*/
  • ช่างอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mong1307@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 56284
  • จำนวนผู้โหวต : 135
  • ส่ง msg :
  • โหวต 135 คน
วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2558
Posted by ช่างอักษร , ผู้อ่าน : 470 , 13:00:37 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ช่างอักษร โหวตเรื่องนี้

วิธีแก้ง่วงในที่ทำงานโดยไม่ต้องพึ่งกาแฟ
 
 
 
คุณเคยง่วงนอนในที่ทำงานจนอยากจะใช้ไม้จิ้มฟันถ่างตาตัวเองหรือไม่? ถ้าหากว่าคุณกำลังพยายามหยุดนิสัยติดกาแฟให้ได้ภายในปีนี้ คุณทำมันได้อย่างแน่นอน!! คราวนี้ เมื่อคุณรู้สึกง่วงนอน ก็ไม่จำเป็นต้องเดินไปที่เครื่องทำกาแฟเพื่อชงกาแฟเข้มๆ สักแก้วให้ตัวเองอีกต่อไป แต่ให้ปฏิบัติตามเคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อให้วันทำงานของคุณดำเนินไปได้ด้วยดีโดยปราศจากกาแฟ

1. เดินไปเดินมา
    จากการศึกษา พบว่า การเดินเป็นเวลา 20 นาทีสามารถเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายของคุณให้สูงขึ้นได้และลดอาการอ่อนล้าให้หมดไป การออกกำลังกายประเภทที่มีแรงกระแทกน้อยจะทำให้คุณเกิดความรู้สึกอ่อนล้าน้อยกว่าการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกมาก ดังนั้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องเดินแบบเอาเป็นเอาตายเพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจนทันที นอกจากนี้ จากการศึกษายังพบด้วยว่าผู้ที่ได้ออกกำลังกายจะสามารถนอนหลับได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย (และจึงไม่ง่วงนอนในที่ทำงานนั่นเอง)

วิธีการ: เพียงแค่คุณสวมรองเท้าที่ให้ความรู้สึกสบายๆ สักคู่และเดินด้วยระยะก้าวปานกลางเท่านั้นเอง!! ซึ่งการเดินเช่นนี้เพียง 20 นาทีก็สามารถช่วยเพิ่มระดับพลังงานในร่างกายของคุณได้แล้ว 

2. ใช้หูให้มากขึ้น
    ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่า การฟังเพลงในขณะที่คุณทำงานอยู่นั้นจะสามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวและช่วยเพิ่มสมาธิให้แก่คุณได้อีกด้วยวิธีการ: สวมหูฟังสบายๆ สักหนึ่งอัน แต่ห้ามฟังเพลงจากลำโพงเด็ดขาดถ้าหากว่าคุณต้องปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น 
 และลองคิดดูว่าเพลงประเภทใดหรือเพลงของศิลปินคนใดที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน และแม้กระทั่งสำหรับตัวคุณเอง ก็อาจมีความชอบในประเภทของเสียงเพลงที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าขณะนั้นคุณกำลังทำงานอะไรอยู่

 

3. พักสายตาเสียบ้าง
    ถ้าหากว่าคุณไม่ละสายตาจากคอมพิวเตอร์บ้างเลย ในที่สุด คุณก็อาจต้องประสบกับปัญหาปวดศีรษะ ล้าและแสบตาได้ ดังนั้น คุณควรให้สายตาของตัวเองได้หยุดพักในเวลาที่เหมาะสมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าจะทำตาของคุณรู้สึกสบาย
วิธีการ: ประมาณทุก 20 นาที ให้คุณมองไปที่ภาพไกลๆ สัก 20-30 วินาที ซึ่งจะช่วยให้กล้ามเนื้อตาของคุณได้ผ่อนคลายและไม่เกิดอาการล้าตา
สำหรับการพักสายตาที่ดีที่สุด แนะนำให้คุณเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไปด้านนอกไกลๆ ซึ่งแน่นอนว่าภาพวิวภายนอกจะทำให้คุณรู้สึกสบายตากว่ามองดูโต๊ะทำงานที่แสนรกของตัวคุณเองและของเพื่อนร่วมงานของคุณแน่ๆ

 

4. ยืดเส้นยืดสาย
    การนั่งติดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันจะทำให้คุณปวดคอได้ ซึ่งอาการต่อมาก็คือคุณจะรู้สึกว่าคอแข็งและขยับคอลำบาก ดังนั้น การยืดเส้นยืดสายร่างกายเสียบ้างจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณไม่เกิดความเหน็ดเหนือยหรืออ่อนล้ามาก

วิธีการ: การยืดเส้นยืดสายที่ดีนั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นโยคีเสมอไป โดยคุณอาจค่อยๆ ยืดเส้นยืดสายที่อวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายที่ละส่วนก็ได้ เช่น คุณอาจยกไหล่ขึ้นลงเพื่อลดอาการไหล่แข็งเกร็ง ซึ่งทำได้โดยโดยให้คุณนั่งหรือยืน แล้วยกไหล่ขึ้นไปชิดกับใบหู จากนั้นให้คุณบิดไหล่ให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และค้างไว้เช่นนั้นเป็นเวลา 1-2 วินาที จากนั้นค่อยๆ ปล่อยไหล่ลงมาด้านล่างเพื่อให้ไหล่ได้ผ่อนคลาย และให้ทำเช่นนี้ซ้ำ 8 ครั้ง 

5. เพิ่มพลังให้แก่ตัวเองด้วยการกินขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์
    การรับประทานอาหารในมื้อใหญ่สามารถทำให้คุณง่วงนอนได้ ดังนั้น ให้คุณลองรับประทานอาหารมื้อหลักในปริมาณอาหารที่น้อยลง และตลอดวันให้คุณรับประทานขนมคบเคี้ยวที่มีประโยชน์มากขึ้นเพื่อให้เกิดพลังงานในร่างกายอย่างเพียงพอ

วิธีการ: แทนที่คุณจะซื้ออาหารขยะจากร้านค้า แนะนำให้คุณนำอาหารมาจากที่บ้านตัวเอง เช่น ถั่วลิสงทอด ผลไม้ หรือผักต่างๆ และแทนที่คุณจะรับประทานอาหารเป็นจำนวนมากในมื้อเที่ยง แนะนำให้คุณนำอาหารใส่กล่องมาจากบ้านในปริมาณที่ไม่ต้องมากโดยแบ่งเป็นมื้อเช้าและมื้อเที่ยง 

6. เมื่อทุกอย่างใช้ไม่ได้ผล ให้คุณใช้น้ำเย็นในการแก้ง่วง
    คงไม่มีอะไรที่จะปลุกคุณให้ตื่นได้ดีไปกว่าการใช้น้ำเย็นล้างหน้า และดื่มน้ำเย็นอีกแล้ว และเมื่อคุณได้ดื่มน้ำจนอิ่มแล้ว คุณก็คงไม่ค่อยที่จะอยากดื่มกาแฟอีกแล้วล่ะ วิธีการ: อย่าลืมดื่มน้ำตลอดทั้งวัน การที่ร่างกายของคุณได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ระดับออกซิเจนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลทำให้พลังงานในร่างกายของคุณเพิ่มขึ้นและทำให้สมองของคุณสามารถคิดสิ่งต่างๆ ได้อย่างแหลมคมอีกด้วย

 ขอบคุณที่มา: www.siamsafety.com

https://www.facebook.com/Chachchadaporn


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน