*/
  • ชัยแสงทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ChaiSangthip@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 190
  • จำนวนผู้ชม : 425449
  • จำนวนผู้โหวต : 351
  • ส่ง msg :
  • โหวต 351 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คนไทยรู้จักแสงทิพย์อริยธรรมแค่ไหน?
รู้จักดี รับและถ่ายทอดได้(ดีมาก)
71 คน
รู้จัก รับได้ แต่ถ่ายทอดสอนใครไม่เป็น(ดี)
20 คน
รู้จัก แต่ยังไม่ได้รับ(ปานกลาง)
13 คน
เฉยๆ ไม่รู้จัก ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่(แย่)
2 คน
ไม่สนใจ ไม่รู้จักเลย(แย่มากๆ)
1 คน

  โหวต 107 คน
วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม 2556
Posted by ชัยแสงทิพย์ , ผู้อ่าน : 2824 , 16:22:40 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ท่องเทีี่ยว , ชัยแสงทิพย์ โหวตเรื่องนี้

ญาณ

**

ปกิณกะคดีของ วิลาศ มณีวัต**.....ทีนี้หันมาถึงเรื่องศักดิ์สิทธิ์อย่างศาสนาบ้าง ใครว่าพระไม่มีอารมณ์ขัน ผมขอเถียง พระที่กำลังทำความเพียรอยู่อาจจะจริง เพราะกำลังระมัดระวังตัว ต้องกุมสติตลอดวัน แต่พระที่ท่าน "บรรลุ" แล้วอย่างท่านอาจารย์เทศก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ หนองคาย พระอาจารย์จวน กุลเชษโฐ แห่งภูทอก  หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดหินหมากเป้ง เชียงใหม่ พระอาจารย์วัน อุตตโม ถ้ำพวง อ.ส่องดาว สกลนคร ท่านเหล่านี้ปล่อยวางหมด แต่ท่านก็มีอารมณ์ขันไม่ย่อยเหมือนกัน....โดยเฉพาะพระอาจารย์จวนฯนั้น ท่านเทศน์เป็นแบบคลาสสิก แปลพระคัมภีร์มาเทศน์กันเลย แต่สำหรับชาวบ้าน ท่านเล็งเห็นว่าปัญญาไม่ถึง คงจะรับไม่ได้ ท่านก็มีเรื่องขันๆมาเทศน์ให้ฟัง กัณฑ์ที่ป็อปปูล่าร์ที่สุดของท่าน ซึ่งชาวบ้านแถวภูทอก ยังเล่าให้ลูกหลานฟังต่อๆกันมาจนถึงปัจจุบันก็คือ เทศนาว่าด้วยเรื่อง"หมาขี้เรื้อน"ของท่าน.....นิทานเรื่องหมาขี้เรื้อนที่ท่านเล่าให้ชาวบ้านฟัง มีดังนี้.-

ผู้ตั้งกระทู้ พุทธญาณ :: วันที่ลงประกาศ 2005-07-01 17:22:11 IP :

     [1]
ความเห็นที่ 1 (146362)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar กิเลสบังใจ ควันไฟบังตา

       กาลครั้งหนึ่ง.....ยังมี"หมาขี้เรื้อน"ตัวหนึ่ง มันเป็นขี้เรื้อนเต็มตัวของมัน มันคันขี้เรื้อนของมันทุกวัน และอยู่มาสมัยหนึ่ง ถึงฤดูหนาว เจ้าของหมาขี้เรื้อน ไปก่อกองไฟไว้ข้างล่าง หวังจะผิงไฟแก้หนาว ครั้นลงไปผิงไฟเวลาใดวันใด ก็เห็นแต่หมาขี้เรื้อนตัวนั้น นอนขวางอยู่หน้ากองไฟครึ่งหนึ่งอยู่เสมอ เพราะมันคันขี้เรื้อนของมัน เจ้าของเลยเอาดุ้นฟืนตีหมาขี้เรื้อนตัวนั้น ไล่ออกไปไม่ให้ขวางทาง หมาขี้เรื้อน ถูกคนตีแล้ว ก็รู้สึกเจ็บปวดรำคาญ มันก็เลยคิดว่า บ๊ะ!อะไรหนอ....อยู่สูงกว่าโลกนี้ เฮาเป็นหมาขี้เรื้อนนี้ไม่ดีเลย ถูกคนตีทุกวัน มันเจ็บปวดรำคาญมาก มันก็เลยแหงนหน้าขึ้นดูบนท้องฟ้า เห็นพระอาทิตย์อยู่สูงกว่าโลก หมาขี้เรื้อนตัวนั้น ก็เลยคิดว่า บา....เรานี่ต่อไปเกิดเป็นพระอาทิตย์ดีกว่าละโว๊ย!.....ว่างั้น พอคิดเช่นนั้น อยู่มาวันหนึ่ง ก็เลยตายไป แล้วไปเกิดเป็นพระอาทิตย์ ครั้นได้เป็นพระอาทิตย์แล้ว ก็เปล่งแสงส่องสว่างลงมาสู่โลกมนุษย์ จักรวาลมนุษย์

ท้าทายมนุษย์ว่า.....***มาซิ อวดเก่งมาซิ.....หมัก....หมัก-นุษย์ มนุษย์หมัก-หมานุษย์ เขาว่า***จะตีกับ***หลายว่า อ้าว! ***ตี***ได้บ่อ ***อยู่สูงแล้ว กล้ามาตี***อีกซี ท้าทายเช่นนั้น ก็ไม่มีมนุษย์กล้ามาตอแย พระอาทิตย์ก็มีความสุขดีอยู่......

           ต่อมาวันหนึ่ง มี"ขี้เมฆ"ลอยมาบดบังแสงพระอาทิตย์เอาไว้ ทำให้มืดมิดปิดแสงสว่าง บ่ให้ส่องมาจักรวาลโลกมนุษย์ได้  พระอาทิตย์ก็เลยคิดว่า อ้อ....ขี้เมฆดีกว่าเฮาโว๊ย ปกปิดเฮาได้ ฮา! เฮานี้สู้ขี้เมฆบ่ได้โว๊ย ว่างั้น เฮาอยู่สูง ยังสู้ขี้เมฆบ่ไว๊ย! ว่างั้น....พอคิดดังนั้น ก็เลยเปลี่ยนสภาพจากพระอาทิตย์เป็นขี้เมฆ ครั้นได้เป็นขี้เมฆ ก็บดบังพระอาทิตย์อยู่อย่างนั้น......

ผู้แสดงความคิดเห็น กิเลสบังใจ ควันไฟบังตา วันที่ตอบ 2005-07-01 17:47:23 IP :
ความเห็นที่ 2 (146377)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar Webmaster

หมายเหตุ *** ดาวแดงชุด 1 คือ ม.ม้า+สระอึ+ง.งู.....ชุดที่ 2 เหมือนชุด 1 ......ชุดที่ 3 คือ ก.ไก่+สระอู......ชุด 4 เหมือนชุด 3,5,6,7 ครับ....ก็มีแต่ You& I และI & You เท่านั้นแหละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Webmaster วันที่ตอบ 2005-07-01 17:58:10 IP :
ความเห็นที่ 3 (146404)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar กิเลสพาเกิด วิ่งเตลิดต่อไป

     อยู่มาวันหนึ่ง มี"ลม"จำพวกหนึ่งพัดมา กำจัดปัดเป่าขี้เมฆออกไป ให้ทะลุสายตา จนไม่เหลือเลย ขี้เมฆว่า  เออ! เฮาเป็นขี้เมฆ นึกว่าดี สามารถปิดแสงพระอาทิตย์ได้แล้ว ที่ไหนได้ กลับสู้ลมไม่ได้ ลมนี่พัดเราให้กระจัดกระจายไปได้อีก ขี้เมฆเลยคิดว่า เฮามาเกิดเป็นลมเถอะโว๊ย !....ปรารถนาดังนั้น ก็เลยเปลี่ยนสภาพจากขี้เมฆมาเกิดเป็นลม ครั้นได้เกิดเป็นลมแล้ว ลมก็ไม่อยู่เฉย วิ่งไปพัดไป พัดไปพัดมาให้เมฆกระจายก็สนุกดี สุดท้ายพัดมาโดนที่"จอมปลวก" กลางทุ่งนา พัดเท่าไรๆ จอมปลวกก็อยู่นิ่ง ไม่ไหว ไม่ขยับเขยื้อน ลมจึงมาคิดว่า

เฮ้อ ! เฮาเป็นลมก็นึกว่าดี พัดขี้เมฆได้ ที่ไหนได้ กลับสู้จอมปลวกไม่ได้ สู้โพ้นไม่ได้เลย จอมปลวกนี่ดีกว่าเฮา เฮาพัดไม่ติง เฮามาเกิดเป็นจอมปลวกเถอะโว๊ย !....คิดขอเปลี่ยนสภาพใหม่ แล้วก็ได้เปลี่ยนจากลมมาเป็นจอมปลวกเป็นโพ้น ครั้นได้เป็นโพนแล้ว....เป็นจอมปลวกแล้ว ก็ตั้งอยู่กลางทุ่งนา เด่นอยู่หยั่งงั้น แล้วก็ท้าทายลมต่อไป...บักลม ***เก่งจริง มาพัด*** พัดมาซี สู้***ได้หรือวะ?....

อยู่ต่อมา ถึงฤดูฝน ฝนตกมาก จอมปลวกก็ชื้นแฉะ เปียกไปด้วยน้ำฝน ชาวนาปล่อย"ควายตู้ใหญ่" ออกมาในทุ่งนา ควายตู้ มันบ่มีเขา พอมันได้ออกทุ่ง มันก็วิ่งเล่นสนุก เห็นอะไรก็ชนดะ มาพบจอมปลวก ควายตู้ ก็รี่เข้าชนเอา จนจอมปลวกต้องทลายราบลงไป โพ้น คือ จอมปลวก ก็มาคิดว่า ....เฮ้อ! เฮาเป็นพระอาทิตย์ ก็นึกว่าดีกว่ามนุษย์ เป็นขี้เมฆ ก็นึกว่าดีกว่าพระอาทิตย์ เป็นลม ก็นึกว่าดีกว่าขี้เมฆ เป็นโพ้น เป็นจอมปลวก ก็นึกว่าดีกว่าลม ดีสู้ลมไม่ได้ ที่ไหนได้ สู้ควายบักตู้ไม่ได้เว๊ย ! ควายบักตู้ ยังดีกว่าเรา ชนเฮาได้ เฮาเปลี่ยนมาเกิดเป็น"ควายบักตู้"เถอะโว๊ย!!.....

ผู้แสดงความคิดเห็น กิเลสพาเกิด วิ่งเตลิดต่อไป วันที่ตอบ 2005-07-01 18:27:49 IP :
ความเห็นที่ 4 (146407)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar Webmaster

หมายเหตุ 1-2-3 คือ You & I&I ครับ....

ผู้แสดงความคิดเห็น Webmaster วันที่ตอบ 2005-07-01 18:31:57 IP :
ความเห็นที่ 5 (147460)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar พุทธญาณ
   เมื่อเห็น"ควายบักตู้"ดีกว่าตัว จอมปลวกก็เลยเปลี่ยนมาเป็นควายตู้ ครั้นได้เป็นควายตู้ใหญ่ขึ้นมาแล้ว คอมันขึ้น มันก็เห่า เห่าฮึ้น เห็นโพนที่ไหน ก็ลัดเล็งไปชน ชนโพ้นใส่ข้าวเขาโพ้นอยู่กลางข้าว กลางทุ่งนา เข้าไปชนโพ้นเต้า โพ้นแตง โพ้นพริก โพ้นเขือ ไปชนโพ้นใส่ข้าวเขา เหยียบข้าวเขา กินข้าวเขาอยู่อย่างนั้น อ้ายตู้ใหญ่มันห้าว คอมันขึ้น ทีนี้เจ้าของข้าว ก็มาร้องทุกข์กับเจ้าของควายว่า ป้าเอย ลุงเอย ลูกหลานเอย พ่อใหญ่ แม่ใหญ่เอย ผูกควายบักตู้ ไม่ให้ปล่อยนะ ควายบักตู้เจ้ามันเป็นร้าย เป็นฮื้น ชนโพ้นใส่ข้าว ใส่น้ำ ผูกไม่ให้ปล่อยนะ....ว่างี้!!

         ทีนี้ เจ้าของควาย เมื่อได้ยินเจ้าของข้าวเขามาต่อว่าอย่างนั้น เขาก็เอาหนังสามเกลียว มาผูกคอควายตู้ ใส่หลักใส่ตอ อยู่กับต้นไม้อิ้งติ้ง ควายตู้จะดิ้นสักกะยงโคงเคง สักกะหย่องก่องแก่งอย่างไหนๆ หนังก็ไม่ขาด ควายตู้ก็เลยคิดว่า.....อ้อ ! เฮาเป็นควายตู้ ชนโพ้นมูลทลายทรายผง นึกว่าดี แต่ที่ไหนได้ สู้หนังสามเกลียวเขาไม่ได้โว๊ย !! หนังสามเกลียวเขาดีกว่าเฮา....เห็นว่าหนังดีกว่าตัว จึงคิดอยากจะเป็นหนังบ้าง......ทีนี้อยู่มา ควายตู้ก็ตายลง เจ้าของเขาจึงแล่เอาหนังมาเป็นริ้วๆ ควั่นเป็นหนังสามเกลียว เป็นหนังริ้ว เป็นหนังเส้น แล้วก็เอาไปผูกควายตู้ไว้ หนังสามเกลียวก็ดีใจ ที่ได้ชนะควายตู้ ควายตู้สู้เฮาบ่ได้ เฮาล่ามเจ้าไว้ หนังก็นึกกระหยิ่มลำพองอยู่อย่างนั้น......

อยู่มาหนังนั้นถูกฝน มันก็ส่งกลิ่น มีกลิ่นอันเหม็น อันเน่า อันหืน แล้วก็ส่งกลิ่นไปไกล ทีนี้ มีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง มันได้กลิ่นหนังเน่า ซึ่งเป็นอาหารของมัน มันก็สืบเสาะแสวงหาตามกลิ่นนั้นมา ครั้นพบแล้ว เจ้าหมาขี้เรื้อนตัวนั้น มันก็แทะหนัง จะกัดกินเป็นอาหาร หนังก็เลยมาคิดว่า

...เฮ้อ !!...เฮาเป็นหนังผูกคอควายตู้อยู่ นึกว่าดี ที่ไหนได้ กลับสู้หมาขี้เรื้อนไม่ได้โว๊ย!! หมาขี้เรื้อนนี่ดีกว่าเฮา มากินเฮาได้ เฮาเกิดเป็นหมาขี้เรื้อนดีกว่า......

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2005-07-02 21:10:52 IP :
ความเห็นที่ 6 (150808)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar เนิน นราธร

         มันอยากจะเกิดเป็นหมาขี้เรื้อน เพราะมันจำชาติเดิมเริ่มแรกไม่ได้เลย กิเลสตัณหา มันหุ้มห่ออยู่หนาแน่น.......เห็นว่าหมาขี้เรื้อนดีกว่าตัว เพราะกินตัวได้ จึงคิดอยากจะเกิดเป็นหมาขี้เรื้อนบ้าง และก็ได้กลับมาเกิด เปลี่ยนสภาพเป็นหมาขี้เรื้อนอีกครั้งหนึ่ง มาเกิดเป็นหมาขี้เรื้อนเช่นเก่า.....ลงบ่อนเก่านี่ละ !!

            นี่ละเพิ่นว่า กิเลสวัฏ กัมมวัฏ มันวัฏฏไปวัฏฏมา แวดไปแวดมา วนไปวนมา เวียนมา จึงเรียกว่า กิเลสวัฏ กัมมวัฏ เป็นตัวเหตุตัวปัจจัย พัดสัตว์ทั้งหลาย ให้เที่ยวเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย.....คิดตามกิเลส-ตัณหา คิดไปเท่าใดๆ ว่า***นั่นที่ดี ***นี่ที่ดี มันก็พอเก่านั่นละ......พึงเข้าใจ."......

           พี่ป้าน้าอา เต็มศาลาวันนั้น ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ต่างพอใจในอารมณ์ขัน จากนิทาน เรื่อง"หมาขี้เรื้อน"ของท่านอาจารย์จวน.

จากหนังสือ อารมณ์ขันจากวังสวนจิตรฯ วิลาศ มณีวัต         

ผู้แสดงความคิดเห็น เนิน นราธร วันที่ตอบ 2005-07-06 11:56:57 IP :

จาก www.buddhapoem.com / เนิน นราธร

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน