*/
  • ชัยแสงทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ChaiSangthip@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 190
  • จำนวนผู้ชม : 424884
  • จำนวนผู้โหวต : 351
  • ส่ง msg :
  • โหวต 351 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คนไทยรู้จักแสงทิพย์อริยธรรมแค่ไหน?
รู้จักดี รับและถ่ายทอดได้(ดีมาก)
71 คน
รู้จัก รับได้ แต่ถ่ายทอดสอนใครไม่เป็น(ดี)
20 คน
รู้จัก แต่ยังไม่ได้รับ(ปานกลาง)
13 คน
เฉยๆ ไม่รู้จัก ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่(แย่)
2 คน
ไม่สนใจ ไม่รู้จักเลย(แย่มากๆ)
1 คน

  โหวต 107 คน
วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม 2556
Posted by ชัยแสงทิพย์ , ผู้อ่าน : 4400 , 18:25:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชัยแสงทิพย์ โหวตเรื่องนี้

เรื่องราวสมเด็จวังหน้า(พระยาเสือ)กับหลวงปู่เทพโลกอุดร!!!
avatar โพธิปัญญา

เรื่องราวของสมเด็จพระมหาสุรสิงหนาท(พระยาเสือ-ที่ทหารพม่าให้พระสมญานาม ด้วยความเกรงกลัวอย่างยิ่ง) ทหารเสือพระเจ้าตากและทหารเสือพระพุทธยอดฟ้าฯกับหลวงปู่เทพโลกอุดร เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชาติไทย คนไทยทุกๆคน และมีความน่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ปฏิบัติธรรมในสายพุทธภูมิทุกๆคนที่เป็นคนไทยโดยสายเลือด เพราะท่านเป็นพระโพธิสัตว์สายปราบมาร สายเดียวกับพระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ พระนเรศวรมหาราช.......

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ใน2รัชกาล ทรงออกศึกสงครามใหญ่ในฐานะจอมพลแม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการทัพถึง 24 ครั้ง ครั้งสุดท้ายในสงคราม 9 ทัพที่พม่ายกทัพมารุกรานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยกำลังพลเหนือกว่าไทยประมาณถึง 3-4 เท่าตัว พระองค์ทรงนำทัพใหญ่ที่สุด รบชนะพม่าอย่างเด็ดขาด พม่าล้มตายแตกพ่ายกลับไปอย่างไม่เป็นท่า ชนิดที่ว่า"เข็ดไปจนตาย"ทีเดียว นับแต่นั้นมาพม่าไม่ได้มีหัวจิตหัวใจจะมารุกรานไทยอีกเลย ดังนั้นคุณูปการของพระองค์ท่านต่อชาติไทยคือ กษัตริย์ยอดนักรบผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้จริง........

เราจะเริ่มต้นเรื่องราวของพระองค์ท่านด้วยบทกลอนเรื่อง"พระนิพพานวังหน้า"ของพระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตร์-พระธิดา ประสูติโดยนักองอี ธิดาของสมเด็จพระอุทัยราชาเจ้ากรุงกัมพูชา ในคราวที่พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก กำลังประทับเยี่ยมพยาบาลสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทราชอนุชาและทรงพระกันแสงรำพันฝากฝังอาลัยรักต่อกันนั้นว่า......

***พระนิพพานวังหน้า****

(โคลงกระทู้)-

นิ-ราศบาทเบื้องโอ้ โมฬี......พาน-จะโศกทิ้งศรี อยุทธเยศ.....วัง-เย็นสงัดดี อกร่ำ ก่ำเอย.......หน้า- มุธพิมานเมศร์ เมื้อมิ่งแรมหมอง......แต่-พระจอมมงกุฏโลกย์ แรมวัง.......แผ่น-พิภพเพียงพัง ม้วยไหม้.......ดิน-โดยอาดูรหวัง หวั่นเทวศ......ต้น-แต่ตีทรวงไห้ ห่อนเว้นวันเสบย.......

"พระบิตุลาปรีชาเฉลียวแหลม  ขยายแย้มสั่งให้ห้อยมณฑาหอม  พระโองการร่ำว่านิจจาจอม  ถนอมขวัญตรัสโอ้พระอนุชา.......ว่าพ่อผู้***้ภพทั้งเมืองพึ่ง  จงข้ามถึง"พ้นโอฆสงสาร์"  ดำรงจิตคิดทาง"อนัตตา"  อนาคตนำสัตว์เสวยรมย์........ครั้นทรงสดับโอวาทประสาทสอน  ค่อยเผยผ่อนเคลื่อนคล้องอารมณ์สม  แต่หนักหน่วงห่วงหลังยังเกรงกรม  ประนมหัตถ์ร่ำว่าฝ่าละออง......บุญน้อยมิได้รองยุคลคืน  ยิ่งทรงสะอื้นโศกสั่งกันทั้งสอง  จึงทูลฝากพระนิเวศน์ที่เคยครอง  ประสิทธิ์ปองมอบไว้ใต้ธุลี.....ฝากหน่อขัตติยานุชาด้วย  จงเชิญช่วยโอบอ้อมถนอมศรี  แต่พื้นพงศ์จะพึ่งพระบารมี  จงปรานีนัดดาอย่าราคิน........

เหมือนเห็นแก่นุชหมายถวายมอบ  จะนึกตอบแต่บุญการุณย์ถวิล  ก็จะงามฝ่ายุคลไม่มลทิน ขอเชิญผินนึกน้องเมื่อยามยัง.......อนึ่งหน่อวรนารถผู้สืบสนอง  โปรดให้ครองพระนิเวศน์เหมือนปางหลัง  อย่าบำราศให้นิราแรมวัง  ก็รับสั่งอวยเออพระโองการ  จึงตรัสปลอบพระบัณฑูรอาดูรด้วย  ว่าจะช่วยเอาธุระแสนสงสาร  เป็นห่วงไปใยพ่อให้ทรมาน  จะอุ้มหลานจูงลูกไม่ลืมคำ  อันเยาวยอดสืบสายโลหิตพ่อ  พี่ตั้งต่อสุจริตอุปถัมภ์  ครั้งทรงสดับแน่นึกสำเนาคำ  ก็คลายร่ำทุกข์ถ้อยบรรเทาทน........

ผู้ตั้งกระทู้ โพธิปัญญา :: วันที่ลงประกาศ 2005-04-13 10:03:18 IP :

     [1]
ความเห็นที่ 1 (89717)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar พุทธญาณ

**หลวงปู่เทพโลกอุดรกับการสร้างพระเครื่อง**---มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อีกเรื่องและเป็นที่ถกเถียงกันมานานเกี่ยวกับเรื่องพระเครื่องของหลวงปู่เทพโลกอุดร ซึ่งเป็นที่เสาะแสวงหากันมาช้านาน บางคนก็เสาะแสวงหา เพื่อจะได้นำมาสักการะบูชาในราคาแพงๆเป็นแสนๆบาท เรื่องนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับลูกศิษย์ของหลวงปู่เทพโลกอุดร ซึ่งเป็นพระองค์หนึ่ง ใจจริงผู้เขียนอยากจะเขียนเรื่องของท่านลงในนิตยสารโลกทิพย์ ทั้งๆที่เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว .......แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนได้พาคณะตามรอยบาทหลวงปู่เทพโลกอุดรขึ้นไปกราบท่านๆได้ห้ามไม่ให้นำเรื่องของท่านลงหนังสือ เพราะท่านไม่อยากดัง ทั้งๆที่ผู้เขียนอยากเขียนแนะนำ ให้ไปร่วมทำบุญสร้างโบสถ์กับท่าน เพราะโบสถ์หลังนี้หลวงปู่เทพโลกอุดรสั่งให้ท่านสร้าง ซึ่งปัจจุบันเสร็จไปกว่า 70%แล้ว เมื่อท่านห้ามเขียนลงหนังสือ ก็ต้องทำตามที่สั่ง ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยมีใครรู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่เทพโลกอุดร ขนาดชาวบ้านข้างวัด ที่เข้าวัดทำบุญยังไม่รู้ เพราะท่านไม่เคยบอกใคร ขนาดมีคนไปหาท่านเพื่อถามเรื่องนี้ ท่านจะเดินหนีและไม่พูดด้วย.......

สำหรับผู้เขียน ท่านเมตตามาก เรื่องที่เคยติดอยู่ในใจผู้เขียนหลายเรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่เทพโลกอุดร ท่านก็แก้ความสงสัยได้หมด อาทิ เรื่องของหลวงปู่สำเร็จลุน ซึ่งตามความเชื่อถือเดิมๆของครูบาอาจารย์ในแถบอีสานตอนล่างที่เชื่อว่า หลวงปู่สำเร็จลุน คือ หลวงปู่เทพโลกอุดร ท่านก็ตอบในเรื่องนี้ว่า ท่านเคยกราบเรียนถามหลวงปู่เทพโลกอุดรในเรื่องนี้ หลวงปู่เทพโลกอุดรท่านบอกว่า"เราคือเรา เราไม่ใช่สำเร็จลุน สำเร็จลุนเป็นศิษย์เรา".......

           จากหนังสือ หลวงปู่เทพโลกอุดร เล่ม3 ของภักดีภูริ                      

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธญาณ วันที่ตอบ 2005-04-13 17:08:28 IP :
ความเห็นที่ 2 (89723)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar พุทธเมตตา

......หรือเรื่องพระเครื่องของหลวงปู่เทพโลกอุดร ที่ถกเถียงกันมานานว่า มีจริงหรือไม่? ท่านได้เมตตาเล่าว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรบอกว่า สร้างพระไม่เป็น ท่านสร้างเป็นแต่พระนิพพาน ส่วนใหญ่จะเป็นลูกศิษย์ที่สร้างไว้ และนำไปฝังหรือบรรจุไว้ตามถ้ำ ตามป่า ตามเขาในภายหลัง เมื่อถูกค้นพบ ก็นำมาให้เช่าบูชากัน ซึ่งท่านบอกว่า ไม่เคยอธิษฐานจิตให้ ยกเว้นพระเครื่องวังหน้า ของ "กรมพระราชวังบวร"(ไม่แน่ชัดว่า เป็นกรมพระราชวังบวรในรัชกาลที่ 1หรือ รัชกาลที่ 3) ซึ่งท่านได้อธิษฐานจิตให้จริง......

       ครูบาอาจารย์ท่านนี้ ยังได้เมตตามอบพระธาตุซึ่งหลวงปู่เทพโลกอุดร ได้นำมาจากถ้ำที่ประดิษฐานสรีระของพระมหากัสสปะ ให้แก่ผู้เขียน 1 องค์ ซึ่งท่านก็ไม่รู้ว่าเป็นพระธาตุอะไร เมื่อผู้เขียนนำพระธาตุดังกล่าวมาตรวจสอบกับตำราดูพระธาตุ ก็ปรากฏว่า มีลักษณะเหมือนกับพระธาตุของ "พระปัจเจกพุทธเจ้า" จึงคาดว่าพระธาตุที่ได้รับมา น่าจะเป็นพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งองค์ใดแน่นอน อีกทั้งท่านยังได้มอบเส้นเกศาของหลวงปู่สำเร็จลุนแก่ผู้เขียนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเส้นเกศาของหลวงปู่สำเร็จลุน จะมีลักษณะสีขาวปนเทา แต่ที่มหัศจรรย์ คือ เส้นเกศาของท่านยังยาวทุกปี จากที่ครูบาอาจารย์ท่านนี้ได้รับมานานแล้ว ซึ่งในขณะนั้นความยาวของเส้นเกศา ยาวประมาณ 4 ซ.ม.และยังยาวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ไม่น้อย......

ผู้แสดงความคิดเห็น พุทธเมตตา วันที่ตอบ 2005-04-13 17:25:56 IP :
ความเห็นที่ 3 (89919)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar Admin

      และที่สำคัญ ท่านได้นำเส้นเกศาของหลวงปู่เทพโลกอุดรของจริงมาให้ผู้เขียนดู ซึ่งเส้นเกศาของหลวงปู่เทพโลกอุดรของจริง จะมีลักษณะสีขาวใส ไม่ขุ่น(ใสคล้ายแก้ว) ไม่มีสีเจือปน จึงพอเป็นบรรทัดฐานให้ผู้เคารพหลวงปู่เทพโลกอุดร พิจารณาให้ถ่องแท้ในข้อเท็จจริง ในเรื่องเส้นเกศาของหลวงปู่เทพโลกอุดร ว่าของจริงมีลักษณะอย่างไร......

อีกเรื่องคือ เรื่องพระธาตุของหลวงปู่เทพโลกอุดร ซึ่งท่านบอกว่า ท่านยังไม่มรณภาพ จะมีพระธาตุได้อย่างไร? ถ้าจะเป็นพระธาตุ ก็คงจะเป็นพระธาตุเทพนิมิตที่เกิดจากอำนาจของเทวดา ที่เนรมิตขึ้นมา เพื่อให้คนสักการบูชาและระลึกถึงท่านมากกว่า........

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2005-04-14 07:52:04 IP :
ความเห็นที่ 4 (89921)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar เนิน นราธร

เรื่องพระธาตุของพระอริยเจ้าที่ยังไม่มรณภาพ มีตัวอย่างที่พิสูจน์ได้ในปัจจุบัน มีชีวิตอยู่ก็มีพระธาตุได้ อย่างหลวงปู่สอ พันธุโล พระผู้คู่บารมีกับพระพุทธสัตตราช พระศักดิ์สิทธิ์คู๋บ้านเมืองไทยองค์หนึ่ง ท่านมีพระธาตุมากมาย เป็นเนื่องจากบารมีเก่าของท่านเอง ที่ดวงจิตเดิมสำเร็จธรรมขั้นสูงมาก่อนแล้ว แม้แต่เล็บมือ เล็บเท้า ขี้ไคลของท่านก็ยังเป็นพระธาตุได้

ใครๆก็เห็นรู้อยู่ทั่วไป

ในภาพนี้พิสูจน์ทราบได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเรื่องพระธาตุของหลวงปู่เทพโลกอุดรยิ่งน่าจะหมดข้อสงสัยไปได้ เพราะภูมิจิตภูมิธรรมของหลวงปู่เทพโลกอุดรนั้น เปี่ยมล้นทั้งบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์อย่างแท้จริงสมบูรณ์แบบว่าองค์ไหนๆที่เป็นพระภิกษุด้วยกันแน่นอน....อีกประการหนึ่งที่หลายๆท่านไม่ว่าท่านภักดีภูริ หรือ ท่านไทยดำ(ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับหลวงปู่หลายเล่ม) ที่ยังสงสัยว่าสมเด็จวังหน้านั้นเป็นสมัย ร.1หรือ ร.3 นั้น ผมเองไม่เคยสงสัยแบบนั้นเลย เพราะเชื่อมั่น1,000%ว่าเป็นสมัยพระเจ้าตากกับสมัย ร.1 แน่นอน เพราะอะไรหรือครับ? เพราะผมศึกษาจากข้อมูลต่างๆและไปเที่ยวชมสักการะท่านตามวัดต่างๆในวังของท่านมาแล้ว วัดบวรสุทธาวาสก็อยู่ในวังของท่าน วัดมหาธาตุ วัดชนะสงคราม พระองค์ก็เป็นผู้สร้าง/บูรณะ พระเครื่องวังหน้าก็สร้างในวังของท่าน จุดประสงค์ในการสร้างพระเครื่องก็เพื่อแจกให้ทหารทั้งวังหน้า-วังหลวง-วังหลัง เพราะสมัย ร.1 ยังรบกับพม่าหนักหน่วงต่อเนื่องติดพันกันอีกหลายครั้งหลายหน เป็นศึกใหญ่ๆทั้งนั้นเช่นสงคราม 9 ทัพเป็นต้น สมัย ร.3 มีศึกก็เป็นศึกเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องสร้างพระเครื่องไปแจกทหารเหมือนสมัย ร.1.....เรื่องพระบรมธาตุที่ได้จากที่เก็บพระศพของพระอรหันต์กัสสปะก็คือจากถ้ำบนวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ จ.สระบุรี(เป็นเมืองลับแลคนธรรพ์-บังบด-เมืองนครบาดาลของเหล่าพญานาคผู้มีฤทธิ์)ที่ผมนำเรื่องมาเปิดเผยเมื่อเร็วๆนี้นี่เอง เจดีย์พระบรมธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้าก็ประดิษฐานอยู่บนถ้ำ ผมและธรรมญาณ ได้ขึ้นไปนมัสการมาแล้ว ผมเองไปถึง2-3ครั้งมาแล้ว สัมผัสพลังกับออร่าของพระบรมธาตุมาแล้ว เป็นสีม่วงเข้มพุทธคุณเต็มเปี่ยม สิ้นความสงสัยครับ.....จึงเรียนแจ้งมาเพื่ออนุโมทนาทราบทั่วกันด้วย.....

ผู้แสดงความคิดเห็น เนิน นราธร วันที่ตอบ 2005-04-14 08:20:32 IP :
ความเห็นที่ 5 (90811)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar โพธิสัตต์

***หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริงหรือ?***--ก็เป็นปุจฉาที่เถียงกันไม่จบในเรื่องนี้ อย่างว่าแต่ปุถุชนคนธรรมดานี่เลย แม้แต่ครูบาอาจารย์หลายๆท่าน ท่านก็ยังไม่เชื่อว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริง ซึ่งครูบาอาจารย์ที่ไม่เชื่อว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริง เนื่องจากท่านไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น ทั้งกายเนื้อและกายทิพย์ อาจจะเป็นเพราะท่านไม่เคยมีบุพเพวาสนาต่อกันมาก่อน หรืออยู่นอกข่ายญาณ ซึ่งก็เปรียบเหมือนจูนคลื่นไม่ตรงกัน จึงรับคลื่นไม่ได้.........

ในเรื่องนี้ จะขอเล่าถึงข้อเท็จจริง ที่ครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง ได้เล่าให้คณะตามรอยบาทหลวงปู่เทพโลกอุดรฟัง เมื่อไม่นานมานี้ พระอาจารย์ท่านนี้คือ พระอาจารย์บุญเดช ญาณเตโช แห่งวัดถ้ำแสงธรรม บนยอดภูลังกา ท่านได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายปีก่อน ท่านมีความสงสัยว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริงหรือไม่?.......

ผู้แสดงความคิดเห็น โพธิสัตต์ วันที่ตอบ 2005-04-16 17:19:42 IP :
ความเห็นที่ 6 (97767)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar ธรรมญาโณ
         เพื่อแก้ความสงสัย จึงอธิษฐานว่า หากหลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริง ขอให้ท่านได้พบเห็นในวันนี้ จะเป็นกายเนื้อหรือกายทิพย์ก็ดี หากแม้นไม่พบเห็นในวันนี้คืนนี้ต่อไป จะไม่เชื่อว่าหลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริง เมื่ออธิษฐานเสร็จ ก็ก้มลงกราบพระ ท่านเล่าว่า ขณะที่ท่านหันหลังกลับ เพื่อเตรียมตัวนั่งสมาธิ ทันใดนั้น ก็ปรากฏสิ่งที่ทำให้ท่านต้องตะลึง เพราะท่านเห็นพระภิกษุกลางคน รูปร่างค่อนข้างสูง ผิวพรรณเป็นสีชมพู ผมขาวกำลังเดินตรงมาหาท่าน พร้อมกับเสือโคร่งขนาดใหญ่ และสิงโต พระภิกษุรูปนั้นเอ่ยขึ้นว่า "เจ้าต้องการพบเรามิใช่หรือ?"........หลังจากนั้น ท่านจึงได้บอกกับพระอาจารย์บุญเดชว่า "เราคือ หลวงปู่เทพโลกอุดร" และท่านได้เมตตาสอนธรรมะและการปฏิบัติให้พระอาจารย์บุญเดชอยู่ 2 ชั่วโมง แล้วท่านก็หายตัวกลับไปต่อหน้าต่อตา จนปัจจุบันพระอาจารย์บุญเดช หมดความสงสัย ยืนยันว่า หลวงปู่เทพโลกอุดรมีจริง และได้ปั้นรูปเสือและสิงโต เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ปากทางขึ้นไปบนลานพระใหญ่ในปัจจุบันนี้......
ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมญาโณ วันที่ตอบ 2005-04-29 15:41:27 IP :

  จาก www.buddhapoem.com



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน