*/
  • ชัยแสงทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ChaiSangthip@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 190
  • จำนวนผู้ชม : 429437
  • จำนวนผู้โหวต : 354
  • ส่ง msg :
  • โหวต 354 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คนไทยรู้จักแสงทิพย์อริยธรรมแค่ไหน?
รู้จักดี รับและถ่ายทอดได้(ดีมาก)
71 คน
รู้จัก รับได้ แต่ถ่ายทอดสอนใครไม่เป็น(ดี)
20 คน
รู้จัก แต่ยังไม่ได้รับ(ปานกลาง)
13 คน
เฉยๆ ไม่รู้จัก ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่(แย่)
2 คน
ไม่สนใจ ไม่รู้จักเลย(แย่มากๆ)
1 คน

  โหวต 107 คน
วันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม 2556
Posted by ชัยแสงทิพย์ , ผู้อ่าน : 1337 , 20:09:55 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชัยแสงทิพย์ โหวตเรื่องนี้

พี่น้องไทยอย่าฆ่ากันเลย......สมเด็จพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี
avatar พุทธญาณ

หลวงพ่อสมเด็จฯ-เจริญพร สาธุชนบริษัททั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเดินทางมาจากภาคเหนือ ภาคอีสานและเรียกว่า กึ่งประตูภาคเหนือคือ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งท่านทั้งหลาย ก็ได้อุตส่าห์เดินทางมา วันนี้ท่านก็ได้มาดูพิธีการโดยตลอด ซึ่งบางคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ คงจะแปลกใจในหลายๆเรื่อง เช่น บทสวดมนต์ก็ไม่ค่อยเหมือนกับชาวบ้าน ก็เป็นการสวดที่เรียกว่า ให้ละในเรื่องกิเลสตัณหา เขาเรียกว่า "ย่อกัณฑ์พระไตรปิฎก" ซึ่งเป็นการเรียกว่า "บทปลงพระกรรมฐานในอุกาสะ"นั้น เป็นการที่จะเริ่มการปลงในตัว.....บางคนได้ไปสำนักวิญญาณต่างๆ ได้รู้มาว่า สำนักวิญญาณวันนี้เป็นวันพระ เขาจะต้องหยุดและโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง วันนี้เป็นวันพระปลายเดือน ก่อนเข้าพรรษา ทำไมสำนักฯนี้ จึงไม่มีการหยุด ก็ใคร่จะแถลงไขว่า สำนักปู่สวรรค์ เรียกว่า เป็นบรมครูบนสวรรค์ การที่สำนักวิญญาณต่างๆนั้น เขาจะต้องหยุด ก็เพื่อไปฟังธรรมบนเทวโลก บนสวรรค์ชั้นดุสิต ต้องไปสักการะครู ซึ่งวันนี้อาตมา ก็ได้รับการสักการะมาแล้ว

.....ครู่หนึ่งที่ผ่านมา ก็เห็นหลวงปู่ฯรีบเร่งกลับ ก็เพื่อที่จะไปเป็นประธานแทนอาตมา ทีนี้เรื่องเทศน์นั้น คนอื่นเขาก็ต้องไปฟังเทศน์ ซึ่งอาตมาก็เทศน์มาแล้ว ที่ศาลาฟังธรรมบนสวรรค์ชั้นที่ 4 เทศน์เสร็จแล้ว ก็มาโลกมนุษย์ต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกว่า เป็นที่ให้เขาสักการะ ไม่ได้ไปสักการะเขา คำว่าปู่สวรรค์ คือ "ปู่ครู บรมครูจากสวรรค์ลงมา จึงไม่มีวันหยุดตามคำว่า"วันพระ" คือ ว่าเรามีหน้าที่ให้เขาไหว้ ไม่มีหน้าที่ไหว้เขา ก็ใคร่จะแถลงให้ท่านที่สงสัยอยู่ในใจ ได้แจ้งจิตที่สงสัย ทีนี้ปัญหามาสู่คำว่า"ศาสนา" นั้น "ศาสนาพุทธ" ถ้าเราว่ากันในหลักของศาสนาล้วนๆแล้ว มีอยู่สามคำเท่านั้น ก็คือ "สงบ-สันโดษ-สันติ" แต่ว่าเหตุการณ์ของโลกมุษย์นั้น ในปัจจุบันนี้อยู่ในภาวะ ที่เราจะต้อง "สาม ส."นี้ได้หรือ? ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในภาวะที่เขาเรียกว่า......

ผู้ตั้งกระทู้ พุทธญาณ :: วันที่ลงประกาศ 2005-06-09 15:45:34 IP :

     [1]
ความเห็นที่ 1 (125138)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar หลานสมเด็จฯ

            อันความจริงศาสนาเป็นสิ่งดี สอนมนุษย์ทั่วพิภพให้"ละชั่ว" มีเมตตาต่อเพื่อน ญาติ เกิด-แก่-ตาย ให้รวมกัน ช่วยเหลือกัน ถ้อยอาศัย ปรานีกัน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ใช้กรรมกันตามวาระวิบากขึ้น ภาวะนี้กลียุคทั่วพิภพ มนุษย์ไซร้ถูกกิเลสและตัณหา อสูรเข้า ปีศาจครองทั่วเมืองคน เหล่าโทสะ เหล่าโลภะ เข้าครอบงำ แย่งชิงเด่น แย่งกันใหญ่ในพิภพ เที่ยวเข่นฆ่า เที่ยวรังควานในโลกนี้ เพราะฉะนั้น ยุคกาลี คนชั่วมาก คนดีนั้น ต้องสงบตามวิบาก วาระนี้ เป็นวาระวิบากกรรม สยามร้อน ไฟระอุ ทั่วแผ่นดิน ด้วยมนุษย์อัปรีย์ไซร้ หนักแผ่นดิน ใจชั่วช้า มีทั่วไป ก่อวุ่นวาย ก่อใต้ดิน ก่อบนดิน ทุกหย่อมหญ้า สุมอาวุธ สร้างกำลัง ล้มแผ่นดิน.......

ฉะนั้น ท่านจะเห็นว่า ศาสนาทุกศาสนา ไม่ว่าศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาอะไรก็แล้วแต่ ล้วนแต่สอนให้เป็นคนดี แต่ว่าคนส่วนมาก ไม่เข้าถึงศาสนา ไม่ยอมเอาคำสอนของบรมศาสดาของตน มาปฏิบัติอย่างจริงจัง "ถ้าเราเป็นชาวพุทธประเภทรับศีลกัน ว่ากันไปว่ากันมา แล้วจบแค่พิธีการ ไม่ใช่ปฏิบัติกันจริงจัง จึงเกิดความเดือดร้อนทั่วทุกหย่อมหญ้า".....

ผู้แสดงความคิดเห็น หลานสมเด็จฯ วันที่ตอบ 2005-06-09 16:10:44 IP :
ความเห็นที่ 2 (125241)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar เซียนสาวองค์ที่ 5

ท่านทั้งหลาย ที่ได้มาถึงดินแดนแห่งศาสนานี้ ซึ่งเป็นดินแดนที่พิศดาร คือ แปลกๆ แผลงๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน เรียกว่า ไม่เหมือนเขา ที่ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ มีพิธีรีตองมาก ฉะนั้น วันนี้จะเทศน์ไปตามวาระ และจะแถลงไขว่า อาตมาไม่มีเวลามาก ที่จะอยู่เทศน์อะไรมากมายให้ท่านฟัง เพราะว่าเมื่อเสร็จพิธีการไหว้ครูบนสวรรค์แล้ว จะมีการประชุมของเทวโลก ซึ่งกำลังเข้าประชุมอยู่ เรื่อสถานการณ์ของประเทศไทย แต่สำหรับท่านที่เดินทางมาจากหล่มสัก เพชรบูรณ์นั้น คิดว่าท่านคงจะได้ข่าวคณะเรา ที่เดินทางไปบำรุงขวัญในสมรภูมิเลือด ที่กำลังเกิดขึ้นที่จังหวัดท่านมาแล้ว ขอให้ท่านทั้งหลาย มาแล้วไม่ใช่มาเปล่า มาแล้วท่านได้มองด้วยตา ได้ฟังด้วยหู ท่านก็ต้องใช้วิจารณาญาณแห่งการเป็นมนุษย์ ใช้สามัญสำนึกพิจารณา ว่าท่านทั้งหลาย คงจะมักไม่ลืม คือ กลับไปถึงก็ลืมเรื่องราวเหล่านี้ ซึ่งพระพุทธศาสนาสอนให้ มนุษย์นั้น "ตื่น" "รู้" และติดตาม เรียกว่า เป็นผู้มีสติพร้อม หากแม้นผู้ใดไม่คิด ไม่พิจารณาสิ่งที่ได้พบ ได้เห็นแล้ว เขาเรียกว่า ผู้นั้น ตกอยู่ในความประมาท

ผู้แสดงความคิดเห็น เซียนสาวองค์ที่ 5 วันที่ตอบ 2005-06-09 19:11:34 IP :
ความเห็นที่ 3 (125258)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar พุทธปัญโญ

สานุศิษย์- กระผมกราบนมัสการ กราบเรียนถามว่า ทุคติภูมิ คือ อะไร? อยู่ที่ไหน?

หลวงพ่อสมเด็จฯ- ทุคติภูมิ นั้นอยู่ที่ไกล แต่ว่าเราจะแยกขยายอะไรออกไปสู่ สวรรค์ภูมิ นรกภูมิ หรืออสูรภูมิ นั้นเป็นเรื่องของโลกวิญญาณ แต่ถ้าเรื่องของโลกมนุษย์แล้ว ก็คือว่า ท่านจะต้องปฏิบัติตน ให้ละกิเลส ให้บำเพ็ญจนเกิด "ความปิติ" ให้มี "เมตตา" ประจำใจ อย่าคิดทำในสิ่งที่ทุจริต ในการคดโกงชาวบ้านก็ดี ในการทำลายสิ่งต่างๆก็ดี หรือในการขายชาติก็ดี ท่านก็ย่อมที่จะไม่มีความทุกข์.......

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทุกข์ของมนุษย์นั้น เป็นสิ่งเห็นง่าย ท่านจะเห็นว่า หลักของพุทธศาสนาเขาสอนว่า "ขณะจิตแผ่เมตตาหนึ่งครั้ง มีกุศลมากเท่ากับสร้างโบสถ์หนึ่งหลัง"......ท่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ มันจะเป็นไปได้หรือ? และ "ขณะจิตคิดอกุศล ก็เท่ากับวิบาก ตกอยู่ในทุกขภูมิ" เพราะอะไร? อาตมาจะแถลงไขให้ฟัง....ขณะจิตท่านคิดเมตตาสงสารเพื่อนมนุษย์ ขณะนั้นท่านจะเกิดความเบิกบาน ปิติอิ่มเอิบ นั่นคือ กุศลเกิดขึ้นในจิต ขณะจิตท่านคิดชั่ว ท่านจะเกิดความร้อนรนกระวนกระวาย เป็นทุกข์ ท่านมีปืนอยู่กระบอกหนึ่ง แล้วเหนี่ยวไกปังไป คนหนึ่งตายลงไป อะไรตามมา หนึ่งท่านเกิดทุกข์ เพราะท่านผิดศีลในการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สอง ท่านต้องโทษตามปัญหาของบ้านเมืองติดตามมา เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องว่า "ทุกข์"หรือ"สุข" อยู่ที่ใจ พร้อมกับกาย "ตนทำดีย่อมมีสุข ตนทำชั่วย่อมมีทุกข์".

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธปัญโญ วันที่ตอบ 2005-06-09 19:28:53 IP :

 

จาก www.buddhapoem.com /ชัย กรุงศรี



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน