง ถึง 2 รอบ เป็นหนังที่ดูแล้วได้ข้อคิดเกี่ยวกับ ชีวิต อาหาร และดูได้สนุกมากครับ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ - โอเคเลย คบกันได้

ความคิดเห็นที่ 38 ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๐-
ขอบคุณที่คุณยามครับมีเวลาเข้ามาคุยกันต่อ

ขอขยายความ เผื่อเป็นประโยชน์ ในการปรับแต่ง ประยุกต์ต่อการทำอาหารกินเองต่อไป
ที่อธิบายเรื่องการหมักเนื้อไป อาจจะดูขัดแย้งกัน มีคำอธิบายที่อยากขอเพิ่มเติม

(แต่ก่อนอื่น ขอออกตัวว่า ขอกลับไปใช้ steak ภาษาอังกฤษดีกว่า เพราะไม่แน่ใจตัวสะกด เห็น สเต๊ก สะกดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอกลับมาดู ‘เสน่ห์’ สะกดแบบนี้ก็เลยอยากสะกด เสต็ค เลยไม่แน่ใจ เพราะถ้า blog ลงท้ายด้วย g สะกด ก ไก่ ทำไม ลงท้ายด้วย k ไม่สะกด ค ควาย ฯลฯ)

การทำเนื้อ มีสองลักษณะ ๑. ทำเร็ว quick cook ๒. ทำช้า slow cook

ธรรมชาติของเนื้อ
๑.ถ้าสุกจะเหนียวขึ้น แม้กระทั่งส่วนนุ่มนวลที่สุด คือ สันใน หรือ fillet
๒. เนื้อนุ่มเช่น สันใน มักไม่มีรสชาติ (รสของเนื้อ)
๓. เนื้อที่มีรสชาติ จะอยู่ในส่วนที่ tough ขึ้นเรื่อยๆ จะใช้ว่าเหนียวก็ไม่ใช่ ไม่ตรง ภาษาอังกฤษใช้ว่า chewy คือ ได้เคี้ยวเต็มรสเต็มชาติ
๔. เนื้อที่ใช้งานหนักที่สุดของร่างกายวัว จะเหนียวไปเลย เช่น brisket หน้าขาใต้อก อย่าง ที่เราเอามาทำ pot roast ตามรูป และเนื้อน่อง ที่มีเอ็น อร่อย

การปรุงตามความนิยมทางแถบนี้
๑. ทำเร็ว มักผัด หรือเป็น steak
ถ้าผัด คือ ไม่ได้กินแห้ง จะหมักก็ได้ แต่ทางนี้ ที่นิยมใช้หมัก คือ น้ำมัน ซอสเปรี้ยว เกลือ พริกไทย และอีกอย่าง คือ หมักแป้ง หลังๆ พัฒนารู้จักอาหารและเครื่องปรุงจากที่อื่นมากขึ้น ก็หมักซีอิ๊ว

แต่ steak ไม่นิยมการหมัก
นอกจากจะทำแบบบาร์บีคิวไปเลย เพราะอันมันต้องการชาติเฉพาะแบบบาร์บีคิว แบบตะวันตก อาจมีรสมะเขือเทศ ซอสเปรี้ยว แบบตะวันออก เป็นรากผักชี กระเทียม พริกไทยขโลก ก็อร่อยคนละอารมณ์

๒. ทำช้า slow cook รสชาติของเนื้อก็จะกระจายออกมา พวกเชฟผู้ชำนาญ บอกว่า หมักให้เครื่องปรุงกลิ่นเข้าเนื้อสักนิด ทำไปทำไปแล้วจะยิ่งอร่อย ของหมักที่ใช้กัน ก็อย่างที่เห็นในสูตร คือ เครื่องปรุงกลิ่นทั้งนั้น คือ กระเทียม ใบ bay leave ใบ rosemary พริกไทย หลายตำราเอาผักพวกแครอทที่เราเอามารองในหม้อ หมักไปพร้อมกันกับเนื้อก่อนเอาไวน์ราดเลย ซึ่งเราเองไม่แน่นอนบางทีก็เทโครมรวมกันหมด บางทีเนื้อมาก หากล่องแช่ไม่พอ ก็มาใส่ทีหลัง

การทำ slow cook เป็นหลักการเท่านั้น บางทีเราแค่หมักน้ำมันเกลือ กระเทียม (คราวนี้ทุบแหลก น้ำมันออกกลิ่นกระจาย) แล้วทำเป็นเนื้ออบกินกับข้าวก็ได้

สำหรับ Steak คนบริทิชนิยมกินเนื้อที่ chewy เพราะมีกลิ่น มีรสชาติ เวลากิน กินแห้ง คือ มีมัสตาร์ด ต้องขอ English mustard ด้วย เพราะรสต่างจาก French mustard ที่ออกเปรี้ยว

คนฝรั่งเศสนิยมเนื้อนุ่ม ที่กลิ่นและรสชาติน้อยกว่า จึงนิยมกินเปียก คือ มีซอส (gravy) ราด

อ่านความเห็นของคุณยามครับ แล้ว อยากจะเขียนอีกสักตอน ถึงการทำเนื้อถูกมาทำให้อร่อย และการทำอาหารที่ควบคุมน้ำตาลได้ ช่วยหาวิธีให้ลูกสาวได้สะใจกับเนื้อในราคาที่พ่อแม่ไม่เดือดร้อน แต่ขอ SW19 พักเรื่องกินสักแป๊ป ติดกันมาสามตอนแล้ว เกรงว่าจะเบื่อกัน

ความคิดเห็นที่ 37 ลิงเขียว , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๒-
คุณลิงเขียว

ขอย้อนหลังสุขสันต์วันเกิดก่อน ขอให้สมปรารถนาในสิ่งที่มุ่งหวัง เป็นเจ้าของร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง จิตใจสุขสงบ
คุณลิงเขียวสวดอิติปิโสได้ขนาดนั้น สติปัญญา ความสงบ คงได้ครบถ้วน

อาหารแต่ละที่ก็เป็นไปตาม ธรรมชาติของ และเข้าทางกับท้องถิ่นนั่นแล

ของเหนียวเคี้ยวยาก ก็ต้องทำนาน เหมือนพะโล้ เขาชอบกันที่ไข่ขาวเหนียวหนึบ มันก็ต้องอุ่นซ้ำอุ่นซากถึงจะได้ ทำใหม่ๆ แบบร้านข้าวแกง ก็ไข่ต้มเราดีๆ

ข้อดีของการทำกับข้าวแบบนี้ แม้จะใช้เวลานาน แต่ไม่ต้องเฝ้า ไม่ต้องคอยคน ต่างกันไป

คุณลิงเขียวชอบปลาน่ะดีแล้ว มันย่อยง่าย นั่นคือทำให้ไม่อยู่ท้อง เอาผักมาเสริมด้วยน่าจะช่วย แต่กินมื้อเดียวไม่ค่อยดีหรอก ทฤษฎีการลดน้ำหนักที่ได้ผล คือ กินมากมื้อ แต่มื้อละน้อยๆ บางสูตรให้กินวันละห้ามื้อ ย่อยง่ายกว่า ที่สำคัญทุกครั้งที่กินจะเกิดการกระตุ้นการเผาผลาญ ดีตรงนั้น

ผลไม้ก็ดี แต่ไม่ควรกินมาก น้ำตาลสูง ถ้าชอบผลไม้ต้องเลือกประเภทด้วย จะให้ดีเปลี่ยนมาเป็นผักแทนผลไม้ ทำเป็นสลัดก็ดี สลัดไม่จำเป็นต้องเป็นผักดิบ ผักสุกนี่แหละ นึ่งหลายอย่างที่ชอบเอามาคลุกด้วยกัน ถ้าไม่ขัดเขินน้ำสลัดฝรั่งก็ใช้ไปสะดวกดี

ถ้ามากนักแล้วไม่ชอบ ก็ผสมน้ำมัน กับซีอิ๊วญี่ปุ่น เติมน้ำส้มสายชูหน่อย มะนาวก็ดี เอามาราด ติดเผ็ดก็เอาพริกดองมาเสริม มีขายเป็นขวด เผ็ดร้อนเอาเรื่อง

หลายผักทางนี้เขาดองน้ำมัน น้ำส้มสายชู ลองซื้อมาซักกระปุก แล้วจำรส ต้มผักเติมไปเรื่อย น้ำพร่องก็เติมน้ำมันเติมน้ำส้มสายชูต่อ ดองกันไปร้อยปีแบบนั้น ใช้แกล้มไวน์ก็อร่อยดี จะไม่ไม่ดื่มโล้นๆ เดี๋ยวเมา เพราะแถบนี้ ไวน์ถูกเหมือนน้ำอัดลม – อย่างคุณลิงเขียวเล่ามานั่นแหละ

ไวน์ใส่ในกับข้าว เพียงเพื่อเป็นการเติมน้ำกันแห้ง พอประมาณ และจะต้องรอให้อัลกอฮอล์ระเหยไปก่อน เวลากิน จะไม่ได้รสสุรา นอกจากความฝาดเฝื่อนที่ติดมาจากองุ่นหมัก

ไวน์ถูกแพง อยู่ที่กินตอนไหน

ฟังดูคุณลิงไม่เน้นอาหาร จิบ จิบ สนุกสนาน

ไวน์ถูกมักเป็นไวน์ใหม่ ไม่ได้เก็บพักนาน รสชาติยังดิบ เหมือนละอ่อน จิบแบบนั้นก็จะอร่อยแล้ว

ไวน์ที่แพงขึ้น เพราะเก็บนาน ตัวเนื้อหนังเริ่มสะสม ตกตะกอน รสเริ่มนิ่งมีน้ำหนัก ลุ่มลึกขึ้น กินเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร สังเกตไวน์แพง ขวดจะหนัก ก้นบุ๋มลึก เวลาริน จะไม่รินหมดจนติดก้นขวด เอาแค่รอยบุ๋มในขวดโผล่ให้เห็นก็พอแล้ว เพราะตรงนั้นเป็นตะกอนทั้งนั้นสากคอเปล่า
ไวน์ดีหน่อยกินกับอาหารแล้วมันจะชูรสกัน
ไวน์ที่เลือกมาส่วนมากราคาถูก เสน่ห์มันอยู่ตรงนี้ คือ ชิม ไปเรื่อย ว่าอะไรเหมาะกับอะไร ราคาเฉลี่ยถ้าขายในยุโรปคงประมาณ ๔-๕ ยูโร

ว่าแล้วก็ Cheers!!!


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๑- คุณวันศุกร์ ทำตั้งแต่ต้นจนปลายดูนาน
แต่เอาเข้าจริง พอตั้งเตาแล้วไปนอนตีพุงรอได้

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๐- แม่นเลยคุณผจญ

ส่วนถาด กระละมัง มันใช้ได้ลงตัว เสียแต่สมัยนี้การเคลือบด้อยคุณภาพลง กระเทาะง่ายขึ้น

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น่าทานมาก เพราะเป็นพวกเนื้อนิยมครับ

ความคิดเห็นที่ 33 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ยามครับ วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 16.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณมากครับ ผมได้ประโยชน์จากคำอธิบายของคุณ SW19 มากครับ การเติบโตมากับอาหารบ้านทุ่งและการเป็นคนที่ไม่ค่อยพิถีพิถันในการกินมาตั้งแต่ต้น แต่ชอบกิน ทำให้ผมมีความสามารถในการรับรส แยกแยะคุณภาพของอาหารไม่เก่ง มาฝึกเอาตอนทำกับข้าวบ้าง และสุขภาพไม่ดี ต้องลดรสเค็ม ข้าวขาว จึงทำให้มีโอกาสเรียนรู้เพิ่มเติม

ผมไม่เคยใส่ใจการหมักเนื้อมาก่อนเลยครับ เพราะคิดว่ายุ่งยาก ซับซ้อน และเราไม่มีเครื่องเทศที่ดีพอ พูดง่ายๆ slow cook ยังไม่ใช่ทางของผม แต่ตอนนี้ก็เริ่มหันมาศึกษาดูครับ รวมถึง ใส่ใจ คุณภาพเนื้อ มากขึ้น จากที่ไม่เคยเลือกเป็น ตอนนี้ก็เลือกตามกำลังทรัพย์ บังเอิญโชคดีว่าตลาดสดที่ไปประจำ หาเนื้อหมู ไก่ที่สดๆ พอมีคุณภาพได้ไม่ยาก จึงไม่ได้พึ่งเนื้ออนามัยตามห้างใหญ่ เห็นราคาแล้วก็แพงเกินเอื้อมเหมือนกัน เนื้อแบบเดียวกัน แพงกว่ากัน 2- 3 เท่าทีเดียว อีกอย่าง คิดเอาว่า ถ้าเราไม่ชำนาญเพียงพอ ซื้อมาทำก็จะพลอยเสียของ ผมจึงกำลังศึกษาอยู่ครับ

ความท้าทายของผมคือ ทำอย่างไรให้มันรสชาติอร่อย ชุ่มน้ำ ชุ่มเนื้อ ประมาณนั้นล่ะครับ ซึ่งก็ต้องศึกษา เรียนรู้ไป การทำอาหารมีเคล็ดลับมากจริงๆครับ ไม่ใช่ตรงไปตรงมาจริงๆ

ชอบใจตรงความรู้ในเรื่องการมัดเนื้อครับ ละเอียดมากเลยครับ ไว้ประดับความรู้ และถ้ามีโอกาสจะลองประยุกต์ครับ

เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ผมกำลังศึกษา และทดลองหลายอย่าง แต่ยังพึ่งพา น้ำตาล เกลือ อยู่มากครับ ยังไม่พบทางที่ลงตัว ตอนนี้ในกรุงเทพฯ ก็มีปัญหาของผักใบเขียว เพราะหาของคุณภาพดีในราคาที่พอซื้อกินประจำได้ยาก ถ้าหากไปต่างจังหวัดจะหาผักง่ายกว่า ผมกำลังลองผักบางอย่าง เชิญเข้ามาในเมนู โดยส่วนใหญ่เป็นผักพื้นบ้าน หรือไม่ก็ผักที่เกษตรกรปลูกขายเอง ถ้าเจอแหล่งก็ถือเป็นโชคดี

ติดใจตรงคำอธิบายของ steak คนไทยทับศัพท์ว่า สเต็ก และใช้แม้กระทั่งกับสเต๊กปลาที่ หั่นตามขวาง และเอาไปย่างในเตาย่างครับ เมืองไทยตอนนี้มีร้านสเต็ก เกร่อทีเดียว เมื่อคืนนั่งรถเมล์กลับบ้าน ผมนับร้านสเต๊ก (ร้านแฟรนซ์ไซน์) มีตั้ง 4 ร้านครับ ไม่รวมถึง steakhouse ทั่วไป อีกนับได้หลายร้าน (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ) ร้านแฟรนไซส์ ราคา 39 – 89 บาท ครับ รสชาติและวิธีการ ก็เหมาะสำหรับทานเป็นอาหารจานด่วน นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผม เลือกจะเรียนรู้ที่จะปรุงสเต็กเองที่บ้านครับ สัปดาห์ก่อน ลูกสาวชวนไปกิน ผมบอกว่า เดี๋ยวเราซื้อมาทำกันเองดีกว่า---ค่อยๆเรียนรู้กันไปครับ

ความคิดเห็นที่ 32 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ...^^


เมื่อคืนนี้เห็นว่าอัพบล็อกแล้ว-----แต่ถ้าแวะเข้ามาเจิม
มันจะยาว---เลยถอดใจ...ล้มหัวลงนอน
ฮี่ๆ

เมื่อคืนสวดอิติปิโส 108 จบ..ค่ะ
เพราะ เป็นวันคล้ายวันเกิดจ้า....ลิงเกิด 17 ธ.ค ค่ะ
ตอนนี้งานเลี้ยงเลิกราละ แต่ไม่ง่วงเลยแวะมาอ่านอะไรไปเรื่อยๆ
โหะ--------ตีสองครึ่งแล้ว ยังไม่ง่วงอะ ...เฮือก
แต่ไม่เป็นไร เพราะพรุ่งนี้วันหยุด..สบายๆชิลๆ

ร่ายยาว---ไม่ได้เกี่ยวกับสาระในบล็อกเอาซะเลย

555++


ตอนแรก Stew ..ออกเสียงว่า สะ ติว
อันที่จริงแล้วต้องออกเสียงว่า สตูวร์ ใช่ไหมคะ ?

ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ และไม่เคยทานอีกแหละ---เอ่อ ไม่เคยเห็นจะเคยทายได้ไงเนาะ

แต่----------เคยอ่านเจอในนิยายของ จามรี พรรณชมพู ...บ่อยๆค่ะ

ส่วนมากพระเอกจะทำเมนูนี้ให้นางเอกทานค่ะ
ทำไม จะต้องสตูวร์ก็ไม่รู้สินะ
ลิงไม่ทราบหรอกจ้ะ เวลาอ่านนิยายก็อ่านๆไป ไม่ได้สนใจในเมนูที่พระเอกทำ-----

แล้วก็ไม่เคยเปิดดูที่กูเกิ้ลอีกแหละ =_=

วันนี้ก็มาถึง บางอ้อ

โอว----เหมือนข้าวขาหมู..อะค่ะ



แต่รสชาติของสตูวร์เนื้อน่าจะอร่อยกว่าแหละ เพราะใส่ไวน์ด้วย

ต้องหมักไวน์ข้ามคืน แล้วมาอบอีก 160 องศา 2 ชั่วโมง
ต่อด้วย มาต่อบนเตาอีก 3 ชั่วโมง
อาจเติมไวน์ได้---ไวน์ ถ้าเราเติมมากๆรสชาติมันจะเหมือนเราดื่มไวน์ไหมอะคะ ? แบบว่า มีกลิ่นไวน์ไหมเวลาทานสตูวร์ ?

คนที่ทำรายการอาหารแบบนี้ได้----ช่างมีความอดทนจังเลยค่ะ

ลิงนะ.....กินไข่ต้มมา 3 วันและ
เหอๆ
แบบว่า ขี้เกียจทำกับข้าว
แต่--------พอเห็นแบบนี้แล้ว ก็แอบปาดน้ำลายเหมือนกันนะ

พรุ่งนี้จะไปซุปเปอร์ที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยจ้ะ
จะขายเนื้อสดและเนื้อหมูไม่แพง ลิงจะไปซื้อมาเยอะๆเก็บเอาไว้ในช่องแข็ง----เอาไว้กินราวๆ 2 อาทิตย์

....ชอบกินปลามากกว่าเนื้อค่ะ
ปลาอร่อยดี แต่เวลากินปลา มันจะไม่ค่อยอยู่ท้อง
ช่วงเย็นๆก็จะหิวแล้ว----ลิงดันกินข้าวมื้อเดียว คือก่อนเที่ยง
หลังจากนั้นก็แค่ผลไม้จ้า

โหยย อิจฉาคนทำอาหารอร่อยๆเป็นจังเลย
อาหารฝรั่งทำไม่เป็นเลยสักอย่าง

อ่อ หลายวันก่อนไปกินข้าวร้านอาหารใกล้บ้านมาค่ะ
เห็นแม่มดและคุณ--บอกว่า อาหารบ้านโปรตุเกส อร่อยมาก

แต่---ลิงสั่งสเต็กมาค่ะ ก็อร่อยดีนะ ชอบ

เพื่อนสั่งเมนูปลามาค่ะ อร่อยดี เพราะลิงเคยกินเมนูนี้ไปละ


อาหารของบ้านนี้จริงๆก็อยากลองแหละ แต่ไม่รู้ชื่อเมนู
55++

เพื่อนบอกว่า --ทำไม ไม่ถามคนบอกมาเล่า
ว่าชื่ออะไรที่บอกว่า อร่อยน่ะ
เราจะได้สั่งมากินบ้าง


Beef pot Roast
สงสัยจังเลยค่ะ ว่า--ทำไม ต้องรัดด้วยเชือกคะ ?
แล้วเห็นว่า พอมาวางบนจานก็ยังไม่เอาเชือกออกอีก
เพราะอะไร ?

ไม่ได้สงสัยในสูตรอาหารเลย แต่สงสัยสิ่งแวดล้อมรอบข้าง อิอิอิ

ต้องมีไวน์ตลอดอะ

ทีนี่มีไวน์ยี่ห้อ JP...2.19 Euro
ราคาแสนถูกแต่รสชาติมันเลอค่ามากกกกกก

แบบเคยซื้อไวน์ขวดละ 10 ยูโจ...มาดื่ม
ด้วยอยากจะชิมไวน์แพง อันนี้ถือว่าแพงแล้วสำหรับลิง
แต่รสชาติไวน์แพงไม่อร่อยเลยอะ สู้แบบถูกไม่เลยจ้ะ
...ลิงเลยคิดไม่ตกว่า
ตกลงแล้ว...ลิ้นลิงไม่ถึงของแพงเปล่านะ ?

วันนี้ก็หมดไป 5 ขวดค่ะ และวอดก้า 1 ขวด
เท่านี้เพื่อนๆแต่ละคนก็....คลานขึ้นเตียงนอนแล้วจ้าา

ลิงไม่เมา เพราะดื่มไม่ถึงแก้ว

มัวแต่ตื่นเต้น...วันเกิด ข้าวปลาก็เยอะ..ไม่หิวอีกแหละ
พรุ่งนี้คงหิวโซ

ขอบคุณอาหารอร่อยๆมื้อนี้จ้าาาาาาา ..:D

มันน่าอร่อยมากๆๆๆๆๆๆ


ที่บ้านไม่มีเตาอบ..มันพังแล้ว
คงไม่ได้ทำเมนูนี้หรอก....

เอาสูตรนี้มาทำแล้วตุ๋นเอาเนอะ...น่าจะพอได้


ไปแล้วค่ะ


มีเมนูใหม่มาอีก-------จะแวะมาดูอีก
แล้วก็ได้แค่ดู-----แต่ไม่ทำ เหอๆ


ไม่เป็นไร...แค่ดูก็มีความสุขละ^^

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
wansuk วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ของอร่อยต้องใช้เวลา ขั้นตอนเยอะทีเดียวค่ะ

ถ้าใครไปเยือนบ้าน แล้วได้ต้อนรับด้วย Stew
คงเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 06.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คล้ายสตูมั้ยครับ..ชอบถาดเหมือนที่บ้านเลย

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

โอ คุณ Sleepypanda ดีใจที่ได้ข่าว

หวังว่าคุณ Sleepypanda และครอบครัว โดยเฉพาะสาวน้อยประจำบ้านสบายดี ขอส่งความปรารถนาดีให้ก่อนช่วงเทศกาลในสัปดาห์หน้า
เป็นเรื่องแปลกที่การทำอาหารสามารถเป็นทั้งเรื่องบันเทิง ถูกใจ และสร้างความเครียดได้สำหรับแต่ละคนไป บ้านเราอาศัยความตะกละ ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไป

ขอบพระคุณที่ให้กำลังใจเรื่องการเขียน ประสบการณ์จริงเป็นเรื่องน่าสนใจทั้งนั้น SW19 ก็อยากรออ่านข่าวคราวของคุณ Sleepypanda เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ usakanay – ไม่มีมานะ แต่ตะกละก็พอไหว
วิธีเหมือนซับซ้อน เพราะเราพยายามเอาไขมันออกให้มากที่สุดให้สมอายุคนกิน ที่จริงคนจำนวนมากตัดกังวลเรื่องไขมันเสียสิ้น โดยเฉพาะเวลาอากาศหนาว ซึ่งสมเหตุสมผล แต่ไม่ค่อยสมตัวกับบ้านเราเสียแล้ว

ความคิดเห็นที่ 27 kratenUan , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอ้วน
สตูว์เป็นของโปรดของเด็กทุกรุ่น
สมัยก่อนนู้น เวลาหลานๆ มาเยี่ยม จะทำไว้เป็นหม้อใหญ่ ทุกคนจะชอบมาก เวลาเหลือก็ตักแบ่งกันหิ้วกลับบ้านไม่มีรังเกียจ ความรู้สึกของเรา ใช้เนื้อสัตว์อะไรก็ได้ที่ชอบ และกินได้ ผักที่ใส่ก็ตามที่ชอบและหาได้ เผลอๆ ถ้าทำเป็นไก่ จะใช้เวลาน้อยลงครึ่งหนึ่งเชียว

ความคิดเห็นที่ 26 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์

อยากให้ลองเพราะทำทิ้งไว้ได้ แบ่งแช่แข็งเก็บก็ได้
บ้านเราชอบเนื้อ ค้นหาข้อมูล เขาบอกว่าชอบเนื้อก็ยังกินได้ แต่.. ไม่ใช่ปริมาณเท่าตอนหนุ่มสาว ซึ่งเข้าทางกับกระเพาะที่หดลงเมื่ออายุมากขึ้น เสต็คที่เคยกินเอร็ดอร่อย สมัยนี้กินหมด สองในสามของสัดส่วนเดิมก็เก่งแล้ว – ซึ่งนั่นคือดี และทำให้สามารถกินได้ ๒-๓ ครั้งต่อสัปดาห์ เราเองสลับปลาและไก่เข้ามาอย่างละสองวัน และเนื้อ หรือแกะ อีกสอง อีกวันที่เหลือจะเป็นพวกผักเป็นหลัก แต่งดแป้งมื้อเย็นเด็ดขาด
ของโปรด ของเคยชอบที่ไม่ดี ไม่เคยตัด แต่เปลี่ยนเวลาและปริมาณ ก็ใช้ได้เลยนะคุณรัตน์

ความคิดเห็นที่ 25 kratenUan , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๕-
คุณบีน เปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ที่คุณผู้ชายกินได้ก็ได้นะ
แล้วตัดไวน์ออกไปแบบที่แนะคุณแม่หมี
ใช้อาหารสูตรนี้ลดน้ำหนักได้เลย โดยตัดของแนมอย่าง มันฝรั่ง ข้าวผัดเนยออกไป แทนด้วยผักต้ม

ถ้าอยากข้าวอยากแป้ง ย้ายมากินมื้อกลางวันแทน กินแล้ว ลุกนั่งเดิน ทำอะไรต่ออะไร ไม่แย่หรอก

สูตรลดอาหารของคุณบีนเหมือนปนๆ Dukan diet ที่กินไฮโปรทีนอย่างเดียว บางคนเขาก็ว่ากินแล้วตัวเหม็น
ขอแนะนำวิธีที่ง่ายกว่านั้น คือ กินหนักมื้อเช้า มื้อกลางวันตามสะดวก แป้ง ข้าว กินกับเนื้อสัตว์ตามใจปาก แต่มื้อเย็น ขอเป็นเนื้อสัตว์หนึ่งชิ้นพอประมาณกับผักเท่านั้น
ทฤษฎีที่บ้านเราใช้คือ การกินอาหารเนื้อสัตว์ร่วมกับแป้ง จะเป็นปัญหา เพราะระบบย่อยธรรมชาติของร่างกายจะย่อยของย่อยยากก่อน เช่นมีเนื้อสัตว์กับแป้งพร้อมกัน จะย่อยเนื้อสัตว์ก่อน ทำให้แป้งตกค้าง
การกินแป้งคุณภาพต่ำ (ที่พร้อมย่อยง่าย เช่นขนมปัง หรือ โจ๊ก ที่ถูกบดบี้ขยี้ขยำมาแล้ว แถมยีสท์) พอเข้าสู่ร่างกายจะแปรเป็นน้ำตาลง่ายขึ้น อินซูลินคิดไม่ทันว่าจะเอาไปแปะตรงไหนดี ก็แปะไปมั่วๆ
นั่นคือ จุดเริ่มของความอ้วน ละถ้ามีแนวโน้มของความเสี่ยงอยู่บ้างจะเข้าใกล้ type 2 diabetes ซึ่งมีส่วนเกิดขึ้นได้เร็วช้าตามพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต
บ้านเราไม่ได้กินแป้งมื้อเย็นมาประมาณยี่สิบกว่าปีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 24 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 05.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๔- แล้วคุณหนอนน่ะดูฟุตบอลกับคนอื่นเขาด้วยหรือ

ความคิดเห็นที่ 23 rattiya , bene ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Sleepypanda วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 04.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

ขอตามเข้ามาทักทายด้วยคนค่ะ ปกติทำอาหารฝรั่งไม่ถนัด ทำได้แต่แกงไก่ อาหารไทยไม่กี่อย่าง แต่ได้อ่านคอลัมน์นี้ได้รับประโยชน์มากๆโดยเฉพาะช่วงตอบคำถาม อ่านไปอ่านมาจึงได้ทราบว่า Blogger หลายท่านเป็นทั้งอาจารย์ ทั้งครู ทั้งหมอ มิน่าสาระความรู้ถึงแน่นเต็มบล็อก
ตามอ่าน blog ของคุณ SW19 มาตลอด เขียนได้น่าอ่านมากค่ะ ได้ประโยชน์ทั้งการใช้ภาษาและสาระของเนื้อหา เข้ามาเขียนให้อ่านกันบ่อยๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 03.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณครูรวงข้าว
ขอบพระคุณที่คุณครูแวะมา – SW19 ก็ดีใจอีกแล้ว แต่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ไปเยี่ยมคุณครูเลย
ช่วงที่ผ่านมา ไปตะลอนบ้านอื่นอย่างจำกัดจำเขี่ย
ถ้าคุณครูลองปรับรสชาติ และหาของตามสะดวก เราว่าน่าจะได้อาหารทำง่ายไว้อีกหม้อ

ความคิดเห็นที่ 21 rattiya , ยามครับ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 03.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหมอ wullop
ขอบพระคุณที่แวะมา – ดีใจ
เราแค่คิดว่า อาหารก็เป็นวัฒนธรรมอีกรูปแบบที่เคลื่อนไหว ย้ายถิ่น และปรับให้เกิดประโยชน์ได้
ที่แอบแฝง คือ สูตรอาหารที่ให้มาตลอด ไม่มีคำว่า น้ำตาลเลย อยากแค่ลองนำเสนอว่า ทำอาหารคาวโดยไม่ใช้น้ำตาลก็เป็นไปได้
ถ้าคุณหมอไปอ่านเรื่องของคนที่เคยชิม เธอคงดีใจ เพราะเธอกำลังรวบรวมสูตรอาหารมารวมเล่ม เป็นสาเหตุให้เราเขียนเรื่องอาหารต่อกันได้ตั้งสามตอน

ความคิดเห็นที่ 20 kratenUan , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 02.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี
SW19 อยากคุยยาวๆ ด้วยกับคุณแม่หมี เลยขอโทษที่ทำให้ตอบช้า มัวไปตอบข้อข้องใจบ้านคุณหนอนก่อน
ทุกครั้งที่เขียนเรื่องอาหาร เรามีครอบครัวคุณแม่หมีอยู่ในใจเสมอ เพราะมีเพื่อนมุสลิมหลายคนอยู่แล้ว ในเรื่องนี้ได้แย้มไว้ว่า ถ้าทานไวน์ไม่ได้ ไม่ต้องใส่ – นั่นคือ เขียนเอาไว้รอขยายความเวลาคุณแม่หมีมาคุยต่อ
ถ้าไม่ใส่ไวน์ แทนส่วนผสมที่เป็นน้ำด้วยน้ำต้มกระดูกเนื้อ หรือให้ง่ายกว่านั้น คือ เอาซุปก้อนเนื้อมาละลายน้ำร้อน แล้วทยอยเติมไปตามต้องการ
การใส่ไวน์ก็เพิ่มมิติของรสชาติไปอย่าง แต่ไม่ใส่ก็เพิ่มได้เหมือนกัน
การใส่ไวน์ ที่จริงคือ เพิ่มรสเฝื่อนฝาดและลดความเค็มโด่งด้วยน้ำตาลธรรมชาติในไวน์
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หลายสูตรที่เราทำ จะใช้รสธรรมชาติอื่นมาแทนที่ เช่น จากบางสูตร เราฝานแอปเปิ้ลลงไปลูกสองลูกเลย น้ำตาลในผลไม้ช่วยให้รสกลมกล่อม กรดเปรี้ยวของผลไม้ช่วยเร่งเนื้อให้เปื่อย
บ่อยครั้งไม่อยากเห็นชิ้นเนื้อแอปเปิ้ล ก็เติมน้ำแอปเปิ้ลแทน
กรณีนี้ คุณแม่หมี และคุณ bene เติมน้ำแอปเปิ้ลแทนไวน์ได้ทั้งสองสูตรเลย ขอแค่เป็นน้ำแอปเปิ้ลธรรมชาติ จะได้ไม่เพิ่มน้ำตาลคุณแม่หมี
สูตรแรก สำหรับบ้านที่กินผักน้อย แนะนำให้ลองทำ เพราะเมื่อเสร็จสิ้น ทั้ง celery, แครอท, มะเขือเทศกระป๋อง จะสลายตัวรวมกันทำให้น้ำเข้มข้น ขอบอกว่าราดข้าวอร่อยมาก เวลาทำ เราจะเติมแป้งให้น้ำข้นน้อยมาก บางครั้งไม่เติมเลย เพราะเขาข้นลงตัวอยู่แล้ว
สูตรที่สองก็อยากให้ลองทำ หาเชือกมามัดเนื้อด้วย เสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้น จะหน้าตาเหมือนเสต็ค แค่เป็นเนื้อที่เคี่ยวมาแล้วจนนุ่มไปอีกแบบ
ทั้งสองสูตร SW19 หาว่า คุณแม่หมีสามารถใช้ปากสั่งให้คนอื่นทำแทนได้โดยตัวเองไม่เหนื่อย
สูตรหลัง ขอบอกว่า ทำแยะไว้ก่อน ถ้าเหลือ เอาข้าวสารผัดเนยแล้วเทลงหม้อ (ผักไม่ต้องตักทิ้งก็ได้ )เติมน้ำหุง ได้เป็นข้าวอบเนื้อ ทำน้ำจิ้มพริกดองแบบพริกสีส้มๆ ตำแหลกๆ แนมอร่อยได้อีกมื้อ

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya , bene และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 18/12/2014 เวลา : 02.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยามครับ

ชอบความละเอียดของคุณยามครับ
ช่วยทำให้เรามั่นใจเวลาแทรกเรื่องที่แปลกเข้ามาในสำนัก OKNation ว่าจะมีผู้เปิดใจกว้างรับวิธีการที่แตกต่างจากความคุ้นเคยและเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

โดยพื้นฐานความตะกละส่วนตัว ที่ชอบทดลองไปเรื่อย เราเริ่มต้นทำอาหารจากการจำรส และรู้จักรสของส่วนผสม อุปกรณ์ครบบ้างไม่ครบบ้าง ดัดแปลงเอาจากของที่มี, ของที่ชอบ, ตัดของที่ไม่กิน บางอย่างไม่แน่ใจเอามากๆ ก็เปิดตำรากับข้าวอ่าน เทคนิคปรุงแต่งได้จากรายการโทรทัศน์อยู่มาก รายการที่นี่ไม่มี product placement หรือโฆษณาแฝงของ น้ำมันพืช ซอส น้ำปลา ผงปรุงรส

อยากแลกเปลี่ยนความเห็นกับคุณยามครับตั้งแต่เรื่องล่าสุดของคุณที่เพิ่มรสจืด แต่เวลาไม่พอ เขียนช้า และติดงานที่รับปากคุณลาดพร้าวซอยสิบสองเอาไว้สามตอน – เธอมีกำหนดส่งงานวันสองวันนี้ ก็อยากให้เธอมีเวลาเอาข้อมูลไปปรับแต่ง

เกริ่นตั้งนาน ตอบเรื่องเชือกก่อน
เชือกนี้ เรียกว่า string เวลาถามหาก็ใช้ได้หลายคำ เช่น kitchen string, cook’s string
ทำจากฝ้าย เป็นด้ายเส้นโตๆ ขอเสริมภาษาอังกฤษเผื่อเราใช้คำไทยไม่ถูกต้อง ว่า pure cotton หรือ linen thread (บางท่านอย่างคุณหนอน จะสนใจข้อมูลพวกนี้) ไม่มีวัสดุสังเคราะห์ หรือสารเคมี เป็นของหาง่าย ติดไว้ประจำครัว เวลาใช้ทำกับข้าวไม่ต้องกลัวการส่งต่อสารพิษถ้าไม่ไปซื้อผิด หรือเอาเชือกที่เป็นสารสังเคราะห์มาใช้ – อันนั้นอันตราย มีวิธีดู คือ จุดไม้ขีดลองเผาดู ถ้าเชือกธรรมชาติ ก็ไหม้ไฟธรรมดา แต่ถ้าเชือกสังเคราะห์จะไหม้แล้วม้วนหดตัว

การมัดก้อนเนื้อ ให้ประโยชน์หลายอย่าง อาหารไทย ก็มีใช้ แต่คุณยามครับอาจไม่ทันนึกถึง

๑.เก็บขา ปีก ให้เข้าที่ เช่นไก่ย่างไทย ก็ผูกตรึงขากับไม้ สำหรับอาหารทางฝั่งตะวันตก การเก็บขาแนบกับตัว ‘Bird’ ทั้งหลาย เช่น ไก่ และ turkey ไก่งวง ที่ส่วนมากทำด้วยการอบ (โดยเฉพาะไก่งวง อบสถานเดียว) เพื่อให้ขาไม่กางออกไปแล้วไหม้ก่อน หรือเพื่อเก็บเครื่องปรุงที่ยัดช่องท้องให้อยู่ตามที่ควรอยู่
วิธีทำไก่งวง มักจะต้องมี ‘stuffing ของยัดไส้เสมอ’ ก็เป็นเหตุเป็นผลได้ตามนั้น บวกกับการที่ตัวมีขนาดใหญ่ การมัดไว้ ทำให้ไม่เด้งดึ๋งล้นเตาเมื่อได้รับความร้อน

๒.สำหรับเนื้อ แกะ หมู ที่ทำเป็นอาหาร roast ต้องมัด เพราะ
- roast คือ วิธีทำแบบ slow cook วัตถุดิบที่ใช้เป็นเนื้อราคาถูก (เรียกให้งามว่า value cut) ไม่ใช่เพราะประหยัด แต่เป็นวิธีปรุงสำหรับเนื้อส่วนนั้น ส่วนกินง่ายนุ่มนวล ก็ไปทำเร็วๆ ทอด ผัด ก็ว่าไป
พอ slow cook กว่าจะเปื่อยนุ่ม ก็จะกระจายไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทำยาก กำกับยาก จัดให้สวยก็ยาก
- บางทีเนื้อชิ้นที่มาเป็นแผ่น มีความหนาบางไม่สม่ำเสมอทั้งแผ่น จับมาม้วนแล้วมัดซะ ทำง่ายกว่า อบได้นานกว่าจนเนื้อนุ่มพอดีกิน เสร็จแล้ว หั่น/แล่ ตั้งโต๊ะสวยกว่า
- ชิ้นส่วนอื่นทั่วไป ที่อยากจัดให้มีสอดไส้ เช่นอกไก่ กินเฉยๆ บางคนก็ไม่ชอบ ชอบเนื้อน่อง ว่ากินอร่อยกว่า วิธีทำอกไก่บางทีก็สอดไส้เครื่องปรุง มัดไว้ก็อยู่ดี เวลาจะจัดลงจานก็เอาเชือกออก
การมัด joint หรือชิ้นเนื้อก็เป็นศิลปะ ให้พอแน่น ตรึงอยู่ตามความต้องการ แต่ต้องไม่ตึงแน่นเกินไป จนบีบน้ำเนื้อออกมาทิ้งเสีย และเป็นบททดสอบพ่อครัวอาชีพด้วยว่าแต่งชิ้นส่วนเนื้อได้เรียบร้อย บอกความละเอียดเหมือนกัน

ขอคุยต่อกับคุณยามครับที่นี่เสียเลย เกี่ยวกับเรื่องอาหารของคุณยามครับเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนแรกอยากเข้าไปคุยเรื่องการปรุง/หมักเนื้อสัตว์ แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
เพื่อนคนไทยหลายคนมาชิมเนื้อบ้านเรามักถามว่าหมักอะไร อย่างไร

ทางนี้ทำอาหารมักไม่ใช้สารปรุงรสที่ปรุงแต่งขึ้นมา มักเน้นรสชาติจากน้ำเนื้อ/หรือจากตัววัตถุดิบโดยตรง อยากเค็มก็ใช้เกลือตรงๆ การทำอาหารที่หมักมักจะเป็นการเพิ่มน้ำเข้าไปในเนื้อ ผู้ชำนาญให้ข้อมูลว่า เนื้อที่ดี โดยเฉพาะ เสต็ค ต้องแห้ง ต้องแขวนในตู้เย็นอย่างน้อย ๒๘ วัน ราคาสูงขึ้น
เนื้อสวย ดี ต้องสีคล้ำเข้ม
เนื้อที่ชำแหละมาแล้วขายเลยสีแดงสด นี่คือราคาถูก และไม่อร่อย รสชาติไม่มี
ที่สำคัญ น้ำในตัวเนื้อเหลืออยู่สูง เมื่อย่าง น้ำในเนื้อจะเดือดก่อน ทำให้เนื้อสุกจากภายใน ทำอย่างไรก็ไม่ได้ดี คือ สีภายนอกไม่มีทางเหลืองสวย สีข้างในยิ่งซีดจืดเพราะสุกไปแล้ว
ตามธรรมชาติเนื้อที่สุกไว จะเหนียว เคี้ยวไม่อร่อย คือไม่ถึงกับต้องเลือดซิบ แต่พ่อครัวมักบอกว่าทำให้เสียความ prime ของวัตถุดิบ

คุณยามครับพูดเรื่องลดหวาน ลดสารไม่จำเป็น ซอสส่วนมากที่ใช้หมักอาหารมักมี น้ำตาลและผงชูรส ดังนั้นแม้เราไม่เติมทั้งสองอย่างนั้น มันก็ไม่หายไปไหน มันกลับมาในซอส ที่คุณยามครับบอกว่าทำปลามื้อนั้นต้องระวังไหม้ ที่ไหม้ได้เพราะน้ำตาลนั่นเอง
นั่นคือความแตกต่างอย่างมากของการทำกับข้าว คือ ทางนี้ใช้น้ำตาลในการทำอาหารคาวน้อยมากจนแทบไม่มีเลย

อีกอย่างที่ขออนุญาตแบ่งปันข้อมูล คนไทยเรียกการทำปลาว่าเสต็ค เช่น เสต็คปลา หากมาดูรายการอาหารทางตะวันตก จะพบว่าใช้แตกต่างกันมาก และจะหาเสต็คปลาแทบไม่ได้เลย เพราะตามปกติ จะไม่ใช้คำว่าเสต็คกับปลา แต่จะเป็น fillet เสต็คสำหรับปลาจะใช้โอกาสเดียวเมื่อชิ้นปลานั้นนำมาหั่นตามขวาง ลักษณะปลาอินทรี ซึ่งไม่ค่อยมีการนำมาทำลงรายการอาหารกัน
Salmon ซึ่งอ่านว่า แซมม่อน (ไม่ใช่แซลม่อน เพราะตัว L ไม่ออกเสียง) ที่ขายกันในเมืองไทยเป็นชิ้นก็เรียกว่า fillet เช่นกัน
ขออนุญาตเรียนมาด้วยเจตนาดี เพื่อเป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
usakanay วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

น่ากินมากครับ ต้องคนมีมานะถึงจะทำได้นะครับ อ่านแล้วไม่ใช่ทำได้ง่ายๆเลย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
kratenUan วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hiddendrawer

เคยช่วย host family ทำสมัยยังเป็นนักเรียนอยู่ค่ะ ยังจำรสชาดสตูว์ได้จนบัดนี้ ได้สูตรเด็ดลอยมาถึงบ้านต้อง favorite เก็บไว้อย่างดี

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
rattiya วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 20.52 น.

ว่างเมื่อไรจะลองทำ Beef Pot Roast ค่ะ แฟนเป็นคนชอบกินอาหารประเภทเนื้อ

เเม้ว่าจะคุยกันเเล้วว่าเราจะลดอาหารประเภทเนื้อ หันมากินอาหารประเภทปลาเเทน
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
bene วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เห็นแล้วหิวเลยค่ะ แต่เมนูพวกนี้ คงอดทำเพราะบ้านแตกแน่
แอบอ่านกินแล้วกันค่ะ แต่เท่าที่อ่านๆมา เข้าใจว่าตอนทำนี่บ้านคง
อบอวลไปด้วยกลิ่นไวน์ น่าดู

เมนูที่ว่านี้เข้ากันดีกับการลดน้ำหนัก ด้วยการรีดไขมันในร่างกายมาใช้ เขาให้เน้นเรื่องการ งดอาหารพวกแป้งและน้ำตาล แต่ให้เน้นการกินพวกไขมัน-เนื้อสัตว์และผักบางประเภท(ที่คาร์โบไฮเดรตน้อยๆ)เพื่อให้การเผาพลาญสารอาหารพวก ไขมัน และเนื้อ มาเป็นพลังงาน แทนการใช้น้ำตาล และเมื่อร่างกายคุ้นเคยกับการขาดแป้ง-น้ำตาล ไปดึงเปลี่ยนไขมัน-เนื้อ มาเป็นพลังงาน พวกไขมันในรา่งกายที่ถูกสะสมก็จะถูกดึงมาใช้ด้วย ....ฟังดูเข้าทีดีแต่ทางปฏิบัติไม่แน่ใจว่าจะทำได้? เพราะคนเราคุ้นเคยกับการกินแป้ง
น้ำตาล มาซะอยู่ในดีเอนเอ ไปแล้ว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

จุ๊ย์ ๆ .. ณ เวลานี้ ฝั่งไทยจะเงียบเชียบชั่วคราว ราวอีกชั่วโมง
ไทยกำลังเตะบอลชิงชนะเลิศกับมาเลเซีย
เงียบจนได้ยินแต่เสียงลมหายใจแฟนบอลพรูออกมาทางเฟ้ซบุ๊ค

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

น่าทานจังเลย จำได้ ว่า ตอนเล็กๆ แม่ชอบทำให้ทาน

แต่ของแม่สูตรไม่ครบเซ็ทอย่างนี้ แต่น่าทานเหมือนกัน

ดูทุกภาพ น่าทานมากกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
wullopp วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

นี่เป็นมรดกโลก แบบบริทิช (อังกฤษ) แท้ๆ.......... ขอบคุณอาจารย์ที่เผื่อแผ่ อะไรๆ ให้คนไทย มากมาย............ ในเรื่อง, มีลิ้งค์คนที่ชิมแล้วด้วย.... ว่าจะลองคลิกไปอ่านดู ครับ.....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณhayyana
Michel Petrucciani ที่ท่านโปรด สมควรแล้ว ความสามารถมหัศจรรย์เกินลักษณะทางกายภาพ
คนเป็นตำนานพวกนี้ เราฟังเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ เวลาคิดไม่ออก เปิดมาเถอะ วันหลังจะลองใช้เพลงชุดที่เปิดเวลาทำกับข้าวบ้าง เผื่อเราจะชอบตรงกัน
แล้วชื่อ SW19 Eats ล่ะ
ทำยังกะว่าจะเปิดจริงๆ
ป.ล. สปาเก็ตตี้ไม่กล้านำเสนอ เพราะบ้านนี้ประโคมทุกอย่างที่มีปนกันมั่ว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9 – สักวันหนึ่ง ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณยามครับ ขอติดไว้ซักประเดี๋ยว มีรายละเอียดอยากเล่าสู่กันฟังเพิ่ม
ขอติดคุณแม่หมีด้วยสักครู่

ความคิดเห็นที่ 8 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ลุงตุ่ย โชคชะตาเป็นของห้ามท้าทาย หากโชคชะตามาถึงวันไหน ลุงตุ่ยเตรียมล้างท้องไว้ได้เลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 18.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ส่งการบ้านคุณอุ๋มไปแล้วเมื่อคืน เช้านี้หลังจากออกกำลังเลยแวะ butcher หน้าบ้าน คว้า beef rib มาหนึ่งแผง เดี๋ยวจะต้องตกลงกันก่อนว่าจะเตรียมไว้ทำอะไรดีบ้าง อาทิตย์หน้าก็ Christmas แล้ว ธรรมเนียมบ้านนี้ จะทำอะไรในปริมาณเกินหนึ่งมื้อ แล้วค่อยเลื้อยมาอุ่นก่อนจะกลับไปขึ้นอืดต่อ แต่เราสัญญาว่าจะคิดถึงบ้านลาดพร้าวซอยสิบสองไปด้วยเสมอ

หวังว่าจะได้เห็นหนังสือเล่มสวยในเร็ววัน อยากให้ออกทันปีใหม่ จะได้ใช้ส่งให้คนใกล้ชิด มิตรสหายได้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แม่หมี วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

น่ากินมากค่ะ

ที่บ้านชอบกินเนื้อมากกว่ากินผัก

สูตรนี้เสียดายตรงใส่ไวน์นี่แหล่ะ มีไวน์แบบฮาล้าลก็ดีสิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hayyana วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

SW19 Beef Rib Stew นี่จะเป็นชื่อร้านในภายภาคหน้าหรือเปล่าครับ
Stephane Grappelli คราวก่อนเอามาแปะไว้ผมเปิดฟังทั้งคืน มีอยู่ไม่กี่ชุดแต่ชอบครับ
michel petrucciani ก็โปรด
แต่เรื่องอาหารนี่อยู่บ้านทำสปาเก็ตตี้ก็เก่งแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

โอย....น่ากินมาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยามครับ วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 09.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เห็นภาพแล้ว ค่อนข้างจะเป็นอาหารประณีตและต่างไปจากวิธีการของคนไทยครับ

ผมได้ประโยชน์อีกเช่นเดิมครับ คือ ได้เปิดโลกทัศน์ในการทำอาหาร ปรุงอาหาร ในแบบตะวันตก ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นละเอียดมากนัก

ขอนามนิดครับ เชือกที่รัดนี่ เป็นเชือกอะไร และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรครับ

ประโยคที่ว่า ของดีที่มีส่งขายก่อน นี่ ตรงกับประสบการณ์สมัยก่อน เด็กท้องทุ่งหลายคน ได้กินแต่ "กล้วยตีนเต่า" หมายถึง หวีสุดท้ายของเครือ เพราะหวีต้นๆ เก็บขายก่อน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ไม่ธรรมดาจริงๆครับ หวังว่าโชคชะตาจะพาไปชิมให้ถึงถิ่นในสักวันหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 17/12/2014 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

น่ากินเป็นที่สุดค่ะ หลังจากลอกสูตร ปิดต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว จะต้องหาโอกาสทำตามทุกเมนูคะ และจะทำไปยิ้มไปเนื่องจากคิดว่าเดี๋ยวจะได้กินของอร้อย อร่อย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เพราะรู้สึกอบอุ่นในไมตรีจิตและมิตรภาพ ขอบคุณโชคชะตาที่พามาพบกัลยาณมิตรค่ะ^_^

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน