*/
  • ช่างอักษร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mong1307@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 133
  • จำนวนผู้ชม : 57153
  • จำนวนผู้โหวต : 135
  • ส่ง msg :
  • โหวต 135 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2558
Posted by ช่างอักษร , ผู้อ่าน : 699 , 19:48:10 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ช่างอักษร , driftworm โหวตเรื่องนี้

คุณจะเชื่อไหมว่าการเขียนนั้นทำให้ชีวิตสดชื่นขึ้น แต่ยังมีความตรงกันข้ามของความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นมาได้ นั่นก็คือความน่าเบื่อ มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรนั่นหรือ ก็เมื่อตอนที่เรารู้สึกว่าอยากจะเขียน แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรลงไปบนกระดาษหรือจะพิมพ์เรื่องราวอะไรลงไปบนจอคอมดี การคิดไปคิดมามันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รู้สึกปวดหัวขึ้นมาได้เหมือนกัน

แต่อย่าเพิ่งท้อใจไป ยังมีสิ่งที่ช่วยให้เป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยม และตอนนี้มาอ่าน 15 นิสัยที่จะสร้างตัวเราให้เป็นนักเขียนที่เก่ง เริ่มต้นเป็นนักเขียนตั้งแต่ตอนนี้กันเลย

ยังไม่พร้อมก็เริ่มต้นเป็นนักเขียนได้

คุณกำลังกังวลอะไรอยู่ไหมที่จะเริ่มต้นเป็นนักเขียน ถ้ากังวลตัดมันออกไปซะ เพราะคุณพร้อมทุกเมื่อที่จะเป็นนักเขียนที่ยอดเยี่ยม ฉะนั้นเริ่มเลย

ถ้าเรามัวแต่จะรอเวลาที่เรารู้สึกว่าเราพร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นนักเขียนอย่าง 100% เต็มแล้วละก็ เราอาจไม่มีวันได้เริ่มเป็นนักเขียนเลยก็ได้ มันจะเป็นเรื่องดีมาก ๆ ถ้าเริ่มเขียนเรื่อยๆ ตอนที่ยังไม่พร้อมเต็มที่ไม่ต้องกลัวว่าผลงานจะออกมาแย่ เราจะค้นพบเองว่าเรามีความรู้มากพอแล้วที่จะเริ่มการเป็นนักเขียนตั้งนานแล้ว อย่าให้ความกังวลมาขวางกั้น

เขียนเหมือนอย่างที่เราพูด ดีที่สุด

การเริ่มต้นเขียนไม่จำเป็นต้องใช้ประโยคที่ซับซ้อนมากนัก ให้เขียนเหมือนอย่างที่เราพูดในชีวิตประจำวันนี่แหละ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อผิดพลาดในเรื่องของส่วนประกอบของประโยคต่างๆ เพราะเราสามารถย้อนกลับมาแก้ไขให้ราบรื่นได้เสมอ ตราบใดที่ยังมองเห็นจุดนั้น วิธีก็เช่นพูดกับตัวเองไปแล้วก็เขียนไป ก็ง่ายๆ สไตล์พูดเองเออเองทำไปเลย ในวันข้างหน้าเราจะเขียนเก่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้วิธีนี้อีกเลย เพราะมันจะเป็นธรรมชาติในตัวเรามากขึ้น

เขียนอย่างมีแบบแผน

การเขียนแบบไม่มีจุดหมาย เขียนโดยไม่มีการร่างเค้าโครงไว้ก่อน จะทำให้เรื่องที่เราเขียนนั้นลอยออกทะเล ตั้งใจว่าจะเขียนอีกอย่างกลับกลายเป็นอีกอย่างตอนจบเรื่อง อย่างนี้คงเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจสำหรับผู้อ่าน ฉะนั้นเราควรที่จะล่างเค้าโครงไว้ก่อนตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วต่อจากนั้นก็ลงมือเสริมข้อมูลลงไปจนครบเนื้อหา ซึ่งงานเขียนเป็นเหมือนกับการปรุงอาหาร ที่ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบ หมู หมา กาไก่เอาไว้ก่อนล่วงหน้า โครงเรื่องก็เปรียบเสมือนเนื้อต่าง ๆ ส่วนที่เหลือคือน้ำ ถ้าหากไม่ทำกระบวนการสร้างโครงร่าง งานเขียนของเราอาจจะมีน้ำมากกว่าเนื้อ

หลีกเลี่ยงการคลั่งความสมบูรณ์แบบ

 งานเขียนของเราไม่มีความสมบูรณ์แบบ ถ้าหากไปมุ่งมั่นกับการสร้างความสมบูรณ์แบบมากเกินไป นั่นจะกลายเป็นว่างานเขียนของเราจะกลายเป็นหมัน ไม่ต้องกลัวว่างานเขียนของเราจะสื่อให้ผู้อ่านเห็นถึงความอ่อนหัด จงยอมรับว่างานเขียนของเราดีพอแล้ว และมีเราค่าสำหรับทุกคนที่ได้อ่าน

เขียนให้เหมาะกับผู้อ่านของเรา

นึกถึงผู้อ่านของเราว่าเขาเป็นใครมีอาชีพอะไร มีความฝันแบบไหน ซึ่งอาจจะเป็นคนที่เราเคยพบเคยเห็นมาแล้ว หรือจะเป็นคนที่เราสร้างขึ้นมาในหัวก็ได้ เมื่อรู้ว่าผู้อ่านของเราเป็นใคร งานเขียนของเราก็จะถูกใจผู้อ่านตรงตามที่พวกเขาต้องการ ตัวอย่างก็บทความนี้เองที่ผมนึกถึงผู้ที่มี ความฝันอยากเป็นนักเขียน ผมจึงไปหยิบบทความที่มีทำนองแนะนำแนวทางในการเป็นนักเขียนมาแปลเป็นภาษาไทย ไม่รู้ว่าจะถูกใจผู้อ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ (ฮ่าๆ)

กำจัดคำซ้ำซ้อน

เรื่องคำซ้ำ คำซ้อน นี่สำคัญเป็นอันดับต้นๆของการสร้างความรู้สึกราบรื่นในการอ่านเลยทีเดียว ผู้อ่านจะหนีหายหรือคอยเฝ้าติดตามงานเขียนของเราก้ด้วยเหตุนี้เช่นกัน เราสามารถหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำด้วยการใช้คำอื่นๆ ที่ให้ความรู้สึกเดียวกัน การทำเช่นนี้จะทำให้งานเขียนของเรากระชับ และมีประสิทธิภาพต่อการอ่าน ซึ่งมันทำให้ผู้อ่านรู้สึกรื่นไหลไปกับเนื้อหา

*ตัวอย่างอันน่าปวดหัว: ฉันไปทำงาน ฉันเปิดประตูเข้าไปข้างในที่ทำงาน ฉันเจอเรื่องแปลกๆมากมายในวันนี้ แล้วฉัน…

*ตัวอย่างที่อ่านราบรื่นกว่าวันนี้ฉันไปทำงาน เมื่อเปิดประเข้าไปภายในในสำนักงาน ความรู้สึกแปลกๆก็…

เขียนมันทุกวี่ทุกวัน อย่าได้หยุดแม้แต่วันเดียว

 การเขียนทุกวันจะช่วยให้การเขียนของเรารื่นไหลมากขึ้น ซึ่งเท่ากับการฝึกฝนไปเรื่อยๆ พื้นฐานของการใช้ภาษา คำและโครงสร้างประโยคก็จะเข้าที่เข้าทาง ทำให้งานเขียนของเราออกมาสมบูรณ์แบบ การเรียบเรียงเนื้อหาในแต่ละขั้นตอนก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นจนเราเองอาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเราฝีมือถึงระดับมืออาชีพตั้งแต่เมื่อไร 

แยกกระบวนการเขียน

เขียนงานเขียนของเราอย่างอิสระไม่ต้องยึดติดว่าจะผิดจะถูก แม้จะผิดก็อย่าเพิ่งแก้ไขในตอนแรก  ดังนั้นเราต้องแบ่งตารางการเขียนของเราออกเป็นสองกระบวนการ ส่วนแรกคือ การสร้างเนื้อหา โดยไม่ต้องหยุดเขียนแม้จะเขียนผิด ส่วนที่สอง การแก้ไข ตรวจสอบงานเขียนของเรารวดเดียวให้ถูกต้องไปเลย ทั้งการใช้ภาษา การใช้คำ  ตัดลดคำซ้ำ คำซ้อน ผลที่ได้จากกระบวนการนี้ทำให้รักษาความรื่นไหลของงานเขียนไม่ให้ติดขัดได้ และช่วยเสริมให้งานเขียนออกมาดีด้วย

อย่ารอให้ช่วงเวลามันเหมาะเจาะเสียก่อนจึงค่อยเขียน

ช่วงเวลาอันเหมาะสมในการเขียนของเราอาจไม่เกิดมาเอง แต่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาได้เองโดยการเริ่มต้นเขียนตั้งแต่ตอนนี้ ดั้งนั้นไม่ควรที่จะนั่งรอเวลาให้มันผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เริ่มต้นเขียนอะไรก็ได้

อ่านงานเขียนของเราออกมาดังๆ เมื่อถึงกระบวนการแก้ไข

วิธีแก้ไขงานเขียนโดยการอ่านออกเสียง ทำให้งานเขียนของเรามีเราภาพกว่าการอ่านเงียบๆ ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้เราพบข้อผิดพลาดทั้งในเรื่องของการสะกดผิด ใช้คำไม่สละสลวย ใช้คำซ้ำมากเกินไป เป็นต้น

อ่านงานเขียนของนักเขียนที่เก่งๆ

การอ่านเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่นำไปสู่การเป็นนักเขียนที่ดี ซึ่งการอ่านผลงานของนักเขียนมืออาชีพที่เรารู้สึกชื่นชอบ ส่งผลให้เรามีแรงบันดาลใจในการเป็นนักเขียนมากขึ้น และสามารถเรียนรู้โครงสร้างงานเขียนของเขาว่ามีลักษณะ และชั้นเชิงในการเขียนเป็นเช่นไรไปในตัว

เขียนให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

นักเขียนที่ดีทุกคนย่อมมีกิจวัตรประจำวันที่ดีเช่นกัน ค้นหาคำตอบว่างานเขียนแบบไหนที่เราทำได้ดีที่สุด แล้วก็เลือกทำมันซะ เลือกเวลาและสถานที่ แล้วก็เขียนเหมือนกับว่าเราได้ฝากชีวิตไว้กับงานเขียนของเราแล้ว

Live Your Life จงใช้ชีวิตในการเป็นนักเขียนอย่างหลงใหล

นักเขียนที่ดีให้ชีวิตอย่างหลงใหลในชีวิต ซึ่งการหลงใหลในชีวิตช่วยให้ให้เรามีแรงบันดาลใจ และเป็นเนื้อหาในการเขียนของเราเอง ดังนั้นดึงความรู้สึกที่เรามีต่อตนเองออกมา แล้วทำในสิ่งที่ดีเพื่อนำไปสู่การเป็นนักเขียนที่สุดยอด

อย่ารอเงื่อนไขและองค์ประกอบที่สมบูรณ์แบบ

เราไม่จำเป็นต้องมีโต๊ะที่สุดพิเศษ มีมุมมองที่สุดสวยที่มองออกไปแล้วเห็นหาดทรายขาวๆ หรือวันที่แสดงแดดส่องเรื่อๆ เราตัดสินใจเขียนได้เลยโดยไม่ต้องมีสิ่งประกอบเหล่านี้ ทั้งหมดที่เราต้องการก็คือ ปากกา กับ กระดาษ ดินสอก็ได้ และไม่ว่าอะไรก็ตามหยุดแก้ตัวแล้วเขียนซะ

เข้าร่วมกลุ่มนักเขียน

การเข้าร่วมชมรมนักเขียน หรือกลุ่มสังคมที่มีความชอบ ความสนใจในสิ่งที่เหมือนกันในด้านการเขียน ช่วยให้เราสามารถรับและแบ่งปันความรู้ แนวทางและทัศนะคติที่มีต่องานเขียนนั้น ๆ   บางทีเมื่อเราเขียนเสร็จอาจไม่แน่ใจว่างานที่เขียนนี้ จะดีหรือไม่เราสามารถนำผลงานไปให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มนักเขียนให้แสดงความคิดเห็นที่มีต่อผลงานนี้ได้ ซึ่งเกิดประโยชน์ดีๆ จากการนำคำติชมนั้นมาปรับใช้พัฒนาฝีมือของการเขียนของเราได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เว็บเด็กดี Dek-D.com ที่เป็นสังคมของนักเขียนที่สามารถเข้าไปเรียนรู้การเป็นนักเขียนได้ดีเลยทีเดียว

 

      นักเขียน เป็นอาชีพหนึ่งที่มีความแตกต่างที่สุด และถูกดูถูกมากที่สุด เป็นอาชีพจะต้องกินแกลบมากที่สุด แต่สร้างรายได้ดีที่สุดหากเราเก่ง เขียนได้อย่างน่าสนใจ

 

เครดิต : www.hots.co/15-แนวทางสู่การเป็นนักเขียนชั้นยอด/


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Anacarika วันที่ : 25/01/2015 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

เข้ามาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ช่างอักษร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ขอบคุณมากค่ะ ที่แนะนำหลายข้อน่าสนใจ
ตัวเองไม่คิดจะเขียน เพื่อจะเป็นนักเขียน แต่เขียนด้วยความรู้สึกเป็นสุขทุกครั้งที่ได้เขียนค่ะ และพื้นที่โอเคเนชั่นก็ทำให้เรามีความสุขด้วยการเขียนซะด้วยซี

ความคิดเห็นที่ 1 ช่างอักษร ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 22/01/2015 เวลา : 22.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน