• หนึ่งลมหายใจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : child2511@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-04-24
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 97727
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
  • โหวต 34 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน 2551
Posted by หนึ่งลมหายใจ , ผู้อ่าน : 3157 , 00:42:53 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


เคยคิดกันบ้างไหมครับ ตอนที่เราเป็นเด็ก ๆ ความคิดและจินตนาการของเรามักจะกว้างไกลไร้
ขอบเขตทุกครั้งที่เราวาดรูปหรือทำอะไรสักอย่าง “แบบเด็ก ๆ” แต่บางฅนก็ลืมที่จะคิดถึง
จินตนาการดังกล่าวที่ตนเองก็ “เคยมี” ตอนเด็ก ๆ ไปแล้วเหมือนกัน

 Dead Poet Society กำลังตั้งคำถามและอาจจะมีคำตอบให้เรากับประเด็นดังกล่าว
โดยนำเสนอผ่านชีวิตวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำที่เข้มงวด

 โรงเรียนมัธยมเวลตัน อคาเดมี่ ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและมีระเบียบวินัย
เคร่งครัดที่สุด  การเรียนการสอนเต็มไปด้วยระบบการท่องจำตามตำรับตำราอย่างน่าเบื่อ  จน
กระทั่งวันหนึ่งมีคุณครูฅนใหม่ จอห์น คีติ้ง เข้ามาสอนวิชาภาษาอังกฤษ เขาเคยเป็นศิษย์เก่าที่
นี่มาก่อน

 ลีลาการสอนของคุณครูคีติ้งเป็นการสอนนอกกรอบที่คุณครูฅนอื่น ๆ ไม่ทำกัน
ชั่วโมงแรกครูคีติ้งผิวปากฮัมเพลงทักทายนักเรียนเข้ามาในห้องพร้อมกับชักชวนให้นักเรียน
ออกไปดูภาพอดีตนักเรียนรุ่นเก่า ๆ ในกระดานทำเนียบแล้วสอนว่าฅนที่อยู่ในภาพบัดนี้ได้ล้ม
หายตายจากไปหมดแล้วโดยไม่มีโอกาสทำให้สิ่งที่ตัวเองต้องการ  สิ่งที่พวกเธอควรทำใน
เวลานี้ก็คือ ‘คาร์เปเดี้ยม’ อันหมายถึงการฉกฉวยวันเวลาเอาไว้ และทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

 การสอนให้นักเรียนค้นหาความต้องการของตนเองแล้วทำในสิ่งที่ตนฝันได้สร้าง
แรงบัลดาลใจให้เด็กหนุ่ม ๗ ฅน รวมตัวกันค้นหาอดีตของคุณครูจอห์น คีติ้งจากหนังสือรุ่นเล่ม
เก่า ๆ ในที่สุดพวกเขาก็พบกับสมาคมกวีไร้ชีพ (Dead Poet Society) คือการรวมตัวกันสร้างฝัน
เล็ก ๆ ยามค่ำคืนของเด็กนักเรียนรุ่นก่อน ๆ ด้วยการชุมนุมกันร่ายบทกวี เล่าเรื่อง ณ ถ้ำลึกลับ
ไม่ห่างจากโรงเรียน  ที่นี่เป็นเหมือนสถานที่ปลดปล่อยตัวตนของนักเรียนรุ่นพี่ให้เป็นอิสระจาก
กฎระเบียบที่เข้มงวดภายในโรงเรียนประจำที่แสนน่าเบื่อและเคร่งเครียดแห่งนี้  แน่นอนว่าเด็ก
หนุ่ม ๗ ฅนรวมกลุ่มกันสร้างสมาคมกวีไร้ชีพยามค่ำคืนเพื่อสร้างฝันให้กับตนเอง

 เรื่องราวถัดจากนี้ไปเราจะได้เห็นวิธีการสอน (แบบที่ฅนทั่วไปคิดว่าแปลก) ของคุณ
ครูคีติ้ง เริ่มจากการสั่งให้นักเรียนฉีกบทเรียนที่น่าเบื่อทิ้งลงถังขยะ     นักเรียนทั้งหลายนิ่งอึ้ง
ทันที ดาลตัน เป็นนักเรียนฅนแรกที่ฉีกเพราะดาลตันรู้สึกเบื่อหน่ายมานานแล้วกับการเรียนการ
สอนอันเคร่งเครียดจำเจ ดาลตันเป็นนักเรียที่พร้อมจะนอกกรอบได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว  คีติ้ง
สอนให้นักเรียนลุกขึ้นไปยืนบนโต๊ะครูเพื่อจะได้เห็นอะไรแตกต่างกว่าที่เคย  คีติ้งมีวิธีสอนที่
นอกกรอบอีกหลายอย่างที่เราจะได้เห็นในหนัง

 ด้วยวิธีการสอนที่แหวกแนวทำให้ลูกศิษย์ที่มีปมภายในหลายฅนต่างคลี่คลายตนเอง
ขณะเดียวกันก็เริ่มรับรู้ถึงศักยภาพที่ซุกซ่อนอยู่ภายในของตน  ท็อด เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยแม้แต่จะ
ตะโกนเสียงดัง น็อช เด็กหนุ่มผู้กำลังตกหลุมรักหญิงในโรงเรียนถัดไป  นีล  เด็กหนุ่มผู้หลงใหล
ในการแสดงแต่เขากำลังเผชิญความขัดแย้งกับพ่อที่ต้องการให้เขาเป็นหมอ  ดาลตัน ที่กำลัง
สนใจเสนอบทความท้าทายลงในวารสารของโรงเรียน

 เมื่อเด็กหนุ่มทั้งสี่เริ่มทำในสิ่งที่ตนเองต้องการก็เหมือนกับการกระโดดที่สูงเกินไป
ทำให้ศีรษะไปชนกับเพดาน บางฅนได้รับผลกระทบอย่างไม่คาดคิด ฅนที่ได้รับผลอย่างรุนแรง
ที่สุดก็คือ ดาลตัน เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนทันทีที่บทความท้าทายของเขาถูกตีพิมพ์ลงใน
วารสารโรงเรียน และเขายังท้าทายครูใหญ่ว่าโรงเรียนเวลตันควรรับนักเรียนหญิงผ่านการเล่น
ตลก “โทรศัพท์จากพระเจ้า” ต่อหน้านักเรียนและครูอาจารย์มากมายในห้องประชุม

 ถึงตอนนี้คุณครูคีติ้งเริ่มหวั่นไหวไปกับสถานการณ์รอบตัวเด็ก ๆ พร้อมกับเริ่มถูกครู
ท่านอื่น ๆ ติติงวิธีการสอนของเขา ครูคีติ้งกลับไปพบเด็ก ๆ อีกครั้งเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกดีนักที่
เด็ก ๆ เริ่มทำตัวท้าทายขนาดนั้น เขาสอนเด็ก ๆ ว่าฅนฉลาดควรรู้จักดูกาลเทศะด้วย

 สถานการณ์ไม่ได้จบแค่นั้น รายต่อมาคือ นีล ผู้หลงใหลในการแสดง คีติ้งแนะนำ
นีลว่าเขาควรจะขออนุญาตพ่อเรื่องการขึ้นเวทีแสดงละครเสียก่อน แต่นีลโกหกคีติ้งว่าเขาขอ
อนุญาตแล้วและพ่อก็อนุญาตเช่นกัน เมื่อถึงวันแสดงละคร พ่อของนีลไปที่โรงละครเพื่อดูว่า
ลูกชายตนเล่นละครหรือไม่ นั่นเองที่โศกนาฏกรรมอันรุนแรงก็เกิดขึ้น เมื่อละครจบลงพ่อโกรธ
นีลมาก พ่อลากนีลกลับไปบ้านและบอกว่าวันรุ่งขึ้นจะให้นีลออกจากเวลตันแล้วไปสมัคร
เตรียมทหารเพื่อจะต่อเรียนหมอ คืนนั้นเองที่นีลตัดสินใจปลิดชีพตนเองด้วยปืนภายในบ้านหลัง
ใหญ่ที่ดูอบอุ่น


 Dead Poet Society ไม่ได้ตั้งคำถามกับระบบการเรียนการสอนที่ไม่เอื้อให้เด็กได้คิด
เองเท่านั้น แต่ยังตั้งคำถามกับความคาดหวังของพ่อแม่ที่มีต่อลูกมากเกินไปอีกด้วย พ่อแม่
จำนวนมากคาดหวังให้ลูกเรียนเก่ง ๆ นอกจากจันทร์ถึงศุกร์แล้วก็ยังต้องเรียนพิเศษวันเสาร์
อาทิตย์ ปิดเทอมก็ยังต้องไปเรียนเสริมพิเศษ โดยลืมถามความต้องการของลูกว่าลูกมีความ
สุขหรือไม่กับสิ่งที่พ่อแม่จัดการให้  พ่อแม่บางฅนเลี้ยงลูกด้วยความรุนแรงผ่านการตี ตะคอก

ด่าและการใช้คำสั่งโดยไม่นึกถึงว่าวิธีการรุนแรงเช่นนี้เป็นการสร้างความกดดันให้เด็กและเป็น
การทำลายศักยภาพเด็กทีละนิด

 คุณครูคีติ้งเป็นแบบอย่างของคุณครูที่ดีแต่อยู่ในระบบที่เลว เพราะเป็นระบบที่ไม่ได้
มองความสามารถสติปัญญาของเด็กว่าเด็กมีความสามารถมากกว่าการท่องจำ และเป็นการ
เรียนที่กดดันที่มาพร้อมกับการบ้านหนัก ๆ ถ้าอย่างนั้นการเรียนก็เป็นทุกขสัจจ์อย่างหนึ่ง เพราะ
การเรียนที่ดีควรเป็นการเรียนที่เต็มไปด้วยความสุขและควรเป็นการเรียนที่สามารถสร้างสรรค์
ศักยภาพให้เกิดกับผู้เรียนได้อย่างเต็มที่

 เคยมีใครตั้งคำถามบ้างหรือไม่ว่าทำไมเราต้องเรียนหนังสือกันถึง ๕ วันในหนึ่ง
สัปดาห์ด้วย เราเรียนกันแค่ ๓ วันหรือ ๔ วันในหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้หรือ การมีวันหยุดแค่ ๒ วัน
นั้นน้อยเกินไปหรือไม่ ชีวิตของเด็ก ๆ เครียดไปกับการเรียนหนังสือมากเกินไปหรือเปล่าเนื้อหา
วิชาก็ควรจัดสรรวิชาที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้จริง อย่างเช่นวิชาทำกับข้าว วิชาเย็บ
เครื่องใช้ไม้สอยด้วยมือ วิชาปลูกต้นไม้ ฯลฯ ไม่ใช่ว่าเราเรียนกันเป็นสิบ ๆ ปีแต่เด็กหลายฅนก็
ยังทำกับข่าวกินเองไม่เป็น อีกทั้งกลับมาบ้านก็ยังติดค่านิยมใช้ของฟุ่มเฟือยจากโรงเรียนอีก
ต่างหาก พระพุทธเจ้าก็สอนให้เรียนรู้จากทวารทั้ง ๖ แค่นั้นเอง คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

 ทำไมเราต้องเรียนอะไรกันมากมายขนาดนั้น

 เวลาไปโรงเรียนเด็ก ๆ ก็ต้องพกเอาตำรับตำราใส่กระเป๋าไปเรียนจนหลังอาน
กระเป๋าของเด็กบางฅนใส่หนังสือตุงจนคล้ายกับจะเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อครั้งที่โป๊ะล่ม
หลายปีก่อนมีเด็กจมน้ำตายเพราะเป้สะพายหลังมีหนังสือมากเกินไป ทำให้เด็กไม่สามารถ
ว่ายน้ำเอาตัวรอดได้  จริง ๆ แล้วการเรียหนังสือไม่ควรทำให้เด็ก ๆ ของเราต้องเป็นทุกข์ขนาด
นั้น แต่มันก็เป็นไปแล้ว

 พ่อแม่บางฅนก็สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่ก็ยังต้องเสียเงินส่งลูกเข้าเรียนอนุบาล
หรือชั้นประถมต้น  ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่เองก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะสอนลูกให้อ่านออกเขียนได้ใน
ระดับพื้นฐานอยู่แล้ว  การเรียนหนังสือเพื่อให้อ่านออกเขียนได้ในระดับพื้นฐานของเด็กเป็น
เรื่อยง่าย ไม่จำเป็นต้องส่งเด็กเข้าโรงเรียนก็ได้ เพียงแค่พ่อแม่เจียดเวลาเพื่อสอนเองก็
สามารถทำได้  อีกทั้งยังเป็นการทำให้ช่องว่างระหว่างพ่อแม่กับลูกลดลงด้วย  พ่อแม่จะได้มี
เวลาใกล้ชิดลูกยิ่งขึ้น   เพียงแต่พ่อแม่จะทำหรือไม่เท่านั้นเอง 

(ขณะที่เขียนบทความนี้ ผู้เขียนได้ยินว่า  “กระบวนการเรียนรู้แบบโฮมสคูล” ได้กลายเป็นหลัก
สูตรที่พ่อแม่สามารถจัดให้กับลูก  ๆ ได้แล้วอย่างถูกกฎหมายและได้รับการรับรองจาภาครัฐแล้ว)


 ที่มากไปกว่านั้นเราควรมีคุณครูที่น่ารักอย่างคุณครูคีติ้ง ครูคีติ้งเป็นครูที่พยายาม
สอนให้เด็กตระหนักรู้ถึงพลังและศักยภาพภายในของจนเอง ในสังคมไทยก็มีคุณครูคีติ้ง
เหมือนกันแต่น่าเสียดายที่เรายังมีคุณครูแบบครูคีติ้งน้อยเกินไป  ครูหลายฅนในโรงเรียน
หลงใหลไปกับการใช้อำนาจกับเด็กจนเด็กกลัวไม่กล้าแม้แต่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง
ถ้าคุณครูเพียงแต่เปิดใจให้กว้างอีกสักหน่อย ฟังเสียงของเด็ก ๆ ให้มากขึ้นว่าเด็ก ๆ คิดอะไร
บรรยากาศของการเรียนการสอนก็จะสนุกมากกว่านี้และไม่เป็นทุกข์

 ช่วงท้าย ๆ ของ Dead Poet Society เต็มไปด้วยอารมณ์เศร้า เมื่อนีลตาย เพื่อน ๆ
ของนีลเป็นทุกข์ไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะท็อดซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องกับนีล นี่ละมังที่ทำให้รู้สึก
ได้ว่าชีวิตวัยรุ่นไม่ง่ายอย่างที่คิด

 ฉากสุดท้ายเป็นฉากที่เรียกความรู้สึกจากฅนดูไม่น้อย คุณครูคีติ้งถูกไล่ออกโดย
ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุให้นีลเสียชีวิตเพราะสนับสนุนให้นีลไปเล่นละคร  พอคุณครูคีติ้งก้าว
เดินออกจากห้องเรียน ท็อดลุกขึ้นยืนบนโต๊ะเรียนเป็นฅนแรก พัฒนาการทางความมั่นใจของ
ท็อดเติบโตเต็มที่ในฉากนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ท็อดเป็นเด็กเก็บกด ไม่กล้าแม้แต่จะพูดจาเสียงดัง
หรือแม้แต่จะตะโกน ในขณะที่เด็กฅนอื่น ๆ ก็เริ่มลุกขึ้นยืนเพื่อส่งลาคุณครูของเขา โดยมีครูโน
แลนโกรธกระฟัดกระเฟียดเดินไปเดินมาอย่างงุ่นง่าน

 ลองหาหนังเรื่องนี้มาดู  แล้วบางทีคุณอาจจะได้ข้อคิดอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับวัยรุ่น
และวิถีชีวิตของพวกเขา  และจะได้ย้อนกลับมาดูเด็ก ๆ ของเราว่าเรากดดันอะไรในตัวเด็กของ
เราบ้าง  เพื่อที่ว่าเราจะได้ใช้อำนาจกับเขาน้อยลงและปล่อยให้เขามีอิสรภาพมากขึ้น ก่อนที่วัย
รุ่นของเราจะเป็นเหมือนกับนีลที่ต้องฆ่าตัวตายในตอนจบ . . . ด้วยความกดดันที่เราสร้างมัน
ขึ้นมาเอง.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
plsforgiveme วันที่ : 22/11/2008 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plsforgiveme
@#@# อ ย า ก ม า ก ทุ ก ข์ ม า ก #@#@

(0)
ความคิดเห็นที่ 9
ทรายรุ้ง วันที่ : 14/11/2008 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

(0)
ไม่มีโอกาสที่จะได้ดูเลยค่ะท่าน....

ตอนนี้ติดเกาะกลางทะเล....
ความคิดเห็นที่ 8
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 12/11/2008 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Life)

(0)

ลอยกาทงๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 7
จันทร์วารี วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

(0)
ไม่เคยดู หาดูได้ที่ไหนหล่ะ พี่ท่าน
ความคิดเห็นที่ 6
napass วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/napass

(0)
"ชมรมกวีไร้ชีพ" เป็นหนังอีกเรื่องในดวงใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
Je@b วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

(0)
ความกดดันที่เกิดมาจากตัวเอง .... มันดูแย่และกัดกร่อนใจ

ของตัวเราเองมากกว่าความกดดันที่เกิดจากคนอื่นอีกเนอะคะ





น่าเห็นใจค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

(0)
เพิ่งดูอีกครั้งทางเคเบิล....
ความคิดเห็นที่ 3
แรกฝัน_เอมนิกา วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/emnika
-*- ในค่ำคืนของความรัก -*-  กลุ่มเขียนข้าว

(0)

......./
ความคิดเห็นที่ 2
FlymetoPolaris วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 01.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FlymetoPolaris

(0)
เป็นหนังเรื่องนึงที่ดิฉันชอบมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
สรร วันที่ : 11/11/2008 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chawetsan
  คิดอย่างบ้าน  ๆ   สร้างสรรค์สังคม อุดมปัญญา

(0)

http://www.oknation.net/blog/ChawetView/2008/11/11/entry-1

เข้ามาเพราะชื่อโพสต์โดยแท้ และมาแล้วไม่ผิดหวัง ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก Oh! Captain. My Captain
ขอบคุณที่หยิบยกมาบันทึกไว้นะครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน